อนุทินล่าสุด


เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๐
            การเรียนรู้ อันยิ่งใหญ่และกว้างขวาง
ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ที่ยังไม่มีการประดิษฐ์
คิดค้นอักษร หรือตำรานั้น  คนสมัยโบราณเรียนรู้
จากการสังเกต และจดจำ มวลประสบการณ์และ
การรวบรวมความคิด หรือการคิดไตร่ตรอง คิดทบทวน
หรือต่อมาเรียกว่า คิดอ่านหรือคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์
ก่อนตัดสินใจทำอะไร  กลายเป็นปัญญาความเฉลียวฉลาด
ที่ทำให้มนุษย์เอาตัวรอด จากสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่มากมี
อันตราย จนเป็นผู้ครองโลกในปัจจุบัน แต่ถึงกระนั้นในปัจจุบัน
มนุษย์ มีตำรา ความรู้บันทึกไว้มากมายให้ศึกษา อ่าน เขียน
เรียนรู้ แต่มนุษย์ก็ยังต้องอาศัย การคิดอ่าน ด้วยปัญญาแห่ง
ความเป็นจริง(สัจธรรม) อยู่ดี ปัจจุบันโลกไม่มีสัตว์ร้ายที่อันตราย
เหมือนยุคก่อน แต่มนุษย์นี่แหละคือตัวอันตรายสำหรับกันและกัน
เพราะความโลภ โกรธ  หลงบังตา  จึงสามารถทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง
ได้  มนุษย์จึงเรียกร้องสันติภาพ เรียกร้องความยุติธรรม ถ้ามนุษย์
 คิดอ่านเป็นตามเป็นจริงไม่ฝืนสัจธรรม โลกคงไม่ลุกเป็นไฟ........ 



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

วันพุธที่ ๑๘  ตุลาคม ๒๕๖๐
             ประสบการณ์ของชีวิตวัยเด็ก คือการเรียนรู้ทุกๆวันที่ผ่านไป
ล้วนแต่มีความหมาย  หล่อหลอมให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า แม้ว่า
เด็กจะมาจากหลายพ่อหลายแม่ แต่หากมาอยู่ภายใต้สังคมโรงเรียนที่
อบรมสั่งสอนให้รู้จักการเล่นและกิจกรรมต่างๆ ที่เด็กต้องมีข้อตกลงใน
การอยู่ร่วมกันจะต้องเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน รักสามัคคีและช่วยเหลือดูแล มี
น้ำใจต่อกันอย่างไร ภายใต้เงื่อนไขกฏเกณฑ์ กติกาเพื่อให้เพื่อนๆยอมรับ
เข้ากลุ่ม เล่นด้วยกันได้ เด็กจะเรียนรู้การปรับตัวเอง  ผ่อนสั้น ผ่อนยาว
เอาใจเขามาใส่ใจเรา  ครูควรยืนมองอยู่ห่างๆ และแนะนำเมื่อจำเป็น
เมื่อเกิดปัญหา เด็กควรคิดหาวิธีที่ดีจัดการปัญหากันเอง ครูฝึกเด็กให้
ร่วมคิดร่วมทำผ่านการทำงาน ทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นเรื่องที่ดีและ
ควรทำต่อเนื่องเรื่อยไป



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

วันอังคารที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๐
             วันนี้พบกับนักเรียนใต้ถุนบ้าน เด็กได้ชื่อว่า
วิญญานบริสุทธิ์ใสซื่อ ได้เรียนได้เล่นคือชีวิต คือความสุขแล้ว
ไม่คิดกังวลเรื่องกินเรื่องอยู่ บางครั้งการได้หวนกลับไป
 คิดอะไรแบบเด็กๆ ทำอะไรแบบเด็กๆ ก็รู้สึกดีขึ้น พร้อมที่
 จะเผชิญปัญหาในชีวิตได้  ตัดความกังวลออกไป พอผ่านพ้น
 ปัญหาจึงรู้ว่าแท้ที่จริง  เรากังวลมากไปเปล่าๆ เสียพลังใจ
ไปกับการคิดห่วงล่วงหน้าตั้งเยอะ  ที่แท้ก็ไม่ได้ยากเย็นอย่าง
ที่คิดเอาไว้เลย อาชีพครูเป็นอาชีพที่คลุกคลีกับเด็กเป็นประจำ
หากใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์  คือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ถ่ายทอดความสดใสและจิตวิญญานความเป็นเด็กมาไว้ที่ตัวครู
บ้าง  การทำงานก็จะมีความสุข เข้าใจเด็กมากขึ้น และเด็กก็
จะรู้สึกสนิทใจ และเข้าใจครูเช่นกัน การเรียนการสอนก็จะเป็น
ไปโดยราบรื่น....



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

วันจันทร์ที่ ๑๖  ตุลาคม  ๒๕๖๐ 

                ตื่นเช้าอากาศเย็นสบายที่เชียงใหม่พักกับน้องซิน นาง
รีบตื่นไปทำงานแต่เช้า  สายๆก็กลับมารับแม่ไปติดกระจกรถใหม่ที่โชว์รูม
และเดินทางกลับบ้าน  เก็บกวาดซักผ้า จากบ้านไปหลายวันรู้สึก
เหมือนบ้านเหงาและรอคอยเจ้าของ อาจจะเป็นความผูกพันกับของ
ของตนนั่นเอง อยู่ที่ไหน สนุกสนานอย่างไร สุดท้ายที่ไหนก็ไม่เหมือนบ้าน
หลานสามแฝดก็กลับมาลำพูนเช่นกัน เจอกันที่สนามบินเมื่อวานแล้ว
ต่างแยกย้ายกันไป  วันนี้ตอนเย็นๆจึงไปแอ่วหา เด็กๆทุกคนโตขึ้นพูดจา
มีเหตุมีผล แม้บางครั้งจะเอาชนะคะคานกัน  แต่พี่น้องก็ต้องดูแลและรักกัน 



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

วันอาทิตย์ที่ ๑๕  ตุลาคม  ๒๕๖๐

                กำหนดบินกลับเมืองไทยบ่ายวันนี้  แต่ภาคเช้ายังเที่ยวชม มหาวิทยาลัยเก่าแก่
กลางเมืองฮานอย  และวัดกลางทะเลสาบ การเรียนรู้เป็นเรื่องสำคัญมาก และ
คุณธรรมก็ต้องควบคู่กันไป  ปรัชญาของท่านขงจื้อมีความหมายต่อวัฒนธรรมของชาวจีน
ทั้งแผ่นดินใหญ่และโพ้นทะเล ความยิ่งใหญ่ อำนาจต้องมีคุณธรรมกำกับ เมตตากรุณา
ซื่อสัตย์ กตัญญูเป็นเรื่องสำคัญที่มนุษย์ทุกคนจะต้องสำนึกเอาไว้ที่นี่เวียตนามก็รับถ่ายทอด
วัฒนธรรมเช่นนั้น แม้จะตกอยู่ภายใต้การปกครองของนักล่าอาณานิคมนานหลายปี แต่อารยธรรม
ที่ฝังรากลึกยังคงอยู่นั่นแหละ ที่ทำให้ความเป็นชนชาติยังคงอยู่
               บ่ายบินกลับจากฮานอยสู่สุวรรณภูมิ และจากสุวรรณภูมิสู่เชียงใหม่ 18.10 น.ตามเวลา



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

วันเสาร์ที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๐
         วันนี้คณะทัวร์ล่องเรือที่หาด ฮาลองเบย์  ธรรมชาติสวยงามมาก
และได้ชมถ้ำคูหาสวรรค์ ถ้ำหินงอกหินย้อยที่ภูเขากลางทะเล เป็นจุด
เล่าขานตำนานความเป็นมาชนเผ่าต่างๆในเวียตนาม คล้ายนิทานพื้นบ้าน
ในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่มองแล้วจินตนาการเป็นรูปร่างคล้ายสัตว์ต่างๆ
ในเทพนิยาย เช่น มังกร  กิเลน  เต่า  ฯลฯ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

วันศุกร์ที่ ๑๓  ตุลาคม  ๒๕๖๐

               เวียตนามหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มอาเซียนของเรา
ปกครองด้วยระบบสังคมนิยม  ได้รับการปลูกฝังเรื่องความอดทน ขยัน
กล้าหาญ  นับตั้งแต่นานมาเขาตกอยู่ใต้การปกครองของจีน และต่อมาก็
ฝรั่งเศส จนกระทั่งท่านโฮจิมินห์กู้ชาติประกาศอิสระภาพ และต่อสู้จนหลุดพ้น
จากอำนาจฝรั่งเศส  แต่ก็ยังมีสงครามแบ่งแยกดินแดนอีก โดยมีรัสเซีย กับอเมริกา
หนุนหลังคนละฝ่ายต่างไม่ยอมรามือ เมื่อสงครามดำเนินไปประชาชนก็อยู่อย่าง
ลำบากยากแค้นอีกนาน กว่าอเมริกาจะยอมถอยทัพไป  ยังดีที่ประชาชนเวียตนาม
ยังไม่ท้อถอยในการสร้างชาติใหม่ เดี๋ยวนี้ความเจริญทุกด้านเข้ามา
เวียตนามปลูกฝังให้คนรักชาติ และปลูกฝังให้เด็กใฝ่รู้ใฝ่เรียน  รักการศึกษา
และขยัน อดทน จนบัดนี้เวียดนามคือเสือตัวใหม่ที่ยืนผงาดบนพื้นฐานแห่ง
ความมุ่งมั่น สามัคคี  เมื่อเหตุการณ์สงบต่างชาติ ก็เข้ามาลงทุน เศรษฐกิจก็
เริ่มขยายตัว  ประเทศก็ฟื้นฟูและพัฒนาอย่างก้าวกระโดด สงครามสอนให้คนรู้



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

วันพฤหัสบดีที่  ๑๒  ตุลาคม  ๒๕๖๐

          ออกเดินทางไปกะคณะทัวร์ของกลุ่มครูบ้านธิ แต่เช้ามืด ออก
จากเชียงใหม่ไปสุวรรณภูมิและต่อเครื่องไป ฮานอย ถึงจุดหมาย ก็บ่าย
ไปยืนอยู่ในดินแดนโฮจิมินห์ ชมหุ่นกระบอกน้ำศิลปะการแสดงที่เป็น
หนึ่งในมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม น่าดูชมมาก  จากนั้นทานอาหารเย็น
และเข้าที่พักที่ โรงแรม Moon view hotel....



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

วันพุธที่ ๑๑  ตุลาคม  ๒๕๖๐
  

           กำหนด เริ่มเปิดโรงเรียนใต้ถุนบ้าน มีนักเรียนเริ่มทยอยมาแต่เช้า
แม้จะปิดเทอม ผู้ปกครองบางท่านก็ไม่ว่างจะดูแล  สังคมเปลี่ยนไปทุกคน
ต้องหาเลี้ยงปากท้อง ปากกัดตีนถีบเพื่อครอบครัว เด็กต้องการคนดูแล และ
ใต้ถุนบ้านก็รับดูแลพวกเขาช่วงปิดเทอม  วันนี้ร่วมประชุมประเด็นสิ่งแวดล้อม
ที่สวนภูดินพรรณไม้  การปกป้องสิ่งแวดล้อมของชาวบ้านเพื่อลูกหลานเขาจะได้
มีพื้นที่ในการอยู่อาศัยที่ปลอดภัยเป็นเรื่องจำเป็น มิเช่นนั้นคงลำบากในอนาคตแน่ๆ
ถ้าปล่อยให้คนเห็นแก่ตัวบางพวกฉกฉวยโอกาส



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

วันที่  ๑๐  ตุลาคม  ๒๕๖๐

            เริ่มปิดเทอมวันแรก วันนี้ร่วมประชุมถอดบทเรียนจิตอาสาประชารัฐจังหวัดลำพูน
เรื่องราวของการออกสำรวจ และค้นหา ผู้เปราะบาง ๗ ประเภท  ที่ต้องการความช่วยเหลือ
ทำให้เรารู้ว่าการทำงานต้องประสานกับทุกฝ่ายจึงจะเกิดผลดี  มีความร่วมมือกัน และจิตอาสา
ต้องเสียสละ และพร้อมที่จะช่วยอย่างไม่มีเงื่อนไข  ตามหลักมนุษยธรรม มิใช่เพื่ออวดอ้างหรือ
ผลประโยชน์แอบแฝง และควรทำงานระบบเครือข่ายมิใช่ต่างคนต่างคิดต่างทำ และร่วมวางแผน
ช่วยเหลื่อเร่งด่วน  ระยะกลางและระยะยาว  ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ เช่นอบรมการดูแลตนเอง  อบรมอาชีพ....



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

วันจันทร์ที่  ๙  ตุลาคม  ๒๕๖๐

     วันนี้มีงานกีฬาสีภายในโรงเรียน  ดีใจกับนักเรียนมากกับ
การที่โรงเรียนจัดประสบการณ์ให้นักเรียนได้แสดงออกในศักยภาพ
ของตัวนักเรียนเอง ในด้านกีฬา  ดุริยางค์  การร่วมมือวางแผนในการทำงาน
ร่วมกัน  นักเรียนได้เรียนรู้ร่วมกัน จากประสบการณ์จริง รอยยิ้ม ความสุข
ความดีใจ  เสียใจที่นักเรียนได้รับรู้จะสอนให้เขาสามารถปรับตัวอยู่ในสังคม
ได้เป็นอย่างดี  ข้อสอบกี่ร้อยข้อก็ไม่เท่าบทเรียนผ่านกิจกรรมเช่นนี้
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ท้องฟ้า, เมฆ, พื้นหญ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ




ความเห็น (2)
อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

วันอาทิตย์ที่  ๘  ตุลาคม  ๒๕๖๐

       ห้าทุ่มแล้ว ฝนยังพรำอยู่ไม่ขาดสาย  น่าห่วงถึงงานกีฬาสีพรุ่งนี้เช้า...
ภาคเช้าวันนี้คณะครูและบุคลากร พากันไปช่วยเตรียมงาน  สถานที่  อุปกรณ์ต่างๆ ไว้แล้วหาก
พรุ่งนี้เช้าฝนยังตก งานคงกร่อยไปเลยล่ะ  ก็ทำอย่างไรได้ละนะ ฤดูกาลของฝนนี่นา
แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้พรุ่งนี้ ฟ้าสว่าง และฝนหยุดตกสักหนึ่งวันก็ยังดี..............
ภาคบ่าย ไปในเมือง มีโอกาสไปกราบไหว้พระธาตุหริภุญชัย  พระธาตุประจำเมือง รู้สึก
มีความสุขทุกครั้งที่ได้กราบองค์พระธาตุ  คนเมืองลำพูนเรามีบุญจริงๆ  เพราะมีคนอีก
จำนวนมากเดินทางมาจากต่างจังหวัด ทั้งใกล้และไกลเพื่อมาสักการะ สักครั้งหนึ่งในชีวิต
แต่ก็่นั่นแหละ  ตามคำสอนขององค์พระพุทธสัมมาสัมพุทธเจ้าจริงๆนั้น ให้ยึดมั่นและปฏิบัติ
ธรรมะที่พระพุทธองค์ทรงสอน  คือ ทำดี ละชั่ว และทำใจให้บริสุทธิ์ต่างหาก แต่การกราบไหว้
บูชาและรำลึกถึงก็เป็นการเตือนใจเราและทำให้จิตใจเราน้อมไปในทางดี  ก็ดีกว่าไม่มีอะไรยึดเหนี่ยวเลย
ในฐานะพุทธศาสนิกชนที่เกิดมาแล้วพบ คำสอนและอยู่ในสังคมชาวพุทธ ควรศึกษาปฏิบัติ
อย่าถ่องแท้ มิใช่แค่ผิวเผิน  อย่างน้อยด้วย  ทาน  ศีล  ภาวนา  ตามสติกำลังที่เราสามารถ
จะได้ไม่เสียโอกาสที่เกิดมาเป็นมนุษย์........



ความเห็น (1)

ขออนุโมทนา..สาธุครับ ^_^

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

วันเสาร์ที่  ๗  ตุลาคม  ๒๕๖๐

      วันนี้ถือว่าเป็นวันที่มีความสุขจากการทำกิจกรรมที่มีเป้าหมาย
มิใช่เพื่อตนเอง  การเข้าร่วมกิจกรรมที่ตลาดเกษตรอินทรีย์ รักพูน พูน
(Love poon poon organic market) ตลาดเล็กๆที่ก่อตั้งมาจาก
เกษตรกรที่เป็นคนรุ่นใหม่หัวใจอินทรีย์ เราในฐานะคนรุ่นเก่าที่มีใจรัก
และเข้าใจการเกษตรแบบวิถีธรรมชาติ ไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าอย่างไรแต่
ความหมายคือเกษตรเพื่อช่วยเหลือโลกและช่วยเหลือมวลมนุษย์ หาก
โลกนี้เต็มไปด้วยพิษภัย เพราะการเกษตรที่หวังผลกำไร ไม่คำนึงถึง
สภาพแวดล้อมและอนาคตสิ่งแวดล้อมโลก ต่อไปแม้อาหารจะมีมากมาย
อุดมสมบูรณ์แค่ไหน แต่ถ้าปลอมปนไปด้วยพิษที่มีผลต่อสุขภาพและชีวิต
คนเราจะอยู่อย่างไร หมอมีความรู้ความสามารถเท่าไหร  โรงพยาบาลมี
มากแค่ไหน  ยาดี เท่าไหร่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะเหมือนมนุษย์วางยาพิษใส่
ในอาหารให้กินกันเอง  โลกนี้จะอยู่ไม่ได้หากคนทำเกษตรไม่มีธรรมะ
ไม่รักโลก ไม่รักเพื่อนมนุษย์ หายนะก็ยิ่งใกล้เข้ามาไม่ต้องไปเสียเวลา
ทำนายดวงชะตาเลย เพราะก็รู้ก็เห็นกันอยู่  แต่อยู่ที่ตัวเราเองมนุษย์ทุกคนนี่เอง
ดังนั้นกิจกรรมเล็กๆนี้ จึงมีความหมายมากมาย สมควรสนับสนุนและยินดี
ที่มีกลุ่มคนร่วมกันคิดทำ  ขอร่วมบุญด้วยจนกว่า...คนร่วมโลกจะเข้าใจ
และเปลี่ยนแปลง...อย่างน้อยๆ ก็เริ่มต้นจากจุดเล็กๆที่นี่ ตลาดรักพูนพูน เมืองลำพูนเรา



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

วันศุกร์ที่  ๖   ตุลาคม  พ.ศ. ๒๕๖๐

       การทำงานบางครั้งเกิดความเบื่อหน่ายจากหลายสาเหตุ
แต่อย่างไรก็ต้องใช้ความพยายามอดทน ต่อสู้ ฟันฝ่าอุปสรรค
ต่างๆไปจนได้  จนกว่าจะผ่านพ้นแต่ละครั้ง  ความอดทนเป็นสิ่ง
ที่ขมขื่นแต่ผลของมันหวานชื่นเสมอ เหมือนการปลูกต้นไม้สักต้น
เพื่อหวังเก็บดอกผล  กว่าจะดูแลเอาใจใส่ รดน้ำพรวนดิน ใส่ปุ๋ย
กำจัดศัตรูพืช ที่คอยทำลายเช่นเดียวกับชีวิตของคนเรากว่าจะ
เติบใหญ่ มีอาชีพการงาน สร้างฐานะให้มั่นคงเพื่อความสุขใน
ชีวิตบั้นปลายนั้นยากลำบากลำบนมาก บางครั้งก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า
จนท้อแท้  เบื่อชีวิต เบื่อการต่อสู้ดิ้นรน แต่มีคนเขากล่าวไว้ว่า
ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไปนะ เพราะตราบใดลมหายใจยังมี ชีวิต
ก็ยังไม่สิ้นหวัง ความพากเพียรพยายามย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ
วันนี้เห็นเด็กนักเรียนเล่นกีฬา แล้วเห็นถึงความพยายาม ความอดทน
อย่างน้อยประสบการณ์ในครั้งนี้ ก็จะสอนให้เขาเข้มแข็งพร้อมสู้ชีวิต
ในอนาคตอย่างไม่ย่อท้อในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังเล่นกีฬา, พื้นหญ้า, ต้นไม้, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

วันพฤหัสบดีที่  ๕   ตุลาคม  ๒๕๖๐

คนเราบางครั้งการยึดติดระเบียบแบบแผน หรือหลักการที่ตนเองเชื่อมากเกินไป
จนลืมกฏของความเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยง อาจจะทำให้จมอยู่กับความทุกข์ได้  พระ
จึงมักสอนให้เราปลง การปลงไม่เหมือนการปล่อยปละละเลย หรือไม่สนใจอะไร
แต่เรายังใช้ปัญญาในการพิจารณา เช่น  จิตวิทยาในการสอนเด็ก การอบรม สั่งสอน
ดุ ด่า ว่ากล่าว ตักเตือน สำหรับครูกับนักเรียนเป็นเรื่องปกติ เพราะเด็กจะเป็นคนดีได้
ต้องได้รับการฝึกหัด ขัดเกลา  เขายังอ่อนเยาว์  ขาดประสบการณ์ ความคิดอ่านอย่าง
ไตร่ตรองรอบคอบยังไม่ดีพอ  ต้องอาศัยการเอาใจใส่จากครู หรือผู้ปกครอง  ระบบการ
ดูแลช่วยเหลือนักเรียน ไม่ใช่หมายถึงทำให้เขาพอใจทุกเรื่อง  ตามใจเขาทุกอย่าง
ต้องพอประมาณ  มีเหตุผล  และมีภูมิคุ้มกันในตัว ปัจจุบันมีผู้ใหญ่บางคนเข้าใจผิดไป
มากว่า ต้องปกป้องคุ้มครองดูแลช่วยเหลือมิให้ลำบาก ให้สบายๆ ไม่ต้องทำอะไร ต่อมา
นึกเสียใจทีหลังเมื่อลูกพึ่งตนเองไม่ได้  ตัดสินใจไม่เป็น ทำอะไรไม่ไหว เพราะยากไม่เคย
ฝึกมาก่อน  แบบนี้เขาเรียกว่า พ่อแม่รังแกลูก และพ่อแม่จะลำบากทีหลัง ต้องช่วยเหลือ
ไปจนแก่  พ่อแม่ก็ลำบาก แทนที่เฒ่าชราจะได้พักผ่อนสบาย กับต้องมาคอยรับใช้ลูก 
ลูกบางคนไม่เคยรู้สึกอะไร  ชินกับการเรียกร้องให้พ่อแม่ช่วย ควรฝึกฝนลูกหลานแต่วัยเด็ก
ให้เขามั่นใจ เข้มแข็ง  ช่วยเหลือพึ่งพาตนก่อน มิเช่นนั้นนอกจากจะอยู่ในสังคมลำบากแล้ว
พ่อแม่ก็ต้องทุกข์ใจไปจนตายจากกัน  และนอนตายตาไม่หลับเพราะห่วงลูก ห่วงหลาน ในภาพอาจจะมี ภูเขา, เมฆ, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

วันพุธที่  ๔  เดือนตุลาคม  ๒๕๖๐

       เด็กๆสนุกสนานมาก เพราะจะมีการแข่งขันกีฬาสีภายในโรงเรียน  ก่อนจะปิดเทอม
เด็กๆ ความสุขของพวกเขาคือได้เล่น ได้ปลดปล่อยพลัง  อยู่ที่ผู้ใหญ่ว่าจะให้การสนับสนุน
อย่างไร  ให้เขาได้ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆ อย่างมีเป้าหมายนั่นคือกุศโลบาย ให้เขาได้มีประสบการณ์
การทำงานร่วมกันเป็นทีม  การออกกำลังกายโดยการเล่นกีฬา  ฝึกฝนความมีน้ำใจนักกีฬา ตั้งแต่
การฝึกซ้อม ทักษะการเล่น  ความมุ่งมั่น  มานะอดทน  ตั้งใจ  ระเบียบ วินัย  รับผิดชอบ  เขาจะเกิดขึ้นเอง
โดยอัตโนมัติ  มิได้มุ่งหวังแต่ชัยชนะเท่านั้น  นี่แหละสิ่งที่เรามุ่งหวังให้เกิดกับเด็ก  วันนี้ฝนตกและแดดออก
สลับกันไปมา  หวังว่าเด็กๆ  จะแข็งแรงพอต้านทานสภาพอากาศแบบนี้ได้  ส่วนครูนั้นวันนี้ขอเป็นคนสังเกต
การณ์อยู่ห่างๆ  คะแนนสอบยังก่อยังเป็นงานที่คั่งค้างเพราะมัวซ้อมนักเรียนไปแข่งทักษะ คิดว่าวันนี้แหละ
คงมีเวลาตรวจรวบรวมคะแนนเสียที  หุหุหุในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังเล่นกีฬา, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

วันอังคารที่  ๓  ตุลาคม  ๒๕๖๐

แข่งขันทักษะ วันนี้ประทับใจขนมเทียนของคุณครูโสภี  คนอะไรขยันจริงๆ ทำเลี้ยงคนทั้งงาน
เจอเพื่อนรักธัญญาและต้อมด้วย  เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ครั้งมัธยม เรียนด้วยกันมาจนจบครู
แยกย้ายกันไปทำงาน แล้วในที่สุดใกล้จบชีวิตราชการทุกคนก็กลับมา
สอนใกล้บ้าน  สามชีวิตก็สามวิถึ  ฉันค่อนข้างจะโลดโผนกว่าใคร
ธัญญาเรียบร้อยที่สุด อย่างไรเราก็เป็นเพื่อนรักกันเสมอ ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง

ในภาพอาจจะมี 3 คน, คนที่ยิ้ม, ข้อความ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

13/03/60
บ่ายนี้ร้อนมากๆ รีบทำคะแนนส่งวิชาการ บรรยากาศคล้ายพายุจะมา
น่ากลัวลมพายุในที่โล่งแจ้ง หลังคาโรงเรียนมักปลิวหายบ่อยๆ
สอบเสร็จแล้วนั่งกรอกคะแนน ก็แสนจะง่วง น่าจะมีกาแฟนะ อิอิ
อีกสองวันก็ต้องไประยองกะกลุ่ม
ขอให้เดินทางปลอดภัยทั้งไปและกลับนะ
ชีวิตวนเวียนในวัฏจักร อีกไม่กี่ปีก็คงต้องไปละ
ไม่น่าเชื่อว่าเราจะเดินมาถึงจุดนี้ ช่างยาวนาน
แต่พอตอนนี้เวลากลับผ่านไปอย่างรวดเร็ว
มิน่าเขาถึงว่า ชีวิตคนเรานี้สั้นนัก ประมาทไม่ได้
ผอ.แนะนำให้ไป วิปัสนากรรมฐาน การทำจิตใจ
ให้สะอาด สว่าง สงบ เป็นบุญอย่างยิ่ง

หากชีวิตนี้มีคะแนนเราจะได้คะแนนสักเท่าไหร่
ในสนามสอบชีวิต



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

12/3/60

ชีวิตยังคงดำรงอยู่และดำเนินต่อไป ดึกแล้วสิ ง่วงแล้วนิ
ยังไม่ถึงเดือนที่ร้อนสุด แต่ก็ร้อนมากแล้วละนะ
ไม่รู้เดือนหน้าจะขนาดไหน ขนาดไหนก็ต้องทนสู้ล่ะ
คนเรากว่าจะผ่านร้อนผ่านหนาวมาขนาดนี้ได้ก็อึด
พอสมควรล่ะ ต่อไปเขาว่าคนสูงวัยจะมีอัตรามากกว่า
คนวัยทำงาน แต่คนสูงวัยต้องพยายามรักษาสุขภาพ
ตนเองทั้งกายและใจอย่าให้เป็นภาระแก่สังคมมากนัก
ขอให้ชีวิตได้มีสุขตามอัตภาพ ไม่เจ็บ ไม่จน ไม่ทะเลาะ
มีคดีความกับใคร สะอาด สว่าง สงบ คือยอดปรารถนา
ของคนเราทุกคน เป้าหมายขั้นสูงสุด ได้หลุดพ้นจากทุกข์
เบิกบานดั่งดอกบัวบาน หมายถึงจิตใจนะ ยิ่งวัยนี้

ประสบการณ์ เป็นสิ่งดีมีคุณค่า ถ้ารู้และปกิบัติให้ถูกต้อง



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

ยังเรียนรู้กะงานและชีวิตอย่างไม่รู้วันสิ้นสุด
ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อยกายนั้นไม่เท่าไหร่
แต่ใจก็พยายามปรับเปลี่ยน รับสถานการณ์
เรียกว่าทำใจกะทุกเรื่อง คิดเสียว่าเราเองก็ไม่ใช่
ผู้วิเศษนี่นา ทำได้แค่นี้ก็ดี ใช้ได้แล้ว ชีวิตก็คงไม่ใช่โมฆะนะ
บางเรื่องไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นไป และเสียใจมิใช่น้อยๆ
ลงทุนทุ่มเทเสียมากมาย แต่ก็สูญเปล่า ก็คงเป็นเวรกรรม
อย่างเขาว่าไม่รู้ตัวหรอกคนเราทำอะไรๆ ไว้ ก็พยายามหักห้าม
ใจสิ่งทุกข์ สิ่งพาท้อ อย่าเอาใจไปหลงใหลติดข้อง กรรมเวร
จะไม่สิ้นสุดสักที ผู้เข้มแข็งเท่านั้นที่จะดำรงอยู่ได้อย่างไม่
ทุกข์ไม่โศก ไม่สะเทือนง่ายๆ และคงได้เป็นที่พึ่งแก่คนอื่นๆ
ด้วยนะ เพื่อสบายใจทำได้ก็ทำไปเรื่อยๆ สักวันเมื่อทำไม่ได้
ก็จำเป็นต้องหยุด ไม่มีใครนอกเหนือกฏได้ตลอดไป เงินทอง
เท่าไรก็ไม่อาจเหนือกฎ หมั่นพิจารณาเนืองๆก็สบายใจดี

บุญใดข้าได้ทำ  โปรดช่วยนำแพร่ไพศาล



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

วันนี้วันเสาร์ก็สบายๆ แต่ไม่วายมีเรื่องยุ่งยาก เรื่องทะเลาะกันของ

เด็กลูกหลาน เบื่อก็ต้องทำใจ คนเดี๋ยวนี้ลำบาก สังคมมันสอน

ให้คนติดสบาย อยากสบายๆ ทำงานแบบเก่าๆไม่ได้

คนสมัยก่อน ทำงานเพื่องาน ไม่ใช่ทำงานเพื่อเงิน

งานเสร็จเป็นชิ้นเป็นอัน แปลว่าสำเร็จเขาก็ภูมิใจ

เดี๋ยวนี้ทำงานโรงงานไม่ได้ภูมิใจเลย

เงินเดือนออก ไม่พอจ่าย หน้าเศร้าเลย

ไม่มีแรงขับดันภายในพอที่จะทำประโยชน์ ประโยชน์ท่าน

ต่างก็หวังแต่วัตถุ  ไม่ได้ทางด้านจิตใจเลย



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

ได้ผู้บริหารโรงเรียนคนใหม่ เป็นหนุ่มใหญ่ไฟแรง เริ่มประชุมครั้งแรกวันนี้

รู้สึกจะไปกันกับคณะของพวกเราดี ท่าทางจะทำงานพัฒนาบรรลุเป้าอยู่

อย่างไรก็ตามก็ต้องยึดเด็กเป็นสำคัญนะ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

ไปร่วมประชุมกลับมาแล้วเหนื่อยพอสมควรแต่ไม่ได้พัก

ต้องมาสอนนักเรียนให้ทัน ครูเดี๋ยวนี้ภาระหน้าที่หลายอัน

พันอย่างต้องปรับตัวเข้ากะเทคโนสมัยใหม่ด้วย หากช้าก็

ไม่ทันกาลแล้ว



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

เก็จถะหวา
เขียนเมื่อ

ศุกร์ที่  21 สิงหาคม 2552

ช่วงนี้อบรมกันอุตลุต เพราะใกล้สิ้นปีงบประมาณและแผน

กระตุ้นเศรษฐกิจ ให้มีเงินหมุนเวียน วันนี้ต้อง

ไปอบรมเครือข่ายเด็กไทยฟันดี  รับเพื่อนไปด้วยสองคน

 กว่าจะรู้ว่าคนละที่ก็เลยแยกย้ายกันที่ท่ารถ แล้วส่งลูกสาวไปเรียน

รีบบึ่งถึงที่อบรมตายละวันนี้ต้องขึ้นนำเสนองานยังไม่ได้คุยกะเพื่อน

ครูที่ต้องขึ้นนำ

เสนอด้วยกันเลย พอเห็นอำเภออื่นก็เออ...ไม่เป็นไรเขาคงเอาอำเภอ

อื่นเพราะเขานำเสนอดีดี  แต่พอเราขึ้นเล่าเรื่องกิจกรรมที่ทำ

การเอางานของเครือข่ายขึ้นบล็อก กลับกลายเป็นว่าเขาต้องการเน้น

ตรงจุดนี้  จึงได้รับการโหวตเป็นตัวแทนไปนำเสนอ

ที่โรงแรมเอเชีย แอพอร์ต รังสิต ในวันอังคารที่ 25 สิงหาคมนี้ ก็รู้สึก

ตื่นเต้นเหมือนกันไม่นึกฝันมาก่อน  แต่ก็คิดว่าต้องทำ

หน้าที่ตัวแทน สสจ.ลำพูนให้ดีที่สุด  เลิกประชุมก็ไปพบเพื่อนที่

บิ๊กซีเพื่อนำแปลนห้องสมุดไปเสนอ และเอาลำไยอบไปฝากไม่ได้คุย

กัน เขารีบมากๆ  เฮ้อ..เหนื่อยเลย



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี