ความเห็นล่าสุด


ติดตามอ่านบันทึกของอาจารย์มาหลายบันทึกแล้ว ตรงไปตรงมาดีครับ เดี๋ยวถ้ามีเวลาจะมาช่วยคอมเม้นต์ครับ

ผมได้เห็นโฆษณาชิ้นนี้แล้วครับ ความรู้สึกคือผู้ทำ (เจ้าของผู้ว่าจ้างรวมถึง creative และ agency) ถ้าไม่มีอะไรแอบแฝงก็ตื้นเขิน

ผมมีทฤษฎีเรื่อง campaign การปราบคอร์รัปชันว่ามันคือปฏิบัติการล้างจานครึ่งใบ ถ้าเปรียบความสกปรกบนจานที่ผ่านการใช้งานมาแล้วคือผลประโยชน์จากการคอรัปชั่น ปฏิบัติการนี้ก็แค่การทำความสะอาดกลุ่มที่ไม่ใช่พวกออกไป แต่ยังคงเหลือกลุ่มของตนเองและพวกพ้องเอาไว้ ในที่สุดเมื่อไม่มีกลุ่มอื่นๆแล้ว กลุ่มของตนก็จะเข้าไปครอบครองผลประโยชน์เหล่านั้นไว้แต่เพียงฝ่ายเดียว ไม่ต่างจากจานที่สะอาดเพียงครึ่งหนึ่ง ไม่ช้าความสกปรกก็จะลุกลามไปจนทั่วทั้งใบอีกครั้ง เราจึงไม่เคยเห็นคอร์รัปชันในประเทศนี้หมดไปเสียที

ผมคิดว่าปัญหาที่ท่านอาจารย์ถามมานี่น่าสนใจครับ และก็คิดว่ามีอีกหลายๆคนที่เจอแบบนี้เหมือนกัน ในความเห็นของผมน่าจะเป็นเรื่องของการตั้งชื่อไฟล์อย่างที่ท่านอาจารย์บอกนั่นแหละครับ เพียงแต่ไม่น่าจะเกิดจากเรื่องของความยาวของชื่อเพียงอย่างเดียว แต่น่าจะเป็นเรื่องของหลักการตั้งชื่อด้วย

ถ้าจำกันได้สมัยก่อนตอนที่เราใช้ DOS เรื่องการตั้งชื่อไฟล์นี่เราต้องเคร่งครัดกันมาก เช่นความยาวไม่เกินกี่ตัวอักษร ห้ามใช้สัญลักษณ์ (ยกเว้นบางตัวเช่น _ under score) ห้ามใช้ space bar หรือควรใช้แต่อักษรตัวเล็กเป็นต้น (DOS/Windows ใช้ตัวใหญ่หรือเล็กมีค่าเท่ากัน แต่พวก UNIX หรือ Linux จะต่างกัน) ปัจจุบัน Hosting ก็มีหลายระบบการตั้งชื่อไฟล์ที่ไม่เป็นมาตรฐานอาจทำให้เกิดปัญหาได้

สำหรับปัญหาเรื่องที่เวลาเราโพสรูปลงในบันทึกทั้งที่เลือกภาพแรกเพื่อให้ปรากฏเป็นภาพนำแล้วแต่หลังโพสกลายเป็นรูปอื่น อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับผมคิดว่าระบบจะเลือกรูปเรียงลำดับตามชื่อของไฟล์ เช่นแม้เราจะเอาไฟล์ชื่อ bxxx.xxx เรียงให้อยู่เป็นภาพแรก แต่ถ้าในกลุ่มไฟล์ที่เราโหลดมีไฟล์ชื่อ axxx.xxx ไฟล์นี้ก็จะถูกเลือกเป็นภาพนำ วิธีที่ผมใช้คือนอกจากตั้งชื่อไฟล์ให้เป็นแบบมาตรฐานแล้ว หากบันทึกนั้นมีภาพหลายภาพก็จะตั้งชื่อให้เรียงลำดับโดยใช้ตัวเลขนำหน้าชื่อเลยเช่น 01_filename.xxx, 02_filename.xxx ไปจนหมดทุกไฟล์โดยที่ไฟล์ที่ขึ้นต้นด้วย 01 จะเป็นรูปที่ต้องการให้ปรากกเป็นภาพนำครับ

อย่างที่บอกครับเป็นความเห็นของผมคนเดียวหากไม่ถูกต้องอย่างไร สมาชิกช่วยแนะนำด้วยครับ สำหรับหลักการตั้งชื่อไฟล์อย่างถูกต้องลองเข้าไปอ่านได้ที่นี่ครับ http://www.layer3d.com/forum/index.php?topic=3096.0

ที่เขาเรียกเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) ใช่ไหมครับอาจารย์

ขอบคุณอาจารย์ธวัชชัยครับ หวังว่าต้นไม้คงอยากฟัง ปีนี้ผมตั้งใจจะหาอะไรที่พอจะเป็นความรู้มาเขียนให้บ่อยขึ้น ตอนนี้สนใจเว็บ code.org ที่เขาสอนเขียนโค้ดคอมพิวเตอร์น่ะครับ ว่าจะเข้าไปทดลองเรียนดูมั่งก็ยังไม่มีเวลานิ่งๆสักที ผมว่าที่นี่ก็น่าสนใจสำหรับเด็กของเรานะครับ แต่คงต้องมีคนที่รู้เรื่องพวกนี้อย่างท่าน อ.ธวัชชัย หรือ อ.จันทวรรณ คอยแนะนำ

อ้อ..หลานๆผมเรียกลุงโหนกครับอาจารย์

ตอนเห็นหัวข้อข่าวผมก็ไม่คิดว่าจะเอามาเขียนบันทึกหรอกครับท่านอาจารย์ ดร.พจนา เห็นว่าน่าสนใจจะลองหารูปไปลงในอนุทินสั้นๆ แต่ยิ่งค้นยิ่งสนุก ยิ่งโยงไปถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้ จากเรื่องเล็กๆมันทำให้เราได้รู้อะไรเพิ่มขึ้นอีกมากก็เลยรวบรวมเอามาเขียนครับ

ในฐานะที่เคยเป็นผู้ประเมินภายนอกมาก่อนผมว่าเรื่องนี้เป็น first priority ที่สมศ.ต้องปรับปรุง (ที่จริงมีอีกมากมายหลายเรื่อง) สมศ. (ตั้งแต่ระดับนโยบาย บอร์ดบริหารไปจนถึงตัวผู้ประเมินไม่เข้าใจคำว่า “การเข้ามาขัดจังหวะ” (Interruption) ว่ามีผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กร (โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก) อย่างไร

ทางแก้คือสมศ.และผู้ประเมินภายนอกต้องเป็นมืออาชีพมากกว่านี้ หรือไม่ก็ต้องให้หน่วยงานนี้เป็นของเอกชนไปอย่างเต็มตัวเหมือนในต่างประเทศ

การที่สังคมไทยต้องการ authority มาชี้นำอย่างที่ท่านอ.ธวัชชัยว่านั่นแหละครับที่ทำให้สังคมขาดความเป็นอิสระในการตัดสินใจตั้งแต่ในระดับปัจเจกไปจนถึงกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร วันนี้ผมว่าสังคมเราสั่งสมวัฒนธรรมแบบนี้มานานเกินไป จนสามารถตามใครก็ได้ที่ถืออำนาจอยู่แม้ไม่ต้องมีเหตุผลใดๆเลยก็ตาม

สังคมแบบนี้พัฒนาไปไม่ได้หรอกครับ มันเหมือนกลุ่มคนที่กำลังจะจมน้ำ แทนที่จะต่างคนต่างเอาตัวรอดแต่กลับมาเกาะกอดอยู่กับ "authority" ให้เป็นที่พึ่งสุดท้ายของตน ในที่สุดก็ไม่พ้นที่จะพากันจมน้ำตายไปทุกคน

ไม่ได้ฟังนานจนเกือบจำไม่ได้ สมัยนั้นผมไม่ค่อยได้ฟังเพลงไทยแต่จะฟังเพลงสากล เพลงเฮฟวี่จากเทปผียี่ห้อ Peacock นั่นแหละครับ

ผมอุตสาห์ติดตั้ง Okular ( Elementary os ไม่ใช่ KDE ก็ติดตั้งได้ครับ ) เข้าไว้ตอนแรกตั้งใจจะเอามาทำหนังสือรวมรุ่นตอนที่ไปกินเลี้ยงกัน ไปๆมาๆแค่เปิดอ่านยังไม่ค่อยมีเลยครับ

ผมยังไม่เคยเห็นสังคมของเราแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างนี้มาก่อน ความเห็นต่างในระบอบประชาธิปไตยเป็นสิ่งสวยงาม แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่แล้วละครับ

ยังหวังว่าคนในสังคมจะกลับมาหันหน้าพูดคุยกันด้วยเหตุผล เลิกชี้หน้าโทษกันไปมา ลดละทิฏฐิมานะ ยุติความรุนแรง แล้วยึดเอากฏกติกาเพื่อนำมาแก้ปัญหาร่วมกัน ถึงจะต้องผ่านไปด้วยความยากลำบากก็ต้องทำ

ไม่รู้เหมือนกันว่าพรุ่งนี้บ้านเมืองของเราจะดำเนินไปอย่างไร ก็คงทำได้แค่หาอะไรที่พอจะเตือนสติคนในสังคมให้ได้ฉุกคิดมาเขียนเป็นบันทึก เผื่อว่าจะมีใครเข้ามาอ่านบ้างแค่นั้นเองครับ

ผมเคยเจอเรื่องหนึ่งใน "The Denver Post" ว่าจะเอามาเขียนบันทึกเหมือนกัน เพราะคิดว่าในเมืองไทยปัญหานี้แหละน่าห่วงที่สุด แต่เอาเข้าจริงๆแค่เข้ามาเขียนอนุทินยังยากเลย ..55..

Graduated, not educated

Too many students are graduating from Colorado high schools without the skills or knowledge to succeed in collage.

http://www.denverpost.com/ci_19932202

มีสำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานเรื่องนี้ เสียดายที่อ่านภาษาจีนไม่ออกเพราะน่าจะมีรายละเอียดมากกว่าใคร

ที่จริงเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสะเทือนใจ กระทบต่อการจัดการศึกษามากๆแต่ดูเหมือนครูและบุคลากรการศึกษาของบ้านเราไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ มันทำให้รู้สึกว่าถ้าไม่ใช่เรื่องของ “benefit” แล้วไม่น่าสนใจ

ในข่าวน่าจะบอกรายละเอียดพอสมควรแล้วนะครับ ตอนนี้ผมยังห่วงก็ครูคนต้นเหตุนั่นแหละครับว่าตอนนี้จะอยู่ในสภาพไหน

ใน The Telegraph : http://www.telegraph.co.uk/news/worldnews/asia/china/10419619/Chinese-boy-10-ordered-to-jump-from-building-by-teacher-after-talking-in-class.html

น่าจะมีรายละเอียดมากกว่านี้ ดูเหมือนมี case อื่นๆแบบนี้มารายงานด้วยครับ

ผมเป็นสมาชิก G2K มา 4 ปีถึงจะมีบันทึกไม่มากและไม่อาจเรียกว่าเป็น blogger ได้เพราะยังขาดคุณสมบัตือีกหลายประการ แต่ก็รู้สึกอบอุ่นเพราะที่นี่เป็นสังคมที่เราต่างแบ่งปันซึ่งกันและกัน คงจะไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่าที่นี่เป็น community ที่มีเหล่าสมาชิกร่วมกันช่วยสร้างสรรค์ หลายครั้งที่ผมเขียนบันทึกไปแล้วไม่ค่อยมีใครเข้ามาอ่านแต่ก็มี อ.ธวัชชัยและ อ.จันทวรรณ ข้ามาให้กำลังใจอยู่เสมอ (แม้จะเขียนได้แย่มากๆก็ตาม)

ทุกที่มีความคิด ความเห็นที่แตกต่างกันเสมอแหละครับ เพราะบางเรื่องอาจจะมองคนละมุมกัน แต่หากบนความต่างนั้นมีเหตุผลที่รองรับได้ ผมคิดว่าทุกฝ่ายก็ย่อมที่จะยอมรับกันได้ แต่ขออย่าให้ใช้อคติและอารมณ์จนออกนอกเหตุผลเท่านั้น

ถ้าหากเรื่องนี้เป็นข้อขัดแย้ง ผมก็แอบตามมาหลายวันแล้วพอจะเข้าใจอะไรๆบ้าง หากจบลงได้ด้วยดีก็เป็นเรื่องที่ดีครับ และก็ขอแสดงความยินดีที่ท่านอาจารย์ธวัชชัยจะไม่หยิบเอา พรบ.คอมฯมาใช้เพราะผมเองก็ไม่เห้นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้

อยากให้สมาชิกลองอ่านบทความของคุณ Sue Waters ที่เขียนไว้ที่ http://theedublogger.com/2009/01/20/why-you-shouldnt-write-your-posts-using-word/ ไม่ใช่อยากให้ดูแค่ที่เธอเขียนนะครับ แต่อยากให้ดูคอมเม้นท์ด้วยเพราะแต่ละคอมเม้นท์ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยล้วนมีเหตุผลที่น่าสนใจมาสนับสนุนทั้งสิ้น

ที่สำคัญเป็นความเห็นที่ยอมรับซึ่งกันและกันซึ่งผมอยากให้มีมากๆที่นี่ครับ

daily mail บอกว่า “Not a dry eye in the house” ดูคอมเม้นท์แล้วคงน้ำตาเปียกกันไปทั่ว http://www.dailymail.co.uk/news/article-2422319/The-True-Move-H-mobile-phone-advert-crying.html

ลองบันทึกไว้ใน Text Editor ดูซิครับแก้ไข ลบ แทรก ง่ายกว่า (Notepad สำหรับ MS Windows / TextEdit สำหรับ Mac OS X / gdit สำหรับ Linux ) ร่างพร้อมแล้วก็ copy ไปแปะลงในบันทึกได้เลย

ถ้า Apple Inc. คือ สพฐ. Jobs สั่งเสียไว้ว่าให้เปลี่ยน CEO (เลขาธิการ สพฐ.)

สังคมเราน่าเป็นห่วง เรื่องที่คุณ Bright Lily เล่ามานี่ต้องมีผู้รับผิดชอบครับ

สื่อเองก็มักเน้นขายข่าว ปิดชื่อแต่เปิดเผยทุกบริบทเรียกว่าปิดก็เหมือนเปิดนั่นแหละครับ

เรื่องของเด็กนี่อยากวิงวอนขอร้อง เพราะพวกเขายังต้องเติบโตและใช้ชีวิตในสังคมนี้อีกนาน

อาจารย์ลองดูอันนี้ซิครับเป็นโปรเจ็คใน Kickstarter (ผ่านแล้ว) ชื่อ UDOO มันรวมเอา # The power of 4 Raspberry PI + Arduino DUE functionality = UDOO # อีกไม่นานน่าจะออกขายในตลาดได้

http://www.kickstarter.com/projects/435742530/udoo-android-linux-arduino-in-a-tiny-single-board?ref=category

ผมเขียนโปรแกรมไม่ได้แต่สนใจฮาร์ดแวร์มันครับ

เคยใช้แต่ Audacity ที่จริงใช้ไม่ค่อยเป็นหรอกครับเพราะมันทำอะไรได้หลากหลายมาก แล้วก็ทำกับแฟ้มเสียงได้หลาย format ลองเข้าไปดูซิครับ โปรแกรมนี้เป็น Open Source, Cross-Platform ใช้ได้กับทั้ง Windows Mac Linux

ถ้าสนใจจะใช้ Linux ผมแนะนำให้ใช้ Linux Mint  หรือ Ubuntu ครับ เรื่องภาษาไทยไม่ต้องห่วงบางทีอาจจะดีกว่า Windows ด้วยซ้ำไป การสนับสนุนก็ต่อเนื่องตลอด

Tle ไม่พัฒนามานานแล้วหลังจากออกอ่าวนางเมื่อปี 2011 แล้วก็เงียบไปเลย (แม้ status ใน distrowatch จะเป็น activeก็ตาม) เป็นไปได้ว่าเลิกไปแล้ว นี่รวมถึง โปรแกรมหรือระบบปฏิบัติการที่เป็น open source ที่ภาครัฐเคยส่งเสิม (เช่นสุริยัน จันทรา Thai OS ..) ก็ดูเหมือนจะตายไปหมดแล้วครับ

ผมใช้ Linux มานานแล้วจนตอนนี้ใช้ Windows แทบจะไม่เป็น เครื่อง Desktop เก่ามาก (P4) ใช้ Linux Mint 13 xfce ส่วน Notebook ใช้ Ubuntu 12.04 LTS (ชอบ Unity) ครับ

Linux Mint ก็พัฒนามาจาก Ubuntu แต่มีบางส่วนพัฒนาโดยตรงจาก Debian ที่ใช้รหัสว่า LMDE นั่นแหละครับ Mint กับ Ubuntu นี่การใช้งานไม่ต่างกันเลย ใช้ Package Manager เดียวกัน

Linux สามารถติดตั้งคู่ขนานไปกับ Windows ได้ไม่มีปัญหาอะไร ที่ผมชอบก็คือมันไม่ค่อยงอแง มีซอฟท์แวร์ใช้งานมากมายหลายพันโปรแกรม ที่สำคัญไวรัสไม่กวน การรักษาความปลอดภัยยอดเยี่ยมมากครับ

อยากให้สมาชิก G2K ติดตั้งไว้ใช้งานเหมือนกัน ถ้าไม่อยากติดตั้งถาวรลงฮาร์ดิสก์ ก็ลองใช้ Live CD หรือ Live DVD ดูก่อนก็ได้ครับ ถ้ามีปัญหาอะไรเรามาช่วยกันแนะนำก็ยินดีครับ

ผมชอบจินตนาการของคนที่ทำครับ ที่มองเห็นจำนวนมากๆของเว็บไซต์ในโลกไซเบอร์แล้วเอาไปเทียบกับท้องฟ้าและดวงดาว เป็นจินตนาการที่สวยงาม ไม่รู้นะครับผมว่ามันเป็นนวัตกรรม เวลาที่ท่องดูก็สนุกสร้างความเพลิดเพลินได้ด้วย

สำหรับ G2K ของเราถ้าเทียบในช่วงเดียวกัน Q1 Q2 ของปีนี้เฉลี่ยแล้วอันดับน่าจะดีกว่าปีที่แล้ว มีเริ่ม Q3 นี่แหละครับที่ตกลงไป เป็นกำลังใจให้อาจารย์จันทวรรณครับสำหรับการปรับระบบ แต่ก็อยากให้สมาชิกเรามีส่วนด้วย เพราะการตั้งชื่อบันทึกกับ การเลือกใช้คำสำคัญก็น่าจะมีส่วนที่ทำให้ search engines มองเห็นง่ายขึ้นเช่นกัน พวกเราก็คงต้องช่วยๆกันทุกคนด้วยครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี