ความเห็นล่าสุด


เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2551 ข้าพเจ้าได้รับการติดต่อจากนายสมฤทธิ์อีกครั้ง เขาบอกว่า เขาได้ดู Thai PSB ที่ออกอากาศเมื่อวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2551 เรื่องกฎหมายใหม่ที่ออกมาบังคับใช้ เลยโทรมาเพื่อสอบถามแนวทางแก้ไขปัญหาของตัวเขาและครอบครัว
 
ปัจจุบัน นายสมฤทธิ์ ได้กลับไปที่ อ.เชียงแสน เพราะได้ทราบข่าวจากทางอำเภอว่าจะมีการสำรวจบัตรผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรเลข 0) จึงกำลังรอรับการสำรวจ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีการสำรวจเมื่อไหร่

นายสมฤทธิ์แจ้งความเป็นไปของตัวเขามาเพียงแค่นี้ในเบื้องต้น ค่ะ

ไหวสิค่ะ..

อยากไประนองจะแย่แล้วค่ะ ตอนที่เตือนทำวิจัยกับพี่ตี๋พี่ต้องก็ไม่ได้ลงพื้นที่เลยค่ะ อยากได้มีโอกาสพูดคุยกับมอแกนและคนไทยพลัดถิ่นตัวจริงเสียงจริงมานานแล้วค่ะ

ถือโอกาสไปเที่ยวด้วยเนอะ อาจารย์ เนอะ

 

ส่วนคนไร้บ้านที่สนามหลวง เราก็ค่อยไปตั้งวงคุยกับพวกเขาหลังจากที่เรากลับมาจากระนอง ปลายๆ เดือนก็ยังไหวค่ะ

ข้าพเจ้าก็พยายามเล่นคำอีกแล้วพี่ด๋าว.. ไม่รู้ว่าจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจรึเปล่า..

เตือนพยายามนึกอยู่นานว่าจะใช้คำอะไรแทน "โจทย์วิจัย" ก็เลยนึกไปว่า (ไม่รู้ว่านึกถูกไหม) โจทย์วิจัยก็ คือ ประเด็นที่เป็นปัญหาที่งานวิจัยต้องหาคำตอบให้ได้ ก็เลยตั้งเป็น บทที่ 3 ว่าด้วย "ปัญหาที่ทำให้เกิดงานวิจัย" ซึ่งก็คือ การไปดูว่าอะไรบ้าง คือ ความคาดหวังฯ อะไรทำนองเนี่ยค่ะ ได้ไหมอ่ะคะ มันจะแหกคอกเกินไปไหมจ๊ะ

ส่วนเรื่องคำว่า "ความคาดหวัง" เตือนตั้งใจจะไปอธิบายในบทที่ 3 นี่แหละค่ะ ว่าความคาดหวัง คือ อะไร แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรเป็นความคาดหวัง

แล้วก็ขอบคุณนะคะที่เตือนเรื่องว่าต้องอธิบายคำว่า "สิทธิในหลักประกันสุขภาพ" ด้วย เกือบลืมแน่ะ

ทำไมมันตัวเบ้อเร่ออย่างนั้นล่ะ???

 ไม่ได้จะประชดใครเลยนะเนี่ยยยยย....

ตอบและหารือพี่ด๋าว: เตือนก็พยายามจะเชื่อมโยง 2 ประเด็นนี้ให้ได้อยู่เหมือนกันค่ะ แต่มันยังไม่ชัดเจนในนี้ใช่ไหมค่ะ เดี๋ยวเตือนจะลองดูใหม่นะคะ

แต่ประเด็นที่เตือนพยายามเชื่อมโยง คือ การศึกษาแนวปฏิบัติของรัฐภาคีในเรื่องการเคารพ คุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิในสุขภาพเนี่ย หากเป็นประเด็นที่สำคัญๆ และเป็นข้อห่วงใยของคณะกรรมการ คณะกรรมการก็จะมีความเห็นต่อแนวปฏิบัตินั้นกลับมาว่าดีหรือไม่ดี แล้วก็มีข้อเสนอแนะว่าควรทำอย่างไรต่อ ซึ่งก็จะทำให้เราพอทราบได้ว่าประเด็นไหนที่คณะกรรมการเห็นว่าสำคัญ อยากให้เกิดขึ้น ซึ่งตรงนี้ก็อาจจะเรียกว่าเป็น "ความคาดหวัง" ของคณะกรรมการ (ตัวละครหนึ่งในประชาคมระหว่างประเทศ) ได้

เตือนอาจจะยังเขียนไม่ชัด เดี๋ยวลองใหม่ค่ะ แต่จริงๆ ที่อธิบายมา คือ ความพยายามจะเขียนเชื่อมโยงแบบนี้ค่ะ

ตอบและหารืออาจารย์แหวว: ไม่รู้ว่าเตือนพยายามเล่นคำมากไปไหม คือ ในระเบียบวิธีวิจัยก็จะประกอบไปด้วย

  1. เป้าหมายของการวิจัย ซึ่งเตือนใช้ว่า "นักวิจัยคิดอะไร ก่อนจะออกมาเป็นงานวิจัยชิ้นนี้??" พยายามอธิบายที่มาที่ไป เป้าหมายว่าจะวิจัยไปเพื่ออะไร มันสื่ออย่างนั้นไหมค่ะ?? ส่วนที่เตือนตั้งเป็นหัวข้อว่า "นักวิจัยสงสัยอะไร??" คือ ตั้งใจให้เป็นเป้าหมายของงานวิจัยที่จะต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ค่ะ
  2. วิธีการวิจัย เตือนใช้ว่า "นักวิจัยมีวิธีการศึกษาหาคำตอบอย่างไร"
  3. ผลที่คาดว่าจะได้รับ เตือนก็ใช้หัวข้อว่า "นักวิจัยคาดหวังอะไร??"

พอจะฟังเป็นไงบ้างค่ะ??

หนูเป็นลูกศิษย์อาจารย์อีกคนหนึ่งค่ะ.. ที่ได้รับฟังคำแนะนำ คำสอน แนวทางในการปฏิบัติตนเอง ของอาจารย์วิจารณ์ ผ่านจากอาจารย์แหววอีกทีหนึ่งค่ะ มาโดยตลอด

ความใฝ่ฝัน คือ อยากมีโอกาสได้พบอาจารย์ และได้รับฟังคำสอน คำชี้แนะของอาจารย์ ด้วยตัวเองสักครั้ง

(อาจารย์แหววชอบเล่าให้หนูฟังว่า.. อาจารย์เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ทำให้อาจารย์แหววเบนเข็มมาทำงานเพื่อสังคมแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้)

ไปอุบลฯ คราวนี้ หนูจะขอตามไปด้วยค่ะ พอเรียนเสร็จปุ๊ป จะจับรถตามไปปั๊ปเลยค่ะ :-)

อย่างไรก็ดี.. มีอีกหนึ่งข้อสังเกต คือ ในมาตราที่ 25 ของ ICCPR นั้นใช้คำว่า "Every Citizen"

ตอนนี้ปัญหาก็คงจะอยู่ที่การตีความของคำว่า 'citizen'
ว่าจะตีความให้หมายถึง "ราษฎรไทย" หรือ "คนสัญชาติไทย"..!!??!!
มาตรา 25 ของ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน นี้ เป็นมาตราพื้นฐานที่กล่าวถึงสิทธิในสุขภาวะ (ความเป็นอยู่ที่ดี) ในภาพรวม ซึ่งก็จะหมายรวมถึง การมีปัจจัยการดำรงชีพ 4 ประการ ในสภาวะปกติของชีวิต และสิทธิในความมั่นคงของชีวิตแม้จะอยู่ในสภาวะที่ไม่ปกติก็ตาม

การที่มนุษย์หนึ่งคนจะมีความเป็นอยู่ที่ดีได้ สิ่งหนึ่งคือต้องมีสุขภาพที่ดี และการที่มนุษย์คนนี้จะมีสุขภาพที่ดีได้ นั่นก็หมายความว่า เขาจะต้องได้รับการบริการและการรักษาพยาบาลที่ดีด้วย ซึ่งในที่นี้ใช้คำภาษาอังกฤษว่า "medical care and social services"

ข้าพเจ้าก็ขออนุญาตตีความจาก Declaration ข้างบนว่า..

"สิทธิในหลักประกันสุขภาพ" ก็เป็น sebset ของ "medical care and social service" นี่แหละค่ะ

เพราะฉะนั้นมาตรา 25 นี้ ยืนยันว่า "คนทุกคนมีสิทธิ" ที่ได้กล่าวถึงมาแล้วข้างต้น ในอีกนัยหนึ่งก็คือ "รัฐมีหน้าที่เคารพสิทธิ" ของคนทุกคนที่กล่าวถึงนี้ด้วย !!!

ที่นี้..ลองมาดูไหมค่ะว่า..ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (The Universal Declaration of Human Rights, 1948) ที่ถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งใน The International Bill of Huan Rights กล่าวถึง "สิทธิในสุขภาพ (The Right to Health)" ว่าอย่างไรบ้าง

 http://gotoknow.org/blog/bongkot-health4stateless/160542

ตอนนี้ทีมนักวิจัย 7 คน นำทีมโดย พี่ด๋าว, พี่สุ, พี่แก้ว, พี่จ๊อบ, พี่ชล, พี่ไหม และเตือน กำลังตบตีกันอย่างสมานฉันท์ แบบพี่ๆ น้องๆ ที่ห้องประชุมสมาคมคณะนิติศาสตร์ค่ะ :-)

อ่านแล้วเห็นภาพของความวุ่นวายเลยนะคะ..

และถึงแม้ว่าสำหรับเตือน ภาษาของกฎหมายเกี่ยวกับสื่อ อาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหู แต่คราวนี้ตั้งใจแล้วว่า..จะลองดูสักตั้งค่ะ อะไรก็คงไม่น่าจะเกินความตั้งใจที่จะปลูก "ต้นไม้แห่งความรู้" เนอะ..อาจารย์

แล้วจะถามบ่อยๆ อาจารย์ก็ต้องตอบทุกคำถาม ตามที่สัญญานะคะ :-)

ถ้าคุณคิดจะทำจริงอย่างที่ว่าไว้..ก็ถือว่าคิดสั้นมากค่ะ (พูดกันตรงๆ)

ลองมาคุยกันหน่อยสิ.. ว่าปัญหา คือ อะไร แล้วเราจะช่วยอะไรได้บ้าง

ติดต่อกลับมานะคะ

ที่ติดต่อก็มีอยู่ตาม website นี้

ขอบพระคุณมากค่ะ..อาจารย์

หนูได้เข้าไปอ่านบันทึกของอาจารย์แล้วนะคะ

อาสาที่จะส่งต่อให้ท่านๆ อื่นได้อ่าน เพื่อเป็นการแบ่งบุญแบ่งกุศลต่อๆ ไปค่ะ

ขอบพระคุณมากค่ะ..อาจารย์

หนูได้เข้าไปอ่านบันทึกของอาจารย์แล้วนะคะ

อาสาที่จะส่งต่อให้ท่านๆ อื่นได้อ่าน เพื่อเป็นการแบ่งบุญแบ่งกุศลต่อๆ ไปค่ะ

ขอบคุณมากค่ะที่สนใจ :)

ไม่แน่ใจว่าพี่ได้อ่านบทความก่อนหน้านี้รึเปล่านะคะ เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น เพราะมันเหมือนเป็นบทความที่ต่อกันน่ะคะ

งั้นขอตอบคำถามนะคะ..

พี่บ๊อบบี้มีสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดาค่ะ เพราะคุณแม่พี่บ๊อบบี้เป็นคนสัญชาติไทย เป็นสัญชาติไทยโดยผลของกฎหมายแบบอัตโนมัติค่ะ คือ ไม่ต้องให้ใครมาอนุมัติ

แต่ปัญหา คือ เราต้องพิสูจน์ให้ทางเจ้าหน้าที่เชื่อค่ะ ว่าทั้งคู่เป็นแม่ลูกกันจริงๆ ถ้าพยานเอกสารและพยานบุคคลมีน้ำหนักไม่มากพอ ก็ต้องใช้วิทยาศาสตร์มาช่วย คือ การตรวจ DNA ค่ะ

ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงที่จะไปตรวจ DNA กันอยู่ค่ะ

ขอโทษนะคะอาจารย์ที่ตอบช้า..ว่าจะตอบตั้งแต่อยู่ท่คณะ แต่สัญญาณ wireless ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ค่ะ.. Net เลยล่มบ่อย..

หนูก็จะขอตอบง่ายๆ โดยใช้ common sense + จิตสำนึกของ Humanism ว่า..

 สาเหตุที่เราจำเป็นต้องจดทะเบียนการเกิด (ซึ่งเป็น record อย่างหนึ่งเกี่ยวกับมนุษย์ที่เกิดมาบนโลก) ให้แก่คนทุกคนที่เกิดในประเทศไทย หลักๆ แล้ว น่าจะเพื่อ 2 เหตุผลค่ะ คือ

1. เพื่อประโยชน์ของเด็กที่เกิดขึ้นมา เพื่อให้พวกเขามีตัวตนในสายตาของกฎหมาย และสามารถใช้สิทธิที่พวกเขามี (โดยหลักการ) แต่กลับไม่สามารถใช้สิทธิเหล่าได้ (ในความเป็นจริง) หากพวกเขาไม่ได้รับการบันทึกความเป็นคน แบบที่เขาเรียกกันหรูๆ ว่า "การจดทะเบียนการเกิด (Birth Registration)"

2. เพื่อประโยชน์ของประเทศไทยเอง เพราะจริงๆ แล้วมันสำคัญทีเดียวที่ประเทศไทยจำเป็นต้องรู้จักคนที่อาศัยอยู่ในประเทศของตัวเอง ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใครก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่เกิดในประเทศไทย เพราะหนูว่าอย่างน้อยคงพอสันนิษฐานได้ซัก 50% ว่า เขามีความสัมพันธ์กับประเทศไทย นอกจากนี้ ในแง่ของการพัฒนาประเทศค่ะ มนุษย์ก็เป็น source อย่างหนึ่ง ที่สามารถกำหนดความเจริญก้าวหน้าของประเทศได้ แต่หากเราไม่รู้ว่าเรามีต้นทุนมนุษย์อยู่เท่าไหร่ในประเทศไทย การพัฒนาประเทศก็คงเป็นไปได้ยากทีเดียว

ขอสรุปสั้นๆ ไว้อย่างนี้นะคะ

เตือนขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่คอยเป็นกำลังใจให้อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์แหววที่ทั้งอบทั้งรมจนเตือนชัดเจนขึ้นในระดับหนึ่ง ที่ขาดไม่ได้เลย คือ เด็กๆ ในห้องเรียนที่น่ารักทุกคน ที่คอยโทรตามถามไถ่ตลอด

พอทุกอย่างมันชัดขึ้น และเราก็รู้ว่าทุกอย่างที่เราทำมา เราทำเพื่อใครและเพื่ออะไร แรงใจมากมายก็มาจากไหนไม่ทราบค่ะ ทราบแค่ว่า..เหนื่อยแค่ไหนก็จะสู้..

เตือนยังมีแรงร้องไห้ได้อีกเยอะค่ะ.. ถ้ามันจะทำให้งานมันชัดและประสบความสำเร็จแบบที่พูดไว้ข้างบน (อิอิ)

ขอบใจจ๊ะเม่ย..

รีบๆ มาเข้าเรียนซะนะ.. ห้องเรียนต้อนรับเม่ยเสมอจ๊ะ

ค่ะ..อาจารย์

ตอนนี้เตือนเริ่มย้อนบันทึก..สิ่งที่เตือนทำเป็น Common Canlendar แล้วค่ะ อาจจะใช้เวลาสักนิดนึง แล้วเตือนจะพยายามบันทึกใน blog นี้ เรื่อยๆ ค่ะ

อยากจะขอเรียนเชิญ อ.อายุ มาร่วมงาน "วันแม่ไร้สัญชาติ" ในวันที่ 12 สิงหาคม 2549 เวลา 13.00 - 17.00 น. ค่ะ

จะเป็นการรวมตัวกันของบรรดาแม่ที่ยังไร้สัญชาติและครอบครัวค่ะ

นอกจากนี้..ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเรียนเชิญอ.อายุและคณะที่ได้ไปแข่งขันโอลิมปิก มาร้องเพลงในงานวันแม่ที่จะจัดด้วยค่ะ

ขอเรียนเชิญนะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี