ความเห็นล่าสุด


  1. ผมก็ชอบ Bloom ครับ จึงขอแจมด้วย
  2. ชอบสไลด์ 3 แผ่นแรก ฐานคิด ฐานกาย ฐานใจ อ่านแล้วเข้าใจง่าย ขออนุญาตเอาใช้นะครับ
  3. แผ่น 4 แบบทดสอบความจำ ในทางปฏิบัติเราน่าจะ ‘เลี่ยง’ การทดสอบระดับความจำ ยกระดับไปเริ่มที่ระดับความเข้าใจดีกว่า (ถ้าเข้าใจก็ต้องจำได้อยู่แล้ว) จะได้ไม่เปลืองข้อสอบ (ที่ไม่ใช้คำว่า ‘เลิก’ ก็เผื่อไว้ใช้ยามจำเป็นจริงๆแต่ต้องน้อยๆหน่อย)
  4. แผ่นที่ 5 ระดับความเข้าใจ - ความสำคัญน่าจะอยู่ที่ตัวเลือก เขียนตัวเลือกข้อที่ถูกก่อน จะต้องไม่เหมือนนิยามแต่ก็มีความหมายเหมือนนิยาม ความยากอยู่ที่ตรงนี้แหละครับ (วิธีแก้เคล็ดคือ ให้เพื่อนครูด้วยกันช่วยดู) แล้วค่อยเขียนข้อหลอกพลิกไปทีและแง่จนได้จำนวนข้อที่ต้องการ
  5. แผ่นที่ 6 ประยุกต์ใช้ 8 วิเคราะห์ และ 9 ประเมิน ความสำคัญอยู่ที่สถานการณ์ (ที่นักเรียนสมควรรู้) และตัวเลือก (ความรู้) ที่ใช้กับสถานการณ์นั้นๆ วิธีแก้ความยาก ก็คือช่วยกันทำข้อสอบเป็นกลุ่ม 3-4 คน จะได้ประโยชน์ ง่าย และสนุก (อย่างน้อยก็ไม่เครียด)ที่ผมเขียนมานี่ก็ด้วยความเชื่อว่า ความรู้ที่แท้จริง ต้องเป็นความรู้ที่นำไปใช้ได้ และนำไปใช้จริงๆ

ท่องจำไม่ต่ำค่า แน่นอนครับ ถ้าไม่มีการท่องจำ ก็จะไม่มีพระไตรปิฎกเหลือมาจนถึงทุกวันนี้อย่างที่กล่าวไว้แล้วในกลอนของท่าน (ควรคำนึงถึงบริบทด้วยว่าสมัยนั้นการอ่านการเขียนยังไม่แพร่หลายการท่องจำจึงมีความสำคัญเป็นพิเศษ) อย่างไรก็ตาม แม้ทุกวันนี้นักเรียนส่วนใหญ่ก็เรียนรู้ด้วยการท่องจำ แม้แต่นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังในต่างประเทศก็ยังใช้การท่องจำเป็นหลัก (http://www.gotoknow.org/posts/647238) สมัยผมเป็นเด็กนักเรียน นอกจากจะท่องตามที่ครูสั่งแล้ว ผมยังท่องนอกกรอบอีกด้วย ที่จำได้ดีคือเรื่องท่องดิคชันนารี แต่บังเอิญโชคดีที่เจอครูดี (ที่ไม่เคยเห็นตัวจริง) แนะนำวิธีที่ดีกว่าให้ ดังเคยเล่าไว้แล้ว (http://www.gotoknow.org/posts/516895) แม้กระนั้นทุกวันนี้ผมก็ยังมีการใช้วิธีท่องจำอยู่นะครับ ล่าสุด 2-3 เดือนที่ผ่านมานี่เอง ผมหัดท่องโพชฌงคปริต ทุกคืนใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนจึงท่องได้ นานๆมีข้อสงสัยว่าอาจจำผิดก็ตรวจสอบเสียที เหตุที่ต้องใช้วิธีท่องจำเพราะเป็นบทสวดมนต์จำเป็นต้องเหมือนต้นฉบับทุกตัวไม่ให้ผิดเพี้ยน อย่างไรก็ตาม ผมยอมลงแรงขนาดนี้เพราะตั้งใจจะฝึกไว้สวดให้ตนเองฟังได้บ่อยๆเวลาเจ็บป่วย (เชื่อว่าใช้รักษาการเจ็บป่วยได้ อย่างน้อยก็ทำให้ได้สติ แล้วสิ่งดีๆอย่างอื่นก็จะตามมาเป็นชุด) ในระหว่างที่ไม่เจ็บป่วยก็ได้อาศัยใช้แทนยานอนหลับได้เป็นอย่างดี ข้อสังเกตจากการท่องบทสวดมนต์ของผมก็คือ ที่ผมจำบทสวดได้โดยไม่ลืม นั้นอาศัยการเข้าใจความหมาย และความเชื่อมโยงของเนื้อความแต่ละบทแต่ละตอน (ไม่ได้จำแบบนกแก้วนกขุนทอง) จึงทำให้ผมยิ่งเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ด้วยการเข้าใจความหมาย (http://www.gotoknow.org/posts/598352) ที่ควรมาแทนที่การเรียนรู้ด้วยการท่องจำมากขึ้นเรื่อยๆ พูดอย่างเป็นธรรมก็น่าจะยอมรับได้ว่า ในความเป็นจริงเราต้องอาศัยทั้งการเรียนรู้แบบท่องจำและแบบทำความเข้าใจความหมาย เพียงแต่ต้องรู้ว่าน่าจะใช้แบบไหนในบริบทใดเพราะเหตุใด จากกลอนของท่านน่าจะสรุปได้ว่า การเรียนรู้จากการท่องจำสำคัญสำหรับเรื่อง เพลง กลอน ภาษิต พระไตรปิฎก (รวมถึงพุทธพจน์ คาถา) สูตรคูณ และอาขยาน ซึ่งในภาพรวมน่าจะได้แก่เรื่องที่ต้องถูกต้องทุกประการตามต้นฉบับ (ซึ่งผมก็เจอตัวอย่างจริงจากโพชฌงคปริตเข้าพอดี) จึงขอสรุปเพิ่มเติมเอาเองว่า สำหรับเรื่องอื่นๆการเรียนรู้ด้วยการการเข้าใจความหมายน่าจะจะง่ายสนุกและจำได้ดีมากกว่า พอฟังได้ไหมครับ

อำนาจ ศรีรัตนบัลล์10 กันยายน 2561

ยินดีด้วยครับ ทั้งเรื่อง "อันดับที่ 25 " และเรื่อง "ทำด้วยความสุข" สองเรื่องนี้น่าจะมีความเชื่อมโยงกันนะครับ ความท้าทายต่อไปน่าจะเป็นเรื่องการยกระดับขึ้นไปอีกหน่อย ซึ่งเว็บไซต์นี้มีศักยภาพพร้อมที่จะทำได้

อำนาจ ศรีรัตนบัลล์

24 มิ.ย. 61

ผมตั้งใจจะกล่าวว่า เอาการบ้านมาทำเป็นกิจกรรม "สอนอย่างมีความสุข" ของ "ครูธนิตย์" ส่วนการบ้านก็มีเพียงเอกสารเนื้อหาวิชา 2-3 หน้าให้นักเรียนไปอ่านเพื่อเตรียมตัวมาทำกิจกรรม

ยินดีด้วยที่สนใจปลูกผัก ทั้งปลูกขายและปลูกกินเอง ถ้าจะให้เป็นเรื่องสร้างเสริมสุขภาพต้องหาทางกินผัก (รวมถึงผลไม้ด้วย) ให้ได้วันละ 400 กรัม (4 ขีด) จะได้โรคภัยน้อยและอายุยืน 

อำนาจ ศรีรัตนบัลล์

แสดงว่าสมัยเป็นนักศึกษาอยู่หอ ฝรั่งก็ชอบกิน Ramen เปล่าๆ และเดียวนี้ก็รู้ว่าควรเติมไข่ เติมหมูย่าง (และเติมผักด้วย)

อำนาจ

21 เมย 57

ดีใจด้วยครับ

หลายวันก่อน หลังอาหารเย็น หลานชายอายุสามขวบครึ่งนั่งเล่นอยู่ สะอึกเป็นระยะๆประมาณสิบครั้ง เห็นไม่หายจึงชวนให้กลืนน้ำตาลทราย บังเอิญก่อนหน้านี้ไม่นานเขาเคยขอชิมเครื่องปรุงที่วางอยู่บนโต๊ะอาหาร บอกว่าชิมได้เฉพาะน้ำตาลทรายกับน้ำปลาส่วนพริกป่นและพริกน้ำส้มชิมไม่ได้เพราะเผ็ดเขาก็ตกลง เขาชอบใจน้ำตาลทรายเป็นพิเศษเพราะปกติได้ลิ้มรสของหวานในโอกาสพิเศษๆเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่เป็นปัญหาเมื่อชวนให้กลืนน้ำตาลทราย ใช้ช้อนกาแฟตักน้ำตาลทรายหนึ่งในแปดช้อนป้อน บอกให้กลืน แล้วสะอึกก็ไม่กลับมาอีกจนถึงวันนี้

19 พค 56

ตั้งใจเขียนเรื่องนี้เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าเรามีปัญหาอยู่มากในเรื่องอาหารการกิน เราสนใจน้อยเกินไปที่จะดูแลกินอาหารให้ครบห้าหมู่ กินผักผลไม้น้อยกว่าที่ควร และกินหวานกินเค็มเกินไป ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากอาหารจานด่วนที่เราไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ จึงอาศัยมาม่าเป็นตัวละครเพื่อแปลงนามธรรมให้เป็นรูปธรรม คุณมาม่าคงจะแสดงบทโดนใจคนดู ทำให้คนสนใจนางเอกมากกว่าเนื้อเรื่องของละคร


ยินดีมากครับที่สนใจ

เรื่อง mini-lecture ไม่มีกำหนดครับว่าใช้เวลาเท่าไร แต่ถ้ารู้สึกว่ามีเรื่องต้องบรรยายมากน่าจะแสดงว่ามีจุดบกพร่องเกิดขึ้น เช่น หนังสือหรือเอกสารที่ให้นักศึกษาอ่านไม่สามารถทำให้นักศึกษาเข้าใจได้ อาจารย์คงต้องปรับปรุงตำราหรือเอกสาร หรือนักศึกษาไม่ยอมอ่านมาก่อนคอยฟังอาจารย์สบายกว่า ก็ต้องทบทวนระบบแรงจูงใจ เช่น เพิ่มสัดส่วนของคะแนนเก็บของแบบทดสอบรายบุคคล เป็นต้น โดยทั่วไปข้อ 8 ไม่น่าจะเกิน 15 นาที

การทำโจทย์แก้ปัญหาน่าจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง

น่าจะให้เวลานักศึกษาแต่ละกลุ่มอธิบายประมาณกลุ่มละ 5 นาที (รวมเวลาที่อาจารย์ซักถามหรือให้ข้อสังเกตชวนคิดสั้นๆด้วย ตามหลักการการคิดทำให้จำได้)

อาจารณ์สรุปและทบทวนตาม key concepts อีกประมาณ 15 นาที

อย่างไรก็ตาม อาจารย์ย่อมมีอิสระที่จะกำหนดเวลาได้ตามความจำเป็นและตามที่เห็นว่าเหมาะสม ที่ผมบังอาจแสดงเวลาให้ดูก็เพื่อให้เห็นรูปธรรม

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี