ความเห็นล่าสุด


อ่านแล้วรู้สึกสะเทือนใจจริงๆ เลยค่ะ

เท่าที่อ่านจากที่คุณเจ้าหน้าที่เขตบอกมา.. เหมือนว่าคุณเฮี้ยวท้งจะไม่มีเอกสารอะไรเลยนะคะอาจารย์..

แต่อะไรที่พอช่วยได้ก่อนก็คงต้องรีบจัดการ ถ้าทราบรายละเอียดมากกว่านี้ก็น่าจะพอให้เข้าใจอะไรมากขึ้น

ยังไงก็ต้องขอบคุณคุณเจ้าหน้าที่เขตแทนคุณเฮี้ยวท้งมากๆๆๆ เลยนะคะ หากมีอะไรคืบหน้ามาเล่าสู่กันฟังอีกนะคะ อยากทราบและจะติดตามค่ะ

เขียนบ่อยๆ วันละนิดวันละหน่อย แล้วจะคอยอ่านนะ

ถ้ามั่นใจกับเส้นทางสายนี้จริง.. อย่ารีรอ รีบทำตามฝันนะจ๊ะ

ขอให้หาฝันตัวเองให้เจอ

อ่านแล้ว..มี comment ดังต่อไปนี้

-- งานเขียนเกี่ยวกับปัญหาสถานะบุคคลอาจจะมีได้ 2 ลักษณะ นะ คือ

1) งานเขียนที่เป็นการทบทวนหรือถอดประสบการณ์ตัวเองที่มีต่อเรื่องที่เกิดขึ้น อันนี้ใส่ความคิดเห็น ความรู้สึก ลงไปได้ มักจะใช้ในการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจกับสังคม หรือ build ประเด็นที่เราต้องการในเคสนั้นๆ ดวง ลองสังเกตสกู๊ปข่าวนะ

2) งานเขียนที่แสดงทั้งสถานการณ์ด้านข้อเท็จจริง และ สถานการณ์ด้านข้อกฎหมาย อันนี้เป็น facts ไม่ใช่ความคิดเห็น จะใช้สำหรับการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายต่อเคส ตัวอย่าง คือ legal comment ที่อาจารย์แหววกับพี่มิวเขียนเรื่องน้องหม่อง ซึ่งในงานนี้ก็จะประกอบไปด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือ

  • ข้อเท็จจริงของเคส (ตามที่กฎหมายกำหนด อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา) ซึ่งถ้าเคสนี้เป็นเคสมาตรา 23 ดวงก็ต้องไปดูว่ามาตรา 23 กำหนดข้อเท็จจริงอะไรบ้าง แล้วเขียนไล่เรียงตามนั้น ซึ่งในที่นี้ก็จะรวมถึงพยานหลักฐานที่จะมายืนยันข้อเท็จจริงด้วย เช่น เกิดที่ อ.ทองผาภูมิ แล้วพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการเกิดมีหรือไม่ แล้วคืออะไร เป็นต้น
  • การวิเคราะห์ข้อกฎหมาย โดยนำข้อเท็จจริงข้างต้นมาปรับกับข้อกฎหมาย ในที่นี้ คือ มาตรา 23

-- ลองปรับดูใหม่ หัดเขียนเยอะๆ เดี๋ยวก็เก่ง

 

On 9 July, Khun Dee asked me a crucial question relating to the stateless and nationalityless issue by e-mail, but I think, it might be useful for others who are also interested in the issue. So, I would like to answer the question again here in this post so that others passing by can add other comment or discuss further..!!

This is what Khun Dee wrote to me:

I would like to ask you for an information about nationalitylessness especially in the definition in English ka. I could not find it in public source such as wiki.

Thank you very much ka :)

.................................................

This is what I answered:

Dear Khun Dee,
 
Sorry for my late reply!!
Anyway, about the meaning of nationalitylessness, I would say that it actually comes from "ความไร้สัญชาติ" in Thai.
 
Unfortunately, you wouldn't be able to find it in English 'coz as far as I know it is a special situation found only in Thailand and maybe in Southeast Asia countries while in western countries, they know only status of "statelessness" (ความไร้รัฐ).
 
In western countries where Convention on the Reduction of Statelessness was accepted, they deal with the problem of stateless people by giving nationality.
 
But in Thailand, we solve statelessness problems by giving state recognition first. For giving nationality or not, we will decide later up to each personal facts.
 
That's the reason why we have the word "Nationalitylessness".
 
So, "nationalityless person" is one acquired state recognition in civil registration system and still in the process of legal personality development (acquring nationality or the other better status).
 
It is very technical things to talk about, really..!!
 
But, basically to answer your question directly.. I would say that nationalitylessness means "the stage of being without nationality"..!!

Hope, this would help..!!

ไม่ได้ไปอยู่ในโรงงานนรกด้วยวันนั้น (อิอิ..)

แต่พอได้อ่าน ได้เห็นรูป ก็รู้สึกเมื่อยมือขึ้นมาทันที

ราวกับว่า..ไปแปะกาวลงไปรษณีย์บัตรเองกับมือเลยนะเนี่ย..

ขอบใจจ๊ะ..

ดีใจที่มีน้องๆ มาเป็น team work เพิ่มขึ้น ทั้งดวง ทั้งหนึ่ง ซึ้งจริงๆๆๆ :-)

เตือนมีรูปมาฝากค่ะ..

อันนี้ คือ หน้าตาของ หนังสือ ชื่อ "คนไร้รัฐไร้สัญชาติ ใน...แม่อาย"

เป็นการถอดบทเรียนปัญหาของปัญหาที่เกิดขึ้นในแม่อาย ซึ่งความไร้รัฐไร้สัญชาติมาจากความเป็นคนชายแดนของคนแม่อายนั่นเอง มีการเล่าเรื่องแบบ true story จากผู้เขียนหลายๆ ท่าน ที่คลุกคลีอยู่ใน...แม่อาย

จะว่าไปแล้ว..หนังสือเล่มนี้จะคล้ายๆ "บันทึกการเดินทางและการต่อสู้" ของคนชายแดนแม่อายที่ต้องเผชิญปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติจากสาเหตุต่างๆ ค่ะ

นี้เป็นแค่ "บันทึกการเดินทาง เล่มที่ 1" เพราะเรื่องราวระหว่างทางของคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ใน...แม่อาย ยังคงดำเนินต่อไปและมีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ ค่ะ..

หากเล่ม 2 คลอดเมื่อไหร่ จะรีบแจ้งค่ะ

ปล. ขอบพระคุณอาจารย์วิจารณ์มากค่ะ สำหรับคำแนะนำทุกๆ อย่าง พวกหนูจะจดจำและนำไปพัฒนาค่ะ :-)

วันนี้ได้คุยกับอาจารย์แหววผ่าน msn นิดหน่อย แล้วก็มีประเด็นเรื่องนี้ในการพูดคุยกัน..

เตือนเข้าใจอาจารย์ โดยใช้ผ่านประสบการณ์ของงานอันดามันที่ผ่านมา ว่า.. เรื่องงานบ้านเวียงพิงค์นั้น อาจารย์แหววก็คงอยากจะให้พี่ไหมเริ่มต้นมีผลงานและพิสูจน์ตัวเอง หากสนใจและอยากทำงานด้านนี้ต่อ โดยเฉพาะการจะไปเป็นอาจารย์ที่ ม.พายัพ แต่มันก็เป็นสิ่งที่อาจารย์แหววอยากและคาดหวังเท่านั้น แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวพี่ไหมเองว่าจะคิดและตัดสินใจยังไง

อาจารย์ให้คำปรึกษาในฐานะทัพหลัง แต่ถ้าไม่มีทัพหน้าคอยทำงาน ทัพหลังก็คงไม่รู้จะให้คำปรึกษาใครล่ะมั่ง.. อาจารย์ถึงพยายามบอกว่า.. “ต้องชัดเจน” จะทำอะไร อย่างไร ก็คงต้องตัดสินใจและทำให้ชัดเจน

แล้วที่เตือนบอกว่า.. พูดโดยใช้ประสบการณ์จากงานอันดามัน ก็เพราะ.. ที่ผ่านมานั้นเตือนเป็นแม่งาน แต่ทำงานและวางแผนงานได้ไม่ชัดเจนเลย ผลที่ออกมาก็เลยทุลักทุเลอย่างที่เราๆ ก็รู้อยู่

อีกอย่าง คือ ถ้าเราตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าผลจะออกมายังไงก็ต้องยอมรับ เพราะมันคือส่วนหนึ่งในความรับผิดชอบของเรา

ครั้งนี้..เรื่องงานบ้านเวียงพิงค์ก็เหมือนกัน ไม่ว่ามันจะไปอยู่ในความร่วมมือของใคร ม.พายัพ หรือ อนุฯเด็ก หรือจะร่วมมือกันหมดเลยก็ยิ่งดี.. แต่อย่างไรก็ตาม มันก็ต้องมีคนที่ออกหน้ารับผิดชอบงานเป็นตัวหลักคอยประสานให้งานมันเดินได้อยู่ดี.. ซึ่งตรงนี้พี่ไหมจะรับรึเปล่า?

พี่ไหมต้องระลึกตรงนี้ไว้นะ.. ไม่งั้น..งานก็อาจจะเป๋ๆ แบบอันดามันที่ผ่านมา

อีกอย่างที่เตือนอยากจะเตือน คือ พยายามสร้างความชัดเจนที่เริ่มต้นจากตัวเอง อย่าทำเพราะคนอื่นบอกว่าทำแล้วดี (อาจจะฟังคำแนะนำได้ แต่ก็ต้องชั่งใจและตัดสินใจเอง..) เพราะสุดท้ายตัวเราก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบนะจ๊ะ

อ่อ..แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเราจะทิ้งให้พี่ไหมเผชิญอะไรอยู่คนเดียว แต่ตอนนี้เหมือนเราแตะมือเปลี่ยนตำแหน่งกันแล้ว พี่ไหมคงต้องมาเป็น “แม่งาน” แล้วเราก็จะลงมาเป็น “เพื่อนร่วมงาน” แบบเคยๆ เป็นน่ะ

ขอโค้ดที่อาจารย์แหววเขียนจากข้างบนนิดนึง.. มันคงจะบอกอะไรได้เป็นอย่างดีกว่าที่เตือนพูดมา..

“ส่วน อ.ไหม หากจะเริ่มต้นมีงานของตนเอง ก็ต้องตัดสินใจเอง เมื่องานบ้านเวียงพิงค์เป็นงานของครูหยุย ถ้าเขาไม่เปลี่ยนใจ และอาจเป็นงานของ อ.ต๊อก ถ้าเธอสนใจ อาจเป็นงานร่วมกัน ถ้าทั้งเขาและเธอสนใจร่วมกัน แต่อาจไม่เกิดอะไรเลย หากเขาทั้งสองเปลี่ยนใจ”

และ

“หากการกระทำของเราก็ไม่ชัด ผลของการกระทำก็ไม่ชัด ต้องเริ่มต้นจากเรา ที่ยาก ก็คือ หากเรามีหลายคน ทุกคนไม่ชัดร่วมกัน "ความเป็นเรา" ก็จะไม่เข้มแข็ง แม้คนอื่นมองเรา และเสนอแนะความชัดเจนให้เรา ความชัดเจนที่มาจากภายนอกก็จะเป็นมุมมองของคนอื่น ความชัดเจนของเราจึงไม่บริสุทธิ์ เพราะคนอื่นก็มีอัตตา ดังนั้น การมองผ่านอัตตา ก็จะได้ภาพอีกแบบ การแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างกัน จะได้ภาพที่สมบูรณ์มากกว่า”

รักนะ.. จุ๊บๆๆๆ

เพื่อนมิวคนนี้ไม่ไหวเนอะ..

นอกจากจะ "ดื้อดึงดัน" (อาจจะเพราะหูตึง) ไม่ยอมรีบไปงาน มัวแต่พะวงอยู่กับการทำงานอีกอย่าง แล้วก็ไม่ยอมแบ่งเวลาให้ถูกให้ควร ว่าตอนไหนควรทำอะไร แถมยัง "งี่เง่า" ไม่รู้จักการสานสัมพันธ์กับคนอื่นๆ (เอาไปให้คนจัดงานแจกของที่ระลึกของเราทำไมเนี่ย..) แต่เห็นว่ามันก็กำชับคนจัดงานนะว่า..เป็นของที่ระลึกจากกองทุนฯ เราเห็นมันวิ่งแจ้นไปคุยกับคนจัดงานอยู่

แต่ยังไง..มิวก็ให้อภัยมันเหอะ มันคงจะไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ เราว่า..!!

มันยังฝากมาบอกว่า..ส่วนเรื่องอื่นๆ มันจะคอยช่วย "เตือน" มิว แล้วก็ให้มิวช่วย "เตือน" มันด้วย เวลามันไม่ได้ยินก็ให้ตะโกนดังๆ นะ มันไม่โกรธหรอก จริงๆ

:-)

เสนอตัวแปล "บทคัดย่อ" ให้ ฟรี จ้า..

รับรองภาษาเลิศ..!! เอาไหม??

เออ.. ลืมบอก.. สู้ๆๆๆๆๆ :-)

สวัสดีค่ะท่านบัณฑูร..

เตือนนะคะ คนที่พาท่านไปลงทะเลแถวๆ ระนองมาน่ะคะ (อิอิ)

ก็องค์ความรู้จากแม่อายนี่แหละค่ะ.. ที่เตือนเองก็นำมาใช้ในโครงการที่ว่า..

ยังไงพรุ่งนี้..เตือนกับพี่บุญก็จะไปด้วย

ไปเป็นกำลังใจให้ค่ะ

สู้ สู้ นะคะ

เตือน :-)

พี่บ๊อบบี้สามารถใช้สิทธิในสัญชาติไทยของลูกพ่อไทยแม่ไทยได้แล้วค่ะ

อ่านได้ที่นี่นะคะ..

http://gotoknow.org/blog/bongkot-classroom/188658

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

ชื่นชมด้วยคนค่ะ.. เจ๋งไปเลย..

นี่เอางานไปทำที่ฮ่องกงเหรอจ๊ะ..อิอิ

ทีหลังเขียนก็ส่งให้คนอื่นๆ ในทีมอ่านด้วยสิ

เก็บไว้คนเดียวทำไม เดี๋ยวเค้าส่งให้เอาไหม??

แหมๆๆๆๆๆ.. อาจารย์กับเลขา เนี่ย..

แกะกล่องกันมาเลยนะ..

ชั้นยอมให้อาจารย์ด่าคนเดียวก็ "โง่" จะแย่อยู่แล้ว

ต้องไปกิน Peptine แล้วเอาหัวโขกพื้นด้วยหลายๆ ที

อืมมม..สอนพี่ๆ เขียนแต่ตัวเองยังบ่มีเวลาเขียนเลยย

(น่าอายชะมัด..)

เดี๋ยวจะเขียนแล้วค่ะ.. ขอเดินทางกลับกทม. ก่อนเนอะ

พี่บุญเขียนเองเลยนะเนี่ยยย..

เป็นความอัดอั้นตันใจในความสับสนเรื่องนักเรียนห้อง 5 ของอาจารย์แหววนั่นแหละค่ะ

ลงพื้นที่ครั้งนี้มีอะไรมากมาย.. ขำสุดๆๆๆ

ด้วยความเป็นห่วงมากค่ะ..

จากที่ได้ใกล้ชิดอาจารย์มาโดยตลอด จะรับรู้ตลอดเวลาว่าอาจารย์มีงานอะไรบ้าง อาจารย์มีงานเยอะจริงๆ ค่ะ เยอะมากจนตัวเตือนเองก็อดแปลกใจไม่ได้ว่า อาจารย์เอาแรงกายแรงใจมาจากไหนกันน้า..

แล้วก็มักจะเป็นงานเพื่อคนอื่นๆ ซะส่วนใหญ่

เห็น outlook อาจารย์แล้วเหนื่อยแทนค่ะ.. อาจารย์แทบจะไม่เคยมีเสาร์-อาทิตย์กับใครเขาเลย จริงๆ นะเนี่ย

พออาจารย์บอกว่า.. อาจารย์ตัดสินใจจะลาออกจากสถาบันพระปกเกล้า เตือนดีใจคะ แล้วก็คงเป็นคนแรกที่สนับสนุนอย่างเต็มที่ให้อาจารย์ลาออก (คนที่สถาบันเขาจะโกรธไหมเนี่ย..)

แต่อย่างน้อยที่สุดอาจารย์ก็จะลดงานไปหนึ่งงาน แล้วอาจารย์ก็จะได้มีเวลาพักผ่อนบ้าง ช่วงนี้ในแต่ละวันอาจารย์มีเวลานอนเต็มๆ ถึง 4 ชั่วโมงรึเปล่าเตือนยังไม่แน่ใจเลย..

สำหรับเตือน..สิ่งที่จะทำให้อาจารย์ได้อย่างน้อยที่สุด คือ เป็นเด็กดี ไม่งี่เง่า ค่ะ

ด้วยรัก เคารพ และเป็นห่วงอย่างที่สุด

ยกมือสนับสนุนให้ลาออกค่ะ..!!

               

หนูคลุกคลีอยู่กับทั้ง 3 ท่าน พี่แจ๋ (คุณจิราพร) - พี่อัง (คุณอังคณา) - อาจารย์แหวว (อาจารย์พันธุ์ทิพย์) ค่อนข้างเยอะ ซึ่งเป็นความโชคดีมากมายของชีวิตค่ะ แต่วันนี้จะขออนุญาตมาแซวอาจารย์ทั้ง 3 ท่าน ด้วยความรักอย่างสุดซึ้ง.. อิอิ

หนูเห็นท่านทั้ง 3 แล้วนึกถึงการ์ตูนเด็กๆ เรื่อง "The Powerpuff Girls" ค่ะ 3 สาวที่คอยกำจัดเหล่าร้ายที่ออกมาป่วนโลก (โปรดดูรูปประกอบ..อิอิ)

 

หนูให้พี่แจ๋ เป็น "Blossom" (สีแดง) ผู้เป็นหัวหน้าของ Powerpuff Girls ทั้ง 3 มีความรอบคอบและละเอียดอ่อนในการจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ เสมอๆ แม้จะดูอ่อนหวานเรียบร้อย แต่มีความมุ่งมั่นเป็นที่สุด

ส่วนพี่อัง เป็น "Bubble" (สีฟ้า) ที่ภายนอกจะดูเงียบๆ นิ่งๆ ซึ่งพวกตัวร้ายมักจะเห็นว่าไม่เท่าไหร่ แต่อย่าเผลอเชียวนะคะ เพราะ Bubble มีพลังมหาศาลที่จะต่อสู้กับพวกปีศาจ แถมกัดไม่ปล่อยอีกต่างหาก

อาจารย์แหววเนี่ย หนูยกให้เป็น "Buttercup" (สีเขียว) เพราะ Buttercup มีบุคลิกแบบนักเลง ตรงไปตรงมา ทำอะไรรวดเร็วปานสายฟ้าแล่บ พวกปีศาจมักจะกลัว Buttercup ตั้งแต่แรกเห็น เพราะความดุดัน และพลกำลังมากมายที่พร้อมจะต่อสู้กับเหล่าร้าย

อิอิอิ..

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี