กาล เวลาที่เปลี่ยนแปลง

พะยอมไพร...
ค่อยๆเดินช้าช้า..ช้าช้า...
ไปตามเส้นทางสายเล็กๆ
ที่ทอดตัวลดเลี้ยวไปตามถนนสายลูกรัง.
ที่สองฟากฝั่งคือ ดงดอกหางนกยูงสูงสะพรั่ง
ด้วยดวงดอกแดงพราวพร่างไปทั่วทั้งราวกิ่ง..


นั่นดงตาล..
เคียงตระการด้วยบึงบัว
ในท่ามม่านฟ้าสลัวด้วยม่านหมอกหม่นมัวในยามเช้า
ดงดอกหญ้า...
กำลังชูช่อพ้อไสว
ในท่ามพร่างพรายแสงสุริยา
ที่..กำลัง....
เผยองค์..เยี่ยมฟ้า จรัสจ้าด้วยรัศมีสีรุ้งทีละน้อยๆ


วงหน้าซูบ เริ่มดูนวลใสระเรื่อ..ขึ้น
เมื่อ
เธอก้าวเดินไปยืนซึ้งๆ
ใต้ต้นตาลเดี่ยวอย่างเดียวดายลำพัง
ด้วย..
ความดื่มด่ำ…รับพรายแสงสีทอง
ที่ยิ่งพาให้นวลหน้าเศร้านั้น
ดูงามผ่องสุกปลั่งขึ้นตามตะวันจริงตะวันใจ
ที่กำลัง..
หลอมพลังรวมกันไปทั้งจิตภายในแลร่างภายนอก


เธอ..ทอดตาสงบดูธรรมชาติรายล้อม

หัวใจเธอ..ได้รับหอมจากกรายกลิ่นเกสรบัว
ที่..
แย้มกลีบระริกระรัวรอรับสายแสงสุริยาเฉกเช่นกัน


น้ำค้างฝัน...
กำลังรอระร่ำรินลาใบ
หยดกลมกลิ้งราวหยาดเพชรวะแวววับ
ยามกระทบกับดวงดอกแดด
ที่ค่อยๆโลมไล้แผดเผา
ให้...
ระเหยหายไร้ร่องรอย...ราวรักแรม...


ธรรมชาติในคลองตาคลองใจ
กำลังกรายใกล้
มาฝากสอนสัจจะใจสอนสัจจธรรม
อัน..
งามล้ำเลอค่า ผ่านกาลเวลาที่หมุนวน
ราวทุกข์สุขวัฏวน มิรู้สิ้น มิรู้จบ
ที่..
ทุกมนุษย์หลายพันล้านในโลกอันแสนกว้างใหญ่นี้
จักพบ..
หนีไม่พ้น ต้องทนสู้ ทนอยู่ ทนพากเพียร
เลือก..โลก..
ที่วนเวียนฤาเดินตามรอยผู้ล่วงหน้าไปแล้ว…


เลือก..
*โลกแก้วกระจ่างสว่างใส งามจิตวิญญาณภายใน
แสนสงบพบความสุขนิรันดร์
อันคงงามเกินกว่าคำรำพันรำพึง
ถึงสุขซึ้ง แบบแสนเงียบงาม
ใน...
ท่ามความรู้สึกรู้ทันเท่า..ทุกผัสสะ
เฝ้าอยากเพียงสละออก มิอาจบอกใครได้
นอกจาก..
ใช้ร่างจิตของตัวเองลิขิตเพียรภาวนา
มากกว่าหลงอยู่ในมายาโลกสมมุติ
ให้..
พบจิตพิสุทธิ์ใส เลื่อมประภัสสร..
ไร้เปลือกห่อหุ้ม
ให้รัดร้อยรุมรุก ฝากทุกข์สุกร้อนเร่า เฝ้าทุรนทุราย ….
ดั่งไฟไหม้แผดเผา..


และ
ในท่ามพรายแสงสุริยา
เธอ..เห็นใครบางคน
เดินช้าช้า ตรงมายังต้นตาลเดี่ยวเปลี่ยวงาม
ที่เธอ..ยืนอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

เขาทายทัก..
ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าก่อนจะเอ่ยคำออกมา
อย่างแสนสุภาพ
*ผม..เห็นคุณตรงนี้มาหลายวันแล้วครับ...
จากบ้านผมตรงบึงบัว...
กระท่อมเรือนไทยหลังเล็กๆ
ที่ซ่อนตัวในดงไม้ดงลั่นทมนั่นไงครับ*


เธอมองตามมือเขาไป.
และ..
ใช่แล้วนั่นคือกระท่อมในฝัน
ที่เธอหวังสักวัน..
ว่า...
จะพาร่างเดินตามรอยทางสายธรรมชาติ
ทางสายชนบท ที่แสนงดงามเรียบง่ายสันโดษ
เพื่อขอไปสัมผัสณ..ภายใน...
เรือนไม้...!
ที่ดูแสนสงบสุข เสียเหลือเกิน


หากทว่า...วันนี้
เขา..คนดีเจ้าของเรือน
กำลังเยือนแย้มยิ้มอยู่ตรงหน้าเธอนี่แล้ว
ใน...
สายแสงผ่องแผ้วพรรณราย
ราวร่างเขาถูกรายล้อมด้วยรัศมีสีรุ้งแสนงาม


และ..
ในท่ามอ้อมโอบแห่งไออุ่น
ที่กรุ่นกรายคล้ายเธอสัมผัสรัดร้อยได้ด้วย
*ใจถึงใจ*
ในน้ำใจไมตรีที่ราวเขาพลีรอสานสายสัมพันธ์
และ…
กำลังรอฟังคำตอบจากเธอ...


พะยอมไพร..ยิ้มเก้อ และ
กล่าวคำเอื้อนเอ่ยอึกอักออกมา
ค่ะ...
ฉันมายืนตรงนี้ทุกวันเพราะ...
มีธุระต้องผ่านมาทางนี้
ระยะนี้…
และ..คงเป็นปีค่ะเพราะมี..งานต้องทำ
ฉัน...ชอบบรรยากาศแถวนี้ค่ะ

แปลกดีนะ ที่อยู่ใกล้กรุงเทพมาก
หากทำไม...ทุกครั้ง ที่ฉันมายืนดื่มด่ำคนเดียว
ราว..
ได้ถอยหลังกลับไปในยุคต้นรัตนโกสินทร์
สงสัย..คงเพราะกลิ่นรวงเรียว บึงบัวดงตาล
และ..
หวานแมกไม้ ริมชายทุ่งชายชลค่ะ
และนี่หากมีใครสักคนนุ่งผ้าถุงใส่งอบผ่านมา
ฉันคงคิดว่ามิได้ฝันไป....
เธอ...กล่าวปนหัวเราะ...


เขา...นิ่งฟัง..น้ำคำน้ำเสียงเธอ..
ราวละเมอต้องมนตรา
ผู้หญิงงามแผกตรงหน้า
ราวกับว่าเธอมีพลังอะไรบางสิ่ง
ที่สามารถสกดให้เขานิ่งงันนิ่งฟัง
อย่างตั้งใจ....


และ..
ในพลังเรียวแสงแห่งอุษาวดี
ที่ณ..บัดนี้..
กำลังค่อยๆคลี่คลุม
ก่อให้เกิดประกายคล้ายร่างเธอ...
ถูก...ห่อหุ้มด้วยรัศมีสีทองผ่องพรายรายล้อม
จน..
ดูร่างเธอนั้นราวกับนางไม้นางไพร
ที่...สวรรค์คงเป็นใจเมตตา
มอบส่งเธอมาให้เขาได้พานพบ...

ผู้หญิง..
ที่ทุกเช้าเขาได้แต่เฝ้าดูเธอด้วยความฉงนใจ
จาก..
ชานระเบียงเรือนไม้..
ใกล้ตำแหน่งที่เห็นเธอมายืนนิ่งนิ่ง
ทิ้งทอดตาแสนเงียบสงบราวรูปสลัก
ณ..
ภายใต้ร่มตาล*สัญญลักษณ์แห่งรักดิบเดิม*นี้
อย่างเสมือนว่าโลกนี้...มีเธอ..เพียงลำพัง..กระนั้น


เขา..หยุดความคิดในภวังค์
พร้อม..กันกับหวังได้รับคำตอบรับ…

*หากไม่รังเกียจ เดินไปบ้านผมมั้ยครับ
คุณจะได้สัมผัสความย้อนยุคจริงๆ
ที่..เรือนผม เพราะผมนิยมไทยครับ
ดื่มน้ำสักแก้ว แล้วค่อยกลับไปทำงานดีไหม
และ..
หากวันหยุดวันไหน...
คุณอยากได้บัวในบึงไปบูชา
ก็...บอก*น้าสอน*ได้นะครับ
แกอาศัยอยู่กับผมมานาน
ผมจะสั่งไว้...
ให้แกบริการรับใช้คุณ อย่าได้เกรงใจ..นะครับ


และ..
เพราะ..บางที..
ผม...ต้องทิ้งบ้านไปรับทำงานนอกสถานที่
จึงต้องมีคนเฝ้าและดูแลสวนที่ไว้ใจได้จริงๆ
ผม..เป็นนักจัดสวนครับ
จบมาทางโบราณคดี
แต่..
อาศัยที่รักต้นไม้และมีที่ดินผืนใหญ่ตรงนี้
ที่ทำเลเหมาะเจาะจะเพาะพันธุ์
ผมเลยผันแปรมาทำอาชีพ
ที่ได้ชิดใกล้ธรรมชาติครับ


ที่ตรงนี้ แต่เดิมเกือบร้อยไร่ครับ
ถูกปันแบ่ง ขายกันในระหว่างพี่น้อง

คุณพ่อผม เป็นชาวนามาก่อน
และได้มาเกือบสามสิบไร่จากคุณปู่ผมครับ
และสุดท้ายเมื่อสิ้นบุญคุณพ่อ
ท่าน..ก็มอบเป็นมรดกให้ผมมา..
ท่าน..คงเห็นว่าผมนี้แสนหลงใหล
ในวิถีบึงบัวนาข้าว และไม้ดอกไม้ผล
ที่..
เพียรหว่านเพาะ
จนผลิพันธุ์งามงอกแตกดอกออกผลพราว
ราว..กับมือผมเป็นเทวดาสามารถเนรมิตได้ปานนั้น…


นับแต่นั้น..มา
ผม..จึงหันมาพัฒนาไร่นาผม
ให้เป็นไปดั่ง*ทิพยทฤษฎี*
ตามแนวพระราชดำริ*ทฤษีใหม่*
อย่างเอาจริงเอาจังไงครับ
หาก..
คุณอยากได้เห็นพลังแห่งความสำเร็จแบบพอเพียง
ผม...ก็ขอเชิญนะครับ
จะดีกว่ามองจากที่ตรงนี้ ...ทั้งๆที่เดินอีกไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว*
เขากล่าว...
พลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ที่แสนเป็นกันเอง


และ...
พลันในนาทีนั้น
ในหอมห้วงหัวใจพะยอมไพร
ก็..
ราวได้ยินเสียงบทเพลงไพร
บทเพลงแห่งท้องทุ่ง..
บรรเลงหวานแว่วแผ่วมา...ให้ได้ยิน...
พร้อม..
กับดวงใจใสเย็นโบยบินออกนอกอกนอกใจ
ไร้การควบคุม ใดใด
ราวมี...
*พลังแห่งรักมาทายทักแผ่วๆที่ริมใจ*
กระซิบบอกให้..
ยินดีรับคำเชิญ..ไปตาม*เพลงกรรม...*
ที่..
กำลังน้อมนำมาให้พบและ จักจบด้วย*บุพเพ*เช่นไร
พะยอมไพร...
ก็..ขอปล่อย...ให้ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับกาลเวลา


เหนือกาลเวลา

หาก ว่าใจ เรารัก กัน
อย่าหวั่นกลัว
กับเรื่อง ใดใด
อาจ ไม่มีใคร เข้าใจ
แค่มี เพียงเรา เข้าใจ ก็พอ
อยากให้รัก ของฉัน และเธอ
อยู่เหนือ กาลเวลา
แม้ ความจริง ต้องห่าง
แสนไกล
ให้ความรัก ของเรา คงอยู่
ยาวนาน ในหัวใจ
ไม่ มีใคร จะเปลี่ยน ใจเรา

หาก ว่ามอง ไม่เห็น กัน
อยาก ให้เรา ผูกพัน ด้วยใจ
เพียง แค่หลับ ตาครั้งใด
แค่เพียง ปล่อยใจ
ให้ส่ง ถึงกัน
อยากให้รัก ของฉัน และเธอ
อยู่เหนือ กาลเวลา
แม้ ความจริง ต้องห่าง
แสนไกล
ให้ความรัก ของเรา คงอยู่
ยาวนาน ในหัวใจ
ไม่ มีใคร จะเปลี่ยน ใจเรา
แม้ ไม่อาจ รู้วัน ข้างหน้า
ว่าต้องพบ ต้องเจอ สิ่ง ไหน
สิ่งเดียว ที่ฉัน
นั้นอยาก ให้ เธอ มั่นใจ
รู้ไว้ว่าฉัน รัก เธอ
อยากให้รัก ของฉัน และเธอ
อยู่เหนือ กาลเวลา
แม้ ความจริง ต้องห่าง
แสน ไกล
ให้ความรัก ของเรา คงอยู่
ยาวนาน ในหัวใจ
ไม่ มีใคร จะเปลี่ยน ใจเรา


คำตอบ