ความเห็นล่าสุด


ขอบพระคุณอาจารย์ทั้งสองท่านค่ะ  ตอนนี้ทีมสื่อสาร แผนพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ อยากทำบทความอีกเรื่องหนึ่งในกรณี ของ มอ. คือ ในแง่ที่ว่า  ในการเรียนของนักศึกษาแพทย์คนทั่วไปมักรับรู้ว่าการศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับร่างกายและอวัยวะของมนุษย์นั้น นศพ.เรียนกับ "อาจารย์ใหญ่" ซึ่งไม่มีชีวิต แต่การเรียนการสอนที่ให้ นศพ.เรียนรู้จากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ให้แง่มุมที่แตกต่างกันอย่างไร และมีจุดเน้นในเรื่องการมีหัวใจความเป็นมนุษย์อย่างไร    อาจจะต้องรบกวนขอสัมภาษณ์ คุณหมอสกล และ คุณหมอจารุรินทร์ ในเร็ว ๆ นี้ค่ะ
"สุข" เมื่อใจมีความสุข แม้ฟังเพลงเศร้าก็ยังอมยิ้ม...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพลงร้องว่าอะไรก็เพราะใจคิดแต่เรื่องที่มีความสุข แต่ในทางกลับกันเมื่อใจทุกข์ ฟังเพลงเพลงเดียวกันกลับยิ่งทุกข์ซ้ำกว่าเดิม ฮึ ฮึ ฮึ...ขอแจมด้วยคนนะ

น้องเอก

ใช่แล้วค่ะ เรื่องราวของบ้านแม่ละนาเป็นการประสานร่วมกันของคนสามวัย และมีการจัดการที่ดีในแบบฉบับของตนเอง

ใครอยากไปเที่ยวปางมะผ้าถ้าให้ได้สัมผัสถึงความเป็นชุมชนแท้ ๆ ก็ต้องพักโฮมสเตย์  ที่นี่เขายังทำปฏิบัติท่องเที่ยว 12 เดือนที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของเขาอีกด้วย

สวัสดีค่ะคุณสิงห์ป่าสัก

เราไปเห็นสิ่งดี ๆ ก็มีความสุขค่ะ

สวัสดีค่ะ KMSABAI ขอบคุณที่แวะมาทักทาย เขียนไปตามที่เห็นเป็นมุมมองเล็ก ๆ จากคนนอก หากตกหล่นถ้าคนในช่วยเติมก็จะขอบคุณมาก ถือเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน ยินดีที่ได้รู้จัก ยังรอที่จะอ่านบันทึกของ KMSABAI อยู่นะคะ

แหมมาเร็วจริง ๆ ....มีโอกาสได้เข้าถึงคอมพิวเตอร์ก็วันนี้แหละค่ะ เลยรีบเล่าให้ฟัง ความจริงมีหลายเวอร์ชั่นเพราะ  เรื่องราวที่ได้เจอน่าสนใจมั๊ก ๆ ต้องไปเห็นด้วยตา สัมผัสด้วยใจ อย่างที่หนุ่มเมืองปายว่านั่นแหละค่ะ

ตอนนี้กำลังพยายามนำรูปใส่อยู่ค่ะ...อดใจรอหน่อยแล้วกัน

ส่วนใหญ่จะ "ได้"เกินคาดค่ะ เกินขนาดที่ว่ากรอบ KM-Inside ยังไม่ครอบคลุมพอ  แต่ตอนนี้ใน สคส.เราคุยกันชัดแล้วค่ะ ว่าทั้ง 10 ประเด็นของ KM-Inside เป็นเพียงไกด์กันลืมเวลาเราไปจับภาพเท่านั้น และตอนนี้เราก็ได้กรอบ KM-Inside ของภาคประชาชนแล้ว ตุ่มเอามาลงให้ดูคร่าว ๆ ดังนี้ค่ะ

  1.   มีคุณกิจจำนวนมากในชุมชน เป็น Team Learning เป็นกระบวนการต่อเนื่อง สมาชิกมาร่วมเรียนรู้แล้วต้องกลับไปปฏิบัติ แล้วกลับมาเรียนใหม่ เป็นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ
  2. มีการจดบันทึกอย่างไร
  3. มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับภายนอกอย่างไร
  4. กระบวนการนี้ทำมานานแค่ไหน มีความต่อเนื่องหรือไม่ สม่ำเสมอแค่ไหน เช่น ทำมา 1 ปี มีการพบปะกันทุกสัปดาห์หรือนานๆ พบกัน
  5. ดูผลที่เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มเรียนรู้ว่าเกิดอะไรบ้าง เช่น หนี้สินลดลง รายจ่ายลดลง เงินเหลือมากขึ้น ปัญหาครอบครัวลดลง ปัญหาสุขภาพลดลง มีเวลาเพิ่มขึ้น ความสัมพันธ์ดีขึ้น
  6. เกิดการเรียนรู้ในประเด็นอื่นหรือไม่  เช่น เริ่มจากทำผักปลอดสารแต่ขยายไปตั้งกลุ่มผลไม้เพิ่มได้ แต่กลุ่มผักก็ยังเข้มแข็ง

  สคส. ให้ KM Inside เมื่อมั่นใจว่ามีความต่อเนื่อง ไม่ใช่ให้โก้ๆ เพราะ KM Inside คือเครื่องมือในการ      ขับเคลื่อน KM ประเทศไทย   กลุ่มทำงานที่ได้รับ KM Inside ต้องเป็นกลุ่มคนที่มี KM พอสมควร  และยินดี     ที่จะมีคนมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้วย   โดย สคส. จะมีคำอธิบายให้กลุ่มคนที่ได้ KM Inside ประมาณ       2 – 3 หน้า รวมทั้งให้ recommend  ใครจะไปดูงานจากกลุ่มเหล่านี้ต้องอ่านคำอธิบายประกอบด้วยว่ากลุ่มนั้นๆ มีความเด่นดีด้านใด และต้องพัฒนาด้านใดเพิ่มเติม

 

 

ตอบครูนงค่ะ

ที่ว่า KM-Inside เป็นไกด์จับภาพ อันนี้เป็นความเห็นของตุ่มนะคะ  สำหรับการจับภาพ KM  ภาคประชาสังคม  ซึ่งสิ่งที่เราเห็นคือภาพรวมของเรื่องราวซึ่งบางครั้งก็แยกแยะบทบาทกันชัดเจนแต่บางที่ก็แยกไม่ออกเพราะมันเนียนอยู่ในงาน และผลที่ได้บางทีก็หลุดกรอบ KM-Inside เยอะ   

วันนี้ที่ สคส.เราคุยกันเรื่องนี้ค่ะ หลังจากนำผลงานจับภาพที่ผ่านมา พยายามมองใต้กรอบ KM-Inside  แล้วก็พบว่า KM-Inside ที่มีกรอบชัด ๆ อย่างนี้น่าจะเหมาะกับการทำ KM ของหน่วยงาน หรือองค์กรที่มีโครงสร้างชัดเจน อย่างภาคเอกชน

สำหรับภาคประชาสังคมคงต้องดูเป็นกรณี ๆ ไป อย่างการจัดการความรู้แก้จนเมืองคอน  กับ การจัดการความรู้ที่ กศน.เมืองคอนทำเอง เราก็มองแยกค่ะ และก็เห็นว่าเป็น KM - Inside ทั้งคู่ค่ะ

วันนี้ต้องรีบไป ไว้จะมาอธิบายเพิ่มค่ะ 

ตอบครูนงเมืองคอนค่ะ

ขอบคุณครูนงที่ให้ความเห็น และชื่นชมกับเครือข่าย Blog ของเครือข่ายเกษตรอินทรีย์เมืองนครฯค่ะ

เรื่องของการจัดการความรู้ จะดูเฉพาะองค์ประกอบใดโดด ๆ ไม่ได้ ตุ่มดูในภาพรวมค่ะ  ดูผลที่เกิด กระบวนการที่ทำ เทคนิควิธีการใหม่ ๆ ที่เกิดจากการเรียนรู้และปฏิบัติ   ซึ่งเส้นทางแห่งความสำเร็จของการจัดการความรู้ของแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน  

 หากจะจับกรอบ KM-Inside ก็ใส่ได้หมดแหละค่ะ เพียงแต่ระดับมากน้อยแตกต่างกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้เห็นว่ากลุ่ม/ชุมชน นั้นมีจุดเด่นของการทำจัดการความรู้ในด้านใด ที่ถือเป็น  Best Practice 

อยากให้เรื่องจัดการความรู้เป็นเหมือนเวลาเราแหงนมองฟ้าแล้วเห็นดาวกระพริบเกิดขึ้นที่โน่นที่นี่ กระจายเต็มฟ้าค่ะ  และหากลากเส้นโยงไปมาก็เกิดเป็นรูปร่าง เป็นกลุ่มอยู่ตรงนั้นตรงนี้ คล้าย CoPs เหมือนกันนะคะ

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี