อัจฉรา
นางสาว อัจฉรา มิว สุทธิสุนทรินทร์

ความเห็นล่าสุด


สรุปว่าเด็กชายสมชัยที่บอกว่าเป็นบุคคลที่ไม่ได้สัญชาติไทยนั้น ถือบัตรเอกสารแสดงตนอะไรคะ

อย่าเพิ่งเบื่อเเล้วกัน อุ้มผางมีอะรัยน่าค้นหาในทุกฤดูกาล แปลกและแตกต่างแต่มีอย่างหนึ่งที่ยังคงเดิม คือ น้ำใจของพวกเขา อยากฟัง อยากอ่าน อยากดูเรื่องราวของบุคคลที่ประสบกับสิทธิทางการเมืองจากน้องโจ้งแล้วล่ะ

นโยบายดังกล่าว ยังอาจส่งผลให้มีภาวะการทำเเท้งเกิดขึ้นมากด้วย เพื่อที่แรงงานจะได้ไม่ต้องกลับไปประเทศของตัวเอง ยังต้องการทำงานเก็บเงินอยู่

รวบรวมเก็บเอกสารให้ได้มาก ทุกอย่างล้วนแต่มีประโยชน์กับลูกความทั้งนั้น ไม่ใช่แค่เราเก็บเท่านั้น ลูกความก็ต้องเก็บเอกสารของลูกความให้ดีด้วย

พื้นที่อุ้มผาง-พื้นที่ห่างไกลความเจริญ กันดาร ไม่ค่อยมีคนอยากมาอยู่อาศัย นี่เเหละทำให้เป็นปัญหาของการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ

พี่ใหญ่คงสบายดีเพราะอดีตกาล พี่ใหญ่ทำแต่กรรมดี ทุกวันนี้มิวก็ยังอุทิศส่วนบุญกุศลให้กับพี่อยู่เสมอนะ คิดถึงจังและจะไม่มีวันลืมพี่นะ

พี่ว่าน่าจะสแกนสำเนารับคำขอ แล้วแปะไว้ในบันทึกนี้ด้วยนะ คนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายตามมาตรา 23 จะได้เห็นด้วยอ่ะ

ส่วนนามสกุลของวิษณุ และชื่อแม่ ก็ควรจะแก้ไขให้ตรงกันในเอกสารราชการทุกฉบับเนอะ ค่อย ๆ ดำเนินการทีละอย่างก็ได้

รี่จ๊ะ..

-ลองดูวันที่ของยุทธศาสตร์ฯนะ ว่าถูกหรือไม่

-ควรใช้คำว่าแบบคำขอตาม มาตรา 23 มากกว่าแบบคำร้องนะ

-สำเนาแบบคำขอที่ทางปลัดให้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ได้ลงลายมือชื่อ และวันที่รับเรียบร้อยใช่ไหม / ควรถ่ายสำเนาเก็บไว้ในแฟ้มเคสด้วย 1 ชุด

-ปลัด/นายทะเบียน จะสอบพยานบุคคลวันหน้าก็ได้ แต่ต้องไม่เกิน 90 นับจากที่รับคำขอนะ

ขอชมเชยจ้า แม้ว่าพี่ไม่ได้ไปด้วย แต่เห็นภาพว่าวันไปยื่นคำขอฯเกิดอะไรขึ้นบ้างอย่างไร เป็นประสบการณ์อีก 1 เรื่องที่สามารถนำไปใช้กับคนอื่นได้ด้วยนะจ๊ะ

ถ้าจำวันเดือนปีเกิดได้ ควรไปที่ร.พ.นั้น เพื่อขอให้ทางรพ.ออกหนังสือรับรองว่าเกิดที่รพ.จริง (ท.ร.๑/๑ ตอนที่ ๑) ซึ่งผ่านมาหลายปีแล้ว ทางรพ.น่าจะทำลายเอกสารไปแล้ว แต่อย่างไรควรขอเขาเข้าไปดูทะเบียนห้องคลอดซึ่งทะเบียนนี้จะจดเกี่ยวกับการเกิดของเด็กในรพ.ไว้ ลองดูนะคะ

การให้เด็ก 1 ขวบไปทำบัตร เจตนารมณ์ของกฎหมายนี้ คืออะไรกันแน่คะ ???

ถ้าอยากป้องกันเรื่องการสวมตัว ก็มีได้หลายวิธี ตอนนี้ทางกรรมการสิทธิ โดยมีอ.วิจารณ์ พานิช ร่วมแลกเปลี่ยนด้วย ให้ความเห็นว่า ทางโรงพยาบาลออก ท.ร.1/1 ให้แล้วก็ตามน่าจะต้องมีการปรับประทับรอยเท้าของเด็กลงในเอกสารด้วย ควรจะเปลี่ยนฟอร์มท.ร.1/1 และสูติบัตร เพราะรอยเท้าไม่มีการเปลี่ยนเเปลงไม่ว่าจะโตขนาดไหนแล้วก็ตาม

น่าแปลกนะคะ ถ้าไม่ได้มีการเคลื่อนไหวรายการนาน ๆก็จะต้องไปอยู่ที่ทะเบียนกลาง ได้ลองเช็คไหมคะ ว่ามีอยู่ในทะเบียนกลางหรือไม่

แม้ไม่ได้ตามไปด้วยแต่อ่านบันทึกนี้แล้วเหมือนกับว่าอยู่ในเหตุการณ์ด้วยเลยทีเดียว

พี่แมว สู้ ๆ นะคะ อยากไปอุ้มผางบ้างแล้วจัง สัญญากับพี่แมวตั้งหลายปีมาแล้วก็ไม่ได้ไปเสียทีอ่ะ

          นับแต่ครั้งแรกที่เห็นน้องศรีออน จำได้ว่ายังถ่ายรูปเล่นกับน้อง ยังจำรอยยิ้ม ความน่ารัก ความซนของเด็กน้อยคนนี้ได้เป็นอย่างดี (ที่คลินิกกฎหมายชาวบ้าน)

          ครั้งที่สองที่เห็นรอยยิ้ม ความน่ารัก ความซนของน้องศรีออนก็ยังมีอยู่ แต่ก็ได้รับทราบจากแม่น้องว่าน้องเป็นโรค.......... (เราไม่อยากแม้กระทั่งเอ่ยชื่อโรคนี้ออกมา) (ที่สวนธรรมโกศล)

          จากนั้นอีกหลายครั้งต่อมารอยยิ้ม ความน่ารัก ความซน ของน้องก็ยังคงมีให้เราเห็นอยู่ แต่น้องเขาเริ่มไม่เห็นตัวเองแล้ว สายตาเริ่มพร่ามัว แขน ขาเริ่มไม่มีแรง จนสุดท้ายน้องก็ต้องนอน และยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้

          โรค.......... ทำไมจะต้องมีคนเสียชีวิตจากโรค...........ทุกหนไป และสุดท้ายทำไมคนที่ อำเภอแม่อายจะต้องเป็นโรค..........นี้กันมากมาย

          น้องศรีออนต้องเดินทางไปโรงพยาบาลที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ทุกเดือน และทุกเดือน พ่อแม่ก็ต้องอุ้มพาไป แต่ก่อนไปแต่ละครั้งพ่อ แม่ น้องศรีออนต้องไปขออนุญาตออกนอกพื้นที่เสียก่อน (คนไร้สัญชาติยังถูกควบคุม จำกัดพื้นที่) แต่การเดินทางเข้าออกโรงพยาบาลของน้องศรีออนอยู่บ่อย ๆ นี้เองทำให้น้องเขาได้รับอนุญาตจากทางอำเภอให้ออกนอกพื้นที่ได้ ๑ ปี โดยไม่จำต้องไปขอออกนอกพื้นที่อยู่ทุกครั้งไป

           แม้ว่าน้องศรีออนจะเป็นเด็กไร้สัญชาติ ป่วยเป็นโรค......... แต่น้องเขาก็ยังเป็นต้นแบบการเรียนรู้ให้กับคนอื่นได้ สุดท้ายนี้ขอให้น้องศรีออนไปสู่สุคติ คุณงามความดีที่น้องมีอยู่ทั้งหมดขอให้นำพาน้องศรีออนพบเจอแต่เรื่องดี ๆ ไม่ว่าภพชาติใดก็ตาม

อ่านแล้วซึ้งอ่ะโอ๊ต เขียนให้บ่อย ๆ นะจะได้นำไปใช้ในทีสิทได้ไม่มากก็นอ้ยจ้า

แต่ที่โอ๊ตเขียนว่า ทฤษฎีที่นักวิจัยของกองทุนศาสตราจารย์คนึง ฤๅไชยได้คิดค้นขึ้นมาใหม่ก็คือ ทฤษฎี 5 คูณ 6 เปลี่ยนเป็นอ.แหววและบรรดาลูกศิษย์ที่ทำงานด้านสถานะบุคคลดีกว่านะ เพราะวันที่เกิดองค์ความรู้ตัวนี้ช่วยกันคิดหลายคนมากกกกกกกกกก

รี่ลองดู กฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ พ.ศ.๒๕๔๓ ข้อ ๑๔ วรรคสอง ซึ่งจะเป็นคำตอบให้กับเจ้าหน้าที่ที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ แผนกการรับบุตรบุญธรรม ที่ว่า มูลนิธิสร้างสรรค์เด็กเป็นผู้ดูแลโดยพฤตินัยเท่านั้น ดังนั้นการจะรับสมศักดิ์ซึ่งอายุเพียง 18 ปี เป็นบุตรบุญธรรมได้นั้นจึงต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่ง อย่างไรเขาก็จะรับเรื่องและทำเรื่องหารือไปถึงอธิบดีตอ่ไป

เชอร์รี่จ๊ะ อยากให้เพิ่มคำสำคัญ bkk.legalclinic และ คำว่า เคสในห้องอาจารย์แหวว ด้วยนะคะ เพื่อสะดวกในการค้นหาค่ะ

ถ้าเคยมีสูติบัตรอยู่แล้วและทำหายก็ไปขอหนังสือรับรองการเกิดได้ค่ะ ณ สำนักทะเบียนที่เด็กเกิดหรือสำนักทะเบียนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือมีภูมิลำเนาอยู่ปัจจุบันค่ะ

หนังสือรับรองการเกิดตามมาตรา ๒๐/๑ แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญํติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑

ขอเพิ่มข้อ 6 ด้วยค่ะ คือ เป็นผู้ดำเนินรายการที่ดีด้วยค่ะ รู้จังหวะอย่างดีมากค่ะ

สอนเราไปในตัวด้วยค่ะ

ธนาคารที่ทำตามกม.ก็ควรชื่นชมอย่างที่ครุหยุยว่าล่ะค่ะ

แต่ธนาคารที่ไม่ทำตามกม. โดยกลัวตัวเองเดือดร้อนแต่ไม่คำนึงถึงผู้บริโคเลยก็คงต้องมีการตำหนิบ้างเพื่อให้เข้าใจกม.ตัวเดียวกันตรงกัน จริงไหมคะ

แต่ไม่เข้าใจคำว่า KYC อ่ะค่ะ พี่ต้อยได้ถามมาด้วยไหมคะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ ๆ สู้ตาย

หลังจากวันนั้นก็ติดต่อกับเคสไม่ได้ค่ะ แต่จะลองถามจากคนที่ส่งมาให้อีกทางค่ะ แล้วได้คุยกับพี่วีันัสถึงทางออกของเด็กค่ะ ดังนี้

๑. สูติบัตรที่เกิดจากการแจ้งโดยใช้หลักฐานเท็จหรือเอกสารปลอม ในทางปฏิบัติจะต้องยกเลิกสูติบัตรนั้นและจำหน่ายรายการของเด็กตามสูติบัตรซึ่งรวมถึงเลข ๑๓ หลักด้วย แล้วให้ผู้มีหน้าที่แจ้งเกิดทำการแจ้งการเกิดให้กับเด็กใหม่ตามข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่ในขณะที่เด็กเกิด ซึ่งกรณีตามเคสมีความเป็นไปได้อย่างน้อย ๒ กรณีคือถ้าแม่เด็กมีหลักฐานหรือพยานบุคคลรับรองว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทย เด็กก็ยังคงได้สัญชาติไทยและได้รับสูติบัตร ท.ร.๑ เด็กจะมี ๒ สัญชาติ (ไทยและสิงคโปร์) แต่ถ้าแม่เด็กไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่าเป็นคนไทยหรือยอมรับว่าตนไม่ใช่คนไทย เด็กก็จะไมได้สัญชาติไทยและจะได้สูติบัตร ท.ร.๓ ถ้าพ่อเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย เด็กก็จะมีสัญชาติสิงคโปร์ตามพ่อที่ชอบด้วยกฎหมาย

๒. พ่อเด็กยังไปแจ้งเกิดเด็กที่สถานทูตสิงคโปร์ได้ จะทำให้เด็กได้รับสูติบัตรของสิงคโปร์

เพิ่มเติมค่ะ เห็นว่านักวิจัยจะลงพื้นที่เก็บข้อเท็จจริงที่ขาดหายไปอีกครั้งในวันที่ ๑๙ - ๒๓ มี.ค. ๒๕๕๓ ด้วยค่ะ

เมื่อวาน (๙ ก.พ. ๒๕๕๓) เวลา ๑๙.๐๐ น. ทางพี่แวว ให้คนทำข่าวโทร.มาแจ้งว่า จะไปโคราชเพื่อทำข่าวเรื่องนางต้อย ในวันที่ ๑๐ - ๑๑ ก.พ. ๒๕๕๓ จึงได้บอกข้อมูลไปเท่าที่ทราบไปแล้ว

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี