What the Buddha taught.?

สมัยหนึ่งพระพุทธเจ้า เสด็จประทับเมืองโกสัมพี ในป่าไม้ประดู่ลาย  พระองค์ได้หยิบใบประดู่ลายหลายใชไว้ในอุ้งพระหัตถ์ ........

และตรัสถามบรรดาพระภิกษุทั้งหลายว่า.....ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอจะคิดเป็นไฉน จำนวนใบไม้ที่เราเก็บจากต้นไม้เหนือศีรษะเราในป่านี้  ที่ใดจะมีมากกว่ากัน...

- ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า จำนวนใบไม้ที่ทรงเก็บและอยู่ในอุ้งพระหัตถ์นั้นไม่มากเลย มีเพียงนิดเดียวเท่านั้น  ใบไม้ในป่ามีอยู่มากมายพระเจ้าข้า.....

-ทำนองเดียวกัน  ภิกษุทั้งหลาย  สิ่งที่ตถาคตได้ตรัสรู้แล้วมีอยู่มากหลายนัก  แต่เราไม่ได้บอกแก่เธอทั้งหลาย  สิ่งที่เราได้บอกแก่เธอทั้งหลายนั้นมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเหตุใดเล่า?

คำตอบ

เหตุที่เราไม่ได้บอกแก่เธอภิกษุทั้งหลาย เพราะว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่เป็นประโยชน์เลย   ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่จะยังชีวิตให้บริสุทธิ์  ไม่เป็นสิ่งที่นำให้เกิดความเบื่อหน่าย  ความสงบ  ความระงับ  ความเยือกเย็น  ความเข้าใจอย่างสมบูรณ์  ความรู้แจ้งแทงตลอด  และนิพพาน  .....นี่แหละภิกษุทั้งหลาย   คือ  เหตุที่ทำให้เราไม่บอกสิ่งเหล่านั้นแก่เธอ

นาย สมพงศ์ ตันติวงศ์ไพศาล

เพราะไม่ใช่สิ่งสำคัญ....ที่จะยังชีวิตให้บริสุทธิ์ เพราะมีกิเลส(ติดอยู่ในรัก โลภ โกรธ และหลง)หรือ (กิเลสอย่างหยาบ กิเลสอย่างกลาง และกิเลสอย่างละเอียด)  และตัญหา (กามตัญหา  ภาวตัญหา(อยากมีอยากได้และอยากเป็น) และวิภาวตัญหา(ไม่อยากมี ไม่อยากได้ และไม่อยากเป็น) ).

.เพราะไม่ใช่สิ่งที่เป็นประโยชน์ เพราะไม่เป็นสิ่งที่นำให้เกิดความเบื่อหน่าย (คนที่เบื่อหน่ายจะเป็นคนที่อยู่ใกล้ธรรมมากที่สุด)   ความสงบ    ความระงับ   ความเยือกเย็น   ความเข้าใจอย่างสมบูรณ์ (วิปัสสนา) ความเห็นอย่างแจ่มแจ้ง  และนิพพาน (การไม่เกิดในวัฎฎะสังสารอีกแล้ว)...........ไม่ทราบว่าจะเข้าใจหรือไม่  แต่ธรรมะเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความเบื่อหน่ายต่อชีวิต ไม่ตื่นเต้นกับชีวิต ไม่ชวนให้คิดเรื่องการเกิด (เป็นหมัน) ไม่ร้อนใจกับการเจ็บการป่วย   ไม่ยินดียินร้ายกับการตาย ปลงได้กับความแก่เฒ่ารำคาญ......

มีความสงบ   มีความระงับ  มีความเยือกเย็น และเข้าใจอย่างสมบูรณ์  ต้องวิปัสสนา(มีความเห็นที่รู้แจ้งแทงตลอด)ไปตลอดระยะเวลาก่อนจะดับขันธ์ไป

และนิพพาน ไม่อยากเกิดอีกต่อไปแล้ว ..........ในที่สุด