ความเห็นล่าสุด


ขอบคุณ คุณเรื่อย เรื่อย มา เรียง เรียง และคุณไม่แสดงตน ที่แวะเวียนเข้ามาอ่าน ขอบคุณสำหรับคำแนะนำทางโทรศัพท์ค่ะ

คุณอั๋นคะ

สำหรับคำถามพี่ไม่สามารถตอบได้ค่ะ ผู้ที่จะตอบคำถามได้ดีที่สุดคือคุณหมอเจ้าของไข้ หมายถึงหมอที่ดูแลคุณพ่ออยู่น่ะค่ะ

ถามหมอโดยตรงดีกว่านะคะ  โชคดีค่ะ

พอจะแยกประเด็นปัญหาได้ดังนี้ค่ะ

1.ปัญหาที่ต้องพึ่งหมอคือปัญหาที่บอกว่ากลืนอาหารไม่ได้ทำให้ไม่อยากทานข้าวตามมา ซึ่งการไม่ได้ทานข้าวเป็นปัญหาหลักเฉพาะหน้าที่ต้องแก้อย่างรีบด่วน

2.ปัญหาที่คนไข้ต้องพึ่งตัวเอง เช่นการกินยา ถ้าคนไข้ไม่ยอมกินยามันก็จะหายได้อย่างไร

พี่คิดว่าตอนนี้พ่อคงหมดกำลังใจในการรักษา ปัญหาอย่างอื่นจึงตามมา คงต้องให้กำลังใจคนไข้ให้มากๆ ต้องชี้แจงว่าถ้ารักษาหมายถึงยอมกินยาก็มีโอกาสหาย

ส่วนการรักษาแผลกดทับมีหลายวิธีซึ่งหลายคนได้นำเสนอไปแล้ว แต่ละวิธีมีข้อดีข้อด้อยต่างกัน ให้เลือกวิธีที่เหมาะกับเรามากที่สุด ส่วนการนอนแคร่ก็เป็นวิธีหนึ่งที่รักษาได้ผลมาแล้ว ข้อด้อยก็คือการนอนบนแคร่จะเจ็บเพราะพื้นผิวจะแข็งไม่นิ่ม ในกรณีนี้พี่ไม่แนะนำ เพราะคุณพ่อผอมมากท่านจะเจ็บเวลานอนเพราะต้องนอนตลอดเวลา ถึงแม้ว่าแผลกดทับจะหายแต่ถ้าต้องทรมานตลอดเวลาต้องคิดว่ามันจะคุ้มกันไหม พี่ว่าวิธีอื่นน่าจะเหมาะกว่าเช่นใช้ห่วงยาง หรืออะไรที่นิ่มๆดีกว่า

แต่ ณ เวลานี้เท่าที่รับทราบข้อมูลควรต้องพาท่านไป รพ.ดีที่สุดค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้และขอให้คุณพ่ออาการดีวันดีคืนและหายโดยเร็วค่ะ

อยากเรียนถามอาจารย์ว่า ที่มัสยิด กับ ที่บ้าน ผู้หญิงควรละหมาดที่ไหนดีกว่ากันคะ เพราะผู้รู้คนที่หนึ่งแนะนำให้ละหมาดที่มัสยิดจะดีกว่า แต่ตอนนี้มีผู้รู้อีกคนแนะนำว่า ผู้หญิงควรละหมาดที่บ้านจะดีกว่า

เลยค่อนข้างสับสนค่ะ

 

 

 

     นับวัน            นับเดือน          เคลื่อนคล้อย

เหงาหงอย         หงุดหงิด          โหยหา

จากไป               หายลับ             ไม่ลา

ประหนึ่งว่า         สิ้นไร้                ไมตรี

     คอยวัน          กลับคืน            เหมือนเก่า

นานเนาว์            แนบสนิท          มิตรสหาย

เพิ่งรู้ว่า               คอมตัวโปรด    มาสิ้นใจ

แล้วทำไง           คอมถึงฟื้น        คืนกลับมา

     แต่นี้              ต่อไป                ใจคงสุข

นั่งลุก                 ให้คิด                ถวิลถึง

ภาพเก่าเก่า        เจ้าขีดเขียน     เพียรคำนึง

ยังตราตรึง          แนบฤดี            จี2เค(G2K...)

 

 

 

เขียนได้ละเอียด เป็นเพราะว่าได้บันทึกไว้ตอนเดินทาง ถ้าไม่บันทึกก็คงเบลอๆเหมือนกันค่ะ

ขอบคุณค่ะ ที่ติดตามอ่าน

 

ประเด็นหลักของการรักษา ในแง่ทฤษฎีคือ

1. ต้องไม่ให้เกิดการกดทับบริเวณแผลอีก เหตุผล คือ ต้องการให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณแผลอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้มีเนื้อตายเพิ่มขึ้น และสามารถสร้างเนื้อเยื่อใหม่มาทดแทนได้

2. ต้องรักษาความสะอาด เหตุผล เพื่อป้องกันแบคที่เรียหรือเชื้อโรคมาใช้เป็นที่อาศัย จะทำให้เป็นแผลติดเชื้อและลุกลามเน่าต่อไปเรื่อยๆ

3. ต้องให้แห้งตลอดเวลา เหตุผล เพื่อสนับสนุนเหตุผลข้อ 2

4. หมั่นขูดหรือนำเนื้อตายบริเวณแผลออกให้หมด เหตุผล เพื่อให้มีการสร้างเนื้อเยื่อใหม่มาทดแทนได้ 

จะเห็นได้ว่าในทางทฤษฎีไม่มีอะไรมาก แต่จะมีข้อจำกัดในทางปฏิบัติมากกว่า เช่น เมื่อแผลอยู่ที่บริเวณก้นกบ จะไม่ให้นอนทับได้อย่างไร จุดนี้แหละค่ะที่เราต้องนำมาขบคิดต่อว่าจะทำอย่างไร

ประเด็นที่อยากจะแนะนำคือนำทฤษฎีมาปฏิบัติให้ได้จริงในทุกๆข้อ ซึ่งต้องใช้ความตั้งใจจริง ความพยายาม และความอดทนเป็นอย่างมาก

ขอให้อาการของคุณแม่หายวัน หายคืนนะคะ

นั่นนะสิคะ!!! ขอเรียนท่านผู้อ่านท่านอื่นงี้ค่ะว่า เราเดินทางไปตั้งเกือบครึ่งโลก แล้วจู่ๆช่วงที่ผู้เขียนนั่งรอเข้าเยี่ยมกุโบร์(หลุมฝังศพ)ของท่านศาสนทูตนบีมูฮัมหมัด ซึ่งอยู่ในมัสยิดนาบาวี ที่เมืองมะดีนะห์ พลันสายตาก็เหลือบไปเจอคนรู้จัก ซึ่งก็คือทีมของคุณ tasneeya นี่แหละค่ะ นั่งห่างกันไม่เกินสามเมตร ซึ่งเขาเป็นคนเห็นผู้เขียนก่อน ตอนแรกที่เห็นผู้เขียนจำไม่ได้ค่ะว่าเป็นใคร เพราะทุกคนใส่ mask แต่พอถอด mask นั่นแหละ ความรู้สึกต่างๆก็พรั่งพรูออกมา ดีใจ ตื่นเต้นจนบอกไม่ถูก ที่มาเจอคนรู้จักในต่างแดน ท่ามกลางคนมากมายขนาดนั้น ก็อัลฮัมดุลิ้ลละห์ ค่ะ

ถ้าเป็นไปได้อยากให้คุณ tasneeya มาแชร์ประสพการณ์ด้วยกัน จะได้เป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านมากขึ้นค่ะ

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

คุณ Mitochondria คะ เรื่องผลประโยชน์ มีแก้ไขค่ะ คือเปลี่ยนจาก % เป็นส่วนค่ะ ชัดเจนขึ้นไหมคะ

อีกอย่างลืมพูดถึงค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายเรามีน้อยมาก มีแต่ค่าวัสดุ เช่นค่าสมุดบัญชี สมุดประจำตัวสมาชิก เราไม่มีค่าจ้างหรือค่าแรง ทุกอย่างทำฟรีค่ะ

บรรยากาศแบบที่อาจารย์ว่า ดิฉันเคยสัมผัสค่ะ เมื่อสมัยเรียนมัธยม ก็ 30 ปีที่ผ่านมานี่เอง ในวิชาประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าวิชานี้ เป็นยานอนหลับขนานเอก แต่มีอาจารย์ท่านหนึ่งจำได้แต่ชื่อคือ อาจารย์อัจฉรา จำนามสกุลไม่ได้แล้ว พอถึงชั่วโมงประวัติศาสตร์ดิฉันจำได้ว่าอยากเรียนมากๆ สนุกมาก จำติดตาจนถึงเดี๋ยวนี้ทั้งลีลาการสอน เนื้อหาซึ่งว่าด้วยสงครามเก้าทัพ อาจารย์อธิบายเหมือนได้ดูหนังเลย มีตัวละครยกทัพกันไปยกทัพกันมา มีพระเอกมีผู้ร้าย ด้วย อาจารย์ก็ตัวเล็กๆกระโดดไปทางโน้นทีทางนี้ทีของกระดานดำด้วยท่วงท่าที่ว่องไวกระฉับกระเฉง เสียงดังฟังชัด  นักเรียนงี้นั่ง ตัวไม่กระดิกเลย

บอกได้คำเดียวว่า "สุดยอด" ถ้าเรียนวิชาอื่นๆสนุกเหมือนเรียนวิชานี้ดิฉันว่า ถ้าให้เลือกระหว่างไปเที่ยวศูนย์การค้ากับไปโรงเรียน ดิฉันตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่าไปโรงเรียนสนุกกว่ากันเยอะเลย

อยากให้บรรยากาศแบบนี้เกิดขึ้นกับนักเรียนในทุกชั่วโมงที่เข้าห้องเรียนจัง มันจะเป็นไปได้ไหมเนี่ย

 

 

 

มุกนี้ได้ผล พี่หนึ่งคนหละที่ตกเป็นเหยื่อ (แต่ด้วยความยินดีค่ะ)

อ่านบันทึกนี้ถึงย่อหน้าที่ 2   link ไปที่เจ้าของบันทึก ทำไว้ อ่านเพลินมาก อ่านไปเรื่อยๆ เพลินจนลืมกลับ ได้ความรู้มากเลย กลับมาที่บันทึกก็หมดเวลา ค่อยมาอ่านต่อ

อยากให้ทุกคนได้อ่านจังโดยเฉพาะ นายทักษิณ และคณะฯ

เอ! แล้วตอนสิ้นเดือนพี่จะโดนหางเลขด้วยหรือเปล่าเนี่ย ?????

เอ! พี่ว่า ขนมไทยๆ น่าจะคู่กับน้ำสมุนไพรนะ มีประชุมเมื่อไรอย่าลืมเคาะฝาผนังเรียกด้วยล่ะ จะยอมเสียมารยาท ทำตัวเป็นแขกไปหาตอนมีประชุม

 

  • อีกความหมายหนึ่ง เป็นคนละเรื่องกับคำว่าโจข้างบน หมายถึง ยันต์ ส่วนใหญ่จะใช้คำว่า "ใส่โจ" คือการลงยันต์เอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ได้รับความเสียหาย เป็นไสยศาสตร์อย่างหนึ่ง แม่เล่าว่า ลุงของพี่เป็นคนมีความรู้เรื่องนี้ สวนผลไม้ของลุงไม่มีใครกล้าไปโขมย เพราะถ้าใครเข้าไปในสวนเขา โขมยแล้วจะหาทางออกไม่เจอ จะเดินวนเวียนอยู่อย่างนั้นจนกว่าลุงจะไปเอาออกมาเอง เพราะสวนของลุงได้ "ใส่โจ" เอาไว้ ผลกระทบของคนที่ถูกคุณไสยพวกนี้แล้วแต่เจ้าของ "โจ" จะให้เป็นไป เช่น บางคน กินแล้วทำให้ปวดท้อง เป็นต้น เท่าที่ทราบจะใช้กับสวนผลไม้
  • ขอบคุณ คุณ nidnoi แทนชาวใต้ด้วยนะคะที่สนใจภาษาของเรา ว่าแต่ว่า คุณ nidnoi เป็นคนที่ไหนหรือคะ

 

  • จริงๆแล้วออกเสียง "เหมรย" คือมี ร เรือควบกล้ำด้วยค่ะ แปลว่า  ติดสินบน  บนบานศาลกล่าว  ที่ nidnoi  เข้าใจนั้นถูกต้องแล้ว ตัวอย่างการใช้งาน เช่น "ลุงดำไม่สบายอีกแล้ว เขาถูก "เหมรย" แต่ไม่ยอมแก้ซักที " คือไม่ยอมแก้บนนั่นเอง สงสัยว่า nidnoi งงกับคำว่าแก้บนอีกหรือเปล่า
  • คำว่าโจ เป็นภาษาถิ่นที่ใช้กันในวงแคบๆ เช่นที่จะนะมีใช้ แต่ที่รัตภูมิไม่มีใช้ค่ะ แปลว่า "แว็บ" นั่นเอง ตัวอย่างการใช้งาน เช่น "วันนี้ว่าอิโจไปบ้านน้องอบซักเดียว" หมายถึงการไปบ้านน้องอบแบบรีบไปรีบกลับค่ะ

 

 

 

สำหรับคนที่ชอบกินแกงกะทิ ดิฉันขอเสนอให้ใช้นมถั่วเหลืองชนิดจืด (No sugar) แทนน้ำกะทิค่ะ เวลาแกงให้ใส่ทุกอย่างพร้อมกันก่อนตั้งไฟ เพราะนมถั่วเหลืองถ้าเจออย่างอื่นที่อุณหภูมิต่างกัน จะทำให้จับตัวกันเป็นก้อน ไม่น่ากินค่ะ

ถ้าเป็นแกงที่ประเภทน้ำขลุกขลิก มีเครื่องแกงเยอะๆใช้ได้ดีที่เดียวหน้าตาใกล้เคียงกับใช้น้ำกะทิมาก

ส่วนรสชาติอาจจะไม่อร่อยเท่ากะทิจริง แต่สามารถกินทดแทนได้ในระดับหนึ่ง

ดิฉันซื้อนมถั่วเหลืองที่ว่านี้ติดครัวไม่เคยขาดค่ะ เพราะถ้าหมดเมื่อไร คุณแม่จะ Order ทันที่ค่ะ

*** อ้อ! อย่าลืมข้าว ควรเป็นข้าวกล้องด้วยนะคะ

 

อาจารย์คะ ดีใจมากค่ะที่บันทึกเล็กๆ จากเหตุการณ์ที่พบเจอ แล้วมีประโยชน์กับผู้อื่น โดยเฉพาะอาจารย์ ซึ่งเป็นผู้ที่ให้กำเนิด "ขุม" ความรู้แห่งนี้

อาจารย์ลองปรับใช้ดูนะคะ "แคร่" แบบดัดแปลงเป็นแบบที่อุไรวรรณ "คิดว่า" น่าจะดีกว่าแบบดั้งเดิม แต่ยังไม่ได้นำมาใช้งานจริงค่ะ

ก็รู้สึกไม่ดีต่อตัวเองอยู่บ้างเหมือนกันค่ะที่ ความรู้ที่เอามาเผยแพร่เป็นแค่ "ความคิด" (แคร่แบบที่2) ไม่ใช่ความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติจริงค่ะ แต่ก็ไม่อยากเก็บความคิดไว้คนเดียวค่ะ

 

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี