ดอกไม้


ปภังกร
เขียนเมื่อ

เราทุก ๆ คนนี้ไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง ส่วนใหญ่น่ะถูกกิเลสคือความหลงในจิตในใจครอบงำกลายเป็นความอยากความต้องการ จิตใจมันเร่าร้อน ร่างกายยังไม่ตายแต่จิตใจของเรามันถูกเผาทั้งเป็น มันยังไม่ตายก็เผาแล้ว เผาทั้งกลางวันเผาทั้งกลางคืนน่ะ  มันเปรียบเสมือนแมลงเม่าพากันบินเข้ากองไฟ

สติของทุก ๆ คนมันน้อย สมาธิมันก็น้อย ปัญญาก็ไม่ค่อยจะมี มีก็มีแต่สติทางโลก สมาธิทางโลก ปัญญาทางโลก

ปัญญาทางโลกก็หมายถึงปัญญาในการดำรงชีพดำรงชีวิตในการทำมาหากินหรือว่าธุรกิจหน้าที่การงาน แต่ปัญญาทางธรรมมันไม่ค่อยจะมีน่ะ เจอรูปสวย ๆ ก็หัวใจมันสั่นหมด เจอเสียงเพราะ ๆ ก็หัวใจมันสั่นหมด เจอเค้านินทาสรรเสริญก็หัวใจมันสั่น สติสัมปชัญญะมันไม่ค่อยจะมี ไม่ได้ตัวของตัวเองเลย เหมือนกับเราถูกผีมันมาสิงจิตสิงใจของเราตลอดเลยนะ

ทุกคนน่ะยังไม่ได้พากันเข้าถึงความสุขความสงบนะ ที่ว่าความสุขของเราเดี๋ยวนี้น่ะ  มันไม่ใช่นะ มันเป็นความวุ่นวาย สร้างความวุ่นวายให้กับตัวเอง สร้างปัญหาให้กับตัวเอง  นึกว่าได้ทานอาหารที่อร่อย ๆ มันสบาย ได้สิ่งที่ไม่ขัดอกขัดใจสบาย ร่างกายสบาย อะไรก็สบายอย่างนั้นน่ะเค้าเรียกว่ามันสบายแบบวัตถุ มันเป็นการหลงวัตถุ แต่ความเสียหายคือใจของเราน่ะมันไม่สงบเลยนะ เพราะว่าวัตถุข้าวของเงินทองสิ่งต่าง ๆ นั้นมันไม่ใช่จีรังยั่งยืน ร่างกายของเราก็ไม่จีรังยั่งยืน ทุกอย่างมันไม่จีรังยั่งยืน มันล้วนแต่มีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดามีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เราถึงมาพัฒนาสิ่งที่ประเสริฐที่เราเกิดเป็นมนุษย์คือมาทำจิตทำใจให้สงบ ไม่วิ่งตามอารมณ์ไม่หลงอารมณ์


5
0
ปภังกร
เขียนเมื่อ

ส่วนใหญ่เราทุกคนน่ะไม่ค่อยรู้จักไม่เห็นคุณประโยชน์ในการฝึกจิตใจ พากันไปสบายตั้งแต่โทรศัพท์ เล่นอินเตอร์เนท เฟซบุ๊ค ดูหนัง ดูละครในโทรทัศน์เค้า มีเพื่อนมีกัลยาณมิตรก็คือโทรทัศน์น่ะสำหรับคนแก่ สำหรับคนหนุ่มก็โทรศัพท์ อินเตอร์เนท เฟซบุ๊คอะไรอย่างนั้น ไม่ได้มีโอกาสได้ฝึกใจให้สงบ มันจำเป็นมากนะการฝึกทำให้ใจสงบ สิ่งต่าง ๆ ที่มันเป็นมือถือ เป็นคอมพิวเตอร์ เป็นโทรทัศน์นี้แหละมันช่วยเราไม่ได้นะเวลาเราแก่เราเจ็บเราตาย  การบรรยายทุกด้วยสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้น่ะถือว่ามันยังไม่ค่อยปลอดภัย

คนฉลาดคนเก่งส่วนใหญ่มันรักษาศีลไม่ได้ มันทำสมาธิไม่ได้ เพราะมันไปเอาความสุขทางเนื้อหนัง เอาความสุขทางวัตถุ มันยังไม่เห็นภัยในวัฏฏะสงสาร กว่าจะรู้ตัวเองมันสายไปแล้วนะ


ถ้าเราปฏิบัติธรรมน่ะใจของเราก็จะสบาย ธุรกิจหน้าที่การงานของเรามันก็จะดี  เพราะในโลกนี้น่ะทุกคนต้องการคนดี ต้องการแต่สิ่งที่ดี ๆ น่ะ

ที่เราคิดว่าถ้าทำความดีมันขัดกับการทำมาหากินขัดกับการดำรงชีพลิดรอนสิทธิของเรามันเป็นการเข้าใจผิด เป็นชีวิตที่เห็นแก่ตัว เป็นชีวิตที่เป็นแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ มันทำลายตัวเอง ทำลายญาติพี่น้องวงศ์ตระกูล

ปัญหาต่าง ๆ น่ะให้ทุกท่านทุกคนรู้ไว้เลยนะว่ามันอยู่ที่ใจของเราไม่สงบ วิ่งตามความโลภความโกรธวิ่งตามความต้องการ คำว่า “วิ่ง วิ่ง” นี้ วิ่งเท่าไหร่มันก็ไม่สงบ พระพุทธเจ้าท่านถึงตรัสว่า “นัตถิ สันติ ปรัง สุขัง สุขอันไหนก็สู้ความสงบไม่ได้...”


6
0
พ.แจ่มจำรัส
เขียนเมื่อ

เมื่อวานหยุดงานไปหาหมอตามนัด เป็นอีกวันที่ไม่ได้เข้าโกทูโนเลย กลับถึงบ้านเกือบหกโมงเย็นหมดแรง วันนี้มาทำงาน ต้องเคลียร์งานเก่าให้เสร็จ ถึงได้มาอ่านบันทึกและให้กำลังใจกัลยาณมิตร...

13
7
คุณมะเดื่อ
เขียนเมื่อ

พอฝนขาดเม็ดก็ร้อนอย่างรุนแรงทันทีทันใดเลยนะเนี่ยะ...เฮ้อ...! 

7
5
panchatan
เขียนเมื่อ

ขอฉันพูดบ้าง

อ่านใจ อ่านนิสัย อ่านความต้องการ
ผ่านร้อนผ่านหนาวมากขึ้น อายุมากขึ้น
ความคิดเปลี่ยน ความเชื่อเปลี่ยน จุดยืนเปลี่ยน

ใครที่หลงเข้ามาอ่าน ต้องนึกว่า ตาแก่คนนี้ มันพูดเรื่องไรของมันวะ อ่านดูก็งั้นๆ แต่เข้าใจยากจุงเบย

ฉันกำลังจะบอกว่า....เมื่อก่อน ฉันอ่านใจ อ่านนิสัย อ่านความต้องการของผู้คน จากคำตอบของเขา

แต่เมื่อถึงฉันผ่านร้อนผ่านหนาวมากขึ้น อายุมากขึ้น
ความคิดฉันเปลี่ยน ความเชื่อฉันเปลี่ยน จุดยืนฉันเปลี่ยน..

เดี๋ยวนี้ ฉันอ่านใจ อ่านนิสัย อ่านความต้องการของผู้คน จากคำถามของเขา

ด้วยวิธีใหม่นี้ ฉันมั่นใจว่า การอ่านจะได้ผลลัพธ์ที่แน่นอนกว่า เที่ยงตรงกว่า กว้างขวางกว่าวิธีเดิม มากมายนัก

10
2
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี