ความเห็นล่าสุด


:) ครับ พอดีว่า ผมไปลองเขียนตรงอื่นๆดูบ้างน่ะครับ

ตอนนี้อยู่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ครับ

สวัสดีครับ ผมกำลังสงสัยว่า researcher.in.th ยัง active อยู่มั้ยน่ะครับ

อาจารย์ปัทฯสวัสดีครับ ผมว่าเป็นมุมมองที่ลึกลงไปใต้ผิวหน้าของประเด็นที่อยู่ในสังคมตอนนี้จริงๆ และเป็นประเด็นที่น่าสนใจ สมควรทำการศึกษาให้ลึกจริงๆ รัฐบาลควรจัดลำดับความสำคัญของความมั่นคงทางอาหารของคนในประเทศให้อยู่สูงกว่าของโลก ประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศอย่างเช่นอังกฤษ ก็ให้การสนับสนุนเกษตรกรและพยายามจะไม่พึ่งพาสินค้าเกษตรจากภายนอก (แต่อันนี้เป็นเนื่องจากสมัยสงครามโลกครัั้งที่สองอังกฤษเกือบจะอดตายเนื่องจากถูกปิดทางขนส่งอาหารที่จะมาจาก New Zealand และ Australia) ...

หุหุหุ ผมจะถือว่าเป็นคำชมว่าหน้าเด็กแล้วกันนะครับ :)

เรื่องประสบการณ์ผมว่า ก็ดูจะจำเป็น แต่ก็ไม่จำเป็นว่าคนที่มีประสบการณ์จะให้คำปรึกษาได้ดีเสมอไปนะครับ ... มันเป็นคนละทักษะกันน่ะครับ เหมือนจบปริญญาเอก ใช่ว่าจะสอนหนังสือรู้เรื่อง ...

นอกจากนี้ คนที่มีประสบการณ์มากแต่ไม่เคยทบทวนหรือเรียนรู้จากประสบการณ์เลย ก็ไม่อาจจะให้คำปรึกษาหรือแบ่งปันบทเรียนแก่คนอื่นได้ ...​ในทางกลับกัน คนที่มีประสบการณ์บ้างแต่ไม่มากเท่าคนแรก แต่เรียนรู้ทุกแง่มุมของประสบการณ์ที่ตนเองมี ย่อมมีบทเรียนแบ่งปันแกคนอื่นได้มาก ... แน่นอน คนประสบการณ์มาก และหม่ันทบทวนตนเองอยู่เสมอ ย่อมเป็นผู้ที่จะมีบทเรียนมาแบ่งปันแก่ผู้คนจำนวนมากเป็นแน่แท้

แต่ในการให้คำปรึกษานั้น หลายครั้งผมว่า ประสบการณ์อาจจะไม่สำคัญเท่า หูที่เปิด และใจที่เปิดนะครับ บ่อยครั้งที่ประสบการณ์บดบังหูและใจ และทำให้คนมากประสบการณ์ (เช่น คนที่ (คิดว่าตนเอง) เป็นผู้ใหญ่) ตัดสินคนที่มาขอคำปรึกษาไปก่อนที่จะได้ฟังเรื่องราวจริงๆก็ได้

ผมว่าตอนนี้ผมก็พอจะมีประสบการณ์ที่จะให้คำปรึกษากับน้องๆได้พอสมควรครับ :) แต่คิดว่าคงยังไม่สามารถให้คำปรึกษาผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่ามากๆได้ :)

ลองเข้าไปดูแล้วครับ น่าสนใจมาก ต้องขอขอบคุณอย่างมากครับ แต่หากช่วยสรุปใจความสำคัญด้วยจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งและจะเป็นประโยชน์แต่ผู้เยี่ยมชมอย่างมากด้วยครับ :)

ผมเห็นด้วยกับประเด็นที่เสนอขึ้นมาข้างต้นนะครับ

อย่างไรก็ดี การจะทำให้นักศึกษาประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงได้จริง มหาวิทยาลัยและทบวงมหาวิทยาลัยจะต้องประยุกต์ใช้เองด้วย

จุดที่สำคัญที่ผมยังคิดว่าอาจจะยังไม่ได้ใช้กันก็คือ การใช้ "ความรู้" ในการกำหนดนโยบายหรือวิธีการในการประยุกต์เศรษฐกิจพอเพียงกับกิจกรรมนักศึกษา ...

ผมคิดว่าความร้ที่ขาดมากที่สุดคือความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมนักศึกษาเอง ผมว่าเราหาองค์ความร้ว่าด้วยกิจกรรมนักศึกษาได้ไม่มาก และผมคิดวาเรายังไม่เข้าใจธรรมชาติของกิจกรรมนักศึกษา/และตัวนักศึกษาเองดีพอ

มันจะต้องมีการวิจัยเกี่ยวกับกิจกรรมนักศึกษาและพฤติกรรมนักศึกษา ไม่ใช่ในแง่ว่ามันดีไม่ดีอย่างไร แต่ศึกษาว่า อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พฤติกรรมอย่างนั้นอย่งานี้เกิดขึ้นมากกว่า และควรจะเป็นการศึกษาร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย ทบวงมหาวิทยาลัยควรจะตั้ง Journal ที่รวบรวมความคิด ความเห็น การศึกษาต่างๆ เกีย่วกับเรื่องนี้ และให้มันมีส่วนช่วยในการโปรโมทตำแหน่งข้าราชการด้วย เพื่อจูงใจให้สรุปบทเรียนกันหน่อย และทบวงกับมหาวิทยาลัยก็จะต้อง commit ว่าจะเอาองค์ความรู้เหล่านี้ไปใช้

ด้วยความรู้นี้เองเราถึงจะสามารถกำหนดกติกาให้กับนักศึกษา เพื่อเหนี่ยวนำให้พฤติกรรมของเค้าเป็นไปตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงดังที่คุณพงศ์ศักดิ์ได้กล่าวไว้ แล้วเราจึงเสริมกระบวนการสรุปบทเรียน และกระบวนการเรียนรู้อื่นๆให้แก่เขาด้วย

ขอบคุณนะครับ ทุกๆคน

จริงๆตอนนี้ผมเจอตัวคุณอติภพแล้วครับ กำลังส่งบทความให้แกอ่านอยู่ เผื่อว่าแกจะมีความเห็นแลกเปลี่ยนกัน

ถ้าเกิดได้ยังไงแล้วจะนำมาแลกเปลี่ยเนพิ่มเติมครับ

ยังเลยต้า ดูแต่ trailer ... ว่าแต่เห็นรูปโพรไฟล์ของต้าแล้วทำให้รู้สึกถึงตัวเอกของหนังเนอะ :P

จริงๆแล้วเพลงราตรีสวัสดิ์นี้กลายเป็นว่า เป้นที่ถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบ ในหมู่ของคนที่เรารู้จักที่ทำงานเรื่องสิทธิ์และทำงานเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้นะเนี่ย ...​ เราก็เข้าใจประเด็นเขาที่ว่ามันเป็นประเด็นละเอียดอ่อน แต่ก็อยากให้เข้าใจข้อจำกัดและความตั้งใจของผู้แต่งเหมือนกันเนอะ :)

ขอบพระคุณ พระคุณเจ้าครับ

น้อมรับคอมเมนต์และข้อเสนอแนะครับ

เอ คุณสิงห์ป่าสักครับ

ผมสงสัยว่าเราได้มีการเก็บบันทึก ภูมิปัญญาเหล่านี้เอาไว้มั้ยครับ หรือไม่ก็ประเมินว่า ในช่วงปีหนึ่งๆมีการพัฒนาหรือว่า มีนวัตกรรมชาวบ้านใหม่ๆอะไรเกิดขึ้นมามั้ยน่ะครับ

ขอบคุณที่ร่วมแลกเปลี่ยนกันนะครับ

จริงๆสองแบบแรกผมว่าก็ดีเหมือนกันนะครับ เพราะบางทีเราอาจจะไม่ได้นำเสนอสิ่งที่เราบอกเอาไว้ก็ได้ :P

ขอบคุณครับ :)

เรื่องทรานสคริปกิจกรรมเป็นเรื่องนึงที่ผมเคยคิดเหมือนกัน ส่วนใหญ่ทางพวกนักกิจกรรมมักจะไม่ค่อยเห็นด้วยหากบังคับ เพราะจะกลายเป็นว่าเด็กจะถูกบังคับให้ทำกิจกรรม แทนที่จะเป็นตามความสนใจเหมือนที่ควรจะเป็น ...​

ตัวผมคิดว่า มันน่าจะมีกลไกที่รับรอง นับหน่วยกิจจากกิจกรรมที่นักศึกษาเข้าไปเป็นคนจัดการ ...ผมไม่คิดว่า "เข้าร่วม" จะเพียงพอ ต้องเป็นคน "จัดการ" จึงน่าจะได้รับการรับรองสักหน่อย เพราะอย่างน้อยเขาย่อมได้บทเรียนจากการจัดกิจกรรมนั้นๆแน่นอน กลไกนี้ควรจะเป็น optional ครับ ไม่ควรเป็นแบบบังคับ เพราะมันจะบิดเบือนแรงจูงใจในการทำกิจกรรมไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งท้ายที่สุดก็จะไม่ส่งผลให้นักศึกษาเรียนรู้ได้เท่าที่ควร

ดีจังครับ อ่านบล๊อกอาจารย์เหมือนนั่งฟังอาจารย์เล่าเรื่องเหมือนเมื่อก่อน

ผมว่าบ้านเราดูขาดความประณีตในการออกแบบนโยบายหรือกฎหมายมากเลยเนอะครับ ไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า สถาบัน เอาเสียเลย ทำเอาโครงสร้างแรงจูงใจในระบบเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา กติกาชุมชนที่ดีอยู่ก็้รวนไปหมด ...

อาจารย์สวัสดีครับ

จนแล้วจนรอดก็ระลึกได้ว่าลืมสวัสดีปีใหม่อาจารย์ปัทครับ

สวัสดีปีใหม่ครับอาจารย์ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยคุ้มครองอาจารย์ให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง มีกำลังกาย สติ และปัญญาในการทำงานตลอดปีครับ (จากผมและน้องฝ้ายครับ)

โอ้ว ผมคิดว่าอาจจะต้องไปที่วัดนะครับ ผมไม่น่าจะอยู่ในฐานะที่จะแนะนำได้หรอกครับ คงต้องเป็นพระภิกษุจะเหมาะสมกว่าครับ

เราหวังว่าเบลจะเข้ามาตอบอีกนะ เพราะว่า เราไม่แน่ใจว่า ใช่เบลที่เราจำได้หรือเปล่า แล้วก็มันไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับอีเมล์ให้เลยแฮะ ...

ดีใจจังครับ ที่มีคนช่วยชี้ออกมาว่ามันไม่เหมือนกัน ผมในฐานะคนเรียนเศรษฐศาสตร์นี่รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนแทน ยิ่งเวลาผู้ใหญ่ในบ้านเมืองใช้คำนี้ผิดแล้วมันปวดใจชอบกล :)

ขอเสริมอีกนิดนึงครับ ถ้ามองให้เป็นเทคนิคอีกนิดนึง social cost นั้นมีสององค์ประกอบหลักครับ คือ 1. ต้นทุนเอกชน (private cost) และ 2. ผลกระทบภายนอก (externalities) ทั้งสองอย่างรวมกันเป็น social cost ครับ (อันนี้ตามทฤษฎี)

ส่วนทุนทางสังคม อาจมองในอีกแง่นึงก็ได้ครับคือ ...​ปกติสินค้าทุน (capital) ในทางเศรษฐศาสตร์ เป็นปัจจัยการผลิตใช้ประกอบกับแรงงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าและบริการ ทุนทางสังคม ก็มีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือ ทำหน้าท่ีในการเพิ่มประสิทธิภาพหรืออีกนัยนึง คือลดต้นทุน ในการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมครับ ... ในทีนี้มักเรียกรวมๆว่า Transaction cost หมายรวมถึง ต้นทุนในการหาข้อมูล ต้นทุนในการสอดส่องตรวจตรา และต้นทุนในการบังคับใช้สัญญา ... ความเชื่อใจกัน หรือ ความเป็นเครือข่าย เป็นตัวอย่างของทุนทางสังคมครับ

โอ้ว ผมก็เป็นบุคลากรธรรมดาเหมือนกันครับ :)

 ผมเห็นด้วยสิ่งที่พี่กาก้าเขียนทั้งหมดเลยครับ

อีกประการนึงที่อยากจะเสริมก็คือ เวลาทำอะไร ควรศึกษาให้ลึกซึ้งรอบด้าน มีเป้าหมายที่อยู่บนฐานของคุณธรรม และมุ่งหมายประโยชน์แก่ส่วนรวม รวมทั้งมีแผนสำรองหรือแผนรองรับเหตุไม่คาดฝันด้วยครับ  

:D ผมจะไปอ่านเพิ่มครับ 

แต่อาจารย์ครับ ปัญญานั้นปราศจากเป้าหมายที่ถูกแต่ต้นก็ยากจะเกิดได้นะครับ แต่จะลองกลับไปอ่านพุทธธรรมอีกสักรอบด้วยครับ

เรื่องแนวคิดตะวันออกตะวันตกนี่พูดลำบากเหมือนกันครับ  :D แต่สำหรับผมแล้ว อาจจะหยาบไปหน่อย แต่แว่บแรกผมกลับจัดงานที่ตีพิมพ์ใน Journal ต่างประเทศ เป็นงานฝั่งตะวันตกมากกว่า รวมถึงอมาตย เซนด้วยน่ะครับ

และตะวันออกจากลองตรวจตราตัวเอง ผมว่าผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนามากกว่า

 ถ้าในเชิงเนื้อหา ผมอาจจะ bias ไปได้ว่า หากเน้นในเชิงการพัฒนาภายใน หรือสิ่งที่อยู่ภายในเป็นสาระของตะวันออก ในขณะที่ เน้นเรือ่งภายนอก ปัจจัยแวดล้อม ดูจะเป็นเรื่องตะวันตกนะครับ 

จริงๆแล้วว่าจะบอกอาจารย์เรื่องหนังสือที่ผมว่าน่าสนใจเหมือนกันครับ แต่อาจารย์อาจจะอ่านไปแล้วก็ได้ครับ :)

 ขอบคุณครับ

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี