คนสหกรณ์

ผมมีคำถามให้คนสหกรณ์ช่วย คิด หาคำตอบ และเล่าสู่กันฟังด้วย คือ

เราตั้งคำถามกับผู้ปกครอง ผู้มีอำนาจ และปัญญาชนทั้งหลายว่า ทำไมเขาไม่ให้ความสำคัญกับสหกรณ์?

ทั้งๆที่สหกรณ์ เป็นองค์การภาคประชาชนที่มีหลักการทำงานที่ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในระบอบประชาธิปไตยได้เป็นอย่างดี

ทั้งๆที่สหกรณ์ มีสมาชิกทั่วประเทศกว่า 8 ล้านคน มีเครือข่ายสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ทุกจังหวัด อำเภอ และทุกตำบล รวมทั้งเครือข่ายสหกรณ์สากลทั่วโลก

ทั้งๆที่สหกรณ์ มีการดำเนินธุรกิจที่เป็นรากฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ครอบคลุมทั้งด้านการผลิต การเกษตร การแปรรูป การตลาด การบริการ การเงิน และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของประชาชนอีกมากมายหลากหลายด้าน และมีปริมาณธุรกิจรวมกันกว่า 8 แสนล้านบาท

ทั้งๆที่สหกรณ์ ?????............

แม้แต่หนังสือ สรุปสาระสำคัญของ ร่าง รัฐธรรมนูญ ปี 50 (มาตรา 84) ยกประเด็นสำคัญต่างๆ เยอะแยะ มากมาย แต่น่าเสียดาย ข้ามสหกรณ์ไป.....?????

ไม่รู้ว่าเขาไม่รู้จักสหกรณ์ หรือ เขาคิดอย่างไร?????

 ใครรู้ช่วยตอบหน่อยครับ

ผมเอง....... วิทย์

 

คำตอบ
not yet answered

ใครจะกล้าหาญตอบ กูรูสหกรณ์อย่างอาจารย์วิทย์ละครับ แต่ถ้าอยากให้ผมแสดงความเขลา และไม่หัวเราะเยาะสติปัญญาอันตื้นเขินของผม ก็จะขอร่วมแสดงความเห็นครับ

ทำไม policy maker จึงไม่สนใจหรือให้ความสำคัญสหกรณ์ คือถ้าบอกว่า สหกรณ์ต้องสำคัญนะ มันอยู่ใน รธน. อันนี้มันเป็นมุมมองแบบราชการเกินไป คือไปบอกเขาว่า มันสำคัญเพราะมันอยู่ในกฏสูงสุดของประเทศ Policy maker ก็จะบอกว่า ก็สำคัญ ไม่อย่างนั้นจะมีกรมส่งเสริมสหกรณ์ หรือ period

 

ถ้าอยากใหสหกรณ์มีความสำคัญในสายตาคนอื่น สหกรณ์ต้อง มีบทบาทที่ชัดเจนต่อสังคมครับ ไม่ใช่บทบาทในฐานะผู้ขอ แต่ต้อง contribute ต่อสังคม เพื่อสร้างพลังในการต่อรอง

สหกรณ์ (หรือวงการสหกรณ์ ) ไม่เคยรู้ตัวเอง ว่า impact ของสหกรณ์มีมากขนาดไหน เคยทราบไหมว่า สหกรณ์บางแห่ง มีสินทรัพย์มากกว่าธนาคารด้วยซ้ำ แต่สหกรณ์ยังทำตัวเป็นลูกแหง่ ขอโน่นขอนี่  พอภาพพจน์ออกไปอย่างนั้น จะไปต่อรองอะไรก็ยาก เพราะคนเขาก็มองว่า มาขอ ไม่ได้มาให้ หรือมาแลกเปลี่ยน

คนสหกรณ์ถูกสอนมาตลอดว่า ไม่ให้หากำไร ผมว่า มันเป้นการแปลความหมายที่ผิด  คำว่าไม่หากำไร หมายถึงว่า ไม่หากำไรกับสมาชิก แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่หากำไรกับบุคคลภายนอก ถ้าผมเป็นสหกรณ์กลัวยตาก  เวลาสมาชิกขอยืมเงินไปทำธุรกิจ แน่นอนว่า ผมก็ต้องคิดดอกเบี้ยต่ำ ๆ แต่พอได้กลัวยตากไปขาย ผมก็ต้องตั้งราคาที่เหมาะสมกับตลาด ไม่ใช่ขายแบบพอเท่าทุน นอกจากนี้ หากกล้วยตากผมขายดี ผมจะขยายการผลิตเป้นวันละ 100 ตันก็ไม่แปลก ไม่ใช่มาท่องกันว่า สหกรณ์ไม่หากำไร พอได้กำไรพอคุ้มทุนก็ไม่คิดจะพัฒนา

ปัญหาของคนสหกรณ์ (ทั้งผู้บริหารและ ผู้ควบคุม) มี 2 อย่างใหญ่ ๆ ที่ต้องแก้ไขคือ

1.ความเสี่ยง วงการสหกรณ์ไม่เข้าใจ concept เรื่องความเสี่ยงเลย ทุกวันนี้ เข้าใจเพียงว่า ถ้าไม่รู้อะไร ก็อย่าทำ ไม่เสี่ยง

2. การลงทุน บางครั้ง การลงทุนโดยให้ผู้เชี่ยวชาญหรือมืออาชีพมาบริหารสหกรณ์ ก็จำเป็นต้องทำ ทุกวันนี้สหกรณ์ 2หมื่นล้าน บริหารแบบกันเอง ไม่ยอมให้มืออาชีพเข้ามา เพราะมองแต่ว่า แพง

หยุดแค่นี้ก่อนแล้วกันครับ ไม่แน่ใจว่าบลอกนี้เดทไปหรือยัง ถ้ามี response จะเขียนต่อ