ความเห็นล่าสุด


ขอบคุณมากค่ะ คุณมนต์ จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีต่อไปค่ะ

ขอบคุณคุณ มนต์ ที่เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ

ข้อมูลที่เขียนยังไม่ confirm นะคะ แต่ก็ไม่มีใคร contradict ด้วยค่ะ

กำลังตามเรื่อง ม. ในกำกับอยู่ กำลังว่าจะเขียนเรื่องนี้อีกอยู่ในเร็ววันนี้ค่ะ

ไม่เป็นปัญหาค่ะครูอ้อยขา ครูอ้อยไม่ต้องเกรงใจนะคะ ดิฉันเป็นคนพาออกนอกเรื่องโดยคุยถึงเด็กนักศึกษาเอง เนื้อเรื่องมันพาไปค่ะ ; )

ดิฉันว่าเราอยู่ในวงการเดียวกัน พอคุยเรื่องวิชาการก็จะต้องต่อด้วยเรื่องเด็กๆ นักเรียน นักศึกษาค่ะ มันแยกไม่ออกค่ะ ...

 

อาการของคุณ สะ มะ นึก กะ เหมือนกับดิฉันเลยค่ะ เข้าบ้านก็เปิด comp ไปถึงที่ทำงานก็เปิด comp แล้วก็ check ดูคำตอบจากบันทึก นั่งคิดว่าจะเขียนอะไรต่อดี ฮาๆๆๆ (อ้อลืมไป หัวเราะดังไปหน่อย : )  )อาการแบบนี้แสดงว่าดิฉันยังหน้าใหม่อยู่ค่ะ : D

ขอบคุณที่มอบเสียงหัวเราะให้ตั้งแต่เช้านะคะ

สวัสดีค่ะคุณต้น

แวะมาอ่านค่ะ ยัง no comment เรื่องคณิตศาสตร์อยู่ดีค่ะ ; )

ทดลองเขียนจาก ms word นะคะ ถ้าเขียน source code ข้างล่างจะได้สมการ  

c2 = a2 + b2

------------------------------------------------------ 

<p><span style="font-size: 12pt; font-family: Arial">c<sup>2</sup> = a<sup>2</sup> + b<sup>2</sup></span></p>

------------------------------------------------------ 

ไม่รู้จะ work หรือเปล่าหลังจากกดบันทึก ลองดูแล้วกันค่ะ

 

สวัสดีค่ะ ครูอ้อย

บรรยากาศที่บ้านครูอ้อยน่ารักมากเลย ; )

ดิฉันว่าผู้อ่านคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนดิฉันตอนอ่านบันทึกนี้แน่ๆ ค่ะ ; )

สวัสดีค่ะ คุณครูอ้อย P สิริพร กุ่ยกระโทก

ดิฉันก็เคยวิตกหนักๆ เลยค่ะ เมื่อหลายปีก่อนรู้สึกท้อกับวงการศึกษามากๆ เพราะเห็นตัวอย่างไม่ค่อยดีเยอะ และเห็นในทุกระดับด้วย

ตอนนี้ได้แต่คิดว่า เราควรทำงานของเราให้ดีที่สุดไว้ก่อน และบทเรียนที่เคยได้รับคือ เราไม่สามารถแก้ไขอะไรที่นอกเหนืออำนาจเราได้ บางเรื่องมัน beyond จริงๆ ค่ะครูอ้อยขา

ดิฉันเคยเป็นกรรมการสอบสวน  เราตัดสินอย่าง ผู้มีอำนาจเหนือกว่าเห็นอีกอย่าง สรุปแล้วใครมีอำนาจมากกว่าก็เป็นผู้ตัดสิน และท่านก็ต้องรับผิดชอบในคำตัดสินนั้นๆ ไป ดิฉันก็ได้แต่คิดว่า นานาจิตตัง ค่ะ และเราได้ทำหน้าที่ของเราเต็มที่แล้ว

ที่เหลือก็พยายามปลูกฝังเด็กนักศึกษา ที่เขาสนใจจะรับนะคะ ครูอ้อยคงทราบดีกว่าดิฉันแน่ว่าเด็กเขาก็รับได้เฉพาะบางอย่างจากครูและอาจารย์เท่านั้น เขาเชื่อเพื่อนมากกว่าค่ะ

ขอบคุณที่ร่วมแลกเปลี่ยนค่ะ

สวัสดีค่ะ อาจารย์ P Ranee

ดิฉันอ่านข่าวนี้แล้วก็ ........  บรรยายไม่ถูกค่ะ

คิดว่าในวงการศึกษาคงยังมีเรื่องแปลกๆ กับคนแปลกๆ อีกเยอะ

ที่อาจารย์ว่าการตรวจสอบแย่นั่นก็เป็นเรื่องจริงค่ะ แต่ดิฉันเคยพบแล้วกรณีที่นักศึกษาปลอมแปลงเอกสารผลสอบ คนตรวจเอกสารตั้งหลายคน จับไม่ได้สักคนว่าปลอม เพราะเทคโนโลยีดีมาก มาเรื่องแตกเพราะคนปลอม ปลอมซ้ำ แต่ปลอมไม่เหมือนเดิม เลยถูกจับได้ในที่สุดค่ะ

เรื่องพวกนี้ได้แต่นำมาให้เห็นเป็นอุทธาหรณ์ค่ะ....

ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านและให้ความคิดเห็นนะคะ

สวัสดีค่ะ อาจารย์ P มัทนา

ข้อความต่อไปนี้สรุปและคัดลอกมาจากหนังสือ "หลวงปู่ฝากไว้" โดยพระครูนันทปัญญาภรณ์ พิมพ์ครั้งที่ ๕ พ.ศ. ๒๕๓๔ ค่ะ

พออ่านที่อาจารย์ยกตัวอย่างดาไล ลามะ เลยนึกถึงคำตอบของหลวงปู่ดูลย์ ที่เคยอ่านเจอต่อไปนี้ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเสริมประสบการณ์นะคะ ; )

-----------------------------------------------------------

ปี ๒๕๒๒ หลวงปู่ดูลย์ อลุโต ไปพักผ่อนที่วัดเขาสุกิม ในขณะเดียวกับมีพระธรรมวราลังการ วัดบุปผาราม ซึ่งมีอายุอ่อนกว่าหลวงปู่เพียงปีเดียว แต่เป็นพระที่ศึกษาและบริหารงานคณะสงฆ์มาตลอดวัยชรา ทราบว่าหลวงปู่ดูลย์เป็นพระที่ปฏิบัติกัมมัฏฐาน และหลังจากสนทนาข้อกัมมัฏฐานกับหลวงปู่เป็นเวลานาน ได้ลงท้ายถามหลวงปู่ดูลย์ สั้นๆ ว่า ท่านยังมีโกรธอยู่ไหม

หลวงปู่ตอบเร็วว่า

"มี แต่ไม่เอา"

ฮาๆ เห็นแล้วรำลึกอดีตของตัวเองค่ะ ; ) ทุกคนคงมีวันอย่างนี้สักวันหนึ่งตอนเรียน Ph.D ค่ะ 555

ขอบคุณ ผศ. เพชรากร หาญพานิชย์ ที่ช่วยเสริมนะคะ จำได้ง่ายดีค่ะ หลวงปู่ท่านคิดได้เรียบง่ายและชัดเจนดีค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

สวัสดีค่ะคุณต้น (คุณ P ไปอ่านหนังสือ )

ขออนุญาตเรียกชื่อเล่น ตามคนอื่นเขาแล้วนะคะ ; )

แวะมาอ่านค่ะ ที่สรุปนี้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์เพราะในการทำงาน เรื่องการเขียนและการสื่อสารนี้เป็นส่วนหนึ่งของอาชีพของดิฉันอยู่แล้ว

ไว้จะไปประยุกต์เพิ่มตอนสอนหนังสือ และทำสื่อการสอนค่ะ เดิมก็คิดอยู่บ้างว่าต้องทำเรื่องให้สนุก น่าสนใจ เข้าใจง่าย และ concrete หนักแน่นได้สาระ และเห็นด้วยว่า emotional นั้นใส่ได้ยากในเรื่องวิชาการ แต่พอทำได้ค่ะ ตัวเองเคยใช้วิธียกตัวอย่างให้เห็นผลกระทบของทฤษฎี ให้ relate กับสิ่งชีวิตของผู้ฟังให้มากที่สุดค่ะ ประมาณว่าเสริม story ลงไปในวิชาการนั่นเองเพื่อให้ได้ emotion คนฟังจะได้เข้าใจและให้ความสำคัญมากขึ้น

ขอบคุณที่สรุปให้ฟังนะคะ

ขอบคุณคุณ P ดอกแก้ว ที่แวะมาอ่านและให้ข้อคิดเห็นแต่เช้าเหมือนกันนะคะ

ใช่อย่างที่คุณ ดอกแก้ว ว่าเลยค่ะ ว่ามันเป็นกลไกธรรมชาติที่เราห้ามไม่ได้ เพราะจิตมันซนค่ะ  คงเหมือนเณรเล็กๆ ; )  ที่คุณ ดอกแก้ว ดูแลอยู่  แต่เราดูการเกิดดับของจิต และตามทันได้ค่ะ ประมาณว่า สุดท้ายเณรก็จะโตขึ้น พฤติกรรมบางอย่างก็จะหายไป (ดับไป) แต่เร็ว ช้าต่างกันไปในแต่ละคน

ฝึกดูนะคะ ไม่ต้องทำอะไรมากค่ะ ใช้ชีวิตตามปรกติค่ะ ดูตามไปเรื่อยๆ ก่อนอย่างเดียว พอเห็นทันบ้างไม่ทันบ้างจะเริ่มรู้เองค่ะ ว่าเราทันแล้วหรือยัง

ขอบคุณที่เข้ามา ลปรร นะคะ

แวะมาสวัสดีปีใหม่ไทยกับคุณเม้ง สมพรนะคะ


ขอให้มีความสุขมากๆ คิดถึงใครก็ให้เขาคิดถึงคุณเม้งด้วยค่ะ ; )

สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ อาจารย์ขจิต ; )

ที่ยิ้มเพราะชื่นชมค่ะ ชอบที่อ.ขจิตเขียนบรรยายชีวิตในบันทึกมาก ดิฉันว่า ถึงแม้จะดูว่าชีวิตลำบาก แต่คนที่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้ จะรู้ซึ้งถึงคุณค่าของชีวิตและการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ

ดิฉันพบหลายท่านค่ะ ที่ผ่านประสบการณ์แบบนี้มา แต่ละท่านเป็นคนดีมาก ได้พบอีก ๑ คน แม้จะเป็นแบบเสมือน แต่ได้รู้จักผ่านการเขียนและการเล่าประสบการณ์ของกลุ่มเฮฮาศาสตร์ ก็รู้ได้ว่า อ.ขจิตเป็นคนที่น่าชื่นชมและสามารถเป็นแบบอย่างดีๆ ให้กับเด็กๆ ได้อีกคนหนึ่ง

ขอให้ประสบความสำเร็จกับทุกสิ่งที่ตั้งใจนะคะ

สวัสดีค่ะคุณ ฉัตรชัย และ คุณหมอสุพัฒน์ kmsabai

 

ก่อนอื่นขอขอบคุณคุณหมอที่ช่วยดิฉันตอบคุณฉัตรชัยค่ะ ส่วนคุณฉัตรชัยก็ไม่ต้องเกรงใจนะคะ ดิฉันเห็นว่าเป็นประโยชน์ที่ได้ตอบค่ะ เพราะทำให้ได้คิดทบทวนใคร่ครวญการปฏิบัติของตนเอง ได้เล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้

 

ดิฉันเห็นหัวเรื่องปฏิจสมุปบาทหลายครั้งแล้วค่ะ แต่ยังไม่ได้อ่านจริงๆ จังๆ ซักที แล้วจะลองค้นคว้ามาคุยกันตามโอกาสค่ะ

 

ส่วนพระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต) ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็น พระพรหมคุณาภรณ์ อันนี้คัดมาจาก wikipedia ค่ะ ; )

 

ขอบคุณคุณหมอที่เข้ามาแลกเปลี่ยนและเสริมเรื่องที่ดิฉันเขียนเสมอนะคะ ประสบการณ์ของคุณหมอจะได้เป็นอีกมุมหนึ่งที่ผู้อ่านได้รับไปด้วย เพราะคุณหมอน่าจะมีความรู้ทางปริยัติธรรมมากกว่าดิฉัน

 เช่นเดิม ดิฉันขอตอบคุณฉัตรชัยตามบันทึกนี้ค่ะ ; )

สวัสดีค่ะ P ไปอ่านหนังสือ

ขอบคุณมากเลยค่ะ ที่ให้ตำแหน่ง blogger หน้าใหม่ในดวงใจ ; )  เห็นข้อความนี้เมื่อวานนี้แล้ว แต่ไม่มีเวลา acknowledge เลย เมื่อคืนก็คิดอยู่ว่าแล้วเราจะ tag ใครต่อดีละเนี่ย เพราะว่าคุณ  P ไปอ่านหนังสือ ก็เป็น blogger ในดวงใจดิฉันเหมือนกัน แต่ได้โอกาส tag ดิฉันก่อน ; ) ไม่รู้จะผิดกติกาไหมถ้า tag กลับ 555

ช่วงหลังนี้ตามอ่านเรื่องคณิตศาสตร์อยู่นะคะ แต่ยัง comment ไม่ออกค่ะ เลยตามอ่านเงียบๆ ก่อน

ขอเวลาไปคิด แล้วจะดำเนินการตามกติกา มารยาทต่อไปค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

ตามมากราบสวัสดีปีใหม่ครูบา ค่ะ

ขอขอบคุณที่ครูบาได้ให้ข้อคิดที่ดีๆ เสมอนะคะ

สังคมไทยกำลังขาดคนอย่างครูบา มากเลยค่ะ ดีใจที่เป็นสมาชิก G2K และมีโอกาสรับความรู้จากประสบการณ์ครูบา ถ่ายทอดค่ะ

ขออนุญาตอำนวยพรให้ครูบา มีความสุข (ทั้งกายและใจ) กับทุกสิ่งที่ครูบาทำนะคะ

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

ไม่ดุแน่นอนค่ะ คุณธรรมาวุธ ; )

ขอบคุณที่นำรอยยิ้มมาให้ค่ะ อนุมานได้ดีจัง "ส่งคนไปนอก" 5555

สวัสดีค่ะคุณครูอ้อย P สิริพร กุ่ยกระโทก

เป็นบุญวาสนาของดิฉันเช่นกันค่ะ ที่ครูอ้อยจะมาช่วยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพราะฉะนั้นที่จะเป็นลูกศิษย์นั้น สงสัยจะไม่ได้ค่ะ เพราะอาจขอเป็นลูกศิษย์ครูอ้อยเหมือนกัน ; )

ดิฉันตามไปอ่านที่ครูอ้อยเขียนแล้วค่ะ ไม่รู้จะสรุปทั้งหมดได้อย่างไรเหมือนกันค่ะ ; ) เพราะดิฉันเป็นพวกปฏิบัติธรรมแบบความรู้ทางปริยัติธรรมน้อยมากค่ะ พยายามอ่านอยู่เหมือนกันค่ะ แต่พบว่าถ้ามัวจำ technical term ทำให้ท้อได้ค่ะ เพราะเยอะมากจริงๆ ส่วนใหญ่จะศึกษาโดยการอ่านและทำความเข้าใจในหลักการในขณะนั้น แล้วก็ไม่ท่อง เพราะจำได้ไม่หมด แต่ถ้าเรื่องไหนเข้าใจจริงๆ จะจำได้ เพราะเมื่อทดลองมาปฏิบัติแล้วเห็นว่าได้ตรงกันกับหนังสือหรือคำสอน ก็จะเข้าใจยิ่งขึ้น (แต่ก็ยังจำ technical term ไม่ได้อยู่ดีค่ะ)

ดิฉันปฏิบัติโดยใช้แนววิปัสสนากรรมฐาน แต่ทำในชีวิตประจำวันค่ะ ใช้มหาสติปัฏฐาน๔ เป็นหลัก เน้นการเป็น "ผู้ดู" ไม่เป็น "ผู้เป็น" ดังตัวอย่างในบันทึกเรื่องมาดูความโกรธกันเถอะ ค่ะ ตอนนี้ก็ยังปฏิบัติตามแนวนี้ไปเรื่อยๆ อยู่ ทำได้บ้าง หลุดบ้างค่ะ

ดิฉันยึดหลักว่าพยายามทำให้ง่ายๆ เข้าไว้และปฏิบัติได้ตลอดค่ะ เพราะธรรมควรจะเป็นอะไรที่เป็นธรรมชาติ บังคับไม่ได้ค่ะ

แล้วเรามา ลปรร กันต่อนะคะ มีคุณหมอสุพัฒน์ กับคุณธรรมาวุธ แล้วก็คุณฉัตรชัยที่มาช่วยกันต่อยอดเป็นประจำค่ะ

สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ

เห็นด้วยค่ะคุณหมอ P kmsabai

ว่าถ้าตั้งใจคิดไปวันข้างหน้า สามารถคิดด้วยสติได้ค่ะ ดิฉันเรียนมาทางการบริหารงานบ้าง และเคยคิดเหมือนกันว่าถ้าเราไม่คิดวางแผนไปข้างหน้า แล้วเราจะทำงานสำเร็จได้อย่างไร ประมาณว่าอยู่กับปัจจุบันตลอดแล้วมันจะได้เรื่องหรือ... ประมาณนั้นค่ะ

แต่แท้จริงแล้ว เราสามารถคิดในอนาคตแต่จิตอยู่ในปัจจุบันได้ค่ะ คือไม่กังวล เป็นทุกข์ แค่รับทราบว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้น หรือต้องการจะทำอะไรบ้างในอนาคต คือคิดล่วงหน้าอย่างมีสติที่อาจารย์ว่าค่ะ

เผอิญประสบการณ์จิตหดหู่ของดิฉันที่เล่าในบันทึกนี้ ดิฉันยอมรับเลยค่ะ ว่าตามดูสภาวะนี้ จนลืมพิจารณาเหตุค่ะ ; )

คุณธรรมาวุธคะ ดิฉันคิดว่าโอกาสที่เราจะได้ทำแบบ อ.ประมวล นั้นเป็นเรื่องของบุญบารมีของแต่ละคนค่ะ ดิฉันคงทำขนาดท่านทำไม่ได้ค่ะ อาจตายก่อนปฏิบัติเสร็จ ; )

เราอาจมีหรือไม่มี หรืออาจได้ปฏิบัติในแนวทางอื่น แต่ค้นพบสิ่งเดียวกันก็ได้ค่ะ สำหรับดิฉัน ธรรมมีอยู่ในทุกที่ เพียงแต่รอให้เราเห็นและเข้าใจเท่านั้นค่ะ : )

สวัสดีค่ะคุณหมอ สุพัฒน์ P kmsabai

ขอบคุณคุณหมอที่เข้ามาแลกเปลี่ยนค่ะ

เห็นด้วยเลยค่ะว่ากายานุปัสสนาเป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้และเข้าใจได้ง่ายกว่าจิตตา หรือ เวทนานุปัสสนา ค่ะ

ดิฉันก็เริ่มจากกายานุปัสสนาเช่นกันค่ะ แต่ไม่เคยฝึกสมาธิเหมือนคุณหมอค่ะ อาจทำให้ไม่ค่อยนิ่งเวลาปฏิบัติวิปัสสนาในชีวิตประจำวัน ความคิดแวบไปแวบมาตลอด เลยตามดูจิตแล้วก็ลืมดูกายค่ะ

ตอนนี้ก็พยายาม back to basics กลับสู่ปัจจุบันโดยดูกายเป็นหลักอยู่เหมือนกันค่ะ

ขอบคุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยนและช่วย confirm ว่าสิ่งที่ดิฉันประสบจากการปฏิบัตินั้นไม่ได้หลอกตัวเองค่ะ ; ) แต่เป็นธรรมที่เป็นปรมัตถ์และทุกคนประสบได้เช่นกัน ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณ P ฉัตรชัย

ดิฉันขออนุญาตตอบคุณฉัตรชัยในบันทึกนี้นะคะ

ขอบคุณที่ถามค่ะ เลยได้เขียนบันทึกและใคร่ครวญประสบการณ์ของตัวเองเพื่อเล่าสู่กันฟังค่ะ ; )

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี