การดับความทะยานอยากโดยสิ้นเชิงหมายถึงนิพพาน หรือความสุขอันสูงสุด

ความดับทุกข์ในอริยสัจจ์ข้อที่สามนั้น  ได้แก่  "ความดับแห่งทุกข์ หรือการดับโดยสิ้นเชิง(นิโรธ)  การสละ(จาคะ)  การละทิ้ง(ปฏินิสสัคคะ)  การปล่อยวาง(มุตติ)  และการไม่ติดข้อง(อนาลยะ)  จากความทะยานอยากดังได้กล่าวแล้วนั่นเอง"  ใช่หรือไม่?  ทำไมหลายข้อนักครับ

คำตอบ

ความดับแห่งทุกข์ หรือการดับโดยสิ้นเชิง  ถ้านั้นหมายถึง นิโรธ ได้แก่

๑.การสละ (จาคะ) มักเป็นเรื่องของเงินทอง และความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวม

๒.ปฏินิสสัคคะ (การละ) ไม่นำมาเป็นของตนเอง ได้แก่ปัจจัย สี่เป็นอย่างน้อย (อาหาร,เสื้อผ้า,ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค)เครื่องใช้ไม้สอย

๓.มุตติ (การปล่อยวาง) เป็นเรื่องทั้งอิธฐารมณ์  และอนิฐฐารมณ์ ทั้งอารมณ์ และเวทนา ทั้งที่ชอบใจ และไม่ชอบใจทั้งหลายทั้งปวง...

๔. อนาลยะ(ไม่ติดข้อง) ในจิต เจตสิก และธรรมทั้งหลาย....

เท่านี้ก็เป็นความดับแห่งทุกข์ (นิโรธ) ได้แล้ว..........

นาย สมพงศ์ ตันติวงศ์ไพศาล

การปฏิบัติเพื่อการดับทุกข์อย่างสิ้นเชิง ยังไม่ได้อธิบายไว้ครับ  จึงขออธิบายในส่วนคำแนะนำแทนครับ ........

การปฏิบัติเพื่อสู่การดับทุกข์ คือ

1. จาคะ คือการเสียสละครับ สละเงิน สละข้าวของเครื่องใช้ไม้สอย สละแรงกาย กำลัง  และสละเวลา เพื่อสร้างบุญ สร้างกุศลครับ

2.ปฏินิสสัคคะ (การละ) มีหลายขั้นตอนครับ คือ ขั้นพื้นฐานเน้นที่ ศีลเป็นหลัก คือ ละเว้น การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ครับ  สองละเว้นการเอาข้าวของเครื่องใช้เงินทองของผู้อื่นมาเป็นของตนเองครับ  สามละเว้นการละเมิดในภรรยาของผู้อื่นเขา  สี่ ละเว้นการไปพูดจาว่าร้าย หยาบคาย ไม่จริง และเสียดสีคนอื่น เขาครับ ห้า คือการละเว้นจากเครื่องดื่มมึนเมาทั้งหลาย และยาเสพติดทั้งปวงครับ

สูงขึ้นมากอีกขั้นก็เป็นการปฏินิสสัคคะ(การละ) เรื่องของการทานอาหารในยามวิกาล  เจ็ด การทัดเครื่องหอม ปรุงแต่ง ทาหน้า แปดเป็นการดูการละเล่นและมโหรีต่าง ๆ  เก้า ละการนอนในที่สูงกว่าศอก  เป็นต้น เหมือนศีลสิบครับ

3. เรื่องของมุตติ (การปล่อยวาง) ต้องมีทั้งอุบาย คือวิธีที่จะสอนใจ เช่น การปลงอสุภะ (ไปพิจารณาศพ ซากศพ)  ปฏิบัติธุดงค์ เป็นวัตร (เป็นนิสสัย)

4. อนาลยะ (ไม่ติดข้อง) เจริญสมาธิ ภาวนา ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง รอบตัว ปฏิบัติเหมือนเตมีย์ใบ้ หรือ(ไม่พูดจากับใครเป็นต้น)

เหล่านี้เป็นหลักการปฏิบัติ เพื่อนำไปสู่ นิโรธธรรม แต่ยังมีนิโรธธาตุอีก จะอธิบายต่อไปครับ