ความเห็นล่าสุด


นักเรียนครับ...สิ่งสำคัญที่จะต้องทำหลังจากเลือกหนังสือแล้วก็คือหาหนังสือนะครับ การหาหนังสือนักเรียนอาจใช้การยืมจากห้องสมุดโรงเรียนกรณีที่มี แต่หากไม่มีก็อาจจะต้องจัดซื้อ ถ้าเช่นนั้นขอให้ไปที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ทั้ง 3 แห่งได้เลย แต่หากไม่พบจริงๆ ให้มาแจ้งครูนะครับ ครูจะขอยืมจากศูนย์วิทยทรัพยากร จุฬาฯ (หอสมุดกลางจุฬาฯ อันเป็นแหล่งค้นคว้าที่ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศ 555) มาให้ ซึ่งมีครบทุกเล่มครับ

ก็ขอให้นักเรียนทุกคนมีความสุขในการหาหนังสือครับ

ครู....

นักเรียนครับ สิ่งสำคัญคือ เมื่อเลือกหนังสือแล้ว ก็ขอให้ใช้เวลาช่วงวันหยุดไปเลือกซื้อหรือจะหายืมจากห้องสมุดของโรงเรียนสาธิตก็ได้นะครับ ถ้าหาตัวเล่มไม่พบจริงๆ ให้มาแจ้งครู ครูจะขอยืมจากศูนย์วิทยทรัพยากร จุฬาฯ (หอสมุดกลางจุฬาฯ ห้องสมุดและแหล่งค้นคว้าที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ 555) ซึ่งมีทุกเล่มนะครับ

ขอความสุขจงเกิดขึ้นแก่นักเรียนทุกคนในการเลือกและหาหนังสือนะครับ

ครู

นักเรียนครับ ขอขอบใจทุกคนที่เข้ามาเขียนงานส่งครูอย่าเรียบร้อยดี

ได้อ่านผลงานของนักเรียนแล้ว ครูรู้ได้ทันทีว่า คุณแม่ของนักเรียนจะไม่ผิดหวังที่มอบความรักอย่างสุดหัวใจให้กับพวกคุณทุกคน

พวกคุณรับรู้ได้ สัมผัสได้ถึงความรักของคนที่ดูแลคุณตลอดมาทั้งชีวิต

คนเราในบางครั้ง ก็ให้ความสำคัญกับคนอื่นๆ ทั้งที่เขาก็ไม่ได้ใกล้ชิดและให้ทุกอย่างกับเรา และเรามักจะเสียใจที่เขาไม่รัก ไม่ชอบ

แต่..นักเรียนครับ....

คนที่พร้อมจะรักเรา แม้ว่าเราจะอยู่ในยามที่ไม่พร้อม คนที่ไม่เคยรังเกียจเรา แม้ว่าบางครั้งเราอาจจะเกลียดสิ่งที่เขาแนะนำ

คนคนนั้น ก็คือ...แม่....

แม้วันนี้จะผ่านวันที่สังคมเรียกว่าวันแม่มาแล้ว แต่ทุกวันนักเรียนก็มีแม่อยู่ข้างๆ มาตลอด ขอให้ความรักและความเชื่อมั่นที่มีคุณมีต่อแม่ จงย้อนกลับไปเป็นพลังในการทำความดี เป็นลูกที่ดีและเป็นคนดีของสังคมไทย

สาธิตจุฬาฯ จะไม่เป็นแบบอย่างของการสอนของครูหรอกนะครับ

แต่จะเป็นแบบอย่างของคน ที่เรากำลังแสวงหา และหวังว่าพวกเขาจะกอบกู้สังคมที่กำลังล้มลงเรื่อยๆ ของเรา

ในฐานะครู และในฐานะลูกคนหนึ่ง ก็ขออุทิศบทความดีๆ ที่ลูกมีถึงแม่ให้แก่โลกใบนี้ และขอพลังนี้จงสร้างสันติสุขและความรักที่แท้จริงให้กับโลกของเรา

ครู.....

นักเรียนครับ ขณะนี้เลยกำหนดการส่งงานมาแล้วนะครับ

อย่างไรก็ตาม นักเรียนสามารถส่งงานเข้ามาได้โดยตลอดนะครับ

อย่าลืมว่า การมีส่วนร่วมในการส่งงานจะเป็นการพัฒนาความสามารถในการกำกับตนเอง

ครูให้อิสระอย่างเต็มที่ แต่คุณต้องมีเข็มทิศและควบคุมเวลาให้ไปถึงเป้าหมายอย่างถูกต้องและรวดเร็วที่สุดนะครับ

ครู

ขอกราบขอบพระคุณ ผศ.ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ นะครับที่เข้ามาให้กำลังใจและให้ข้อเสนอแนะกับเยาวชนของชาติ

นักเรียนสาธิตจุฬาฯ คงจะได้ทำความรู้จักและเรียนรู้ประสบการณ์ของอาจารย์ซึ่งจะมีประโยชน์กับพวกเขามาก

แนวคิดในเรื่องการนำวรรณกรรมแปลในกลุ่มอาเซียนมาให้นักเรียนได้ศึกษาบ้างนั้น ผมขอน้อมรับไปเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ต่อไปครับ

เฉลิมลาภ ทองอาจ

ครูดีใจที่ กิตติธัช สิรรัฐแล้วก็กษิดิษ (พี่ JET) เข้ามาเขียนเป็นคนแรกๆ นะครับ ครูขอชมว่าพวกคุณเป็นคนที่มีความรับผิดชอบดีมาก ถ้าจะตรงกับสุภาษิตพระร่วงก็คือขณะนี้พวกคุณอยู่ในภาวะ "เมื่อน้อยให้เรียนวิชา" การที่คุณได้แสดงความคิดเห็นด้วยความเป็นห่วงสังคมไทย ทำให้ครูมีความหวังว่า บ้านเมืองของเรายังมีอนาคต เด็กของเรายังเป็นที่พึ่งได้ งานเขียนของคุณทั้งสามคนจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเพื่อนๆ ขอให้คนอื่นได้พิจารณาและแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ วรรณคดีเรื่องสุภาษิตพระร่างจะกลับฟื้นคืนมาสู่ศตวรรษที่ 21 อีกครั้ง เพราะลึกๆ แล้ว มนุษย์ไม่ว่ายุคใดก็ยังประพฤติและแสดงพฤติกรรมเช่นเดิม ดังนั้นสังคมที่ประกอบด้วยผู้ปกครอง ผู้ใต้ปกครองก็จะต้องเรียนรู้ที่จะประพฤติตนอย่างถูกต้อง

อีกครั้งนะครับ ขอบคุณที่ตั้งใจทำงานชิ้นนี้ และขอบคุณที่เห็นว่างานนี้มีคุณค่าพอที่จะลงมือทำ

ครู

พุทธรักษาพูดถูกแล้วครับ ว่ามันก็ค่อนข้างยาก

แต่อย่าลืมว่า เราทุกคนสามารถที่จะก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของตัวเราเองได้ (อย่างร็อคลีในนารุโตะไงครับ)

แต่ก็ต้องมีครูคอยช่วย

ดังนั้น จงใช้ครูให้เป็นประโยชน์ ถือถามให้มาก สงสัยให้เยอะ จดแล้วคิด

เริ่มกันพรุ่งนี้นะครับทุกคน สำหรับประโยคซ้อน .....อิอิ

สำหรับ 4 คนแรกที่ส่งเข้ามานะครับ ครูมีประเด็นให้แก้ไขดังนี้ครับ

1. ชวิส ข้อ 3 ครูจะขอให้ปรับแก้ไขนะครับ

2. วิชญ์ภาส ข้อ 2.5 แก้ไข ข้อ 3 แก้ทั้งหมด

3. สรณ์ขวัญ ข้อ 1.5 , ข้อ 2.2 อาเบะ และข้อ 3 แก้ทั้งหมดครับ

4. ธนกร แก้ข้อ 2 และข้อ 3 ทั้งหมด

ประเด็นในการแก้ เนื่องจากส่วนใหญ่มีปัญหาดังต่อไปนี้ ขอให้นักเรียนที่จะส่งงานเข้ามาลองดูแนวคิดต่อไปนี้นะครับ

จากที่ได้อ่านงานคร่าวๆ นะครับ พบว่าข้อที่นักเรียนมีปัญหามาก คือ ข้อที่ 2 และ 3

สำหรับข้อ 2 ครูกำหนดเงื่อนไขให้นักเรียนแต่งประโยคซ้อน โดยประโยคหลักเป็นประโยคสามัญ และประโยคที่เข้ามาซ้อนเป็นความรวม

ทีนี้ถ้าจะทำให้ง่ายๆ ลองดูนะครับ เริ่มจากแต่งประโยคสามัญ (ความเดียว) ง่ายๆ 1 ประโยคก่อน

ประโยคหลัก: อาจารย์เฉลิมลาภ อ่าน หนังสือ (Sหลัก+Vหลัก+O)

จากนั้นก็แต่งประโยคย่อย ให้เป็นความรวม เน้นนะครับให้เป็นความรวม โดยใช้ประธานตัวเดียวกับประโยคหลักเช่น

ประโยคย่อย: อาจารย์เฉลิมลาภ เรียนเก่ง และ มีหน้าตาดี (S+V1 และ V2)

คราวนี้เราก็เอาประโยคล่างไปซ้อนประโยคบน ได้ว่า

อาจารย์เฉลิมลาภ (ที่ เรียนเก่ง และ มีหน้าตาดี) อ่านหนังสือ

สรุปโครงสร้าง ก็จะได้เป็น S+ที่+V1 และ V2 + Vหลัก + O เข้าใจนะครับ

ส่วนข้อที่ 3 เป็นโครงสร้างที่ยาก ครูแนะนำให้ใช้คำเชื่อมประโยค "ว่า" "จน" (นอกเหนือจากผู้ ที่ ซึ่ง อัน) มีขั้นตอนเหมือนกันเลยครับ คิอ

เริ่มจากแต่งประโยคสามัญง่ายๆ อันหนึ่งก่อน เช่น

ประโยคหลัก: อาจารย์ลาภอ่านหนังสือ (S+V+O)

แล้วก็เติมคำเชื่อม "จน" เข้าไป ก็จะได้ว่า อาจารย์ลากอ่านหนังสือจน..................

จากนั้นให้แต่งประโยคซ้อนอีกอันหนึ่งเติมในจุด (ที่ยากก็ตรงนี้ใช่ไหมครับ) อย่าลืมว่า ต้องแต่งเป็นประโยคความซ้อนนะครับเช่น

อาจารย์ลาภอ่านหนังสือจน........โจรที่เข้ามาในบ้านตกใจ (ประโยคนี้เป็นความซ้อนแบบที่ 1 จริงหรือไม่ครับ)

สู้สู้นะครับ ครูให้กำลังใจ 5555

ผิดไม่เป็นไร เรียนรู้และค่อยๆ แก้ไขนะครับ

จากที่ได้อ่านงานคร่าวๆ นะครับ พบว่าข้อที่นักเรียนมีปัญหามาก คือ ข้อที่ 2 และ 3

สำหรับข้อ 2 ครูกำหนดเงื่อนไขให้นักเรียนแต่งประโยคซ้อน โดยประโยคหลักเป็นประโยคสามัญ และประโยคที่เข้ามาซ้อนเป็นความรวม

ทีนี้ถ้าจะทำให้ง่ายๆ ลองดูนะครับ เริ่มจากแต่งประโยคสามัญ (ความเดียว) ง่ายๆ 1 ประโยคก่อน

ประโยคหลัก: อาจารย์เฉลิมลาภ อ่าน หนังสือ (Sหลัก+Vหลัก+O)

จากนั้นก็แต่งประโยคย่อย ให้เป็นความรวม เน้นนะครับให้เป็นความรวม โดยใช้ประธานตัวเดียวกับประโยคหลักเช่น

ประโยคย่อย: อาจารย์เฉลิมลาภ เรียนเก่ง และ มีหน้าตาดี (S+V1 และ V2)

คราวนี้เราก็เอาประโยคล่างไปซ้อนประโยคบน ได้ว่า

อาจารย์เฉลิมลาภ (ที่ เรียนเก่ง และ มีหน้าตาดี) อ่านหนังสือ

สรุปโครงสร้าง ก็จะได้เป็น S+ที่+V1 และ V2 + Vหลัก + O เข้าใจนะครับ

ส่วนข้อที่ 3 เป็นโครงสร้างที่ยาก ครูแนะนำให้ใช้คำเชื่อมประโยค "ว่า" "จน" มีขั้นตอนเหมือนกันเลยครับ คิอ

เริ่มจากแต่งประโยคสามัญง่ายๆ อันหนึ่งก่อน เช่น

ประโยคหลัก: อาจารย์ลาภอ่านหนังสือ (S+V+O)

แล้วก็เติมคำเชื่อม "จน" เข้าไป ก็จะได้ว่า อาจารย์ลากอ่านหนังสือจน..................

จากนั้นให้แต่งประโยคซ้อนอีกอันหนึ่งเติมในจุด (ที่ยากก็ตรงนี้ใช่ไหมครับ) อย่าลืมว่า ต้องแต่งเป็นประโยคความซ้อนนะครับเช่น

อาจารย์ลาภอ่านหนังสือจน........โจรที่เข้ามาในบ้านตกใจ (ประโยคนี้เป็นความซ้อนแบบที่ 1 จริงหรือไม่ครับ)

สู้สู้นะครับ ครูให้กำลังใจ 5555

ผิดไม่เป็นไร เรียนรู้และค่อยๆ แก้ไขนะครับ

นักเรียนทุกคนครับ สิ่งสำคัญคือการอ่านผลงานของเพื่อนและคำแนะนำของครู (ซึ่งสำคัญมาก) เพราะจะทำให้ทำงานได้ถูกต้อง นักเรียนที่จะส่งผลงานในลำดับต่อไป ควรที่จะอ่านตัวอย่างและข้อแก้ไขที่ครูให้กับเพื่อนด้วยนะครับ

ครู

ตรวจงานของเทียมแล้วนะครับ

ข้อ 1 ถูกต้อง

ข้อ 2 ข้อ 2.5 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งอยู่พรรคเพื่อไทยหรือพรรคพลังประชาชนเดิมเป็นน้องทักษิณ ชินวัตร

สำหรับข้อ 3 ครูให้ข้อสังเกตจากการตรวจงานของเทียมดังนี้ (คนอื่นดูด้วยนะครับ)

เช่น ประโยค "นักเรียนนั่งทำการบ้านที่ อ.เฉลิมลาภเป็นคนสั่ง" ประโยคนี้เมื่อวิเคราะห์โครงสร้างออกมาจะประกอบด้วย

ประโยคหลัก นักเรียนนั่งทำการบ้าน เป็นประโยคสามัญ

ประโยคย่อย การบ้านที่อาจารย์เฉลิมลาภสั่ง คำถามคือ ข้อความนี้เป็นประโยคซ้อนหรือไม่ครับ

***คำตอบคือยังไม่ใช่ เพราะยังขาดกริยาหลักอีกตัว ดังนั้นควรแก้ไข เช่นแต่งใหม่ว่า การบ้านที่อาจารย์เฉลิมลาภสั่งยากมาก

ดังนั้น เราก็จะสร้างประโยคซ้อนได้ว่า

นักเรียนนั่งทำการบ้านที่อาจารย์เฉลิมลาภสั่งยากมาก

ทีนี้ ถ้าจะให้ง่าย ครูจะลองยกตัวอย่างโครงสร้างประโยคซ้อน ที่เกิดจากประโยคสามัญซ้อนด้วยประโยคซ้อน โดยไม่ใช่คำเชื่อม ผู้, ที่, ซึ่ง, อัน, นะครับ เพราะเราสามารถใช้คำเชื่อมอื่นๆ ได้ เช่น

1. ใช้คำว่า "ว่า" ตัวอย่าง ผมพูดว่าปลาที่เลี้ยงตายแล้ว

แม่กล่าวว่าผู้ชายคนที่พบเมื่อวานเป็นนักสังคมสงเคราะห์

ผมบอกเทียมว่าแมวที่ขโมยปลาอยู่ตรงใต้ตึก

2. ใช้คำว่า "จน" ตัวอย่าง ผมเกเรจนพี่ที่คอยดูแลเบื่อหน่าย

ผมอธิบายเรื่องประโยคซ้อนจนนักเรียนที่อ่านบล็อกง่วงกันหมด

เราเล่นเกมจนคุณแม่ที่ไม่เคยบ่นต้องมาห้าม

ดังนั้นในข้อ 3 ลองแต่งประโยคซ้อนโดยใช้คำเชื่อม "ว่า" และ "จน" นะครับ แล้วมาคุยกันในห้องครับ

ครู

แนวทางในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ประโยค

ตามที่พวกเราได้คุยกันแล้วว่า การเกิดประโยคซ้อน ในลักษณะหนึ่ง ที่มีประโยคหนึ่งเข้าไปขยายอีกประโยคหนึ่งนั้น มีโอกาส (ความน่าจะเป็น) เกิดขึ้นได้ 9 กรณี อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า ในการพูดจากันในชีวิตประจำวัน เราจะสามารถสร้าประโยคได้ครบทั้ง 9 แบบ ในการทำงานเรื่องการสร้างประโยค ให้นักเรียนพิจารณาตัวอย่างวิธีการคิดในการสร้างประโยคต่อไปนี้ เพื่อเป็นแนวทางนะครับ

1. ประโยคซ้อน ที่เกิดจาก ประโยคสามัญ ซ้อนด้วย ประโยคสามัญ

ให้นักเรียนคิดประโยคสามัญ 2 ประโยคก่อน

โดยกำหนดให้ประโยคหนึ่งเป็นประโยคหลักและประโยคหนึ่งเป็นประโยคย่อย

เช่น 1. อ.เฉลิมลาภรับประทานขนม (ประโยคหลัก)

2. อ.เฉลิมลาภเป็นครู (ประโยคย่อย)

จากนั้นนำประโยคย่อยไปขยายประโยคหลัก จะได้ว่า อ.เฉลิมลาภที่เป็นครูรับประทานขนม นักเรียนเขียนเฉพาะประโยคนี้ส่งครู เข้าใจนะครับ

2. ประโยคซ้อน ที่เกิดจาก ประโยคสามัญ ซ้อนด้วย ประโยครวม

ให้นักเรียนคิดประโยคสามัญ 1 ประโยค เป็นประโยคหลัก และคิดประโยครวมอีก 1 ประโยคเป็นประโยคย่อย

เช่น 1. อ.เฉลิมลาภรับประทานขนม (ประโยคหลัก)

2. ขนมมีรสอร่อยและทำอย่างสะอาด (ประโยคย่อย: เป็นความรวม เชื่อมด้วยสันธาน และ)

จากนั้นนำประโยคย่อยไปขยายประโยคหลัก จะได้ว่า อ.เฉลิมลาภรับประทานขนมที่มีรสอร่อยและทำอย่างสะอาด นักเรียนเขียนเฉพาะประโยคนี้ส่งครู

3. ประโยคซ้อน ที่เกิดจาก ประโยคสามัญ ซ้อนด้วย ประโยคซ้อน

ให้นักเรียนคิดประโยคสามัญ 1 ประโยค เป็นประโยคหลัก และคิดประโยคซ้อนอีก 1 ประโยคเป็นประโยคย่อย

เช่น 1. อ.เฉลิมลาภรับประทานขนม (ประโยคหลัก)

2. ขนมที่แม่ซื้อมาอยู่ในตู้เย็น (ประโยคย่อย: เป็นความซ้อน)

จากนั้นนำประโยคย่อยไปขยายประโยคหลัก จะได้ว่า อ.เฉลิมลาภรับประทานขนมที่แม่ซื้อมาอยู่ในตู้เย็น **** สังเกตว่า ประโยคนี้ไม่ได้เป็นประโยคที่สื่อสารในชีวิตประจำวัน เพราะเราคงจะลดรูปไปว่า อ.เฉลิมลาภกินขนมที่แม่ซื้อมา (อยู่) ในตู้เย็น อย่างไรก็ตาม เรามุ่งเน้นการวิเคราะห์และสร้างประโยค ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องการนำไปสื่อสาร ลองแต่ดูแล้วจะพบโครงสร้างแปลกๆ นะครับ ภาษาคือสิ่งที่เราต้องตั้งปัญหาและวิเคราะห์ ลองทำดู ถ้ามีปัญหาก็ไว้คุยกันในห้องครับ

แนวทางในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ประโยค

ตามที่พวกเราได้คุยกันแล้วว่า การเกิดประโยคซ้อน ในลักษณะหนึ่ง ที่มีประโยคหนึ่งเข้าไปขยายอีกประโยคหนึ่งนั้น มีโอกาส (ความน่าจะเป็น) เกิดขึ้นได้ 9 กรณี อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า ในการพูดจากันในชีวิตประจำวัน เราจะสามารถสร้าประโยคได้ครบทั้ง 9 แบบ ในการทำงานเรื่องการสร้างประโยค ให้นักเรียนพิจารณาตัวอย่างวิธีการคิดในการสร้างประโยคต่อไปนี้ เพื่อเป็นแนวทางนะครับ

1. ประโยคซ้อน ที่เกิดจาก ประโยคสามัญ ซ้อนด้วย ประโยคสามัญ

ให้นักเรียนคิดประโยคสามัญ 2 ประโยคก่อน

โดยกำหนดให้ประโยคหนึ่งเป็นประโยคหลักและประโยคหนึ่งเป็นประโยคย่อย

เช่น 1. อ.เฉลิมลาภรับประทานขนม (ประโยคหลัก)

2. อ.เฉลิมลาภเป็นครู (ประโยคย่อย)

จากนั้นนำประโยคย่อยไปขยายประโยคหลัก จะได้ว่า อ.เฉลิมลาภที่เป็นครูรับประทานขนม นักเรียนเขียนเฉพาะประโยคนี้ส่งครู เข้าใจนะครับ

2. ประโยคซ้อน ที่เกิดจาก ประโยคสามัญ ซ้อนด้วย ประโยครวม

ให้นักเรียนคิดประโยคสามัญ 1 ประโยค เป็นประโยคหลัก และคิดประโยครวมอีก 1 ประโยคเป็นประโยคย่อย

เช่น 1. อ.เฉลิมลาภรับประทานขนม (ประโยคหลัก)

2. ขนมมีรสอร่อยและทำอย่างสะอาด (ประโยคย่อย: เป็นความรวม เชื่อมด้วยสันธาน และ)

จากนั้นนำประโยคย่อยไปขยายประโยคหลัก จะได้ว่า อ.เฉลิมลาภรับประทานขนมที่มีรสอร่อยและทำอย่างสะอาด นักเรียนเขียนเฉพาะประโยคนี้ส่งครู

3. ประโยคซ้อน ที่เกิดจาก ประโยคสามัญ ซ้อนด้วย ประโยคซ้อน

ให้นักเรียนคิดประโยคสามัญ 1 ประโยค เป็นประโยคหลัก และคิดประโยคซ้อนอีก 1 ประโยคเป็นประโยคย่อย

เช่น 1. อ.เฉลิมลาภรับประทานขนม (ประโยคหลัก)

2. ขนมที่แม่ซื้อมาอยู่ในตู้เย็น (ประโยคย่อย: เป็นความซ้อน)

จากนั้นนำประโยคย่อยไปขยายประโยคหลัก จะได้ว่า อ.เฉลิมลาภรับประทานขนมที่แม่ซื้อมาอยู่ในตู้เย็น **** สังเกตว่า ประโยคนี้ไม่ได้เป็นประโยคที่สื่อสารในชีวิตประจำวัน เพราะเราคงจะลดรูปไปว่า อ.เฉลิมลาภกินขนมที่แม่ซื้อมา (อยู่) ในตู้เย็น อย่างไรก็ตาม เรามุ่งเน้นการวิเคราะห์และสร้างประโยค ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องการนำไปสื่อสาร ลองแต่ดูแล้วจะพบโครงสร้างแปลกๆ นะครับ ภาษาคือสิ่งที่เราต้องตั้งปัญหาและวิเคราะห์ ลองทำดู ถ้ามีปัญหาก็ไว้คุยกันในห้องครับ

ถึง อภิเศรษฐ์ ครับ คุณต้องย้ายข้อความจากหัวข้อนี้ไปหาหัวข้อพันท้ายนรสิงห์ครับ (คลิกไปตรงสารบัญ)

ถึง ธนกฤต ครับ งานเขียนของคุณน่าประทับใจมาก ทำให้ครูรู้สึกว่า ธนกฤตมีคุณแม่ที่น่ารักและเป็นคนที่ยิ่งใหญ่มาก ครูประทับใจที่แม่สอนให้คอปรู้จักคุณค่าชีวิต ครูก็อยากจะเสริมว่า ไม่เพียงแต่ชีวิตของตนเองเท่านั้น คอปต้องเห็นคุณค่าของคนรอบข้างด้วย แม้จะเป็นที่เราไม่ชอบก็ตาม เพราะคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา ล้วนแล้วแต่เป็น "บทเรียน" ให้เราเห็นเป็นแบบอย่างและเรียนรู้ สำหรับคอป คุณแม่เป็นครู ในฐานะที่เป็นครู คนเป็นครูจะมีความสุขที่สุด ก็ต่อเมื่อเห็นคนที่เราช่วยเหลือมาตลอด พึ่งตนเองและยืนหยัดอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างสง่างาม ฝากความระถึงถึงคุณแม่ด้วยนะครับ

ครู

ครูอ่านข้อความข้างต้นแล้ว ก็อดดีใจแทนแม่ของนักเรียนไม่ได้ เพราะนักเรียนได้แสดงให้เห็นความตั้งใจและส่งผ่านความรู้สึกดีๆ ให้กับคุณแม่ของตนเอง นักเรียนที่จะเข้ามาส่งงานต่อไป ก็ขอให้แสดงความคิดเห็นให้เต็มที่ ขอเน้นให้เขียนตามหัวข้อนะครับ เพราะเรากำหนดว่า "แม่คือ..." ดังนั้นต้องเขียนให้ชัดเจนว่า ในความคิดของนักเรียน คุณแม่คืออะไร เป็นหัวใจ เป็นเทียนไข เป็นน้ำเย็น เป็นท้องฟ้า เป็นห้างสรรพสินค้า หรือเป็น....แล้วแต่นักเรียนจะคิดได้ พร้อมให้เหตุผลประกอบที่จะทำให้ครูรู้สึกเชื่อในความคิดของคุณ

อย่าลืมว่า การเขียนครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงคะแนน แต่สิ่งที่มีค่ากว่า งานเขียนเรื่องนี้จะหมายถึงความรักที่ตัวของนักเรียนเองมีต่อคุณแม่ ดังนั้นจงเขียนด้วยความสุข และจบเรื่องด้วยความรักนะครับ ตั้งใจเขียนนะครับทุกคน

ถึง สร้อยทับทิมนะครับ

ตรวจสอบข้อมูลนะครับ พล.ต. ตะวัน ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ลำที่ 2 ครับ ท่านจะไปนำผู้เสียชีวิตจาก ฮ.ลำแรกกลับออกมา ทำให้ตัวเองต้องประสบอุบัติเหตุตามไปด้วย

เท่าที่ได้อ่านมา นักเรียนได้สะท้อนแง่คิดให้ครูได้คิดดีมากครับ หลายคนคงเห็นเหมือนกันว่า สิ่งที่จะทำให้ "พันท้ายนรสิงห์" ยุคใหม่เกิดขึ้น ก็คือการที่ครอบครัวและสังคม เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับบุตรหลาน ครูอาจารย์ที่สอนก็จะต้องให้เด็กได้เห็น ได้ตระหนักและได้ลงมือปฏิบัติ คนที่จะเข้ามาเขียนต่อไป ก็ขอให้แสดงความคิดอย่างเต็มที่และพยามเสนอตัวอย่างใหม่ๆ ให้หลากหลายขึ้นนะครับ แล้วครูจะเข้ามาช่วยอ่านและประเมินด้วย

ขอขอบพระคุณในกำลังใจของอาจารย์ทั้งสองท่านข้างต้นนะครับ ได้พบเพื่อนร่วมวิชาชีพแล้วรู้สึกว่า ความคิดและความหวังของผมยังพอที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้เราสอนภาษาไทยด้วยมุมมองใหม่ๆ

ผมยังพบกับปัญหาที่ทำให้ครูภาษาไทยของเราไม่อาจข้ามพ้นอุปสรรคทางปัญญาไปได้ แต่ก็หวังว่า บทความเล็กๆ เรื่องนี้จะทำให้เกิดการขัดแย้งทางปัญญา เป็นเหตุให้เกิดวิวาททางความคิด ด้วยหวังว่า การหามุมมองหรือคำตอบให้ตนเองนั้น จะทำให้ภาษาของเราวัฒนางอกงามในฐานะอุปกรณ์ที่สร้างความหมายให้แก่ชีวิต

ขอขอบพระคุณอีกครั้ง และหวังว่าอาจารย์จะได้ให้ขอเสนอแนะอันเป็นประโยชน์เพื่อสร้างประชาคมการสอนภาษาไทย ที่ใครหลายคนได้ลืมความสำคัญไปแล้วนะครับ

เฉลิมลาภ ทองอาจ

สวัสดีครับ นิสิตฯ

ครูยินดีที่นิสิตได้มาศึกษาตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ฯ ก็คิดว่าที่ได้นำเสนอไว้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งนะครับ ที่จริงแล้วแผนการสอนที่สมบูรณ์สำหรับครู ควรจะเป็นแผนที่เราใช้เวลาในการออกแบบร่วมกันกับผู้เรียนของเรา เสียงเล็กๆ ของเขาจะนำไปสู่การสอนและการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่

ครูขอเป็นกำลังใจให้นิสิตประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ และมีกำลังใจที่ดีในการที่จะพัฒนาผู้เรียนของนิสิตให้มีคุณภาพและเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ต่อไป

ครู...

ขอบพระคุณ อาจารย์อัมพร ครับ

ได้ทราบว่าอาจารย์มีผลงานประพันธ์สำหรับสอนเด็กจำนวนมาก ถือว่าวงการภาษาไทยมีเพชรน้ำงามที่ทรงคุณค่า ครูน้อยๆ อย่างผมก็คารวะแด่ความมุ่งมั่นและความสามารถของอาจารย์ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาวงการการสอนภาษาไทยสืบต่อไปครับ

ขอบพระคุณคุณครูภาษาไทยครับ

ได้กำลังใจและทราบว่าหลายท่านที่อ่านได้นำแนวคิดที่ผมศึกษาค้นคว้าไปประยุกต์และปฏิบัติก็คือว่าเป็นการทำให้วงการการสอนภาษาไทยก้าวหน้าขึ้นไปมาก ไม่มีใครจะทำให้การสอนภาษาไทยเกิดประสิทธิภาพเท่ากับครูภาษาไทยและนักหลักสูตรภาษาไทย (ซึ่งมีน้อยเต็มที) จริงไหมครับ

เรียน คุณครูศรีทอง ครับ

ผมดีใจที่มีผู้สนใจในการศึกษาโดยเฉพาะในสาขาวิชาภาษาไทยติดตามผลงานและความคิดของผมมาโดยตลอด โดยส่วนตัวผมมีความตั้งใจว่า อะไรที่ตนเองไม่รู้และต้องการที่จะรู้ หากค้นคว้ามาได้ แล้วสร้างเป็นแนวคิดหรือทฤษฎีสำหรับการสอนภาษาไทยได้ ก็สมควรที่จะได้แบ่งปันไปสู่วงการการสอนภาษาไทย เพราะประโยชน์ทั้งหมดย่อมไม่พ้นผู้เรียนของเราไปได้ แต่ผมยังคิดเสมอว่า ข้อคิดเห็นของผมยังเผยแพร่อยู่ในวงจำกัด หากจะได้มีการเผยแพร่อย่างไรต่อไป ด้วยผลงานของผมมีประโยชน์อยู่บ้าง ก็ขอให้ท่านผู้อ่านได้ช่วยกันคิดอ่าน เพื่อหาช่องทางที่เผยแพร่หรือแนะนำให้ผู้อื่นได้อ่านหรือศึกษากันต่อๆ ไปนะครับ

ขอบพระคุณครับ

เฉลิมลาภ ทองอาจ

ผมรู้สึกชื่นชมกับผลงานของนักเรียนของอาจารย์มากครับ ตามความหมายของผม การกระจ่างค่านิยม ก็คือการทำความเข้าใจค่านิยามหรือมุมมองที่นักเรียนมีต่อสิ่งต่างๆ คำถามง่ายสำหรับครูที่วัดค่านิยมก็คือ สมมติว่า เธอเรียนเรื่องนี้แล้ว เธออยากจะทำอะไร เช่น นักเรียนอาจจะอ่านวรรณคดีสักเรื่อง จากวรรณคดีที่อ่าน อาจารย์ลองให้นักเรียนเขียนบอกก็ได้ครับว่า นักเรียนต้องการทำอะไรจากการที่ได้อ่านเรื่องนี้ เราจะเห็นค่านิยมอย่างหลากหลาย ถ้าเป็นนักเรียนสาธิต ก็อาจจะบอกว่า "อยากอยู่เฉยๆ" (อยู่กับนักเรียนสาธิตจนผมเองตอบได้แล้วนะครับ :-D) ถ้าเป็นครูที่ตกใจง่ายก็อาจจะจนมุมกับคำถาม แต่เราก็ต้องไม่ยอมแพ้ เพราะแสดงว่า เด็กมีค่านิยมคือ ไม่เห็นคุณค่าของวรรณคดี อันนี้ต้องคุยกันต่อ แต่ถ้าอาจารย์ได้ถามนักเรียน แล้วนักเรียนต้องการวาดภาพสะท้อนจินตนาการจากที่ได้เรียน แสดงว่าตอนที่วาด ตอนที่คุย ตอนที่คิด เขาเรียนรู้อย่างมีความสุข ก็แสดงว่าอาจารย์เข้าใจหลักการของการกระจ่างค่านิยมแล้วครับ .... เหตุที่ผมเรื่องนี้ เพราะต้องการให้ครูภาษาไทยเข้าใจค่านิยมของเด็ก เพราะผมเชื่อว่าเรากำลังสอนมนุษย์ไม่ได้สอนหนังสือครับ

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ในประเด็นเรื่องการเชื่อมโยงความรู้และประสบการณ์เดิมเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับครู เพราะครูโดยทั่วไปมักจะนึกเสนอว่า นักเรียนที่เราจะสอนนั้น พวกเข้าพึ่งพบเจอเราครั้งแรก และความรู้ที่เราจะสอนก็เป็นเรื่องใหม่ที่พวกเขาไม่ทราบมาก่อน ซึ่งไม่จริงใช่ไหมครับ เด็กทุกคนไม่ได้เป็นธนาคารอันว่างเปล่า (blank bank) แต่เป็นธนาคารที่มีทุนเดิมอยู่แล้ว หน้าที่ของครูอย่างเราคือจะนำทุนเดิมนั้นนำมาลงทุนเพิ่ม จึงจะเรียกว่าการสร้างความรู้ ที่ใครๆ ก็เรียกว่าการสร้างความรู้อย่างแท้จริงครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี