ดอกไม้


ATBB
เขียนเมื่อ

คนที่คิดการใหญ่ที่เหนือกว่ามนุษย์ผู้อื่น จึงคิดแต่เด็ก
มึงจำไว้เลยไม่มีฟลุ๊ก มึงจำใส่กะโหลกมึงเลย
คนที่มีวิสัยตั้งแต่เด็ก จึงประสบความสำเร็จสูงสุด

เมื่อมึงคิดเห็น วิเคราะห์แล้วจึงอยาก เมื่อยากจึงมีความมุ่งมั่น
เมื่อมีความมุ่งมั่นจึง สร้างประจุพลังแห่งความมุ่งมั่น


โดยเอาความตายของตัวเองเป็นที่ตั้ง

ไม่รู้จักธรรมมะหรอก แต่มึงรู้มั้ย เมื่อมึงเพียรมาก

มึงรู้มั้ยนั่นคือธรรมมะที่สอนมึงให้รู้จั­กดีชั่ว ด้วยอัตโนมัติ
เพราะมึงบุกมาก มึงจึงพบปัญหามาก มึงจึงแก้ปัญหามาก
มันจึงเป็นธรรมชาติที่สอนมึง นั่นคือธรรมมะ


อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์.

ศิลปินแห่งชาติ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

Apisak Chayolarn
เขียนเมื่อ

สสค.เปิดผลศึกษาเส้นทางชีวิตเด็กไทย

ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาสสค. กล่าวว่า สถานการณ์การพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กไทยในภาพรวม พบว่า เด็กและเยาวชนไทยมีความสามารถในการแข่งขันต่ำ จากผลการศึกษาเส้นทางชีวิตเด็กไทย โดยสสค.พบว่า ปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนไทยที่เกิดในรุ่นเดียวกันเฉลี่ยปีละ 900,000 คน/ปี ซึ่งหากเปรียบเทียบเป็นอัตราส่วน 1 ต่อ 90,000 คน จะพบว่าเด็กส่วนใหญ่ 6 ใน 10 คน หรือ 60% จบไม่เกินวุฒิม.6 หรือปวช. ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็ก1 คน ที่ไม่จบการศึกษาภาคบังคับ อีก 2.5 คน จบด้วยวุฒิม.3 แล้วไม่เรียนต่อ และอีก 2.5 คน จบด้วยวุฒิม.6หรือปวช.แล้วไม่เรียนต่อ ขณะที่เด็กอีก 4 คนที่เหลือแม้จะเข้าสู่รั้วอุดมศึกษา แต่พบว่า มีเพียง 1 คนเท่านั้นที่จบมาแล้วได้งานทำใน 1 ปีแรก

นายสมพงษ์ จิตระดับ ผู้ทรงคุณวุฒิสสค. กล่าวว่า ในกลุ่มของเด็กด้อยโอกาสและโรงเรียนขยายโอกาส ทักษะชีวิตและการมีงานทำเป็นคำตอบและอยู่ในบริบทของโรงเรียนขยายโอกาส เพราะคุณภาพการเรียนรู้ไม่สามารถสู้โรงเรียนมัธยมต้นในตัวเมืองได้ เด็กกลุ่มนี้จึงต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษในเรื่องการศึกษาเพื่ออาชีพ โดยโรงเรียนควรทำงานในรูปแบบทวิภาคีที่เชื่อมโยงกับภาคเอกชน เช่น 7-11 หรือ เอสแอนด์พี เพื่อให้เห็นว่าเด็กเรียนจบแล้วมีงานทำ ดังนั้นหลักสูตรโรงเรียนขยายโอกาสต้องเป็นทวิภาคี โดยเรียนรู้วิชาสามัญ วิชาชีพ และทักษะชีวิต ทั้งในโรงเรียนควบคู่กับตลาดแรงงานจริง

อ้างอิง saowalak01 11/09/2556. สสส.เปิดผลการศึกษาเส้นทางชีวิตเด็กไทย (ออนไลน์) แหล่งที่มา : http://www.qlf.or.th/Home/Contents/752



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

เพชรน้ำหนึ่ง
เขียนเมื่อ

_"หลักสูตรการพูดเข้าหูคน"

_ฟังดูอาจแปลกๆไม่รื่นหูมากนัก....

_แต่พอคิดดู...หากมีใครเปิดหลักสูตรจริงๆก็คงมีคนสนใจ...

_เพลานี้...ขอลิขิตอนุทินไว้...ณ รร.ชื่อดัง...



ความเห็น (3)

"หลักสูตรการพูดเข้าหูคน"

เป็นหลักสูตรน่าสนใจ ชวนให้ติดตามค่ะ

หลักสูตรนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน อิ อิ

  • จัดที่ไหนครับ.. จะได้สมัครซักคน ....อิอิ
ยายธี
เขียนเมื่อ

คุยกับ..จานข้าว..วันนี้..

มองดูให้เหมือน..แกงเหลือง..ที่ได้กิน..ที่เมืองไทย..เมื่อเร็วๆนี้..โดยเฉพาะที่บ้านคุณหมอใจดี..มีธนาคารต้นไม้อยู่ที่บ้าน..ท่านวอญ่าผู้เฒ่าได้พาไปยล..และลิ้มรส...และแน่นอน มันจะไปเหมือนกันได้อย่างไร...

อยู่คนเดียว..ถือสันโดษ..เลยคุยกับ..จานข้าววันนี้...แกงเหลือง ผงขมิ้นปลาซาบะย่างกับผักสปินาด ของฝรั่งเศส......



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พ.แจ่มจำรัส
เขียนเมื่อ

ปิดตัวเลขรอบปีของ Big client

เลิกงาน 3 ทุ่ม 4 ทุ่ม มา 5 วัน

ตอนกลางวันรู้สึกกะปลกกะเปลี้ย

ละเหี่ยใจ ระคนกันที่พรุ่งนี้มะรืนนี้ ยังต้องสู้กันต่อไป

ปลอบใจตัวเองว่า

สู้ สู้....



ความเห็น (1)

สู้ ๆ คร้า เดี๋ยวก็ผ่านไปได้นะคะคุณ พ.

Tawandin
เขียนเมื่อ

การศึกษาตลอดชีวิต (๑)

พระราชดำรัส

"...การที่ตั้งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชนี้ ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่สมัยใหม่ ที่จะให้ผู้ที่มีความสามารถและมีความปรารถนาที่จะเรียน ศึกษาวิทยาการ วิชาการก้าวหน้ากว้างขวางได้ เพราะว่าคนไทยก็มีความเฉลียวฉลาด ขาดแต่โอกาสที่จะได้ขยายความรู้ความสามารถของตน คนฉลาดที่ได้แสดงแล้วว่าเมื่อมีโอกาส ก็ไปเรียนในชั้นสูง จะเรียกได้ว่าทัดเทียมอารยประเทศไม่แพ้คนอื่น อาจจะดีกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ ฉะนั้นก็สมควรที่จะบริการให้แก่ประชาชนคนไทยได้มีโอกาสที่จะเล่าเรียน..."

♣ ตั้งใจค้นข้อมูล เพื่อเข้าปฐมนิเทศ นักศึกษาใหม่ มสธ. พรุ่งนี้ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๘

♣ เปิดภาคการศึกษาตั้งแต่วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๘ หนังสือ สื่อการเรียนรู้ (อย่างหนา) ๖ เล่ม พร้อม

♣ งานภาคปฏิบัติ (เกษตร)ล้นมือ วันนี้ วันที่๕ ของการตั้งกองปุ๋ยหมักชั้นที่ ๑๘ (ยังอีกหลายชั้นเลย สู้ สู้ สู้ สาธุ )

๒๗ มีนาคม ๒๕๕๘



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

เมธินี มีดี
เขียนเมื่อ

การปลูกจิตสำนึกรักท้องถิ่น


สังคมโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของมนุษย์ทั่วโลกก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไร้พรมแดนแห่งการเรียนรู้สังคมโลกที่มีทั้งการแข่งขันและร่วมมือกันมากขึ้นการจัดการศึกษาเป็นกระบวนการพัฒนาชีวิตบุคคลและสังคมให้มีคุณภาพ มีความเจริญงอกงาม การจัดการศึกษาจึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง ผู้เรียนจำเป็นต้อง เรียนรู้ที่จะรักเพื่อนมนุษย์และเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม โดยยังคงรักษาไว้ซึ่งคุณค่าแห่งมรดกวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การจัดการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญของไทย ฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๐ หมวดที่ ๑๔ การปกครองส่วนท้องถิ่น

๑.เตรียมความพร้อมเพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ และนำเข้าสู่บทเรียนโดยใช้คำถามกระตุ้นความคิดและหลักการคิดวิเคราะห์ ๕ W ๑ H

๒.ขั้นการจัดกิจกรรมการสอนได้เสริมสร้างจิตสำนึกรักบ้านเกิดและการมีส่วนร่วมโดยนักเรียน ศึกษาภูมิสังคมของท้องถิ่น ซึ่งมี ๖ ขั้นตอนได้แก่

ขั้นที่ ๑ คือ การกำหนดเรื่องหรือปัญหา จากท้องถิ่น

ขั้นที่ ๒ คือ การรวบรวมข้อมูลหรือศึกษาแหล่งเรียนรู้

ขั้นที่ ๓ คือ การออกแบบและเขียนเค้าโครงการทำโครงงาน

ขั้นที่ ๔ คือ การลงมือปฏิบัติ

ขั้นที่ ๕ คือ การเขียนรายงานโครงงาน

ขั้นที่ ๖ คือการนำเสนอและประเมินผลโครงงาน

๓. ขั้นสรุปบทเรียน และทำแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อดูพฤติกรรมการเรียนที่เปลี่ยนไป

ที่มา ผู้ดูแลลระบบ สสค. 2558 . การปลูกจิตสำนึกรักท้องถิ่น( ออนไลน์ ) . แห่ลงที่มา : http://www.qlf.or.th/Home/Contents/1006 .16 มีนาคม 2558.



ความเห็น (1)

โพสข้อมูลอ้างอิงให้ชัดเจนด้วยครับ

วชิราพรรณ หนูกลิ่น
เขียนเมื่อ

ครูลพบุรีร่วมใจสร้างสื่อใกล้ตัว หยิบ "กล้วย" มาช่วยสอนทุกวิชา

ครูลพบุรีรวมใจผนึกกำลังทั้งโรงเรียน ร่วมคิดใช้ทุกส่วนของต้นกล้วยเป็นสื่อบูรณาการการเรียนการสอนทุกรายวิชา ให้ศิษย์สนุกกับใช้ความคิด ร่วมสร้างสรรค์การเรียนรู้ พร้อมร่วมมือกับชุมชนต่อยอดสร้างผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายสร้างรายได้รายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี นำกล้วยน้ำว้า มาฝึกหัดนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นให้ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น มาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า และเพิ่มมูลค่า สร้างอาชีพและรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวบนพื้นฐานของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.)ครูและนักเรียนได้ร่วมกันสร้างสรรค์การเรียนรู้ 6 กิจกรรม ได้แก่ 1.การทำแปลงเกษตรสวนกล้วยบนเนื้อที่ 4 ไร่ กล้วย 200 ต้น ตั้งแต่การปลูก การทำปุ๋ยหมักและน้ำชีวภาพ 2.งานใบตอง ได้แก่ กระทงใบตอง และบายศรี 3.สำรับอาหาร 4 ภาค ได้แก่ อาหารคาว อาหารหวาน และการถนอมอาหาร ซึ่งในส่วนนี้แนะนำให้เด็กนำกล้วยไปเป็นวัตถุดิบในการทำอาหาร 4.งานผลิตภัณฑ์แปรรูป ได้แก่ กระดาษสา กระเป๋า หมวก 5.สหกรณ์ชุมชนบานาน่า ได้แก่ รองรับผลิตภัณฑ์จากล้วย ทั้งนี้โครงการยังบูรณาการให้เข้ากับทุกกลุ่มสาระวิชาการเรียนรู้ เช่น คณิตศาสตร์ ให้นักเรียนได้รู้จักคำนวณผลผลิต คำนวณต้นทุน วิชาสังคม ได้เรียนรู้เรื่องของภูมิประเทศ ดิน อากาศ จากการทดลองปลูก เทคโนโลยี ได้เรียนรู้ในส่วนของการใช้คอมพิวเตอร์ และการประกาศขายทางอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ครูจารุวรรณ กล่าวว่า"กล้วย...พืชล้ำค่าคู่บ้านเขายายกะตา" ถือเป็นโครงการที่สร้างการมีส่วนร่วมกับทุกๆ ส่วน ตั้งแต่ ครู นักเรียน และชุมชน เป็นการตอบโจทย์สังคมแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริงกล้วย...พืชล้ำค่าคู่บ้านเขายายกะตา เครื่องมือบูรณาการเพื่อการเรียนรู้

อ้างอิงข้อมูล http://www.qlf.or.th/Home/Contents/504




ความเห็น (1)

โพสข้อมูลอ้างอิงให้ชัดเจนด้วยครับ

สุภาภรณ์ สอิ้งทอง
เขียนเมื่อ

ทำความรู้จักห้องสมุดดิจิตอล

ห้องสมุดดิจิตอล หมายถึง ห้องสมุดที่ต้องการเทคโนโลยีเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงแหล่งสารสนเทศที่อยู่ หลายๆ แหล่งและการเชื่อมโยงนั้นต้องไม่ยุ่งยากสำหรับผู้ใช้และสามารถเข้าถึง ทรัพยากรสารสนเทศได้อย่างกว้างขวางเป็นสากล คอลเลคชั่นที่เก็บไม่จำกัดเฉพาะเอกสาร แต่ยังครอบคลุมถึงวัสดุดิจิตอลอื่น ๆ ที่สร้างขึ้น ซึ่งไม่อยู่ในรูปแบบของสิ่งพิมพ์ องค์ประกอบของห้องสมุดดิจิตตอล ได้แก่ ส่วนเชื่อมต่อ ผู้ใช้ (User interface) ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนสำหรับผู้ใช้และส่วนสำหรับผู้ควบคุมโดยผู้ใช้สามารถใช้เว็บบราวเซอร์ในการติดต่อกับส่วนบริการผู้ใช้ได้

ชอง เปียเจีย์ นักจิตวิทยาผู้ริเริ่มการปฏิวัติวิธีการเรียนรู้ภายใต้ทฤษฎี Constructivism มีความคิดว่า "เด็กๆ ไม่ใช่ท่อที่ว่างเปล่าที่ผู้ใหญ่จะเทข้อมูลและความรู้ต่างๆ เข้าไป เด็กคือผู้สร้างความฉลาดและการเรียนรู้ จึงมีคำาถามสำาคัญว่าจะบูรณาการเทคโนโลยีอย่างไรที่จะนำไปสู่การพัฒนาระบบห้องสมุดดิจิตอลที่ ส่งเสริมศักยภาพในการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้

1.1 ความหมายและลักษณะของห้องสมุดดิจิตอล (Digital library)

1.2 ความสำคัญของห้องสมุดดิจิทัลต่อการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเด็ก ห้

1.3 รูปแบบฐานข้อมูลสำหรับห้องสมุดดิจิตอล

1.4 รูปแบบการจัดการฐานข้อมูลของห้องสมุดดิจิตอล

ที่มา : ผู้ดูแลระบบ สสค. 2558. ทำความรู้จักห้องสมุดดิจิตอล(ออนไลน์). แหล่งทีมา: http://www.qlf.or.th/Home/Contents/616. 23 มีนาคม 2558





ความเห็น (1)
ธิดารัตน์ คำสุวรรณ
เขียนเมื่อ

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบ ผ่านกลไก 3 ประสาน "สาธารณสุข-ท้องถิ่น-ศึกษา" สู่ปฐมวัย...สร้างได้ กรณีศึกษาเวที ปฏิรูการเรียนรู้ ครั้งที่ 19

การดูแลเด็กเล็ก 0-5 ปี นับเป็นยุคทองของพัฒนาการเรียนรู้ เพราะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สมองมีการพัฒนาการสูงสุด อันส่งผลต่อสติปัญญา บุคลิกภาพ และความฉลาดทางอารมณ์ การลงทุนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในช่วงตั้งแต่จึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด จากผลการศึกษาของ James Heckman นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล (2542) ได้ติดตามศึกษาเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษในประเทศต่างๆ พบว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่ช่วงปฐมวัย จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า โดยเด็กที่ได้รับสารอาหารและการดูแลสุขภาพที่ดีในช่วงแรกของชีวิตจะมีทักษะทางกายภาพ IQ และ EQ ที่ดีกว่า มีโอกาสที่จะเข้าเรียนจนถึงระดับอุดมศึกษาสูงกว่า สามารถลดโอกาสการซ้ำชั้นหรือออกกลางคัน และมีโอกาสเป็นกำลังแรงงานที่มีคุณภาพ มีรายได้สูงในอนาคต

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

-เอกสารประกอบการเสวนา

-วีดิทัศน์ ปฐมวัย...คุณภาพที่สร้างได้

-วีดิทัศน์กรณีศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลศรีษะเกษ อ.นาน้อย จ.น่าน

-วีดิทัศน์กรณีศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลสวรรคโลกประชาสรรค์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย

-วีดิทัศน์สรุปเสวนาเวทีปฏิรูปครั้งที่ 19

-สรุปเสวนาวิชาการ

แหล่งที่มา : http://www.qlf.or.th/Home/Contents/715



ความเห็น (1)

โพสข้อมูลอ้างอิงให้ชัดเจนด้วยครับ

สุนิสา ช่วยสถิตย์
เขียนเมื่อ

เมื่อ "โรงเรียน" เปลี่ยนเป็น "โรงแรม" ที่บ้านแม่ลิดหลวง โอกาสการ "เรียนรู้" สู่การพัฒนา 'ทักษะสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)ชีวิต' และ 'ทักษะอาชีพ'

บ้านแม่ลิดหลวง" เป็นชุมชนที่อยู่ลึกเข้าไปในเทือกดอยของอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคของนักเดินทางจะเข้ามาเพื่อสัมผัสกับวิถีชีวิตที่กลมกลืนอยู่กับธรรมชาติของชาวเขาเผ่า "ปกาเกอญอ" "โครงการโรงเรียนเปลี่ยนเป็นโรงแรม" เป็นการจำลองการให้บริการในโรงแรมออกมาเป็น 7 กิจกรรมหลักคือบริการต้อนรับ ดูแลให้บริการแขกผู้มาเยือน,นวดแผนไทย เพื่อฝึกอาชีพและเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยการนวดตัวและฝ่าเท้า,Maelid Restaurant ฝึกทักษะอาชีพการเป็นพ่อครัวแม่ครัวอาหารคาวหวาน,Malid Coffeeฝึกทักษะอาชีพการชงกาแฟและเครื่องดื่มต่างๆ,Maelid Homestay บริการจัดเตรียมที่บ้านพักและเต้นท์,ของดีแม่ลิด ฝึกทักษะอาชีพหัตถกรรม ผลิตของที่ระลึกต่างๆ และกิจกรรมสุดท้ายคือมัคคุเทศก์น้อย เพื่อให้นักเรียนรู้จักและตระหนักในคุณค่าของท้องถิ่นและฝึกทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ "โรงแรมในโรงเรียน" จึงไม่ได้เป็นแค่การฝึกทักษะวิชาชีพในแขนงต่างๆ ให้เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นการปูพื้นฐานและทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ให้เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนที่จะเติบโตขึ้นเป็นสมาชิกรุ่นใหม่ในชุมชน ที่จะส่งให้เกิดการพัฒนาท้องถิ่นตามแนวทางที่สอดคล้องกับวิถีของชนเผ่าอย่างยั่งยืนในอนาคต.

แหล่งที่มา : สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณภาพเยาวชน. "เมื่อ "โรงเรียน" เปลี่ยนเป็น "โรงแรม" ที่บ้านแม่ลิดหลวง". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก:www.qlf.or.th/Home/Contents/999. (23 มีนาคม 2558).



ความเห็น (2)

โพสข้อมูลอ้างอิงให้ครับถ้วนด้วยครับ

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
เขียนเมื่อ

เพื่อน..สมัยเรียนมัธยมมาเยี่ยมเยือน พร้อมเครื่องรับโทรทัศน์และหนังสือห้องสมุด



ความเห็น (2)

ดูดี เพราะมีดีให้ดู เหมาะสมยิ่งกับการ บริหารจัดการ..ยินดีด้วยครับ

NariS
เขียนเมื่อ

โลกส่วนตัวสูง

ฉันชอบอยู่คนเดียว

เพราะฉันชอบที่จะอยู่ในโลกส่วนตัว

แต่ฉันกลับชอบที่ได้อยู่กับคุณมากกว่า

เพราะคุณ...

คือโลกส่วนตัวที่มีความสุขของฉัน

ฝันหวานนะคะ




ความเห็น (3)

กด Like พร้อมให้ดอกไม้ไปสองช่อ ;)…

ชอบใจมาก ว่างๆมาเขียนบันทึกบ้างนะครับอาจารย์

อ.ชวกิจ ทองนุ้ยพราหมณ์
เขียนเมื่อ

ให้นักศึกษา สมัครสมาชิกเว็บไซต์ สสค. ตามลิงค์ http://www.qlf.or.th/Home/FrontPage และศึกษาข้อมูลหัวข้อ ความรู้ นักศึกษา 1 คน ต่อ 1 หัวข้อการเรียนรู้ (ไม่ซ้ำกัน) สรุปเนื้อหาที่ได้ศึกษา พร้อมทั้งลงรายละเอียดอ้างอิงข้อมูลที่ได้ศึกษามาลงอนุทินในเชิงวิชาการ ลง webblog ของตนเองในเว็บไซต์ www.gotoknow.org

กำหนดส่งภายในวันที่ 23 มีนาคม 2558 ตั้งแต่เวลา 11.21 - 14.40 น.



ความเห็น (5)

อ.คะ คือเลือกหัวข้อที่สสค.ขอขยายนั้นหรือคะ

เข้าเว็บ แล้วสมัครสมาชิก รึยังครับ (ขอขยาย???)

ค่ะ อาจารย์ เสร็จแล้วนะคะ#ในอนุทินส่วนตัวค่ะ เรื่อง “การศึกษาหนึ่งในปัจจัยฉุดรั้งต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย”

อาจารย์ค่ะ โพสเเล้วขึ้นเเจ้งเติอนว่าตัวอักษรมากกว่า 2000 ตัว ทั้งที่ ลบตัวอักษรในเวิร์ดเเล้วค่ะ

ทิพรัตน์ ใจฉ่ำ
เขียนเมื่อ

5 ธันวา "วันดินโลก" เทิดพระเกียรติมหาราชา

ในปี 2556 ที่ประชุมใหญ่ของสมัชชาสหประชาชาติได้มีมติประกาศให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็น "วันดินโลก" และในปี 2558 กำหนดให้เป็น "ปีแห่งดินสากล" เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของดินต่อการพัฒนาการเกษตร โภชนาการและความมั่นคงทางอาหารทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ เพื่อรับมือต่อความท้าทายของการเพิ่มจำนวนประชากรโลกอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2556 ที่ประชุมใหญ่ของสมัชชาสหประชาชาติได้มีมติประกาศให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็น "วันดินโลก" และในปี 2558 กำหนดให้เป็น "ปีแห่งดินสากล" เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของดินต่อการพัฒนาการเกษตร โภชนาการและความมั่นคงทางอาหารทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ เพื่อรับมือต่อความท้าทายของการเพิ่มจำนวนประชากรโลกอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการประชุมสภาโลกแห่งปฐพีวิทยา ครั้งที่ 17 ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในปี 2545 ซึ่งมีสมาชิกจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 60,000 คน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในด้านการพัฒนาทรัพยากรดินและการพัฒนาการเกษตร ซึ่งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา วันที่ 5 ธันวาคม จึงถูกเลือกให้เป็น "วันดินโลก" เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ข้อมูลจาก : ศูนย์ข่าวกระทรวงการต่างประเทศ

เขียนโดย ผู้ดูแลระบบ สสค. | 02/12/2557 15:53:06 http://www.qlf.or.th/Home/Contents/972



ความเห็น (2)

โพสข้อมูลอ้างอิงให้ชัดเจนด้วยครับ จากเว็บ สสค. เท่านั้นครับ

ATBB
เขียนเมื่อ

ยะลา "ประกบตัว" เด็กด้อยโอกาส

ดึงท้องถิ่นบูรณาการร่วมแก้ปัญหา

ยะลาใช้วิธี "ประกบตัว" แก้ปัญหาเด็กด้อยโอกาส โดยเฉพาะเด็กกำพร้าเสียพ่อแม่จากเหตุการณ์ความรุนแรง เผยข้อมูลพบตัวเลขเด็กที่ต้องดูแลกว่า 1.6 แสนคน ระดมเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานร่วมแก้ไข สสค.ระบุยะลาคือต้นแบบ ถ้ายะลาทำได้ จังหวัดอื่นๆ ก็ทำได้เช่นกัน

เด็กด้อยโอกาสที่เข้าโครงการ มีอยู่หลากหลายกลุ่ม เช่นคุณแม่วัยใสซึ่งส่วนมากจะมีช่วงอายุไม่เกิน 15 ปี กลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี เด็กพิการ และบางส่วนเป็นเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนใต้ พ่อแม่เสียชีวิต หรือแยกทางกัน ทำให้กำพร้าไม่มีใครดูแล การดำเนินการนั้นจะมีการแบ่งทีมงานออกเป็นชุด 1-2 คนต่อทีม เข้าทำการประกบกลุ่มเหล่านี้ การทำงานแบบนี้ถือว่าทุกภาคส่วนรับผิดชอบร่วมกันไม่ใช่ให้คนใดคนหนึ่งแบกรับ และหากเราปล่อยปละละเลยเด็กเหล่านี้ ผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นอาจจะทำให้เราสูญงบประมาณในการแก้ไขปัญหามหาศาล โดยทางทีมงานและผู้ร่วมมือนั้นจะทำการสำรวจเด็กและกลุ่มที่ด้อยโอกาสเหล่านี้ว่า ขาดแคลนในด้านใดเพื่อที่จะเข้าช่วยเหลือได้ตรงจุดตามปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างถูกวิธี

โดยทางสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณภาพเยาชน (สสค.) ที่จัดตั้งโครงการนี้ หรือ CMU เชื่อว่า "พื้นที่อันตรายอย่างที่ยะลา ทำได้ดีขนาดนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ ถ้ายะลาทำได้ พื้นที่อื่นๆ ก็ทำได้เช่นกัน"


ที่มา : ผู้ดูแลระบบ สสค. ยะลา "ประกบตัว" เด็กด้อยโอกาส (ออนไลน์).

แหล่งที่มา : http://www.qlf.or.th/Home/Contents/685 24 กรกฏาคม 2556"




ความเห็น (1)

โพสข้อมูลอ้างอิงให้ชัดเจนด้วยครับ

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
เขียนเมื่อ

ห้องสมุด..ใกล้ความจริงแล้วครับ ลุ้นเหนื่อยแต่ก็มีความสุข... ยินดีรับบริจาคหนังสือมือสองและวัสดุครุภัณฑ์..ห้องสมุด...นะครับ



ความเห็น (1)

รอชมความสำเร็จอันใกล้นี้ครับท่าน ผอ.

Wasawat Deemarn
เขียนเมื่อ

| อนุทิน ... ๖๑๖๙ |

"สำลักหมอกควัน"

หมอกควันเชียงใหม่ปีนี้รุนแรงกว่าปีที่ผ่านมามากมายนัก
คิดจะหวังพึ่งมนุษย์ก็จะไม่ได้เสียแล้ว

คงต้องธรรมชาติจัดการธรรมชาติเองก็แล้วกัน
ขอให้ฝนตกในวันเสาร์นี้ตามคำทำนายของผู้พยากรณ์อากาศด้วยเถิด ;)...



ความเห็น (6)

คงต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งประเทศ..แล้วครับ..อาจารย์ ..

ช่วงหลัง ๆ ได้ยินได้ฟังว่า”ทุกอย่างล้วนแต่แย่ลงกว่าปีก่อน บางทีก็ที่สุดในรอบ 20-30 กันเลยทีเดียว..แบบนี้ปีต่อ ๆ แสดงให้เห็นว่าตามสถิติ…ปีหน้าก็ต้องแย่กว่าปีนี้..จะใช้ได้ไหมครับครู?

เช่นนั้นครับ ท่นอาจารย์ prayat ;)…

ใช้ได้ครับ คุณเพชรฯ 555

แถวหมู่บ้านตอนเช้าๆ ก็คล้ายกันครับอาจารย์

อร วรรณดา
เขียนเมื่อ

อนุทินที่ ๙๙

........กลับมาเยือน อีกครั้ง ด้วยคิดถึง

ยังตราตรึง ถึงสุข สนุกสนาน

บรรากาศ ยังคงเดิม เพิ่มสำราญ

จิตเบิกบาน เดินเล่น ริมทะเล

(ที่หาดเจ้าหลาว ๑๓ มี.ค.๕๘)



ความเห็น (5)

ขอบคุณนะคะ คุณเพชรน้ำหนึ่่ง

ที่หาดเจ้าหลาวตอนนี้น่าเที่ยวค่ะ เคยไปมาแล้วครั้งหนึ่่งประทับใจกลับมาเยือนอีกครั้งค่ะ

ขอบคุณค่ะ ผอ.ชยันต์

ขอบคุณค่ะ คุณถาวร

ขอบคุณค่ะ อาจารย์ประหยัด

ขอบคุณค่ะ คุณปิยวรรณ เพ็ชรเพ็ง


ย..ยักษ์หนีไปไหนก็ไม่รู้ครับครู..อิอิอิ

หนูรี
เขียนเมื่อ

16/3/2558

ขอเพียงใจที่ไม่เหี่ยวแห้งดั่งแล้งนี้

ดอกไฮเดรนเยีย ยามโรยรา แต่ไม่โรยร่วง

คงเกาะก้านกิ่งแห้ง ...งาม

ณ บ้านสวนถ้ำทะลุ

...



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

Jakkrit Bualoy
เขียนเมื่อ

"...เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาลจึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษานี้ก็มีหลายประการอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียงคือให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้หมายความว่าวิธีใช้คำมาประกอบเป็นประโยค นับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สามคือความร่ำรวยในคำของภาษาไทยซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอจึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้..."

พระราชดำรัสในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย

คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๐๕



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อัยมี อียง
เขียนเมื่อ

ชีวิตดี๊ดี



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

Apisak Chayolarn
เขียนเมื่อ

เกาะตาชัย




เกาะตาชัย
ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และอยู่ไม่ไกลจาก หมู่เกาะสุรินทร์ มากนัก และถูกพบครั้งแรกโดยชายที่ชื่อ ตาชัย ทำให้ตั้งชื่อเกาะตามคนค้นพบว่า เกาะตาชัย

เกาะตาชัย ถูกสำรวจพบมานานแล้ว แต่เพิ่งจะขึ้นตรงกับ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ไปยลโฉมความงามได้ไม่นาน ทำให้ตอนนี้บนเกาะตาชัย สามารถท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
เวลาที่ เกาะตาชัย งดงามที่สุดคือเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน จากนั้น เกาะตาชัย จะปิด 6 เดือน เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟู

สำหรับจุดเด่นที่ทำให้ เกาะตาชัย กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากเดินทางไปชื่นชม เกาะตาชัย กันก็คือ ชายหาดทรายขาวเม็ดละเอียด เนื้อนุ่ม ที่มีความยาวทอดตัวขนานไปกับผืนน้ำประมาณ 700 เมตร
ทั้งนี้ เกาะตาชัย ยังมีกิจกรรมการเดินป่าเข้าไปดู ปูไก่ ปูน้ำจืดที่ชอบอาศัยอยู่ตามธารน้ำ มีลำตัวสีแดงสด มีก้ามสีดำเหลือบน้ำเงิน เวลาร้องจะมีเสียงคล้ายไก่ ชอบออกหากินในช่วงกลางคืน
รวมถึงเป็นจุดดำน้ำดูปะการังที่ทอดตัวยาวขนานกับชายหาดของ เกาะตาชัย ซึ่งเป็นทะเลที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย

ในปีที่ผ่านมา เกาะตาชัย มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ไปเยี่ยมชมกันตลอดทั้ง Season ทำให้เป็นเกาะที่บูมมากที่สุดแห่งนึงของประเทศไทย
เกาะตาชัย เป็นอีกที่ในชีวิต ที่ต้องเดินทางมาเที่ยวครับ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธิดารัตน์ คำสุวรรณ
เขียนเมื่อ

"คนเรามักไม่ค่อยคิดถึงสิ่งที่ตนมีอยู่ แต่มักจะคิดถึงสิ่งที่ตนไม่มี"

...เราแทบจะไม่คิดเลยว่า เรามีอะไรบ้าง ?...

แต่เราคิดเพียงว่าเราขาดอะไรบ้างเท่านั้น...

...จงรื่นรมย์กับสิ่งที่คุณมี ...ในขณะที่คนโง่พร่ำเพรียกใฝ่หาไม่รู้จบ...

...การสร้างนิสัยให้เกิดความคิด มองหาแต่ด้านดีในทุกสภาพการณ์ ...

เป็นสิ่งที่มีค่ามากกว่าได้รับเงินเป็นล้านๆ ในหนึ่งปี...



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี