ความเห็นล่าสุด


๑.บันทักนี้เป็นการรวบรวมข้อเท็จจริงของน้องหนึ่ง และน้องสอง? หรือเป็นการวิเคราะห์สถานะของน้องทั้งสองคน?

๒.ข้อเท็จจริงครบถ้วนหรือยังคะ? คุณพ่อมีสถานะคนสัญชาติไทยในขณะที่น้องเกิดรึเปล่าคะ ต้องดูข้อเท็จจริงของคุณปู่คุณย่าด้วยมั๊ย?

๓.มีพยานหลักฐานครบถ้วนมั๊ยคะ พยานเอกสารที่ระบุว่าคุณพ่อมีสัญชาติไทย พยานเอกสารของน้องทั้งสองคน ของแม่

๔.เห็นผลตรวจดีเอ็นเอแล้วในนั้นระบุว่าอย่างไร มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นบิดา-บุตร กี่เปอร์เซ็นต์คะ?

๕.ที่อำเภอเรียกพยานเพิ่มนั้นจะมาพิสูจน์ในประเด็นอะไร?

๖. ดูข้อ ๕ วรรคสาม ของประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ แบบคำขอ แบบหนังสือรับรอง และวิธีการสอบสวนเพื่อพิสูจน์ความเป็นบิดาซึ่งมีสัญชาติไทยของผู้เกิดเพื่อการได้สัญชาติไทยโดยการเกิด ลงวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๔ ที่วางหลักว่า "กรณีผู้ขอมีหลักฐานการตรวจสารพันธุกรรม(DNA) หรือหลักฐานการตรวจทางวิทยาศาสตร์ซึ่งพิสูจน์ว่าบิดาและผู้เกิดเป็นบิดาและบุตรกัน ให้ยกเว้นการสอบสวนพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือ"

http://www.pikarnpanya.tht.in/images/Legal_provision5_07.pdf

มีความเห็นต่องานเขียนชิ้นแรก ดังนี้ค่ะ

๑. การตั้งชื่องานในครั้งต่อๆไป : เนื่องจากเป็นงาน Legal Aid ควรตั้งชื่อบันทึกตามกรณีศึกษา และใช้ชื่อเคสตั้งเป็น "คำสำคัญ/keyword" เพื่อความสะดวกในการสืบค้นค่ะ

๒. ถ้าได้รับสำเนาเอกสารแล้วเพิ่มเติมรายละเอียดต่างๆด้วยนะคะ เช่น เลข ๑๓ หลัก ให้ ๓ หลักสุดท้ายเป็น xxx ค่ะ

๓. ข้อเท็จจริงของคุณพ่อ : ในขณะที่ลูกเกิดนั้นคุณพ่อมีสัญชาติไทยมั๊ยคะ?, ปู่ย่ามีสัญชาติไทยมั๊ย? เพื่อมาวิเคราะห์สถานะคุณลูกในขณะเกิดค่ะ 

 

 

ตอบพี่แมวค่ะ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/471866

ทั้งเรื่องสิทธิในสัญชาติ และสิทธิในการจดทะเบียนเกิดในฐานะคนสัญชาติไทย หากข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่านายไนท์ผู้เป็นบิดามีสัญชาติไทยจริงค่ะ 

สำหรับการติดต่อเพื่อช่วยเหลือน้องเค้าสามารถส่งข้อความติดต่อไปที่กลุ่มเครือข่ายไทยพลัดถิ่นได้ค่ะ

อีเมล์ thaipladthin@hotmail.com

เวปไซต์ http://www.thaipladthin.org

เฟสบุค http://www.facebook.com/thaipladthin

สำหรับความคืบหน้าของน้อง 

1. ตอนนี้เรมะมีบัตรเลข 0 (บัตรผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน-- กลุ่มนักเรียน) และมีหลักประกันสุขภาพตามมติครม. 23 มีนาคม 2553 แล้วค่ะ

2. ส่วนเรื่องสัญชาติ สำหรับกลุ่มไทยพลัดถิ่น หลังจากมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สัญชาติ ฉบับที่.... เมื่อ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา และสภาได้มีมติรับหลักการของร่าง ก.ม.ฉบับดังกล่าวแล้ว ตอนนี้คงต้องรอให้ ก.ม.ออกมา เรมะจึงจะไปแสดงตนเพื่อใช้สิทธิในสัญชาติไทย ตามกระบวนการที่ก.ม.กำหนด (รายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.สัญชาติ ฉบับที่... ดูได้ที่ลิงค์นี้ http://www.senate.go.th/document/one/68.pdf)

๑ ปีผ่านมา ดาวมอญบอกว่าตอนนี้ทางรร.อกวุฒิการศึกษาให้แล้วค่ะ

แต่เรื่องการแก้ไขเอกสารทะเบียนราษฎรยังมีปัญหา

เนื่องจากดาวมอญยังไม่ได้รวบรวมพยานบุคคลเพื่อเป็นพยานในการยื่นคำร้องขอแก้ไขชื่อพ่อ-แม่ ในหนังสือรับรองการเกิด(ท.ร.๑/๑ ตอน๑) ให้ตรงกับชื่อในปัจจุบัน

๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๓

คุณนวพรเกิดที่ไหน เมื่อไหร่ มีญาติพี่น้องมั๊ยคะ

ถ้าคุณมีบัตรบุคคลทีีไม่มีสถานะทางทะเบียน มีเลขประจำตัว ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วย "๐" ใช่มั๊ยคะ?

ถ้าใช่ก็แสดงว่าคุณมีชื่อในทะเบียนราษฎรแล้วนะคะ

แต่เป็นทะเบียนราษฎรประเภททะเบียนประวัติ ที่มีชื่ว่า"ทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนค่ะ"

คุณควรเล่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวเองให้มากกว่านี้นะคะ ส่งข้อเท็จจริงมาทางเมล์ก็ได้ค่ะ

ผลของการต่อสู้เพื่อหลักการในครั้งนี้ ก็คือ ความยุติธรรม และเท่าเทียมกัน

ต่อไปนี้มันจะกลายเป็นบรรทัดฐานสำหรับทุกคนที่เข้าเงื่อนไขเดียวกับมิว

มันไม่ใช่การแสวงหาความชอบธรรมส่วนตน

แต่เป็นความชอบธรรมของคนในสถานการณ์เดียวกันต่างหาก

ดีใจด้วย

ไหม

สรุปการเดินทางของคำร้องขอแปลงสัญชาติของ อ.อายุ นามเทพ

๒๘ ตุลาคม ๒๕๔๘ ยื่นคำร้อง แบบ ป.ช.๑ ณ สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่

๒๙ พฤษภาคม ๒๕๔๙  สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหนังสือที่ ตช. ๐๐๒๘.๑๖๑/๒๔๙๙ เรื่องการขอแปลงสัญชาติเป็นไทย รายนางอายุ นามเทพ ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย

๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๙ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยรับเรื่องไว้ปรากฎตามเลขรับที่ ๕๐๔๓๑ และส่งเรื่องต่อไปยังส่วนประสานราชการ สำนักกิจการความมั่นคงภายใน

๖ กรกฎาคม ๒๕๔๙  ส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการประทรวงมหาดไทยเพื่อติดตามความคืบหน้าในการร้องขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ครั้งที่ ๑

๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๙  มีการพิจารณาคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทยโดยคณะทำงานพิจารณากลั่นกรองคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการประทรวงมหาดไทยเพื่อติดตามความคืบหน้าในการร้องขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ครั้งที่ ๒

๑๕ กันยายน ๒๕๕๑ ส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการประทรวงมหาดไทยเพื่อติดตามความคืบหน้าในการร้องขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ครั้งที่ ๓

๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ สำนักกิจการความมั่นคงภายใน มีหนังสือที่ มท. ๐๓๐๘.๔/๘๐๕๓ แจ้งไปยังอาจาย์อายุว่า ได้รับเรื่องการขอแปลงสัญชาตเป็นไทย คืนจากสำนักงานรัฐมนตรีฯ เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้ใช้ดุลยพินิจสั่งการและมีการเปลี่ยนแปลงตัวรมต. เรื่องของ อาจารย์อายุจึงอยู่ระหว่างรอการเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองสัญชาติ(ตามกฎหมายใหม่)มีความเห็นก่อนที่จะเสนอรมต.พิจารณาใช้ดุลพินิจ

พ.ศ. ๒๕๕๑ เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองสัญชาติตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่๔)พ.ศ.๒๕๕๑

๔ มีนาคม ๒๕๕๒ คณะกรรมการกลั่นกรองสัญชาติส่งเรื่องกลับมา สนมน.

สนมน.ส่งเรื่องต่อไปยังสำนักงานกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

ส่งต่อไปยังรองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภาระกิจความั่นคง

ส่งต่อสำนักงานรัฐมนตรี

ส่งต่อเลขานุการรัฐมนตรี

เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยลงนาม

ตอบ อ.แหวว ค่ะ

ขั้นตอนที่ ๑

  • คำร้องวางอยู่ที่ไหน ..... วันนี้ไปเช็คที่กรมการปกครอง (สนมน.)ค่ะ ได้คำตอบมาว่าคำร้องออกจากกรม  ไปสู่หน้าห้องรัฐมนตรีแล้วค่ะ แต่วันนี้ยังไม่ได้คุยกับคุณศุภพานี เลขาท่านมท.๑ เลยค่ะ พรุ่งนี้จะคุยให้แน่ใจอีกครั้งค่ะ
  • ข่าวที่ไหมต้องทำให้สังคมไทยรับรู้คืออะไร ??? ….ต้องทำให้สังคมทราบว่าคำร้องเดินทางไปถึงหน้าห้อง มท.๑ แล้ว และความล่าช้าในการขอแปลงสัญชาติอยู่ตรงไหน เกิดจากอะไร และจะแก้ไขได้อย่างไร

ขั้นตอนที่ ๒

  • ประสานคุณศุภชัย ใจสมุทร เลขา มท.๑ ซึ่ง อ.แหวว และครูแดงเคยร้องขอให้ช่วยตามหาคำร้อง เพื่อนำไปเสนอท่าน มท.๑
  • โทรหา ......คุณศุภชัย
  • ไปหา .... คุณอภิรัฐ สะมะแอ คุณศุภชัย
  • ฝากจดหมายน้อย ..... ให้คุณศุภชัย ช่วยติดตามเรื่อง ของ อ.อายุ
  • รบกวนครูแดงโทรหา .... คุณศุภชัย
  • เตือนให้ อ.แหวว โทรหา .... คุณศุภชัย
  • บอกสื่อที่เคยสัมภาษณ์ อ.อายุ  ......ให้ช่วยกันกระจายข่าวถึงคนรัก อ.อายุ และส่งข่าวไปถึง มท.๑
  • บอกคนรัก อ.อายุ .........ให้มารวมพลังกันเขียนเรื่องราวของ อ.อายุ ให้สังคมได้รับรู้ ช่วยกันส่งเสียงไปถึง มท.๑ และอาจนัดรวมพลคนรัก อ.อายุ ไปขอพบท่านนายก
  • อุปสรรคสุดท้ายของ อ.อายุ อยู่ตรงไหน ???? ....อุปสรรคสุดท้ายของ อ.อายุ คือ รอให้ มท.๑ ลงนาม
  • และใครอาจจัดการอุปสรรคนั้น ??????.....คนที่สามารถจัดการอุปสรรคได้...มท.๑


คุณนิ่มคะ

๑. เรื่องการจดทะเบียนสมร

คุณนิ่มและคุณยอดรักสามารถดำเนินการได้เลยนะคะ ไม่ต้องรอการพิสูจน์สัญชาติ เพียงแต่เข้าเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดก็สามารถจดทะเบียนสมรสได้เลยค่ะ ส่วนเงื่อนไขในการสมรสก็เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมวด ๒ : เงื่อนไขแห่งการสมรส (มาตรา ๑๔๔๘ - มาตรา ๑๔๖๐)

มาตรา ๑๔๔๘ การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุสิบเจ็ดปีบริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้

มาตรา ๑๔๔๙ การสมรสจะกระทำมิได้ถ้าชายหรือหญิงเป็นบุคคลวิกลจริตหรือเป็นบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ

มาตรา ๑๔๕๐ ชายหญิงซึ่งเป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมาก็ดี เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดาก็ดี จะทำการสมรสกันไม่ได้ ความเป็นญาติดังกล่าวมานี้ให้ถือตามสายโลหิต โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นญาติโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

มาตรา ๑๔๕๑ ผู้รับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมจะสมรสกันไม่ได้

มาตรา ๑๔๕๒ ชายหรือหญิงจะทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่ไม่ได้

มาตรา ๑๔๕๓ หญิงที่สามีตายหรือที่การสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่นจะทำการสมรสใหม่ได้ต่อเมื่อการสิ้นสุดแห่งการสมรสได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าสามร้อยสิบวัน เว้นแต่

(๑) คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น

(๒) สมรสกับคู่สมรสเดิม

(๓) มีใบรับรองแพทย์ประกาศนียบัตรหรือปริญญาซึ่งเป็นผู้ประกอบการรักษาโรคในสาขาเวชกรรมได้ตามกฎหมายว่ามิได้มีครรภ์ หรือ (๔) มีคำสั่งของศาลให้สมรสได้

มาตรา ๑๔๕๔ ผู้เยาว์จะทำการสมรสให้นำความในมาตรา ๑๔๓๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๔๕๕ การให้ความยินยอมให้ทำการสมรสจะกระทำได้แต่โดย

(๑) ลงลายมือชื่อในทะเบียนขณะจดทะเบียนสมรส

(๒) ทำเป็นหนังสือแสดงความยินยอมโดยระบุชื่อผู้จะสมรสทั้งสองฝ่ายและลงลายมือชื่อของผู้ให้ความยินยอม

(๓) ถ้ามีเหตุจำเป็น จะให้ความยินยอมด้วยวาจาต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนก็ได้ ความยินยอมนั้น เมื่อให้แล้วถอนไม่ได้

มาตรา ๑๔๕๖ ถ้าไม่มีผู้ที่มีอำนาจให้ความยินยอมตามมาตรา ๑๔๕๔ หรือมีแต่ไม่ให้ความยินยอมหรือไม่อยู่ในสภาพที่อาจให้ความยินยอม หรือโดยพฤติการณ์ผู้เยาว์ไม่อาจขอความยินยอมได้ ผู้เยาว์อาจร้องขอต่อศาลเพื่ออนุญาตให้ทำการสมรส

มาตรา ๑๔๕๗ การสมรสตามประมวลกฎหมายนี้จะมีได้เฉพาะเมื่อได้จดทะเบียนแล้วเท่านั้น

มาตรา ๑๔๕๘ การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายหญิงยินยอมเป็นสามีภริยากันและต้องแสดงการยินยอมนั้นให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียนและให้นายทะเบียนบันทึกความยินยอมนั้นไว้ด้วย

มาตรา ๑๔๕๙ การสมรสในต่างประเทศระหว่างคนที่มีสัญชาติไทยด้วยกัน หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสัญชาติไทย จะทำตามแบบที่กำหนดไว้ตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายแห่งประเทศนั้นก็ได้ ในกรณีที่คู่สมรสประสงค์จะจดทะเบียนตามกฎหมายไทย ให้พนักงานทูตหรือกงสุลไทยเป็นผู้รับจดทะเบียน

มาตรา ๑๔๖๐ เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษซึ่งไม่อาจทำการจดทะเบียนสมรสต่อนายทะเบียนได้เพราะชายหรือหญิงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย หรืออยู่ในภาวะการรบหรือสงคราม ถ้าชายและหญิงนั้นได้แสดงเจตนาจะสมรสกันต่อหน้าบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะที่อยู่ ณ ที่นั้น แล้วให้บุคคลดังกล่าวจดแจ้งการแสดงเจตนาขอทำการสมรสของชายและหญิงนั้นไว้เป็นหลักฐาน และต่อมาชายหญิงได้จดทะเบียนสมรสกันภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่อาจทำการจดทะเบียนต่อนายทะเบียนได้ โดยแสดงหลักฐานต่อนายทะเบียนและให้นายทะเบียนจดแจ้งวัน เดือน ปี สถานที่ที่แสดงเจตนาขอทำการสมรส และพฤติการณ์พิเศษนั้นไว้ในทะเบียนสมรส ให้ถือว่าวันแสดงเจตนาขอทำการสมรสต่อบุคคลดังกล่าวเป็นวันจดทะเบียนสมรสต่อนายทะเบียนแล้ว ความในมาตรานี้มิให้ใช้บังคับถ้าหากจะมีการสมรสในวันแสดงเจตนาขอทำการสมรส การสมรสนั้นจะตกเป็นโมฆะ

 

(ต่อ)

3.    กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ค.ศ.1966 (International Covenant on Economic Social and Cultural Rights – ICESCR)

ข้อ 2

1.  รัฐภาคีแต่ละรัฐแห่งกติกานี้รับที่จะดำเนินการ โดยเอกเทศและโดยความร่วมมือและความช่วยเหลือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางเศรษฐกิจและวิชาการ โดยใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรที่มีอยู่ เพื่อให้สัมฤทธิ์ผลในการทำให้สิทธิซึ่งรับรองไว้ในกติกานี้กลายเป็นความจริงอย่างบริบูรณ์โดยลำดับด้วยวิธีทั้งปวงที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งรวมทั้งการกำหนดมาตรการทางกฎหมายด้วย

2.  รัฐภาคีแห่งกติกานี้รับที่จะประกันว่าสิทธิทั้งหลายที่ระบุไว้ในกติกานี้จะใช้ได้โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติใด ๆ ในเรื่องเชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมืองหรือความคิดเห็นอื่นใด ชาติหรือสังคมดั้งเดิม ทรัพย์สิน กำเนิดหรือสถานะอื่น

Article 2

1. Each State Party to the present Covenant undertakes to take steps, individually and through international assistance and co-operation, especially economic and technical, to the maximum of its available resources, with a view to achieving progressively the full realization of the rights recognized in the present Covenant by all appropriate means, including particularly the adoption of legislative measures.

2. The States Parties to the present Covenant undertake to guarantee that the rights enunciated in the present Covenant will be exercised without discrimination of any kind as to race, colour, sex, language, religion, political or other opinion, national or social origin, property, birth or other status.

ข้อ 13

1. รัฐภาคีแห่งกติกานี้รับรองสิทธิของทุกคนในการศึกษา รัฐภาคีเห็นพ้องกันว่าการศึกษาจะต้องมุ่งให้เกิดการพัฒนาบุคลิกภาพของมนุษย์และความสำนึกในศักดิ์ศรีของตนอย่างบริบูรณ์ และจะต้องเพิ่มพูนการเคารพในสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน รัฐภาคีเห็นพ้องกันอีกว่า การศึกษาจะต้องทำให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องส่งเสริมความเข้าใจ ความอดกลั้นและมิตรภาพระหว่างชาติ และกลุ่มเชื้อชาติ ชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มศาสนาทั้งปวง และสานต่อไปถึงกิจกรรมของสหประชาชาติในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ

2. รัฐภาคีแห่งกตินี้รับรองว่า เพื่อที่จะทำให้สิทธินี้เป็นจริงโดยบริบูรณ์

(ก) การศึกษาขั้นประถมจะต้องเป็นการศึกษาภาคบังคับและจัดให้ทุกคนแบบให้เปล่า

(ข) จะต้องจัดการศึกษาขั้นมัธยมในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งการศึกษามัธยมทางเทคนิคศึกษาและอาชีวศึกษา ให้มีขึ้นโดยทั่วไป และให้ทุกคนมีสิทธิได้รับโดยวิธีการที่เหมาะสมทุกทาง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยการนำการศึกษาแบบให้เปล่ามาใช้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

(ค) ทุกคนจะต้องสามารถได้รับการศึกษาขั้นอุดมศึกษาอย่างเท่าเทียมกันบนพื้นฐานของความสามารถ โดยวิธีการที่เหมาะสมทุกทาง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยการนำการศึกษาแบบให้เปล่ามาใช้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

(ง) การศึกษาขั้นพื้นฐานจะต้องได้รับการสนับสนุนหรือส่งเสริมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับหรือเรียนไม่ครบตามช่วงระยะเวลาทั้งหมดของการศึกษาขั้นประถม

(จ) จะต้องดำเนินการพัฒนาระบบโรงเรียนทุกระดับอย่างแข็งขัน ให้มีระบบทุนการศึกษาที่เพียงพอ และปรับปรุงสภาพของวัสดุประกอบการสอนของครูอย่างต่อเนื่อง

3. รัฐภาคีทั้งหลายแห่งกติกานี้รับที่จะเคารพเสรีภาพของบิดามารดาและผู้ปกครองตามกฎหมายในกรณีที่มี ในการเลือกโรงเรียนสำหรับเด็กของตน นอกจากที่จัดตั้งโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เช่นที่เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาขั้นต่ำที่รัฐกำหนดไว้หรือให้ความเห็นชอบเพื่อประกันให้การศึกษาทางศาสนาและศีลธรรมของเด็กเป็นไปโดยสอดคล้องกับความเชื่อถือของตน

4. ไม่มีส่วนใดของข้อนี้จะแปลไปในทางก้าวก่ายเสรีภาพของปัจเจกชน และองค์กรในการจัดตั้งและดำเนินการสถาบันการศึกษา ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามหลักการที่ระบุไว้ในวรรค ๑ ของข้อนี้ และข้อกำหนดที่ว่า การศึกษาในสถาบันเช่นว่าจะต้องสอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามที่รัฐได้กำหนดไว้

Article 13

1. The States Parties to the present Covenant recognize the right of everyone to education. They agree that education shall be directed to the full development of the human personality and the sense of its dignity, and shall strengthen the respect for human rights and fundamental freedoms. They further agree that education shall enable all persons to participate effectively in a free society, promote understanding, tolerance and friendship among all nations and all racial, ethnic or religious groups, and further the activities of the United Nations for the maintenance of peace.

2. The States Parties to the present Covenant recognize that, with a view to achieving the full realization of this right:

(a) Primary education shall be compulsory and available free to all;

(b) Secondary education in its different forms, including technical and vocational secondary education, shall be made generally available and accessible to all by every appropriate means, and in particular by the progressive introduction of free education;

(c) Higher education shall be made equally accessible to all, on the basis of capacity, by every appropriate means, and in particular by the progressive introduction of free education;

(d) Fundamental education shall be encouraged or intensified as far as possible for those persons who have not received or completed the whole period of their primary education;

(e) The development of a system of schools at all levels shall be actively pursued, an adequate fellowship system shall be established, and the material conditions of teaching staff shall be continuously improved.

3. The States Parties to the present Covenant undertake to have respect for the liberty of parents and, when applicable, legal guardians to choose for their children schools, other than those established by the public authorities, which conform to such minimum educational standards as may be laid down or approved by the State and to ensure the religious and moral education of their children in conformity with their own convictions.

4. No part of this article shall be construed so as to interfere with the liberty of individuals and bodies to establish and direct educational institutions, subject always to the observance of the principles set forth in paragraph I of this article and to the requirement that the education given in such institutions shall conform to such minimum standards as may be laid down by the State.

4. อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child - CRC)

5.     อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination against Women- CEDAW)

6.     อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ(Convention on the Elimination of All Forms of Racial Discrimination – ICERD)

v  กฎหมายไทย

1.   พระราชบัญญัติว่าด้วยคนเข้าเมือง พ.ศ.2522

มาตรา 17 

ในกรณีพิเศษเฉพาะเรื่อง รัฐมนตรีโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีจะอนุญาตให้คนต่างด้าวผู้ใดหรือจำพวกใดเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรภายใต้เงื่อนไขใดๆ หรือจะยกเว้นไม่จำต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีใดๆ ก็ได้

v  นโยบายของรัฐไทย

หนังสือด่วนมากที่ มท.0308.4/795 ลงวันที่ 7 มีนาคม 2550 เรื่อง การดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 เกี่ยวกับการอนุญาตให้นักเรียนนักศึกษาที่เป็นบุคคลไม่มีสัญาติไทยเดินทางออกนอกเขตควบคุมเป็นการชั่วคราวเพื่อรับการศึกษาในสถานศึกษา โดยระยะเวลาการอนุญาตนั้นให้พิจารณาจากระยะเวลาที่ผู้นั้นศึกษาตามหลักสูตรและระยะเวลาในการเดินทางไปกลับเป็นสำคัญ(อยู่ระหว่างการออกระเบียบ มท.)

 

 

สารบัญ

 

 

หน้า

1. กำหนดการ

1

2. เอกสารแนะนำโครงการประชุมวิชาการ Monday Meeting ครั้งที่ 3 หัวข้อ “สิทธิในทรัพย์สิน (Right to property) ของคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ศึกษากรณีสิทธิทางการเงินและการใช้บริการธนาณัติของคนไร้รัฐไร้สัญชาติ

4

3. เอกสารแนะนำโครงการเสวนาวิชาการ Monday Meeting

8

4. เอกสารแนะนำโครงการช่วยเหลือบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติในการใช้ธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบไปรษณีย์ไทย

12

5. รายชื่อผู้ได้รับเชิญเข้าร่วมโครงการประชุมวิชาการ Monday Meeting ครั้งที่ 3

15

6. เอกสารประกอบการประชุม

 

6.1  

กฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในทรัพย์สินของคนไร้รัฐไร้สัญชาติ

20

6.2  

กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในทรัพย์สินของคนไร้รัฐไร้สัญชาติ

23

6.3  

คู่มือการใช้บริการไปรษณีย์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแสดงตนเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินของคนไร้รัฐไร้สัญชาติ

26

6.4  

หนังสือตอบจากกรมไปรษณีย์ไทย

ที่ ปณท รบ. (รง.4)/1862 ลว 13 กรกฎาคม 2552

เรื่อง ขอตรวจสอบสิทธิของบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย/บัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน กรณีใช้เป็นหลักฐานประจำตัวในการทำธุรกรรมการเงินกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

32

6.5  

หนังสือ มท.0309.1/8511 ลว 28 กรกฎาคม 2552

เรื่อง สิทธิของบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยและบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนกรณีใช้เป็นหลักฐานประจำตัวในการทำธุรกรรม

33

6.6  

หนังสือ มท.0309.1/ว 14 ลว 24 มกราคม 2551

เรื่อง ประเภทของบุคคลซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทยที่ปรากฎตามเอกสารการทะเบียนราษฎร

36

6.7  

ตัวอย่างบัตรแสดงตนของคนต่างด้าวตามกฎหมายไทย

44

เอกสารประกอบการเสวนา

๑. หนังสือตอบจากบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด 




ขอโทษด้วยนะ ที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า

วันนี้มีหลายเรื่องเรียกร้องให้ต้องรีบๆๆ ทุกคนที่โทรมาก็บอกว่ารีบๆๆ ด่วนๆๆ

เราคงไม่ได้ชั่งน้ำหนักให้ดีเสียก่อน

เลยโทรคุยกับคนอื่นจนสตางค์หมด

พอถึงตาที่จะต้องบอกมิวก็เลย แป่วววว โทรไม่ได้

เราไม่ได้ลืมนัดหรอกนะ

ต้องขอโทษอีกครั้งนะ

สำหรับบันทึกนี้น่าจะช่วยกระตุ้นเตือนให้เราสื่อสารกันมากกว่านี้

ในทุกๆเรื่องไม่เฉพาะเรื่องการตรงต่อเวลา

จะพยายามปรับปรุงนะ

อย่าเพิ่งเบื่อที่จะเตือนกันล่ะ

ถ้าเพื่อนในทีมไม่ช่วยเตือน/ฉุด/รั้ง ทีมก็จะไม่สามารถเดินไปได้

ขอบใจนะกับความพยายามที่จะเตือนสติ

ขอบใจจ้า

To: Archanwell

Subject: ความคิดเห็นของอาตมาเกี่ยวกับพระไร้สัญชาติ
Date: Wed, 15 Jul 2009 21:13:42 +0700

 

เจริญพรอาจารย์แหวว และทุกท่านที่เกี่ยวข้อง

                ขอใช้สัพพนามคำว่าผม แทนตัวนะครับ อาจจะไม่เหมาะกับการที่จะใช้กับฆราวาสทั่วไป ก็ต้องขออภัย เพราะอย่างน้อยคิดว่าก็คงมีเพื่อสหธรรมมิกคงจะได้อ่านเมลฉบับนี้

                สำหรับการตั้งวงเสวนาในเรื่องของพระไร้สัญชาติเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี  ดังนั้นผมจึงขอกล่าวเป็นข้อ ๆ เพราะไม่ถนัดเรื่องเขียนหนังสือเท่าไร หากงงหรือไม่เข้าใจก็ต้องขออภัย จะพยายามเขียนให้งงน้อยที่สุดครับ

       ๑.  จำนวน หรือสถิติถือเป็นเรื่องที่สำคัญ พระที่ไร้สัญชาติ หรือที่ไม่มีสัญชาติไทย  มีเท่าไร  เพราะตอนนี้เรายังไม่รู้จำนวนที่แน่นอน แม้ช่วงนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้จัดเก็บประวัติของพระภิกษุทั่วประเทศที่บวชตั้งแต่ ๕ เดือนขึ้นไปแล้ว ก็ไม่แน่ว่า ข้อมูลที่ได้จะมีข้อมูลที่เป็นพระไร้สัญชาติ หรือไม่ได้สัญชาติไทย หรือไม่อย่างไร

                เรื่องนี้  หากเราจะสำรวจจำนวนพระที่ไร้สัญชาติ หรือพระที่ไม่ได้สัญชาติไทย และบวชถูกต้องตามกฎมหาเถรสมาคมว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระอุปัชฌาย์ ก็คงทำได้  แต่อยากนิดเพราะอาจต้องผ่านองค์กรสงฆ์เป็นผู้สั่งการ  อาจเป็นมหาเถรสมาคมเป็นผู้เห็นชอบ โดยต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย  ในการที่จะต้องกล้าในการเปิดเผยข้อมูล  ไม่ว่าจะเป็น

                ตัวเจ้าของปัญหาเอง (เพราะผมคิดว่า  บางท่านอาจจะกลัวมีปัญหาเลยไม่กล้าที่จะเปิดเผยถึงประวัติตัวเอง)  เพื่อที่จะได้มีข้อมูล หรือรู้ถึงสถานะความเป็นจริงของท่านว่าเป็นอย่างไร จะได้มีวิธีแก้ที่ถูกต้อง

                เจ้าอาวาส  ก็จะต้องกล้าในการที่จะให้ข้อมูล หรือบางส่วนอาจจะไม่ทราบด้วยซ้ำว่าพระรูปนั้นรูปนี้ ท่านไร้สัญชาติหรือไม่มีสัญชาติไทย  ( อันนี้คิดเองนะครับว่า  คนที่ไม่มีสัญชาติไทย ก็ถือเป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองใช่หรือไม่ครับ ถ้าใช่  ก็ถือว่าเจ้าอาวาสในฐานะที่เป็นเจ้าบ้าน ก็ต้องถือว่าให้ที่พักพิงแก่คนต่างด้าวถือว่ามีความผิดหรือไม่  เพราะเชื่อว่าบางส่วนก็อาจมาพำนักอยู่ในวัดโดยไม่ได้ขออนุญาตก็ได้  และถ้าถือว่ามีความผิด ก็จะต้องมีหลักประกันหรือชี้แจงในหนังสือไปว่าไม่มีความผิด เพื่อที่ว่าท่านจะได้กล้าเปิดเผยข้อมูล และเชื่อว่าท่านเหล่านั้นก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าอาวาสหรอก)

                ตามข้อนี้อาจเป็นเรื่องใหญ่ ในการที่จะขอข้อมูล  จะเป็นไปได้หรือไม่หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ไม่ว่าจะเป็น 

                ๑.ตัวแทนจากกรมการปกครอง  ที่เกี่ยวกับเรื่องสัญชาติ

                ๒.ตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว  เพื่อจะได้หารือเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่ว่าหากเจ้าอาวาสให้ที่พักพิงกับพระท่านเหล่านั้นจะมีความผิดหรือไม่ เพื่อให้ตัวแทนจากมหาเถรสมาคมได้รับทราบข้อมูลด้วย

                ๓.ตัวแทนจากมหาเถรสมาคม  ในการที่จะมารับทราบปัญหาโดยตรงจากกรมการปกครองก็ดี พระไร้สัญชาติ หรือไม่มีสัญชาติไทยก็ดี

                ๔.ทีมงานของคณะอาจารย์

                ๕.ตัวแทนผู้ที่ได้รับผลกระทบ คือพระที่ไร้สัญชาติ หรือไม่มีสัญชาติไทย

                   ๖.ตัวแทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะที่กำกับดูงานด้านพระพุทธศาสนา

                 ๗.ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง ๒ แห่ง คือ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

                หากตัวแทนเหล่านั้นมาร่วมประชุมกัน เพื่อหาข้อสรุปในการที่จะดำเนินการว่าจะดำเนินการไปในทิศทางใด  จะสำรวจหรือไม่อย่างไร  โดยให้ได้ข้อสรุป  เพื่อที่จะดำเนินการต่อไป  เพราะหากดำเนินการเพียงมหาเถรสมาคมก็คงมีการโยนกันไปมาอย่างท่านไพศาลว่าแหละครับ

               

       ๒.ในข้อนี้ ขอคิดไปก่อนล่วงหน้านะครับ  หากเราทราบจำนวนสถิติข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวบุคคลของท่านที่แน่ชัดแล้ว ไม่ว่าจะมหาวิทยาลัยสงฆ์ก็ดี หรือจากหน่วยงานคณะสงฆ์ต่าง ๆ ก็ดี  ก็มาจำแนกตามที่ท่านมหานภัณฑ์ได้กล่าวไว้คือ

                  ๒.๑  หากได้ข้อเท็จจริงมาทั้งหมดแล้วก็ดำเนินการจัดแยกตามข้อเท็จจริงของแต่ละคน

                  - หากเป็นผู้ที่เกิดในประเทศไทย  มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรา ๒๓ ก็ควรจะมีการดำเนินการในเรื่องของการขอลงรายการสัญชาติไทย  โดยอาจจะต้องขอความร่วมมือจากกรมการปกครองในการที่จะอำนวยความสะดวกให้กับท่าน  ในฐานะที่กำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยสงฆ์ และมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เป็นหลักในการที่จะทำเรื่องจบ เพราะในความเป็นจริงตอนนี้  ผมได้ให้คำปรึกษากับพระรูปหนึ่ง  เกี่ยวกับการขอลงรายการตามมาตรา ๒๓ และลำบากเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่ได้รับความสะดวกหลาย ๆ เรื่อง เช่น กรณีของท่านที่ท่านได้ยื่นคำร้องไปแล้วนั้น ยังไม่ได้รับการสอบพยานเลยทั้ง ๆ ที่มาเกือบห้าเดือนแล้ว แม้จะสอบถามไปแล้วก็ยังบอกว่าคิวยังไม่ว่างเลย  แต่น้องสาวของพระท่านนี้  ที่ได้ปรึกษากับผม ใจกล้าหน่อยตรงที่บุกถึงศาลากลางจังหวัด แม้จะเจอกับปัญหาหลายอย่าง แต่ไม่ขอเล่าในที่นี้เพราะเรื่องเยอะมาก  ตอนนี้ได้รับการลงรายการสัญชาติแล้ว  แต่พี่สาวอีกสองคนที่ยื่นไปกับน้องสาวนี้ที่ไม่ได้ติดตามเรื่องให้ (แม้ตอนตามเรื่องน้องสาวท่านนี้จะถามถึงพี่สาวทั้ง ๒ คนด้วยก็ตาม)  กลับไม่ได้รับการพิจารณา  ทั้ง ๆ ที่ยื่นพร้อมกัน เวลาเดียวกัน พยานคนเดียวกัน แต่ได้รับการพิจารณาคนเดียว  แต่คนอื่นที่ยื่นคำร้องไปทีหลัง กลับได้รับการพิจารณาไปหลายรายแล้ว  เรื่องนี้ ก็กำลังดำเนินการในการทำหนังสือทวงถามอยู่  นี่เป็นเพียงกรณีแรกที่ได้รับความลำบากจากการขอลงรายการสัญชาติ 

                - จะเป็นไปได้หรือไม่  หากจะเสนอกรมการปกครองดำเนินการอำนวยความสะดวกให้กับพระที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรา ๒๓  ในการขอลงรายการสัญชาติไทย  ตามขั้นตอนหนังสือสั่งการ ฯ  โดยอาจให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งทำหนังสือรับรองว่าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยนั้น  ๆ หรือมีบัตรนักศึกษา 

                หากจะคิดว่า  การดำเนินการเช่นนี้อาจจะไม่เหมาะ คนอื่นก็อาจมีความต้องการได้ไวเหมือนกัน ก็อาจขยายโดยอาจให้นโยบายในการที่จะดำเนินการให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ก็ได้

                - หากไม่มีหลักฐานอะไรเลย คือ อาจเป็นคนไร้สัญชาติ ไร้รัฐ หรือยังไงก็แล้วแต่ อย่างน้อยก็จะได้รู้ข้อมูลในการที่จะดำเนินการแก้ปัญหาต่อไปดังที่ท่านพระมหานภัณฑ์ท่านได้กล่าวไว้

 

                สรุปก็คือ จะเป็นไปได้หรือไม่ หากเราได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกรมการปกครอง มหาเถรสมาคม มหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง ๒ แห่ง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  พร้อมทั้งเจ้าของปัญหา มาร่วมประชุมกันรับทราบปัญหาที่แท้จริง  ปรึกษากันในเรื่องของการที่จะข้อมูล เพื่อจะได้นำมาแก้ไขปัญหา

                และหากมีข้อมูลข้อเท็จจริงของแต่ละท่านแล้ว ก็อาจดำเนินการแก้ไข ตามแต่จะดำเนินการได้ ตามสิทธิที่พึงจะได้ โดยอาจมีหนังสือชี้แจงไปทั้งกรมการปกครองคือฝ่ายราชอาณาจักร และแจ้งไปยังคณะสงฆ์ เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

 

 

พระมหาวีรยะ

อดีตพระไร้สัญชาติไทย

 

 

From: คุณนิ่ม คุณยอดรัก
Subject:  ความคืบหน้าของผม ยอดรัก ในการขึ้นทะเบียนแรงงานครับ

 ถึงทุกท่านที่คอยให้ความช่วยเหลือ
  
ในวันที่ 9 ก.ค หลังจากที่ได้รับข้อมูลจากอาจารย์หลายๆท่านในการย้ายทะเบียนบ้านเพื่อขึ้นทะเบียนแรงงาน ในตอนเช้านิ่มได้เดินทางไปที่ว่าการอำเภอลำลูกกา พร้อมเอกสารในการขอย้ายทะเบียนบ้านมีดังนี้ 

1.   สำเนาทะเบียนบ้านของนิ่มที่ จ.เลย

2.   สำเนาบัตรประชาชน

3.   สัญญาซื้อขายฉบับจริง  และสำเนา

4.   ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านตัวจริงที่จะย้ายเข้า และสำเนา

5.   สำเนาบัตรประชาชนของผู้ซือ(พี่สาวนิ่ม)

6.   สำเนาใบสำคัญเปลี่ยนชื่อ (ในกรณีนี้คือ พี่สาวนิ่มได้มีการเปลี่ยนชื่อหลังจากซื้อคอนโด)

7.   พี่สาว ที่เป็นเจ้าของคอนโด

8.   และสุดท้ายคือเราต้องไปดำเนินการเอง

    พอไปถึงที่ว่าการอำเภอลำลูกกาก็ได้ไปแสดงความจำนงในการย้ายทะเบียนบ้านกับเจ้าหน้าที่ เราก็ยื่นเอกสารให้ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่สามารถย้ายที่นี่ได้ต้องไปย้ายที่เทศบาลตำบลคูคต(ซึ่งเราไม่ทราบมาก่อนว่าสามารถทำที่เทศบาลได้)และได้เห็นคนที่ไปขึ้นทะเบียนแรงงานเยอะมาก จึงได้โอกาสสอบถามนายจ้างที่เขามาขึ้นทะเบียนด้วยว่าตั้นตอนมันเป็นอย่างไง เขาบอกว่าต้องไปขอโควต้าที่จัดหางานจังหวัดก่อน แล้วค่อยมาที่อำเภอ  ดังนั้นนิ่มกับพี่สาวเลยได้เดินทางย้อนกับมาที่เทศบาลตำบลคูคตซึ่งอยู่ห่างจากคอนโดไม่ถึง 1 กิโลเมตร   พอถึงเทศบาลเราก็ได้แจ้งความจำนงต่อเจ้าหน้าที่ว่าจะย้ายทะเบีนย้าน เราก็ได้ยื่นเอกสารทั้งหมดให้  เจ้าหน้าที่ก็ตรวจสอบว่าเอกสารครบและถูกต้อง เจ้าหน้าที่ก็ได้ถามว่า จะย้ายเข้าเป็นเจ้าบ้านเลยไหมครับ พี่สาวเลยให้นิ่มเป็นเจ้าบ้าน หลังจากนั้นไมนานการย้ายทะเบียนบ้านก็เสร็จ แล้วช่วงบ่ายนิ่มก็ถ่ายบัตรประชาชนใหม่ต่อได้เลย  เป็นว่าในวันนี้ในการย้ายทะเบียนบ้านและการทำบัตรประชาชนให้อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานีก็เป็นอันเรียบร้อย  ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นเอกสารการขอโควต้าได้แล้ว
   ในวันที่ 10  นิ่มและพี่ยอดรักได้เดินทางไปที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดปทุมธานี พอไปถึงเห็นคนเยอะมาและก็ได้เป็นป้ายประกาศติดไว้ว่า ถ้าจะขอโควต้าอาชีพอะไรต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ของนิ่มที่จะขอให้พี่ยอดรักคือ อาชีพ ผู้รับใช้ในบ้าน ซึ่งจะสามารถขึ้นทะเบียนได้  1 คน ต่อบ้าน  1 หลัง ใช้เอกสารประกอบได้แก่ 

1.   สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

2.   สำเนาทะเบียนบ้าน ในการขอขึ้นทะเบียนแรงงานเขาระบุไว้ด้วยว่าต้องเป็นเจ้าบ้านเท่านั้น โชคดีนะค่ะที่นิ่มยื่นขอเป็นเจ้าบ้านไว้ด้วย

3.   แผนที่บ้าน

4.   เอกสารยื่นคำร้องขอโควต้า

5.   ในกรณีต้องดูแลเด็กอ่อน หรือผู้สูงอายุ ต้องมีเอกสารประกอบการพิจารณาด้วยค่ะ (แต่ของนิ่มไม่ต้องมี)

   ขั้นตอนแรกคือ

1.   ไปขอเอกสารยื่นคำร้องขอโควต้า ณ จุดประชาสัมพันธ์

2.   กรอกเอกสารใบคำร้องให้เรียบร้อย พร้อมกับวาดแผนที่บ้าน

3.   แนบเอกสารทั้ง 4 ใบ ให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้น

4.   เจ้าหน้าที่จะเรียกตามบัตรคิวและตามอาชีพที่ขอไว้

5.   เจ้าหน้าที่เรียกตรวจเอกสารว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ในกรณีของนิ่มครบถ้วนค่ะ 

6.   เจ้าหน้าที่ออกใบนัดรับโคต้าให้ ขอนิ่มนัดรับวันที่ 20 ก.ค ค่ะ

   นิ่มได้มีการสนทนากับเจ้าหน้าที่ดังนี้
นิ่ม : ถ้าจะขอขึ้นทะเบียนไว้สองจังหวัดได้ไหมค่ะ
เจ้าหน้าที่ : ทำไมต้องขึ้นสองที่ค่ะ แล้วจะขึ้นจังหวัดไหนอีก
นิ่ม : พอดีที่ที่พักสองที่ค่ะ มีบ้านพักอยู่ใน กทม.อีกที่นึ่ง  เผื่อจะให้เขาไปทำความสะอาดให้ แต่นานๆครั้ง 
เจ้าหน้าที่ : งั้นมีเอกสารสัญญาซื้อขายมาด้วยไหมค่ะ ที่ กทม.นะค่ะ 
นิ่ม : ไม่มค่ะเพราะว่าตรงนั้นเป็นแบบเช่า  มีแต่สัญญาเช่าใช้ได้ไหมค่ะ
เจ้าหน้าที่ : งั้นคงไม่ได้ค่ะ ใช้ได้เฉพาะสัญญาซื้อขาย... แต่ว่าลูกจ้างสามารถไปไหนมาไหนกับนายจ้างได้อยู่แล้วนิค่ะ สามารถไปได้ทั่วประเทศ
นิ่ม : แล้วจะไม่โดนจังเหรอค่ะ
เจ้าหน้าที่ : ถ้าไปกับนายจ้าง และก็ทำงานให้นายจ้างเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับอาชีพที่เราแจ้งไว้ก็ไม่ผิดค่ะ
นิ่ม : อ๋อค่ะ  ขอบคุณมากค่ะ
 
   หลังจากนั้นก็เดินมาสอบถามขั้นตอนที่โต๊ะประชาสัมพันธ์อีกครั้งหนึ่งว่าวันมารับใบโคต้าต้องเตรียมอะไรเพิ่มบ้าง เจ้าหน้าที่จึงบอกว่าแค่นำใบบัดมาก็มารับบัตรคิวรอรับเอกสารได้เลย นายจ้างไม่จำเป็นต้องมาเอกก็ได้ พอได้ใบนัดแล้วก็ให้รีบไปขึ้นทะเบียนแรงงานที่เทศบาลก่อนวันที่ 31 ก.ค นี้ หลังจากนั้นค่อยไปตรวจสุขภาพตามที่กำหนด มีค่าใช้จ่าย1900 บาท  เมื่อเสร็จสิ้นแล้วก็นำใบรับรองแพทย์พร้อมเอกสารมายื่นที่จังหวัดและก็ต้องพาลูกจ้างมาถ่ายรูปทำบัตรวันนั้นด้วยมีค่าใช้จ่ายอีก 1900 บาท
   แล้วการไปขอโควต้าขึ้นทะเบียนก็เสร็จสินรอแต่วันที่จะปรับใบโควต้าค่ะ
 
  หากมีความคืบหน้าจะรีบแจ้งให้ทุกท่านทราบนะค่ะ
 
ขอขอบคุณ อ.แหวว อ.ไหม อ.บอม และทุกท่านมากๆๆนะค่ะที่คอยให้คำปรึกษาเรา
อัญชลี / ยอดรัก

 

รายงานความคืบหน้า ณ วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๒

วันนี้สงครามโทรมาหา คำถามแรกที่เค้าถามคือ "ตอนนี้เรื่องของผมถึงไหนแล้วครับ" ฉันอึ้งไป...ใครจะตอบได้ล่ะ...ก็เรื่องของเธอ เธอยังตอบไม่ได้เลย แล้วฉันจะตอบได้อย่างไร

โดยปกติแล้วเคสที่เข้ามาจะต้องเป็นผู้ดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลด้วยตนเอง เช่น ติดต่ออำเภอเอง แสวงหาพยานหลักฐานเอง ตามความคืบหน้าของคำร้องเอง เว้นแต่กรณีที่หนักหนาสาหัสจริงๆ เราถึงจะยื่นมือเข้าไปช่วยดำเนินการให้ ตุ๋ยหรือสงครามก็เหมือนกับเคสอื่นๆ หลังจากสั่งการบ้านเมื่อคราวก่อนตอนที่เขามาขอความช่วยเหลือเรื่องการแจ้งเกิดลูก เราขอให้เขาติดต่อขอเอกสารการสมัครเรียน กศน.จากศูนย์กศน.และส่งเอกสารมาให้ดู เรื่องก็เงียบไป

ดังนั้น คราวนี้เมื่อฉันโดนคำถามว่าเรื่องถึงไหน ฉันจึงไม่สามารถตอบได้จริงๆ  อ.แหวว จึงช่วยประสาน "ป้ามล" คุณทิชา ณ นคร เพื่อสอบถามความคืบหน้าในการแก้ปัญหาสถานะบุคคลของตุ๋ย "ป้ามล" ใจดีช่วยประสานให้เราได้คุยกับ "ครูดนัย" ซึ่งไม่ทราบว่าตุ๋ยได้เลข ๑๓ หลัก จากการสำรวจบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน กลุ่มเด็กในสถานศึกษา ไปแล้วหรือยัง ครูดนัยแนะนำให้เราประสานไปยัง "ครูเหม็ง" ซึ่งเป็นครูที่ดูแลการเรียนการสอนของ กศน.

ดังนั้น สิ่งที่เราจะต้องทำต่อไปเพื่อติดตามความคืบหน้าของตุ๋ย มีดังนี้

๑. ติดต่อครูเหม็ง เพื่อถามความคืบหน้าในการสำรวจฯ

๒. สำหรับคุณแม่ไพรินทร์ ต้องแนะนำให้ดำเนินการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ก่อนวันที่ ๓๑ กรกฎาคมนี้

๓. สำหรับแต๋ว พี่สาวของตุ๋ย เค้าควรสมัครเรียน กศน.ไปแล้ว

เรื่องของดาวมอญมทีประเด็นที่ต้องขอแก้ไขเอกสาทะเบียนราษฎรด้วยค่ะ

เนื่องจากชื่อคุณพ่อและคุณแม่ใน ท.ร.๑/๑ ไม่ตรงกับชื่อใน ท.ร.๓๘/๑

เนื่องจากทั้งคุณพ่อและคุณแม่เปลี่ยนชื่อใหม่

ส่วนปัญหาการออกหนังสือรับรองวุฒิการศึกษา

นอกจากประสาน อ.รจนา แล้ว คงต้องส่งหนังสือทำความเข้าใจกับ รร. ด้วยค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี