ความเห็นล่าสุด


เรียน คุณพิมายเทพ

      ผมไม่เคยเห็นใครปลูกไผ่ร่วมกับต้นไม้ใหญ่ และไม่เคยเห็นต้นไม้ใหญ่อยู่ในกอไผ่ แต่คงพอจะอธิบายได้ว่า รากของไผ่จะเบียดกันแน่น และดูดอาหารที่พื้นผิวดินเสียเป็นส่วนใหญ่ หากมีต้นไม้อยู่ใกล้คงไม่เหลืออาหารให้ต้นไม้อื่นกิน ยกเว้นน้ำใต้ดินเท่านั้น

       ลำพังไผ่เองก็ต้องการน้ำและสารอาหารมากอยู่แล้วเพื่อสร้างลูก(หน่อ)ขึ้นมาใหม่ ดังนั้นไม่ควรปลูกพืชใดๆร่วมกับไผ่เลยครับ

เรียน คุณkenvin

       อาจจะนำทฤษฎีของในหลวงมาใช้แล้วล่ะครับ โดยการปลูกหญ้าแฝกร่วมด้วยครับ และอย่าลืมใส่หินภูเขา เช่นโดโลไมท์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแตกตัวของสสารที่พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้ครับ

       หรือถ้าไม่ดีขึ้นอาจจะต้องปลูกใหม่ครับ และขุดให้ลึกลงไป รองพื้นและใส่ปุ๋ยคอกตามที่คุณบุญมีบอกครับ

เรียน คุณศักดิ์สิทธิ์ (ชื่อเหมือนกระเพราสายพันธุ์ใหม่เลย)

          ยินดีตอบให้ครับ แต่ก่อนอื่นขอให้เข้าดูในบล็อกของผมให้หมดเสียก่อน เพราะมีเรื่องราว ตั้งแต่การเก็บเมล็ด จนกระทั่งลงหลุมครับ

เรียน อ.โสภณ เปียสนิท

        เคยขอคำแนะนำจาก นวก.เกษตร เกี่ยวกับเรื่องหน้าดินที่มีคุณภาพต่ำ และมีชั้นของดินดานตื้น ทำให้ปลูกต้นไม้ไม่งาม วิธีแก้ไขต้องทำให้หน้าดินลึกลงไป และฟูขึ้นโดยการใช้คราดดินลึกประมาณ 50 ซ.ม. (หรือลึกที่สุด) จะทำให้ดินฟูขึ้น ครับ

       แต่การกระทำเช่นนั้น เป็นการช่วยได้เฉพาะหน้าดินเท่านั้น เป็นประโยชน์สำหรับการปลูกพืชล้มลุกเท่านั้น

        ส่วนการปลูกไม้ยืนต้น จะต้องลงทุนลงแรงพอสมควรครับ  คือขุดหลุมให้ลึกประมาณ 1 เมตร แล้วรองก้นหลุมด้วยเศษใบไม้แห้ง หรือหน้าดิน คลุกเคล้ากับปุ๋ยคอก เป้นชั้นๆ แล้วที่หน้าดินที่ปลูกก็คลุกดินผสมกับปุ๋ยคอกครับ

       หรือตามทฤษฎีของในหลวง และที่ญี่ปุ่นนำไปใช้คือปลูกหญ้าแฝกควบคุ่กับไม้ยืนต้นครับ เพราะหญ้าแฝกจะทะลวงดินดานลงไป ทำให้รากของต้นไม้หยั่งลงไปได้ครับ

เรียน คุณเพิ่มสุข

      เอ้าใครสนใจเชิญสมัครได้นะครับ

เรียน คุณนานา

      ขอบคุณครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยน เห็นด้วยครับกับการใช้เข่ง ใช้ง่าย สะดวกครับ

เรียน คุณนัย

     ความเสียหายจากการใช้สารเคมีนั้น มีอยู่มากมายครับ แต่การปลูกพุทราก็หลีกเลี่ยงการใช้ลำบาก ท่านผู้รู้ใดทราบการลดใช้สารเคมีกับพุทรา กรุณาให้ความรู้ด้วยครับ

เรียน คุณมุ้ย

      ที่ขอนแก่นก็ดูงานได้ที่อำเภอเมือง อำเภอมัญจาคีรี อำเภอน้ำพองครับ แต่หากจะสั่งต้นกล้า ก็รบกวนให้รอปีหน้าครับ ปีนี้มันท่าทางจะยาวมากเกินไปเสียแล้ว มีจำหน่ายที่อำเภอโคกโพธิ์ชัย  อำเภอภูผาม่าน บางเจ้าก็ขาย 5 บาท บางเจ้าก็ 10 บาทบ้างก็ 15 บาทครับ ต้องตระเวณหาครับ ปีหน้าก็ลองสอบถามมาช่วงเดือนพฤษภาคม นะครับ

 

 

แบบนี้แหละครับที่ฝันไว้ว่าอยากมี แต่เอาเข้าจริงภรรยาก็ม่ายเอาด้วย เลยแอบไปปลูกไม้ไว้เงียบๆ ไว้สักสิบปีจะได้พาไปดูครับ

 

เรียน คุณครูอาร์ต

        หากต้องลงทุนสูงขนาดนั้นก็ไม่ต้องลงทุนมากหรอกครับ ผมว่าบนภูเขาค่อยๆปลูก ค่อยๆฟื้นฟู ตามทฤษฎีของในหลวง ที่พระองค์ทรงพัฒนา"ห้วยฮ่องไคร้" เป็นดินแดนมหัศจรรย์มาก พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากพื้นที่ที่ปลูกอะไรไม่ได้ ปัจจุบันกลับกลายเป็นสถานที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชและสัตว์นานาชนิด ลองเข้าไปดูที่นี่ครับ http://www.hongkhrai.com/history.php จะกระจ่างชัด แม้กระทั่งชาวต่างชาติก็มาศึกษาเรียนรู้เอาเป็นแบบอย่างครับ

 

เรียน คุณนู๋ดี

       ขอบคุณครับที่แวะมาให้กำลังใจในการที่จะเขียนต่อไป

 

เรียน คุณพิมายเทพ

      แปลกดีครับ ขอบคุณที่แลกเปลี่ยน ได้ผลอย่างไรอย่าลืมเล่าให้ฟังด้วยนะครับ

สวัสดีครับ คุณแม่น้องพี

           ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจครับ

เรียน คุณชนันท์
       ก็ดีครับ ได้แลกเปลี่ยนกัน เพราะผมก็ยังไม่เคยลองปลูกกับยางพารา แต่เห็นพ่อหนูปัน บุตตะ ที่อุดรฯแกปลูก จะลองโทรไปถามดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพราะแกพึ่งปลูกปีแรกครับ

 

เรีนน คุณโบ๊ตครับ

กำไรพอสมควรครับ ประการแรกต้องมีใจรัก สองต้องอดทน สามต้องขยัน สี่ต้องมีแปลงหญ้าหรือแหล่งวัตถุดิบใกล้บ้านเช่น ข้าวโพด รำ มันสำปะหลัง เป็นต้น และต้องรู้จักเก็บเกี่ยวผลพลอยได้เช่นมูลวัวต้องนำไปใส่พืช หรือรวบรวมไว้เพื่อจำหน่ายต่อไปครับ ที่สำคัญต้องมีเงินทุนพอสมควร หรือมีแหล่งเงินทุนที่ดอกเบี้ยถูกเช่น ธกส. เป็นต้น หากกู้เงินมาเพื่อดำเนินธุรกิจตัวนี้มากๆ อาจจะทำให้ท้อได้ครับ เพราะระยะเวลาในการเลี้ยงนานพอสมควร และวัวก็ต้องกินทุกวัน ลงทุนลงแรงทุกวัน ทางที่ดีศึกษารายละเอียดให้ดี และตรวจสอบศักยภาพของตนเองด้วยครับ แต่หากเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมสำหรับเวลาว่างจากการทำงานอื่นก็คงพอได้ครับ ถ้าลงทุนจริงๆจะต้องลงเป็นล้าน รวมทั้งต้องมีตลาดที่เหมาะสมด้วย เช่น ต้องติดต่อกับสหกรณ์โพนยางคำ เพื่อส่งโคเข้าจำหน่าย หากยังไม่สามารถหาตลาดได้ ให้เลี้ยงแบบโคมัน หมายถึงไม่ต้องถึงกับขุนหนักๆเหมือนโพนยางคำ เลี้ยงให้อ้วน สมบูรณ์พอประมาณ จะทำให้ต้นทุนต่ำและตลาดต้องการสูงครับ โรงเชือดเห็นวัวอ้วนรับรองวิ่งหาแน่นอน

เรียน คุณ ภทากรชฺ

            ติดต่อผมที่ c_hinsui@yahoo.com  ครับ แล้วจะให้เบอร์โทรของพี่นริศครับ

 

เรียน คุณเบญจพร

           ดีครับ

เรียน พี่โสภณ เปียสนิท
          ครับ เป็นพืชปลอดสารพิษครับ สรรพคุณทางยา : ส่วนของลำต้นจะใช้แก่นผักหวาน ต้มรับประทานน้ำเป็นยาแก้ปวดตามข้อหรือปานดงหรือจะใช้ต้นผักหวานกับต้นนมสาวเป็นยาเพิ่มน้ำนมแม่หลัง
คลอดบุตร รากต้มรับประทานน้ำเป็นยาเย็นแก้พิษร้อนในแก้น้ำดีพิการ และแก้ปวดมดลูก

 

เรียน คุณกฤตยาภร ศิริวัฒนกุล

อยากได้เบอร์ติดต่อใครครับ เข้าใจว่าคงเป็นเบอร์พี่นริศ ให้ติดต่อไปที่ e-mail : c_hinsui@yahoo.com ครับ แล้วจะบอกให้ เพราะหากบอกทางนี้ เกรงว่าจะมีผู้ไม่หวังดีโทร.ไปรบกวนคุณพี่นริศมากเกินไปครับ

เรียน คุณหนุ่มนา...คับ

         เมล็ดผักหวานมีจำหน่ายประจำอยู่ที่บ้านหมอ สระบุรีครับ แต่ต้องรอปีหน้า เพราะปีนี้หมดแล้วครับ ที่ขอนแก่น เลย สกลนครก็พอมีครับ

เรียน คุณ หนานเกียรติ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

เรียน คุณเกษตรกรมือใหม่หนองคาย

          มีจำหน่ายตามข้างบนครับ หรือถ้าปีหน้าก็ลองประสานมาครับ ช่วงประมาณเมษา ต่อ พฤษภา

เรียน คุณมะเดี่ยว

       ขอบคุณครับ

เรียน คุณ to

       ขอบคุณครับ

เรียน คุณkai

        สำหรับการปลูกกับต้นมะขามคงไม่จำกัดระยะห่างระหว่างต้นหรอกครับ เพียงแต่ต้นมะขามจะโตพอที่จะเป็นร่มเงาให้ผักหวานได้หรือยัง ถ้ายังไม่ได้ ผักหวานต้นอ่อนก็จะแห้งตายครับ ดังนั้นควรหาไม้ชนิดอื่นปกคลุมก่อนเช่น พริก มะเขือ แค เป็นต้น และควรปลูกห่างจากต้นมะขามพอสมควร น่าจะไม่น้อยกว่า 1 เมตร เพราะมะขามมีใบทึบ มีชั้นเรือนยอดที่หนา ถ้าต้นโตจะทำให้แสงแดดส่องไม่ถึงครับ

เรียน คุณสวรรยา

       ตามที่ไปศึกษาหลาย ๆ แห่ง บ้างก็ว่าต้องไปเอาดินภูเขา บ้างก็บอกว่าให้ไปเอาดินจอมปลวก แต่ลงมือจริง ๆ แล้ว ดินอะไรก็งอกได้ทั้งนั้น แต่ความสมบูรณ์ในดินเป็นสิ่งสำคัญ ผักหวานจะโตช้าหรือเร็วขึ้นกับความสมบูรณ์ของดินครับ ผมมีบทพิสูจน์คือ ลองปลูกกับดินที่ไม่ต้องเตรียมอะไรเลย กับปลูกโดยเตรียมดินด้วยการขุดหลุมให้ลึกประมาณ 80 ซ.ม.ไม่ต้องกว้าง แล้วเอาปุ๋ยคอกใส่ให้ได้สักครึ่งหลุม หรือประมาณ 3 - 4 กก.น้ำหนักแห้ง จากนั้นก็เอาดินกลบ เอาเมล็ดผักหวานหยอดลง เมื่ออายุ 1 ปี จะเห็นความแตกต่างระหว่างเตรียมดินกับไม่เตรียมดินอย่างชัดเจนครับ ลองดูก็ได้

เรียน คุณสโนไวท์

www.pakwanpa.com/home.html และ www.pakwapa.com

เรียน คุณnana

         ขอบคุณครับที่แวะมาให้ความเห็น ก็เป็นวิธีที่แถวๆ บ้านหมอ สระบุรีทำกันครับ แต่ต้องลงทุนซื้อเข่ง ผมไม่ทราบว่าราคาเท่าไหร่ ถ้าเข่งละ 20 บาท ปลูก 100 หลุม ก็ปาเข้าไป 2,000 บาท ก็มีวิธีที่ประหยัดลงไปอีกหน่อย แต่ก็ต้องลงทุนคือซื้อสแลนพรางแสง แล้วมาตัดแบ่งสำหรับบังแต่ละหลุม แต่ต้องตัดไม้มาทำหลักปักและยึดสแลนครับ

เรียน คุณยาย

           ขอบคุณครับที่แวะมาให้กำลังใจ ก็หวั่นๆ เหมือนกันครับว่าควายจะหมดไปในอนาคต เพราะในแต่ละวันมีการบริโภคเนื้อควายกันมาก บางคนบอกว่าไม่เคยกินเนื้อควาย แต่ถามตัวเองสิครับว่า เคยกินลูกชิ้นเนื้อ ที่หอม อร่อย เด้งดึ๋ง เคี้ยวกรุบ หรือไม่ หากว่าเคยก็ใช่เลย นั่นแหละเนื้อควาย ผู้เลี้ยงเรามาตั้งแต่โบราณ

           และยังมีการจำหน่ายควายไทยไปยังต่างประเทศสัปดาห์หนึ่ง ไม่น้อยเลย เห็นรถบรรทุกควายวิ่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว เป็นห่วงจริงๆว่าควายไทยจะมีให้เด็กเห็นอีกสักกี่ปี

เรียน คุณjoy

         ไม่แน่ใจครับ แต่เข้าใจว่าน่าจะมีปัญหาบ้าง เนื่องจากช่วงเวลาที่ต้นยางโตแล้วจะมีใบปกคลุมดิน เรือนยอดจะชนกันทุกต้น แสงแดงไม่สามารถส่องได้ถึงพื้น คาดว่าน่าจะมีปัญหาในการเจริญเติบโตของผักหวานครับ แต่ในช่วงฤดูแล้ง ยางจะทิ้งใบหมดต้น แสงแดดส่องถึงเต็มๆ จะมีปัญหาเมื่อตอนผักหวานยังเล็กแน่นอนครับ

เรียน คุณประกอบ แม่ขมิ้น

       ขอบคุณครับ สำหรับเว็บไซต์  มีประโยชน์มากครับ ได้ความรู้อีกเยอะเลย ก็จะทำตามสภาพพื้นที่และวัสดุที่อำนวยครับ ขอบคุณอีกครั้ง

เรียน คุณอิทธิพล เภาพาน

ขอบคุณที่แวะมาครับ

เรียน คุณ aom

ติดต่อมาทาง e-mail ได้ครับ แล้วจะให้เบอร์โทรติดต่อโดยตรงครับ

เรียน พี่โส คอนหวัน

ขอบคุณครับ พึ่งรู้ว่าผัดผักหวานพริกแกงใส่หมูก็ได้ด้วย แล้วจะลองทำดูครับ

เรียน คุณนิตยา

             ลองปลูกเลยครับ น่าจะเป็น 1 x 3 ม.ครับ จะได้ 800 ต้น/ไร่ หากเบียดกันมากเมื่อโต ก็ตัดออกต้นเว้นต้น เหลือประมาณ 400 ต้นก็เหลือเฟือแล้วครับ แต่ต้นสักหากดินดี หรือดินมีความชื้นสูง หรือระดับน้ำใต้ดินสูง จะทำให้สักเจริญเติบโตได้เร็วมาก แต่ถ้าดินไม่ดี ก็ค่อยๆ บำรุงครับ ต้นสักจะมีความไวต่อน้ำมากๆ ได้น้ำวันเดียว วันรุ่งขึ้นก็แทงยอดใหม่แล้วครับ แต่ถ้าดินไม่ดี ก็จะแกร็นเมื่ออายุ 3 - 4 ปีขึ้นไป และจะโตช้าครับ ดังนั้นถ้าจะให้ดีต้องบำรุงหน่อย

        ****ยังมีทฤษฎีจากญี่ปุ่นอีกเรื่องคือ ให้ปลูกหญ้าแฝกติดกับต้นสักด้วย เพราะรากหญ้าแฝกจะช่วยอุ้มน้ำและทะลวงดินดานลงไปทำให้รากของต้นสักทะลวงตามลงไปได้ครับ....

เรียน คุณสุรศักดิ์ ชื่นบุญชู อั๋นคับ

ยินดีครับ คงคุยกันในแนว พืช สัตว์ ต้นไม้ ใบหญ้า ดิน น้ำ ป่า ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนะครับ หรือส่ง e-mail มาคุยกันก่อนก็ได้ครับ ประเด็นไหนจะได้เตรียมตัวถูกครับ

เรียน พี่โส คอนหวัน

      อยู่นครสวรรค์นี่เอง ทางโน้นก็ทานผักหวานเช่นกันหรือครับ แล้วแกงใส่ไข่มดแดงเหมือนอีสานรึเปล่านะ มีปลาอบกรอบใส่ไปด้วยจะทำให้หอมน่ากินยิ่งขึ้น หากผมผ่านไปทางโน้น จะหาโอกาสแวะเยี่ยมชมครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี