ความเห็นล่าสุด


ไหนๆก็ไหนๆ แล้วขอเจาะถึงแก่นอีกนิดเดียว ท่าน รศ.ดร.ผู้เขียนยังแถมในย่อหน้าเดียวกันว่า .."...รวมทั้งห้างโลตัสด้วย เป็นต้น. "

โธ่ ! ครับ ก็ห้างเทสโก้ โลตัส มันทุนไทยเมื่อไรกันครับ. ทุกปีๆ มันเอากำไรที่สูบไปจาก ไทย (และอีกสิบกว่าประเทศ ) ไปแบ่งกันที่

ลอนดอน ไงครับ แล้วจะเป็นตัวอย่าง ของทุนไทยไปลงที่ เซี่ยงไฮ้ ได้อย่างไร ครับ ?

ท่านนายกสมาคมเศรษฐ์ ศาสตร์ มธ. กรุณาล้างบ้านท่านให้สะอาดเถอะครับ นึกว่าเห็นแก่ดวงวิญญาณ ของ ท่าน อดีตนายก 

คุณ สถาพร กวิตานนท์ เถิด ท่าน อุตส่าห์สร้างเกียรติภูมิให้สถาบันที่ท่านรักมากๆ ตายไปยังไม่ถึง ๒ ปี รุ่นลูกใช้ ศาสตร์แห่งการ

นั่งเทียน เป็น research methodology เสียแล้ว


นั่นนะสิครับ คุณบุรชัย  สถาบันการศึกษาของทหารทุกระดับเขา ไม่ศึกษา/เก็บ บทเรียนการยุทธต่างๆ เลยหรือ ?

มัวแต่่ เรียน networking กันกระมัง ? ผมเป็นลูกทหารสมัยโบราณ ยังได้อ่าน ยุทธนาวีเกาะช้าง  อานาม- สยามยุทธ The battle

of Waterloo  The battle of Midway. ฯลฯ

แล้วคนที่สั่ง ส่งลูกน้องตัวเองไปตายอย่างโง่ๆทุกวันๆ นั้น สมองเขาคงเต็มไปด้วย ......ช่วยเติมให้ผมด้วย ครับ

ผมถึงว่า ใครช่วยสอน KM ให้พวกเขาทีเถอะครับ สงสารทหารลูกแถว และ ญาติ

ป.ล. ท่านๆๆผู้รับผิดชอบ ถ้าคิดไม่ออกจริงๆ ก็ขอเข้าทรงดวงวิญญาณ " จ่าเพียรขาเหล็ก " ( พล.ต.อ. ยศ เมื่อตายแล้วขณะรอคำสั่ง

ให้ได้ย้าย ๑ปีก่อนเกษียณ หลังกรำศึกมาตลอดชีวิต  เพราะ " นาย " ( ทุกระดับชั้น มันโกง ตำแหน่งของแก ) มาให้คำแนะนำ ก็ไม่ว่ากันครับ

เรียนท่านอาจารย์JJ

       ท่านๆแพทย์ชนบท จะสงบกว่านี้ ทำงาน ตามหน้าที่มากกว่านี้  ฯลฯที่ควรจะทำมากกว่านี้  ถ้า เพิ่มรางวัล แพทย์ชนบทดีเด่น

  เป็นปีละ ๕๐ รางวัล  อะไรกัน แพทย์ชนบทมีเป็น พันๆ จัดให้มีปีละ ๒ รางวัล ท่านๆก็ไม่หวังการยกย่องโดยรางวัลอันทรงคุณค่านั้น

  ก็เลยมีเวลาว่างจัดกิจกรรม เข้าจังหวะ ( เดินขบวน ) ที่ถนัดกันตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา กันซิครับ. ลองเสนอแพทย์โตๆให้ไป

ต่างประเทศน้อยลงท่านละ ๑ ครั้งต่อปี จะมีเงินรางวัล เป็น ร้อยๆละครับ

ขอบคุณครับ เอ .... พวกเราอาสาไปเป็นเหยื่อกันสัก ๒๐๐- ๓๐๐ คนพร้อมๆกันดีไหมครับ สอระยุดเขาจะได้ มาเป็นเจ้าภาพให้

เดี๋ยวนี้คุณที่เพิ่งอ้างถึง แกเป็น ฐานันดร ที่๘( เป้ือน ) ของประเทศไทยแล้ว รู้กันไหมครับ ?

อาจารย์  JJ ครับ

    คุณๆทั้งหลาย เป็น จันฑาล หรือครับ? ผมไม่ยักรู้ ว่าสังคมแบ่งชั้น วรรณะ กันด้วย ! ?

อาจารย์ JJ ครับ เรื่องราวที่ท่านอาจารย์ยกเป็นตัวอย่าง นั้น มันใกล้เคียงกับ " เห็นกงจักร เป็น ดอกบัว "

คือ KPI เขามีไว้ให้ช่วยประเมินตน/พัฒนาตน แต่ ดันทะเล้น เอาไปผูกกับ โบนัส/ตำแหน่ง คนเขาก็มุ่งไปทางที่เขาจะได้ประโยชน์เข้าตนเอง

หรือ น้อต เบอร์ x ต้องอยู่ ตำแหน่ง A คนรับผิดชอบ คิด/ทำว่าเบอร์ Y ก็ ใช้ได้ พอเดินเครื่องก็พินาศ สิครับ

ผมว่า KM อย่างเดียว ไม่พอสำหรับคนไทยหรอกครับ ต้องฝังในกระโหลกด้วย วินัย ( ทั้งกาย วาจา ใจ ) อีกครับ

เอ ! ผมว่าคนจีน ก็ เหมือนกันครับ ไม่งั้น คงไม่ได้ เห็น หมูลอยน้ำ ๖๐๐๐กว่าตัวในแม่น้ำ หวงปู หรอกครับ

คนชาติไหนๆๆก็คงทำนอง พญาโศก เหมือนกัน ครับ. "วินัย " ครับ จำไว้ให้ดี

ท่านอาจารย์ เจเจครับ ขอบคุณที่ค้นหาความรู้ความคิดใหม่ๆ มาแบ่งปันกับพวกเรา

ทักษะการเรียนรู้ ชนิดหนึ่งคือ การไตร่ตรองทบทวน ( reflective learning ) จะสาธิตการใช้ โดยใช้ กับข้อเสนอของ ดร. ไกรยส ฯ

ดังนี้ :

    ชนรุ่นใหม่ ( อายุ ๓๐ ปีลงมา ) ทั่วโลก กำลังตื่นเต้น ใฝ่ร่วม กระแส new tech และนวัตกรรม อย่างสนุกสนานกึ่งเอาเป็นเอาตาย

จนอาจลืมไปว่า ๙๐% ขององค์ความรู้ ที่มนุษย์ชาติสร้างสมกันมา ๒๐๐,๐๐๐กว่าปีแล้ว ยังใช้ประโยชน์ได้อย่างที่ new tech บรรดามีใน

ปัจจุบัน โดยเฉพาะ ความรู้ ที่ค้นพบและพัฒนา ในระหว่าง ค.ศ. ๑๙๐๐ ถึง ๑๙๖๐ซึ่งถือได้ว่าเป็น knowledge explosion  ยุคสำคัญ

ก่อนกระแส ไฮ เทค ก่อตัว และทะลักท่วมชีวิตและจินตนาการ ของยุค ICT

     ตัวอย่าง ๑) การผลิตใยไหม จากตัวหนอน ใบหม่อน กระด้งไม้ไผ่ 

                ๒) การทำให้ ลำไม้ไผ่ อยู่ยงคงกระพันต่อมอด นับร้อยปี ด้วยสารจุนสี ( copper sulphate Cu2SO4 )

                ๓)ยาโบราณ นับพันตำรับ ที่พิสูจน์แล้วว่าบำบัดโรคต่างๆได้จริง

               ๔)ผัก " ผำน้ำ " ที่ให้ผลผลิตต่อไร่ ๖เท่า ของข้าว แถมมี คาร์โบไฮเดรต และ โปรตีนสูงกว่าข้าว ๓ เท่า

              ๕)การคำนวณ ทางดาราศาสตร์ ด้วยคัมภีร์ " สุริยะยาตร " พยากรณ์ ปรากฏการณ์ ในอวกาศ ได้แม่นยำใช้เพียง

                 กระดานชนวน กับ ดินสอ

               ๖)การดำรงชีพในสภาวะที่ มีทรัพยากร น้อยที่สุด นิเวศน์โหดที่สุด โดยไม่ต้องพึ่ง วัสดุ อุปกรณ์ ไฮเทคใดๆ

                ๗) การสื่อสารทางจิต ทั้งระยะใกล้ ไกล แม้ข้ามเวลา

                                 ฯลฯ เป็นต้น

               ชนไทยมีลักษณะนิสัยที่ทั้งน่ารัก และ น่าอันตราย ที่ภาษิตโบราณ กล่าวว่า " ขี้ใหม่ หมาหอม "

               หมาแก่ อย่างผม จมูก ไม่ไว จึงอยากวิงวอนว่า จะโปรโมทอะไรๆ ก็แตะเบรคนิดๆ

               อีกประการหนึ่ง ช่วยกันหาศัพท์ใหม่ ที่จับจิตจูงใจกว่า " ภูมิปัญญาพื้นบ้าน " เพราะฟังแล้วมันเชย ด้อยคุณค่า เมื่อเทียบกับ

               " นวัตกรรม " นะครับ นะครับ เพื่อนๆวัยใสปิ๊ง และวัยไปร่งใส วุ้ย โปร่งจนไม่เหลืออะไรให้ใช้จินตนาการบ้างเลย


เข้าใจข้อห่วงใยของ ท่านวอญ่า เรื่อง แพะจะถูกฆ่าแยะกว่าพ่อค้ายาบ้า แต่ออกกฏหมาย ฆ่า จนท. ที่จับแพะ สัก ๒ ชั่วโคตร คงคุ้มกับ

การถูก ชาติตะวันตก ประณาม  เราอย่าหวั่นไหวกับชาติอื่นๆที่มันไม่ต้อง เจอนรกแบบเรา สิงคโปร์ ยังมีโทษ โบย โลกจะว่าอย่างไรก็

ต้องคบค้ากับเขา ซาอุดีอาระเบีย ตัดมือโจร แต่ จอมประชาธิปไตย USA ยังต้องซื้อน้ำมันจากเขา ไทยทำเป็นชาติหน้าบาง แต่ทำชั่ว

ด้านอื่นๆเยอะแยะ หน้าตาเฉย.  ผมว่า จะตลบแตลงไปหน่อยไหมครับ กวาดยาเสพติดให้เหลือ ๓๐ % ของปัจจุบัน แล้ว

เรื่องคุณธรรม จริยธรรม  มันเกิดขึ้นเองแหละครับ


ขอบคุณ คุณ sr ที่ช่วยชี้ที่สะกดผิด น้อมรับและจะแก้ไข

อาจารย์ ครับ แพทย์ ยุคนี้ท่านยึดถือคติ. ๒ ประการ ตามนโยบายรัฐบาล ครับ

       ๑) one -stop. Service คือมาให้ตรวจเรื่องอะไรก็ตรวจเรืีองนั้น อย่างเดียว อาการอื่นใดที่เห็นโทนโท่ ทิ่มตำตา ก็ปล่อยไป

         ๒) ฟรีทุกอย่าง คือ ตายฟรีเพราะ "หมอทำ "  ผมมีเพื่อนสูงวัย หมอตรวจพบก้อนเนื้อที่ ลำไส้เล็กตอนบน สั่งผ่าตัดทันที

            ไม่ได้นำตัวอย่างทำ biopsy แล้วให้ chemo โดยไม่ดูspecificity  ครบcourse คนไข้โทรม ให้มาตรวจซ้ำ อีก ๓เดือน

             ตรวจครั้งที่๒พบว่า chemo ที่ให้ไม่ตรงกับชนิดมะเร็ง เกิดการแพร่กระจาย  หมอสั่งผ่าตัดอีก ไปทุกที่ที่กระจาย และchemo

              อีก ทำฯลฯอีก ๒เดือน ขณะนี้นอนอยู่ สุสาน ( เพื่อนผมนะครับ ไม่ใช่หมอ ) รอวันเผา

          จริงของ คุณ Ple. " ความไม่มีลาภ เป็นโรคอันประเสริฐ " ครับ

โปรดชี้ทางสว่าง ว่าจะทำ " อย่างไร " ให้สัตว์ผู้ด้อยปัญญาด้วย เพราะ ยุคนี้เกิด วัฒนธรรม ที่

ผู้รู้ บอกแต่ว่า " อะไร " แล้วทิ้งค้างเติ่งเร่ือง จะทำ " อย่างไร " กับ " อะไร " นั้นๆ ถ้าไม่รู้ก็อย่า

เสนอ "อะไร " มายั่ว กิเลส ตัณหาของผู้อื่นเลย ถ้ารู้ก็ พูด เขียนให้ " หมดเปลือก " ให้

รู้เเล้วรู้รอดไป ได้โปรดเถิดครับ

ขอแก้ข้อมูลเล็กน้อยครับ จอมพล ส. ท่านเปิดฉาก "หน้าผาสวย " เมื่อ ๒๕๐๑ ครับปิดโรงเมื่อ ๒๕๐๕ แล้วตัวท่านเองก็ลาโรง ไปลงโลง

เมื่อ ๒๕๐๖  

  ผมถาม ท่านอาจารย์ ม.ล. มานิจ ชุมสาย ที่ผมเคารพว่า ไหงไทยถึงแพ้  (ตอนที่ลิเกเรื่องที่ว่านี้เล่นอยู่ ท่านประจำอยู่ที่ UNESCO

Headquarters  Paris ) ท่านก็บอกว่าแผนที่ต่อท้่ายสัญญา ปักปันพรมแดน ของ ผู้ร้ายมันถูกเก็บโดยเจ้าเศษฝรั่งอยู่ที่ปารีสไม่มี

ปลวกคอยแทะกิน ส่วนฉบับของพระเอก ไม่รู้จะไปตาม DNA ที่จอมปลวกไหน ก็เลยเอวัง อย่างที่ ลูกๆหลานๆรู้กันมาด้วยความแค้น

อย่างทุกวันนี้. จะระบายความโกรธแค้นกับใครดี  ปลวก ? ผู้ร้าย ? หรือ  เรากันเอง ?


ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ผมได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมจาก Facebook ถึง ๓ วาระภายในเวลา ๑ปีเศษที่สมัครเป็นสมาชิกของเขา

ผมจึงเลิกใช้บริการของเขามา ๓ เดือนเศษแล้ว และignore คำเชิญให้กลับไปใช้บริการที่เขาส่งมาเป็นระยะๆต่อเนื่องภายหลังผมหยุด

การติดต่อกับเพื่อนทุกคนผ่าน FB


" แผนกลยุทธ " ที่กล่าวถึงกันทั่วๆไปนั้นเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของ กลยุทธที่จัดไว้เป็น ประเภท การวางแผนล่วงหน้า

( planned strategy ) ยังมีกลยุทธ/แผนกลยุทธอีกหลายประเภทที่นักวิชาการไทยละเลยไม่เอ่ยถึง เช่น กลยุทธเฉพาะหน้า

(Emergent strategy ) ซึ่งคิดขึ้นทันทีในสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ตัวอย่าง เมื่อนายพล รอมเมล รุกสายฟ้าแลบ

เจาะแนวตั้งรับอังกฤษ/ฝรั่งเศส ได้ที่เมืองArras เมื่อมิถุนายน 1940 เขาเห็นโอกาสที่จะทำลายกองกำลังพันธมิตรอย่าง

สิ้นเชิงจึง เปลี่ยนเป้าหมายจากการมุ่งยึดนครParis ( ซึ่งจะได้เพียงพื้นที่ และ คุณค่าทางการโฆษณา ) ไปเป็นการตีตลบขึ้นเหนือ

ทำลายกองทัพอังกฤษจดทะเบียนที่เมือง Dunquirque

    กลยุทธอีกประเภทหนึ่งคือ " จินตนกลยุทธ ( Intuitive strategy ) " ซึ่งเกิดจากการใช้ความรอบรู้/ประสบการณ์

สร้างกลยุทธ โดยไม่ทันต้องทำSWOT ตามขั้นตอนของ Planned strategy. ตัวอย่าง  กลยุทธ 4ทันสมัย ของ

เติ้ง เสี่ยว ผิง. หรือ "เปลี่ยนสนามรบ เป็นตลาดการค้า " ของ พลเอกชาติชาย ชุณหวัณ หรือ  กลยุทธ " Look East "

ของ มหาเดร์ เป็นต้น

        ผมสอนนอกสถาบันการศึกษามาตั้งแต่ 1986 ยังไม่เห็นความก้าวหน้าทางวิชาการจากสถาบันใดๆ

  ถ้านักวิชาการโดยอาชีพท่านใดจะช่วยนำเสนอว่ามีสำนักทฤษฎีกลยุทธถึง 10สำนัก ซึ่งมีวิธีการแตกต่างกันให้สาธารณชนไทย

  ได้รับรู้ก็จะเป็นคุณูปการแก่วงการวางแผนกลยุทธในไทยเป็นอย่างมากๆ

       ผมเคยเขียนบันทึกสั้นๆเรื่องนี้ไว้เมื่อหลายปีมาแล้ว แต่เจียมตัวว่ายังชีพด้วยการรับจ้างรายชั่วโมง คงไม่มีเวลาค้นคว้า

  ให้ลึกซึ้งเ่ทานักวิชาการอาชีพมีสังกัด จึงเผยแพร่ในวงแคบๆเท่านั้น

         ขอฝากให้ช่วยกันคิดสร้างสรรกันต่อไปด้วยครับ

    



  






พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี