ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กับการเมืองไทย

คุณมีความคิดเห็นอย่างไร กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกี่ยวกับการเมืองของไทยในขณะนี้ และในอนาคตต่อไป โดยชี้ให้เห็นด้วยว่าจะสามารถเป็นกฎกติกานำพาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปได้แค่ไหนเพียงไร ซึ่งจะพิจารณาในแง่ทฤษฎีการเมืองหรือแนวนโยบายแห่งรัฐก็ได้
คำตอบ
not yet answered
ดร.สมบัติ บุญเลี้ยง

สวัสดี ท่านมหาไหว และท่านผู้อ่านทุกท่าน

             ต้องขอขอบคุณท่านมหาไหว ที่เข้าไปเยี่ยมใน Blog ของผม และให้คำชมในการสอนแบบใหม่  ผมพยายามฝึกนักศึกษาให้ใช้สมองแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองไทยในปัจจุบัน   การใช้สมองคิด จะไม่ทำให้สมองฝ่อ และเป็นการฝึกการใช้คอมพิวเตอร์ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และการเมือง

เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนต้องอยู่กับมันให้ได้

            ทุกวันนี้สังคมแตกแยกเป็น 2 ฝ่าย ไม่มีทางหันหน้าเข้าหากันได้  แต่ถ้าให้ดี ควรจะมีบุคคลที่ประชาชนยอมรับมาบอกว่า เหล่าทหารจงกลับไปกรม กองของตน ประชาชนที่อยู่สนามหลวง หรือประท้วงที่ใด ให้กลับบ้าน  แล้วให้รัฐบาลชั่วคราว ที่ประชาชนยอมรับได้  ต้องยอมรับจริงๆ จัดการเลือกตั้ง ตาม รธน.ฉบับ2540 ประชาธิปไตยแบบไทยๆ  ก็จะเกิด

            หากถือดีว่าตนเองถูกต้องเสมอ ไม่ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น  รับรองว่าไม่ใช่เป็นประชาธิปไตย อย่ามาแอบอ้างว่าเป็นประชาธิปไตย

แต่การกระทำเป็นเผด็จการตลอด

                             สมบัติ  บุญเลี้ยง
คำตอบ ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่นี้ ถึงแม้ว่าจะมาจากรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาธิปไตย แต่ความสำคัญไม่ได้อยู่ตรงนั้น ดิฉันคิดว่าความสำคัญมันอยู่ตรงที่เนื้อหาของรัฐธรรมนูญมากกว่า ซึ่งจากที่ได้ศึกษาเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเห็นได้ว่ามีหลักสำคัญในการส่งเสริมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองและมีส่วนร่วมในการใช้อำนาจรัฐ รวมทั้งได้กำหนดดุลยภาพขององค์กรต่าง ๆ แต่ก่อนที่จะประกาศใช้ควรมีการตรวจตราดูอย่างละเอียดถ้วนถี่ ต้องได้รับความร่วมมือและเข้าใจจากทุกๆฝ่าย ว่าควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อประโยชน์ที่แท้จริงต่อประเทศชาติ ไม่ใช่จะเอามาเป็นหมากให้ใครถึงตาจน ให้ใครได้เดินต่อหรือเอาชนะกันด้วยทิฐิ หากจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็อยากให้เกิดจากการพิจารณาอย่างรอบคอบจากทุกๆ ส่วนภาคแล้ว ว่ามีข้อเสียมากกว่าดี  อย่าไปไม่รับร่างเพราะ คมช. เป็นคนแต่งตั้ง สสร. เข้ามา ทุกอย่างย่อมต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสียควบคู่กันไป ไม่มีอะไรที่จะมีดีไปทั้งหมด ดิฉันคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่ ไม่ทราบหรอกคะว่ารัฐธรรมนูญคืออะไร แล้วเค้าจะได้อะไรจากรัฐธรรมนูญ หรือรู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับไหนดีหรือฉบับไหนไม่ดีหากคิดว่าจะไม่เอา คมช. จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ จากรัฐบาลเผด็จการ เพียงอย่างเดียว ความคิดที่เอาแต่ใจแบบนี้ แล้วเมื่อไรปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศเราจะแก้ไขได้ซักที ดิฉันคิดว่า ทุกๆอย่างแก้ไขได้แต่อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย เดี๋ยวอะไรๆ ก็จะดีขึ้นเอง อย่าใจร้อนค่ะ
อาจารย์ครับต้องแสดงความคิดเห็นของผม 1 ข้อ แล้วรวมของเพื่อนอีก 9 ข้อ เป็น 10 ข้อ หรือว่าใช้ความคิดเห็นของเราเองทั้งหมด 10 ข้อ ครับอาจารย์มหาไหว
แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ หมายถึง แนวทางในการบริหารงานของรัฐที่ใช้เป็นหลักฐานในการตรากฎหมาย และกำหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยรัฐบาลทุกรัฐบาลต้องใช้ยึดถือและปฏิบัติให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐเป็นบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการตรากฎหมายและการกำหนดนโยบาย โดยถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492 เป็นครั้งแรก ในหมวดที่ 5 ว่าด้วย แนวนโยบายแห่งรัฐ แต่รัฐธรรมนูญฉบับต่อมาบางฉบับก็มิได้กำหนดไว้                ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มีสาระสำคัญที่ให้ประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง 4 ประการ คือ                1.คุ้มครอง ส่งเสริม ขยายสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชนอย่างเต็มที่                2.ลดการผูกขาดอำนาจรัฐ และเพิ่มอำนาจประชาชน                3.การเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรม และจริยธรรม                4.ทำให้องค์กรตรวจสอบมีความอิสระ เข้มแข็ง และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ                ผมได้อ่านเนื้อหาสาระต่างๆ มารวมกันพิจารณาดูแล้วเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ให้หลักประกันความมั่นใจแก่ประชาชนว่าจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยเหตุผลดังนี้                1.มีบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพพื้นฐานไว้อย่างครบถ้วน                2.แนวนโยบายแห่งรัฐซึ่งเป็นแนวทางในการตรากฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปทางที่ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี และบ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข                3.ประชาชนมีอำนาจอย่างเพียงพอในการติดตามตรวจสอบควบคุมการใช้อำนาจของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ                แต่มีปัญหาที่ว่า ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ให้ประชาชนมีอำนาจเพียงพอในการติดตามตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะถ้าประชาชนไม่มีอำนาจจริง และไม่มีอำนาจพอแล้ว ผู้รับผิดชอบสามารถบิดพลิ้วได้อย่างสบายในภายหลัง เหมือนกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ที่ผ่านมา เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นอำนาจที่เกินกำลังของประชาชนทั่วไปในการเข้าถึง จึงเป็นผลดีสำหรับประชาชนส่วนน้อยที่มีอำนาจใช้รักษาผลประโยชน์ของพวกตนเท่านั้น แม้จะให้สิทธิตามรัฐธรรมนูญก็จริง แต่เชื่อว่ายากที่จะเป็นจริงในทางปฏิบัติ เพราะว่าประชาชนไม่มีอำนาจเพียงพอด้วยสาเหตุดังต่อไปนี้                1.ประชาชนจำนวนมากไม่มีโอกาสได้เรียนรู้อำนาจหน้าที่ทางการเมืองของตนเอง ในขณะที่หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบไม่จริงจังในการทำหน้าที่ เพราะกลัวถูกประชาชนตรวจสอบการทำหน้าที่                2.การใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญของประชาชนในการตรวจสอบนักการเมืองไม่อาจทำได้จริง เช่น การเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่เคยทำได้สำเร็จแม้แต่ครั้งเดียว                3.ไม่มีการส่งเสริม สนับสนุนและช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างเพียงพอในการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ประชาชนที่ใช้สิทธิต้องเป็นภาระอย่างมากทั้งด้านเวลาและทรัพย์                สรุป ถ้าอำนาจตรวจสอบของประชาชนที่รัฐธรรมนูญเพิ่มอำนาจให้แก่ประชาชนเข้มแข็งจริง ประชาชนทั่วไปที่ทำกิจกรรมการเมืองเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างเพียงพอ ประเทศไทยก็จะมีการเมือง และนักการเมืองที่สมบูรณ์แบบสามารถนำพาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป

ไม่ว่าผลการประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญจะออกมาเช่นใดก็ตาม ประชาชนจะรับหรือไม่รับ จะออกหัวหรือออกก้อยแต่สิ่งที่สำคัญ ก็คือทุกข์สุขและปัญหาเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ตราบใดที่เรายังเน้นที่การตรากฎหมายขึ้นมาแก้ไขบางเรื่อง แต่ไม่มีการใส่ใจกับการพัฒนาแบบยั่งยืน ประเทศชาติก็คงจะยังล้าหลังและไม่มีความก้าวหน้าเหมือนเดิม เพราะปัจจัยหลักที่สำคัญของการพัฒนาชาติคือการพัฒนาคน และตี้ชี้วัดความเจริญหนึ่งด้านสำคัญที่มิอาจมองข้ามไปได้ คือ ความผาสุกของพี่น้องปวงชนชาวไทย การแก้ปัญหาที่จริงใจและจริงจัง ต้องเน้นที่การปฏิรูปเชิงรูปธรรมที่เข้าทำนอง "ใช้เงินน้อย แบบประหยัด แต่คุ้มค่า" เชื่อว่าไม่มีกฎหมายฉบับใดที่ไม่ให้ประโยชน์กับใครเพียงคนหนึ่ง และก็ไม่มีกฎหมายฉบับใดที่ไม่ขัดประโยชน์ของบุคคลใด บุคคลหนึ่งอีกเช่นกับ เพราะทุกอย่างเป็นอิทัปปัจยตา และผู้ที่ตรากฎหมายก็มิได้เป็นอรหันต์ทางธรรม หากแต่ตัวแทนประชาชนท่านผู้ทรงเกียรติเหล่านั้นเป็นเพียงแค่เอตทัคคะทางวิชาโลกเท่านั้น ขึงไม่แปลกที่เราจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายรัฐธรรมนูญอันเปรียบเสมือนกฎหมายแม่ของชาติอยู่บ่อยครั้ง
       ประเด็นสำคัญที่น่าสังเกตและคำถามที่ควรถามทุกคน คือ เมื่อไหร่ชาติไทยเราจะอยู่เย็นเป็นสุขเสียที? เพราะตราบใดที่บ้านเมืองยังเป็นอย่างนี้อยู่คงไม่มีอะไรดีขึ้นนอกจากการแตกแยกของหมู่ชนในชาติและผลประโยชน์

     รัฐธรรมนูญ คือ กติกา เพื่อการจัดสรรอำนาจ ทรัพยากร สิทธิ บทบาทหน้าที่ของประชาชนทั้งประเทศ จึงต้องการมุมมองจากประชาชนกลุ่มต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น ทางเศรษฐศาสตร์การเมือง สังคมวิทยา วัฒนธรรม ระบบนิเวศ ฯลฯ ที่มองปัญหาประเทศไทยระบบองค์รวมได้ด้วยรัฐธรรมนูญไม่ใช่แค่ปัญหาเทคนิคการร่างกฎหมาย เราต้องช่วยกันศึกษาค้นคว้าอภิปรายระดมสมองประชาชนและนักวิชาการทุกสาขามาวิเคราะห์เพื่อจะได้รัฐธรรมนูญที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยที่มีลักษณะเฉพาะ

     แนวคิดชนชั้นนำส่วนใหญ่ที่มักมองว่ารัฐธรรมนูญควรร่างโดยผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมายและนักรัฐศาสตร์เท่านั้นเป็นแนวคิดที่คับแคบ ที่ทำให้เราได้รัฐธรรมนูญหลายฉบับที่มีข้อจำกัดมาแล้ว เราต้องใช้นักกฎหมายเป็นคนเขียนมาตราต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญก็จริง แต่ใช้เพียงจำนวนหนึ่งก็พอ ที่เหลือควรพึ่งนักวิชาการสาขาอื่น ๆ และประชาชนที่มีภูมิหลังประสบการณ์ ที่แตกต่างหลากหลายที่จะช่วยให้คณะกรรมยกร่างฯ เข้าใจปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจการเมือง และวัฒนธรรมการเมืองไทยได้ดีขึ้น

     ปัญหาหลัก คือ โครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมืองที่คนส่วนน้อยมีอำนาจ ฐานะ และความรู้มากกว่าคนส่วนใหญ่ ทำให้ นักธุรกิจการเมืองและขุนนางที่เป็นฝ่ายปกครองครอบงำ บิดเบือน หาประโยชน์จากรัฐธรรมนูญได้มากกว่าคนส่วนใหญ่ รวมทั้งการแทรกแซง ครอบงำองค์กรอิสระด้วย ดังนั้นเราจึงต้องหาทางปฏิรูปทางเศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา สื่อมวลชน ฯลฯ ควบคู่กันไปกับปฏิรูปแก้ไขข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540

     รัฐธรรมนูญใหม่ควรคำนึงถึงการเปิดทางนำไปสู่ ปฏิรูประบบพรรคการเมืองและกระบวนการเลือกตั้ง ปฏิรูประบบยุติธรรม ปฏิรูประบบตำรวจ ทหาร และข้าราชการ ปฏิรูปทางเศรษฐกิจ เช่น การปฏิรูประบอบภาษีอากรและการจัดสรรงบประมาณ ปฏิรูปที่ดินและปฏิรูปการเกษตร ปฏิรูปการธนาคาร และสหกรณ์ และปฏิรูปทางสังคม เช่น การปฏิรูปการศึกษา สื่อสารมวลชน การเลี้ยงดูลูกและการสร้างค่านิยมให้คนนับถือสิทธิเสมอภาคเสรีภาพ แทนค่านิยม อำนาจนิยม และระบบอุปถัมภ์ ฯลฯ แม้รัฐธรรมนูญ อาจจะไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้โดยตรง เพราะความจริงคือ ประชาชนต้องต่อสู้ทางการเมืองด้วยตนเอง แต่รัฐธรรมนูญต้องเปิดช่องทางให้ภาคประชาชนเติบโตเข้มแข็งได้

          เราต้องช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนฉลาดขึ้น ตื่นตัวขึ้น สนใจการจัดตั้งองค์กรเรียกร้องผลักดันการมีส่วนร่วมในการปฏิรูปทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมด้วย

     ปัญหาการร่างรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปการเมืองควรถือเป็นวาระแห่งชาติ คนที่มีการตื่นตัวจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ สื่อมวลชน นักวิชาการ องค์การพัฒนาเอกชน องค์กรประชาชน สมาชิกสภานิติบัญญัติ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ฯลฯ ต้องร่วมมือกันค้นคว้า และทำกิจกรรมที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปทางการเมือง เศรษฐกิจสังคม กับผู้มีสิทธิออกเสียง 30 กว่าล้านคน อย่างกว้างขวางที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งโดยการจัดประชุมเวทีย่อย เวทีใหญ่ต่าง ๆ และโดยการแลกเปลี่ยนผ่านรายการเช่น วิทยุ โทรทัศน์ อินเตอร์เนต แฟกซ์ ไปรษณีย์ ฯลฯ เพื่อสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขนาดใหญ่ที่จะทำให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจและตื่นตัวทางการเมืองเพิ่มขึ้น จะทำให้เกิดภูมิปัญญาแบบรวมหมู่ที่ลึกซึ้งกว้างขวาง

     นี่คือหัวใจของประชาธิปไตย ประชาชนจะรู้จักเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ดีขึ้น และทำหน้าที่ตรวจสอบดูแลสิทธิประโยชน์ของพวกเขาได้ดีขึ้น ก็ต่อเมื่อประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ และตื่นตัวทางการเมืองเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น.

     ระบอบประชาธิปไตย คือ ระบอบที่ประชาชนทุกคนจะต้องมีสิทธิเสมอภาค และเสรีภาพทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ไม่ใช่ระบอบอภิสิทธิชน ที่คนส่วนน้อยมีสิทธิและเสรีภาพเหนือคนส่วนใหญ่อย่างที่แล้ว ๆ มา และที่ยังเป็นอยู่

    ปัญหาการร่างรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปการเมืองควรถือเป็นวาระแห่งชาติ คนที่มีการตื่นตัวจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ สื่อมวลชน นักวิชาการ องค์การพัฒนาเอกชน องค์กรประชาชน สมาชิกสภานิติบัญญัติ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ฯลฯ ต้องร่วมมือกันค้นคว้า และทำกิจกรรมที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปทางการเมือง เศรษฐกิจสังคม กับผู้มีสิทธิออกเสียง 30 กว่าล้านคน อย่างกว้างขวางที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งโดยการจัดประชุมเวทีย่อย เวทีใหญ่ต่าง ๆ และโดยการแลกเปลี่ยนผ่านรายการเช่น วิทยุ โทรทัศน์ อินเตอร์เนต แฟกซ์ ไปรษณีย์ ฯลฯ เพื่อสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขนาดใหญ่ที่จะทำให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจและตื่นตัวทางการเมืองเพิ่มขึ้น จะทำให้เกิดภูมิปัญญาแบบรวมหมู่ที่ลึกซึ้งกว้างขวาง

     นี่คือหัวใจของประชาธิปไตย ประชาชนจะรู้จักเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ดีขึ้น และทำหน้าที่ตรวจสอบดูแลสิทธิประโยชน์ของพวกเขาได้ดีขึ้น ก็ต่อเมื่อประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ และตื่นตัวทางการเมืองเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น.

     ระบอบประชาธิปไตย คือ ระบอบที่ประชาชนทุกคนจะต้องมีสิทธิเสมอภาค และเสรีภาพทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ไม่ใช่ระบอบอภิสิทธิชน ที่คนส่วนน้อยมีสิทธิและเสรีภาพเหนือคนส่วนใหญ่อย่างที่แล้ว ๆ มา และที่ยังเป็นอยู่

     การกำหนดสิทธิเสมอภาคในการเข้ารับการศึกษาขั้น พื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี ที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

      การกระจายอำนาจให้พนักงานท้องถิ่นหรือข้าราชการส่วนท้องถิ่นให้ถือว่าเป็นปฏิบัติราชการอย่างหนึ่งและให้มีการแลกเปลี่ยนข้าราชการส่วนท้องถิ่นระหว่างท้องถิ่นด้วยกันกันเพื่อเป็นการพัฒนาข้าราชการโดยไม่ถูกแทรกแซงจากผู้บริหารจึงให้มีระบบคุณธรรม

        สำหรับปัญหารัฐธรรมนูญ 2550 ได้กำหนดให้วุฒิสภามาจากการแต่งตั้งครึ่งหนึ่งและเลือกตั้งครึ่งหนึ่งรวมเป็น 150 คน วุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งจะทำให้เกิดปัญหาในสภาเนื่องจากจะต้องเป็นคนของผู้มีอำนาจทางการเมืองปัจจุบันจะทำให้เกิดความแตกแยกในสภาสูงซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการพิจารณากฎหมายก่อนนำขึ้นทูลเกล้าลงพระปรมาภิทัยและทำให้ระบบการเมืองของไทยต้องหยุดชะงักลง ทางออกที่ดีควรแก้ไขมาตราดังกล่าวให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งทั้งหมด

       

  

รัฐธรรมนูญใหม่ (ปัจจุบันฉบับปี 2540) เป็นการเมือง ซึ่งมีลักษณะประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม

      งานเชิงสังเคราะห์อธิบายว่า ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมนั่นหมายถึง ความจำเป็นที่จะต้องให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมทางการเมืองให้มากขึ้น โดยมีการจัดตั้ง “องค์กรอิสระกลาง” หลายองค์กรมาคอยถ่วงดุลอำนาจการบริหารของนักการเมือง การมีส่วนร่วม เริ่มตั้งแต่การทำประชาพิจารณ์ การทำประชามติ การเข้าชื่อถอดถอนนักการเมือง และการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย กลไกทางรัฐธรรมนูญใหม่ๆ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นประโยชน์ แต่น่าเสียดายว่าผู้ปกครองและนักการเมืองเรากลับไม่สามารถทำความเข้าใจอย่างกระจ่างถึงสิทธิและหน้าที่ของประชาชนที่มีต่อรัฐธรรมนูญ หรืออาจเป็นการอำพรางเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองต่อไปหรือไม่สุดแล้วแต่จะคาดหมาย แต่ที่สำคัญที่สุดการมีส่วนร่วมจะต้องหมายถึงว่านักการเมืองจะต้องเข้าใจปัญหาของภาคประชาชนอย่างแท้จริง และประชาชนจะต้องมีส่วนในการตัดสินใจและมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาใหญ่ๆ ของประเทศชาติด้วย

      งานวิชาการนี้กล่าวอีกว่า ในด้านเนื้อหาและรากฐาน ถ้าการเมืองจะพัฒนาเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์มากกว่านี้จะต้องเปลี่ยนแปลงที่รากฐานสิทธิการเมืองของประชาชน นั่นคือภาคประชาสังคมจะต้องเป็นพลเมืองที่มีจิตสำนึก กระตือรือร้น (active citizen) ที่สามารถรวมตัวกันเรียกร้องสิทธิต่างๆ เรียกร้องกระจายอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจในการกำหนดงบประมาณให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่เปิดช่องไว้ คำหลัก (keywords) ของข้อความที่ยกมาแสดงนี้ เป็นประเด็นที่อยากจะประเมินผลการใช้รัฐธรรมนูญของสังคมไทยในรอบ 4 ปี (11 ตุลาคม 2540-กันยายน 2540) โดยที่อาจจะนำไปสู่การสร้างประเด็น (ใหม่) หรือเกิดวาทกรรมในสังคม และคัดสรรกลั่นกรองนำไปใช้ในการแก้ไข รัฐธรรมนูญครั้งใหญ่ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2545

สรุปคำหลักได้ดังนี้

1. ประชาชนมีส่วนร่วมในทางการเมืองโดยผ่านกลไกต่างๆ รัฐธรรมนูญอย่างไรและแค่ไหนแล้วเกิดผลต่อการเปลี่ยนแปลงของบ้านของบ้านเมืองอะไรบ้าง

2. องค์กรอิสระกลาง หลายองค์กรที่ตั้งขึ้นมา เพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และคอยถ่วงดุลอำนาจของข้าราชการและนักการเมืองทำอะไรได้แค่ไหน ทรงพลังแค่ไหนและได้รับการยอมรับจากประชาชนเพียงใด

3. ประชาชนตื่นตัวกระตือรือร้น (และรวมตัว) เพื่อมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาใหญ่ของชาติได้อย่างไร กลไก ที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญใช้แก้ปัญหาใหญ่ๆ ได้ให้ผลอย่างจริงจังหรือไม่

ต่อไปจะทดลองประเมินการใช้รัฐธรรมนูญในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา เพื่อ ความเข้าใจได้โดยง่ายใคร่ขอแบ่งจัดกลุ่มระบบต่างๆ ที่ประชาชนโดยตรง และองค์กรอิสระกลางที่ใช้อำนาจแทนประชาชน (ในที่นี้ขอให้องค์กรอิสระกลางหรือองค์การมหาชนอิสระโปรดเข้าใจด้วยว่า “มาตรา 3 อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย” ไม่ใช่อำนาจอธิปไตยเป็นขององค์กรอิสระกลางทั้งหลาย) 

หนึ่ง : ระบบเรียกร้อง

(1) สิทธิเสนอเรื่องราวร้องทุกข์และได้รับทราบแจ้งผลการพิจารณาในเวลาอันสมควร (ม.61) ผลการใช้รัฐธรรมนูญที่ผ่านมา...ยังมิได้มีการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ (กฎหมายลูก) อำนาจข้าราชการและหน่วยงานของรัฐยังเป็นใหญ่อยู่เช่นเดิม

(2) พัฒนาจังหวัดที่มีความพร้อมให้เป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่โดยคำนึงถึงประชาชนในจังหวัดนั้น (ม.78)...รัฐบาลไม่เคยริเริ่มที่จะให้ประชาชนในจังหวัดปกครองตนเอง มีแต่จะสวนทางรัฐธรรมนูญและถอยหลังลงคลองคือ การสถาปนาอำนาจข้าราชการส่วนภูมิให้อยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจแต่เพียงคนเดียวที่เรียกกันว่าผู้ว่าฯซีอีโอ (chief executive officer) และประชาชนแต่ละจังหวัดก็มิได้เป็นพลเมืองกระตือรือร้นใช้ช่องเสนอกฎหมายปกครองตนเองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 แต่ประการใด

(3) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภาพิจารณากฎหมายตามที่เสนอได้ (ม.170)...ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา มีการใช้ช่องนี้เสนอเพียง 2-3 ฉบับเท่านั้นคือพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งสถาบันคุ้มครองสุขภาพ ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการ ร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ และร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน...น่าอนาถและเหนื่อยล้ากับพลังเฉื่อยของสังคม โดยเฉพาะในกฎหมายที่ประชาชนควรร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันให้เกิดขึ้นได้แก่ กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายประกันสังคม(กรณีการว่างงาน/เสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติเข้าไปในรัฐสภาเลย) กฎหมายชุมชนแออัด กฎหมายเหล้าพื้นบ้าน กฎหมายการพิมพ์ กฎหมายป่าไม้และที่ดิน กฎหมายภาษีที่ดินทรัพย์สินและมรดก กฎหมายทะเล ทรัพยากรชายฝั่งและการประมง ฯลฯ

(4) เสนอคำร้องเรียน...การไม่ปฏิบัติตาม ปฏิบัตินอกเหนืออำนาจหน้าที่ การปฏิบัติหรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ...ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องเรียนหรือประชาชนโดยไม่เป็นธรรมไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ก็ตาม (ม.197)...ประชาชนใช้อำนาจผ่านองค์กรอิสระกลาง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา...ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมายังไม่เกิดแรงสั่นสะเทือนเพียงพอและประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรมากนัก

(5) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งในองค์กรปกครองท้องถิ่น มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอให้สภาท้องถิ่นออกข้อบัญญัติของท้องถิ่นได้(ม.287)...4 ปีที่ผ่านมา ประชาชนในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (องค์การบริหารส่วนตำบล 7,255 แห่ง เทศบาล 1,129 แห่ง องค์การบริหารส่วนจังหวัด 75 แห่ง เมืองพัทยาและกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 8,461 แห่ง) ไม่เคยใช้อำนาจนี้เลย 

สอง : ระบบตรวจสอบ

(1) การดำเนินโครงการหรือกิจกรรม ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งได้ให้องค์กรอิสระซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว(ม.56)...4 ปีที่ผ่านมาสังคมไทยขัดแย้งกันในเรื่องนี้มาก แต่ยังไม่มีกฎหมายลูก และรัฐเป็นฝ่ายฝ่าฝืนบทบัญญัตินี้มาโดยตลอด

(2) จัดทำมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ และพนักงานหรือลูกจ้างอื่นของรัฐ เพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ และสร้างเสริมประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ (ม.77)...ยังดำเนินการไม่เสร็จและบางส่วนเสร็จไปแล้วแต่ไร้อำนาจบังคับ

(3) ตรวจสอบ...การกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรืออันไม่เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศ(ภาคี) (ม.200)...ใช้ผ่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ องค์กรนี้เพิ่งมีกรรมการเต็มจำนวนเริ่มทำงาน ยังไม่เห็นผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

(4) การแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น ข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ (ม.291-296 โดยเฉพาะมาตรา 295)...ผ่านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและศาลรัฐธรรมนูญ 4 ปีที่ผ่านมามีปัญหาทั้งเรื่องความน่าเชื่อถือและการยอมรับของสาธารณะในสองหน่วยงานนี้มาก และมีแนวโน้มซึ่งชี้ให้เห็นความไม่ชอบมาพากล (ประเภทต่ำกว่ามาตรฐาน/สองมาตรฐาน/มาตรฐานไม่ตรงกัน/ไม้หลักปักขี้เลน ฯลฯ) มากขึ้นเรื่อยๆ จนกัดกร่อนหลักความยุติธรรมของชาติ นี่คือสัญญาณการก้าวเข้าสู่ “ระบอบธนาสวามิภักดิ์” ในระบบโลกที่มีการย้ายทั้งอำนาจ (power shift) และการย้ายเงิน (money shift) 

       ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มุ่งปฏิรูปการเมือง เพื่อให้พลเมืองไทยมีสิทธิเสรีภาพมีส่วนร่วมในการเมืองการปกครองเพิ่มขึ้น ได้รัฐบาลที่สุจริตชอบธรรม มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพเป็นสำคัญ มาตรการทั้งหลายจึงต้องพิจารณาโดยภาพร่วมเปรียบเสมือนพิจารณาบ้านทั้งหลัง หรือป่าทั้งป่า มิใช่แยกพิจารณาเป็นส่วนๆ ไป

        อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญนี้เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วนั้น หากมีปัญหาในทางปฏิบัติภายหลังก็อาจแก้ไขได้ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญตระหนักดีว่ารัฐธรรมนูญนั้น จะต้องปรับปรุงให้เข้ากับสภาวการณ์บ้านเมืองที่เปลี่ยนไป จึงได้รับพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใส่เกล้าใส่กระหม่อม และกำหนดให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำโดยง่ายขึ้นกว่าในปัจจุบัน

         โดยกำหนดให้ญัตติเสนอข้อแก้ไขมาจาก ส.ส. หรือ ส.ว. เพียง ๑ ใน ๕ เท่านั้น อีกทั้งยังกำหนดให้คณะตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะกรรมการ ปปช. ใหม่ ทำรายงานให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องเสนอต่อ รัฐสภา และคณะรัฐมนตรี เมื่อครบสี่ปี นับแต่วันใช้รัฐธรรมนูญได้ ทั้งนี้เพื่อให้รัฐธรรมนูญนี้สมบูรณ์ที่สุดตามภาวการณ์ในโอกาสต่อๆ ไป และมาตรการใดที่เป็นมาตรการใหม่ ก็ได้กำหนดบทเฉพาะกาลไว้เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปโดยราบรื่นแล้วเช่นกัน

 

ทำไมรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถึงควบคุมแต่การเมืองหล่ะครับทีศาสนายังไม่เอาเข้าด้วยเลยแล้วจะให้ประชาชนร่วมร่างทำไมอะครับทำไมไม่ร่างเองเลยหล่ะมันบิดเบือนหลักความเป็นจริงนะครับ

คิดว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่พูดว่าให้ประชาชนเป็นผู้ร่วมร่างนั้น ประโยชน์และสิ่งต่างๆจะกลับมาสู่ประชาชนจริงตามที่ผู้ร่างได้กล่าวไว้จริงตามนั้นหรือ ดิฉันคิดว่าการร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านๆมา เป็นสิบๆปี ก็กล่าวว่าเพื่อประชาชน ทั้งนั้น แต่ที่ผ่านๆมาดิฉันไม่เห็นว่ารัฐธรรมนูญจะช่วยประชาชนอย่างที่ร่างไว้ รู้สึกว่าทุกอย่างทำขี้นเพื่อการเมืองเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วประชาธิปไตปที่แท้จริงอยู่ที่ไหน ลองหาดูความยุติธรรมทั่วทุกกรุงเทพฯและปริมณฑล ไม่เห็นว่าจะมี การที่ประชาชนมาเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยก็ไม่มีประโยชน์อะไร  การที่รัฐบาลจัดให้มีการตรวจสอบรัฐบาลชุดก่อน ดิฉันเห็นตรวจสอบแต่ทางของอดีตนายก และเรื่องของ กทม.16โครงการหายไปอยู่ที่ไหน ไม่เห็นมีความคืบหน้าเลย และคดีที่ดินของพรรคการเมืองที่ว่าประชาธิปไตยหนักหนาหายไปไหน ดิฉันอยู่ใกล้กับพรรคการเมืองดังกล่าวมาตั้งแต่ อายุ 4 ขวบ ดิฉันไม่เห็นว่าเขามีความสัตย์ซื่อในการเมืองอยู่เลย ทำไมรัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้านถึงไม่เหมือนต่างประเทศ เมื่อการเลือกตั้งสิ้นสุดก็ควรจะหยุด ค้านเฉพาะบางเรื่อง อ้อ! ไม่ใช่สิเค้าเรียกว่าเสนอความคิดเห็นมากกว่า แต่การเมืองไทยเห็นใครดีกว่าไม่ได้ต้องแปลงร่างกลายเป็นอมนุษย์ขี้นมา อีกทั้งบางครั้งยังมีไฟขี้นที่ตาอีก ถ้าจะให้ประชาชนช่วยร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จริง ก็ขอให้ยุติการแตกแยกให้ได้เสียก่อนเพราะประชาชนต่างก็แตกแยกไม่มีจุดศูนย์รวม อีกทั้งถ้าประชาชนออกความคิดเห็นแล้ว รัฐบาลจะทำตามที่ขอไว้ได้จริงหรือเปล่า!!!! ในส่วนรัฐบาลขณะนี้ยังแตกแยกอยู่เลยแล้วจะให้ประชาชนทำอย่างไร!!!! เรื่องเศรษฐกิจก็เหมือนกันเมื่อก้าวไปข้างหน้าแบบจรวดแล้วก็ควรก้าวต่อไปไม่ใช่กลับมาใช้น้ำมันเต่าเพื่อการเก้าแบบเด็กทารกทุกคนควรมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้าอีกหน่อยไม่ใช่ทำตัวเป็นเด็กเห็นใครดีกว่าไม่ได้ จริงแล้วดิฉันไม่ชอบการเมืองตั้งแต่ดิฉันจำความได้ก็ว่าได้เพราะอยู่มาก็เห็นอะไรที่ไม่ยุติธรรมและไม่ประชาธิปไตยมาตลอดค่ะ

 

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กับการเมืองไทย                ตามความคิดเห็นของข้าพเจ้า  คิดว่าดี  เพราะมีสาระสำคัญหลายๆ เรื่อง  อย่างเช่นที่เด่นๆ คือ มุ่งจะแก้ปัญหาใน 4 แนวทาง  คือ  คุ้มครอง  ส่งเสริม  และขยายสิทธิเสรีภาพของประชาชน, ลดการผูกขาดอำนาจรัฐ  และขจัดการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม, ทำให้การเมืองมีความโปร่งใส  มีคุณธรรม  และจริยธรรม, ทำให้ระบบตรวจสอบเข้มแข็ง  และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ                จะเห็นได้ว่ามีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2540 ในหลายประเด็น  ในส่วนที่ว่าด้วยสิทธิ  และเสรีภาพของประชาชน  ยังคงไว้เหมือนเดิมหลายอย่าง  เช่น  สิทธิที่จะได้รับการศึกษาฟรี 12 ปี (ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้อย่างจริงจัง)                ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้เพิ่มสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอีกหลายเรื่องเช่น  สิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐของผู้ที่ไร้ที่อยู่อาศัย  และไม่มีรายได้เพียงพอ (ยังไม่ทราบว่าจะช่วยเหลืออย่างไร)  รวมทั้งสิทธิในการติดตามและร้องขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนักการเมือง  และเจ้าหน้าที่ของรัฐ  และสิทธิที่จะเข้าชื่อ 100,000 คน  เพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ                ส่วนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน  ยังไม่ได้รับคุ้มครองเหมือนกับรัฐธรรมนูญ 2540 นอกจากห้ามปิดหนังสือพิมพ์  สถานีวิทยุ  และโทรทัศน์แล้ว  ยังห้ามแทรกแซงสื่อมวลชนในการเสนอข่าวสาร  ไม่ได้เขียนห้ามไว้เพื่อความเท่เท่านั้น  แต่มีบทลงโทษผู้แทรกแซงสื่อ  เช่นผู้ที่สั่งให้ถอดรายการหรือห้ามเสนอข่าวใดๆ ให้ถือว่าจงใจใช้อำนาจโดยมิชอบ  อาจถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง                การให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายขึ้น  เช่นให้มีสิทธิฟ้องศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง  เมื่อสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญถูกละเมิดและให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเป็นผู้เสียหายแทนประชาชน  โดยฟ้องศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองเมื่อเห็นว่ามีการออกกฎหมาย  กฎ  หรือคำสั่ง  หรือการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยไม่ต้องผ่านองค์กรอื่น (ข้อนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก)                ส่วนที่สำคัญที่สุดคือการบังคับใช้การทำให้รัฐธรรมนูญ  เป็นกฎหมายสูงสุดที่แท้จริง  มีความศักดิ์สิทธิ์จริง  ทุกฝ่ายปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด  ทั้งตามตัวอักษรและตามเจตนารมณ์  ไม่มีผู้กล้าละเมิด  แม้ว่าผู้นั้นจะมีอำนาจมากมายแค่ไหน  ผู้ที่บังอาจละเมิดรัฐธรรมนูญด้วยความจงใจจะต้องได้รับโทษ  จากการใช้รัฐธรรมนูญ 2540 ที่ผ่านมา  ไม่มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง  องค์กรผู้มีอำนาจตรวจสอบถูกแทรกแซง  ครอบงำโดยอำนาจอื่น  ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งของการทำรัฐประหาร  ปัญหาที่สำคัญที่สุดที่คนไทยเผชิญหน้าอยู่นี้คือ  ทำอย่างไรเราจึงจะได้องค์กรอิสระที่เป็นอิสระจริง  เป็นกลางทางการเมือง  และกล้าที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา  ที่จริงแล้วรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมาก่อนประกาศใช้ก็มีการต่อสู้ทางความคิด  เนื้อหาสาระกันเป็นด้านหลัก  นักการเมืองก็ต่างสู้กันเพื่อประเด็นที่ตัวเองต้องการ  ทหาร-ข้าราชการประจำก็จะต่อต้านประเด็นที่จะทำให้การเมืองก้าวหน้าขึ้น   อย่างเช่นนายกฯ ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง, แต่งตั้งวุฒิสมาชิก ฯลฯ  เรื่องสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน  การมีส่วนร่วม  การตรวจสอบยิ่งไม่ให้ความสำคัญแม้แต่น้อย  เพราะมองว่าประชาชนมีสิทธิมีเสียงแค่ไปหย่อนบัตรลงคะแนนเท่านั้น  ทุกอย่างในส่วนนี้จึงเป็นข้อความที่เรียกว่า  สำเร็จรูปแทบจะไม่ต่างกันสักฉบับ                รัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 ค่อยดีหน่อย  ซึ่งฉบับที่กำลังจะให้มีการลงประชามตินี้  ได้เพิ่มในส่วนที่ชัดเจนขึ้น  มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติมากขึ้น  เพราะที่ผ่านมารัฐธรรมนูญถูกกำหนดให้คนชั้นสูง  ทหาร  นักการเมืองโดยตรงที่จะเข้ามาใช้อำนาจ  และแสดงบทบาทเพียงเพราะได้ผ่านการเลือกมาเท่านั้น  จะด้วยวิธีไหน  อย่างไร  นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

                ทุกวันนี้กำลังจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้  แม้ว่าจะร่างเสร็จเรียบร้อย  แต่ยังมีขั้นตอนสำคัญคือการลงประชามติที่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย  รัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน  กำลังอยู่ในขั้นถกเถียงกันอย่างกว้างขวางของผู้คนในสังคม  มีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย  รัฐบาลและค.ม.ช.ก็พยายามเร่งรณรงค์ทุกวิธีทางให้ผ่านพ้นไปให้ได้  มีบางกล่มที่พยายามจะคว่ำรัฐธรรมนูญฉบับนี้  แม้จะมีเหตุผลต่างกัน  แต่ก็ประกาศชัดเจนว่าไม่เอาไม่รับ  และรณรงค์เคลื่อนไหวเพื่อไม่ให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน  กลุ่มที่คัดค้านไม่ค่อยได้เน้นถึงเนื้อหาสาระ  แม้ว่าจะมีกลุ่มอาจารย์บางส่วนจะพยายามชี้ถึงสาระที่เน้นให้เห็นว่าประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้  ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมจริงๆ  แต่ข้อสำคัญคือ  เป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการ  ซึ่งเอาเข้าจริงมันก็คือประเด็นนี้เป็นหลักมากกว่า  มีการเรียกร้องให้นำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 กลับมาใช้ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญปี 2550 ก็พัฒนามาจากข้อดีข้อด้อยของรัฐธรรมนูญปี 2540  หรือแม้กระทั่งยอมที่จะนำรัฐธรรมนูญฉบับ ค.ม.ช. มาใช้  หากไม่ผ่านประชามติ ค.ม.ช. ก็ต้องหยิบฉบับหนึ่งฉบับใดมาปรับปรุงใหม่  แล้วประกาศใช้ภายใน 30 วัน  จะทำให้เกิดปัญหาทางการเมืองอย่างแน่นอน  การต่อต้านจะขยายวงกว้างขึ้น  การเมืองมีสิทธิที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้  บรรดานักวิชาการที่ต่อต้านรัฐธรรมนูญฉบับนี้  ทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย  ทำให้เรื่องยุ่งๆ ทั้งหลายเกิดขึ้น  เพียงเพื่อจะเอาชนะอีกฝ่าย  การเมืองในอนาคตต่อไป  คิดว่าถ้ารัฐธรรมนูญผ่านไปได้  น่าจะทำให้ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดี  ในภาวะที่เป็นจริงที่เกิดความขัดแย้งกัน  คงต้องใช้เวลาที่จะให้ทุกฝ่าย สมานฉันท์กัน  การเลือกตั้ง  การมีรัฐบาลใหม่ต้องเกิดขึ้นแน่นอนเชื่อว่ารัฐบาลชุดใหม่จะนำพาประชาชาติให้ผ่านวิกฤตไปได้ด้วยดี  ถ้าปฏิบัติตามร่างรัฐธรรมนูญ 2550 อย่างเคร่งครัด  และนายกฯ ต้องมีเอกภาพในการบริหารประเทศ  ทหารต้องไม่เข้ามาแทรกแซงกับการเมือง

ผมมีความคิดเห็นว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฏหมายที่กำหนดกติกาทางการเมืองเป็นกติกาที่ใช้อำนาจจัดสรรผลประโยชน์ของประชาชนทุกคนภายในประเทศนี้เพราะการเป็นเรื่องที่เกียวกับการจัดสรรภาษีทีเก็บจากประชาชนจัดสรรกลับคืนในรูปแบบของบริการสาธารณะต่างๆตลอดจนแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนซึ่งการเป็นเรื่องของอำนาจที่ต้องดูแลทรัพยากรทั้งหมดของประเทศตลอดจนดูแลผลประโยชน์อื่นๆของประชาชนอีกมากมายประชาชนจะต้องมีสิทธิเสรีภาพมีความเสมอภาคการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนรัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตัดสินใจทางการเมืองและจัดบริการสาธารณะสามารถตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับแต่สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้รัฐธรรมนูญเป็นกฏหมายที่ศักดิ์สิทธิได้นั้นก็คือการมีจิตสำนึกทางการเมืองของประชาชนผู้เป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญซึ่งหมายถึงความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยสำนึกสาธารณะที่มีต่อบุคคลรอบข้างสำนึกสิทธิมนุษยชนสิทธิเสรีภาพตลอดจนตระหนักถึงหน้าที่พลเมืองตามระบอบประชาธิปไตยซึ่งประชาชนพึงมีซึ่งจะทำให้การบังคับใช้รัฐธรรมนูญและกฏหมายต่างๆมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามเจตนารมณ์ทีกำหนดไว้ซึ่งไม่เฉพาะประชาชนเท่านั้นนักการเมืองนักวิชาการและองค์กรทางการเมืองต่างๆสื่อมวลชนก็ต้องสร้างสำนึกเหล่านี้ขึ้นภายในตนเองและองค์กรพร้อมยอมรับการตรวจสอบซึ่งผลของการมีสำนึกทางการเมืองจะทำให้รัฐธรรมนูญเป็นกฏหมายที่มีประสิทธิภาพและรักษาสิทธิเสรีภาพให้กับคนในสังคมนำไปสู่การเคารพกติกาของรัฐธรรมนูญมากกว่าการนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองชนิดหนึ่งเท่านั้นแต่ถ้าใช้ประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมืองมากกว่าจะมองถึงปัญหาของบ้านเมืองก็จะนำไปสู่ความวุ่นวายทางการเมืองเขาสู่วงจรอุบาทว์วนเวียนไม่รู้จักจบสิ้นผลกระทบก็จะตกอยู่กับประชาชนและประเทศชาติ

ความคิดเห็นของผมคิดว่าการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นบนสถานการณ์ที่จะต้องนำพาประเทศไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์จัดให้มีการเลือกตั้งภายในปี พ.ศ.2550เพื่อที่จะแก้ปัญหารัฐธรรมนูญไทยในปี พ.ศ.2540 ที่ก่อให้เกิดการผูกขาดอำนาจรัฐและการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม การดำงานที่ขาดความโปร่งใสไม่มีคุณธรรม ระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐที่ล้มเหลว และการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนยังไม่ได้รับการคุ้มครองและส่งเสริมอย่างเต็มที่โดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีสาระที่จะมุ่งเน้นแก้ปัญหาดังกล่าวโดยมี 4 แนวทางด้วยกัน คือ

1.แก้ปัญหาการคุ้มครองส่งเสริมและการขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่

2.ลดการผูกขาดอำนาจรัฐและขจัดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม

3.การทำให้การเมืองมีความโป่รงใสและชัดเจนมากยิ่งขึ้น

4.ทำให้ระบบตรวจสอบการทำงานมีความเข็มแข็งและทำงานได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ

จากการใช้รัฐธรรมนูญ 2540 ที่ผ่านมา  ไม่มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง  องค์กรผู้มีอำนาจตรวจสอบถูกแทรกแซง  ครอบงำโดยอำนาจอื่น 

ในภาวะที่เกิดความขัดแย้งกัน  คงต้องใช้เวลาที่จะให้ทุกฝ่าย สมานฉันท์กัน  การเลือกตั้ง  การมีรัฐบาลใหม่ต้องเกิดขึ้นแน่นอนเชื่อว่ารัฐบาลชุดใหม่จะนำพาประชาชาติให้ผ่านวิกฤตไปได้ด้วยดี  ถ้าปฏิบัติตามร่างรัฐธรรมนูญ 2550 อย่างเคร่งครัดและเคารพกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยการไปเลือกตั้งที่จะมีใน

วันที่ 19 สิงหาคมนี้อนาคตของชาติอยู่ที่คุณจะเลือก

ความคิดเห็นของดิฉันเกี่วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ.2550มีขึ้นเนื่องข้อบกพร่องของฉบับพ.ศ.2540ที่ถูกนักการเมืงนำมาใช้ในทางที่ผิดซึ่งก่อให้เกิดวิกฤติต่างๆมากมายโดยเฉพาะในช่วง6ปีผ่านมาได้เกิดปัญหาทางการเมืองมากมายสาระสำคัญของฉบับปี2550มีข้อดีมากกว่าฉบับเก่าคือมุ่งแก้ไขปัญหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เรียกว่าดีกว่าฉบับเก่าในเรื่งของกฎข้อบังคับของนักการเมืองที่จะเข้ามาใหม่เพราะกติกาละเอียดเรื่องป้องกันการทุจริตและสามารถกดนักการเมืองด้วยคะแนนเสียงที่น้อยลงได้ง่ายขึ้นซึ่งจะทำให้การโกงกินยากขึ้นลดการทุจริตของบ้านเมืองและทำให้บ้านเมืองเดินหน้าและเจริญไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นแต่คิดว่าก็ยังมีข้อเสียอยู่บ้างจึงคิดว่าถ้านำร่างรัฐธรรมนูญใหม่มาใช้ก็คิดว่าคงจะมีการแก้ไขใหม่ในบางมาตารซึ่งต้องไปถกกันในสภาแน่นอนอยากให้เสร็จเร็วๆจะได้เลือกตั้งนายกใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศเจริญก้าวหน้า

“...รัฐธรรมนูญเป็นแกนกลางของการแสวงความเข้าใจถึงสถานภาพของสิทธิมนุษยชนในสังคมการเมืองหนึ่ง ๆ แต่การตั้งเป้าหมายทางวิชาการไว้เช่นนี้ ก็หมายความถึงด้วยว่า การศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องเป็นไปในลักษณะเชิงประจักษ์ สัมพันธ์ต่อสภาพความเป็นจริงของแต่ละบริบททางเศรษฐกิจและสังคม มิใช่โดยยึดติดอยู่กับหลักการหรือสมมติฐานอันเลื่อนลอย  หลักทฤษฎีหรืออุดมการณ์อาจนำมาใช้เป็นเกณฑ์คุณค่าหรือเป้าหมายที่จะพึงบรรลุถึงได้ ซึ่งก็เป็นสิ่งจำเป็นในการศึกษาสิทธิมนุษยชนและรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจประกอบกันไปก็คือเงื่อนไขทางเศรษฐกิจการเมืองซึ่งช่วยให้เกณฑ์คุณค่าหรือเป้าหมายนั้น ๆ เป็นไปได้ หรือเป็นไปไม่ได้ และอย่างไร..”

มหาชนคนไทยจะมีส่วนเข้าไปมีบทบาทหลักในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้อย่างเข้มข้นสักเพียงใดคงมิใช่เรื่องที่เพียงแต่รอให้ใครหยิบยื่นโอกาสให้ แต่มหาชนนั้นจะต้องก้าวเข้าไปอย่างกระตือรือร้น และควรทราบไว้ด้วยว่าที่ผ่านมา “การเมืองไทยกับพัฒนาการรัฐธรรมนูญ” มีลักษณะเป็นไปเช่นไร

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550มีขึ้นเนื่องจากข้บกพร่องของฉบับพ.ศ.2540ที่ถูกนักการเมืองนำมาใช้ในทางที่ผิด  ซึ่งก่อให้เกิดวิกฦติต่างๆมากมายโดยเฉพาะในช่วง6ปีผ่านสาระสำคัญของฉบับเก่าก็คือมุ่งแก้ไขปัญหาดังกลาวใน4แนวทางได้แก่
   1.การคุ้มครองส่งเสริมและขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเติมที่ซึ่งมีหลายประเด่นเช่นประชาชนมีสิทธิติดตามและร้องขอให้มีการตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐได้เป็นครั้งแรกการทำสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างประเทศที่มีผลกระทบต่อประชาชน  รัฐจะต้องให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นและต้องดูแลเยี่วยาผู้ได้รับผลกระทบด้วย  ให้สิทธิประชาชน 50,000 คน เข้าชื่อเพื่อขอเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เป็นต้น
   2.การลดการผูกขาดอำนาจรัฐ และขจัดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม เช่นประชาชนมีอำนาจรัฐที่ใช้อำนาจไม่เป็นธรรมได้ ลดจำนวนประชาชนในการเข้าชื่อเพื่อการถอดถอดนักการเมืองจาก50,000คนเหลือ20,000คน และเสนอกฎหมายใช้เพียง10,000คนให้ส.ส.มีอสระจากมติพรรคการเมืองและห้ามส.ส.และส.ว.แทรกแซงข้าราชการ เป็นต้น
   3.การทำให้การเมืองมีความโปร่งใสมีคุฌธรรมและจริยธรรม เช่น ห้ามผู้มีส่วนได้เสี่ยทางการเมื่องมีผลประโยชน์ทับซ้อนและกำหนดมาตรการเพื่อกีดกัน หากผู้นำมีความผิดก็สามารถถอดถอนได้ง่ายขึ้น เป็นต้น
   4.การทำให้ระบบตรวจสอบมีความเข้มแข็งและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมซึ่อแต่เดิมถูกแทรคแซงโดยอำนาจรัฐ ทำให้องค์กรอิสระมีความอ่อนแอแต่ก็มีหลายประเด็นที่ผมไม่เห็นด้วย เช่น การเลือกตั้ง ส.ส.แบบสัดส่วนซึ่งแต่ละภาคมีจำนวนประชากรไม่เท่ากันแต่ได้แบ่งสัดส่วนเท่ากัน หรือจะเป็นการเลือกส.จ.จังหวัดละ1คนเช่น   กรุงเทพฯมีประชากรมาก แต่ระนองมีประชากรน้อยซึ่งไม่เป็นธรรมเป็นต้นในร่างรัฐธรรมนูญฉับบนี้ ที่ร่างจาก ค.ม.ช ซึ่งต่างจากฉับบปี2540 ผู้ร่างมาจากการเลือกตั้งและเป็นตัวแทนมาจากประชาชน สำคัญคือ การจัดให้มีการลงประชามติเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตรัการเมืองไทย ซึ่งสิ่งที่ทุกคนจะสามารถใช้รับ หรือไม่รับส่วนที่ไม่เห็นด้วยก็จะสามาถแก้ไขในภายหลัง  แต่หากการลงมติไม่ผ่านปัญหาต่างๆคงค้างคาอยู่ อย่ากให้ผ่านไปได้ด้วยดี

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550มีขึ้นเนื่องจากข้บกพร่องของฉบับพ.ศ.2540ที่ถูกนักการเมืองนำมาใช้ในทางที่ผิด  ซึ่งก่อให้เกิดวิกฦติต่างๆมากมายโดยเฉพาะในช่วง6ปีผ่านสาระสำคัญของฉบับเก่าก็คือมุ่งแก้ไขปัญหาดังกลาวใน4แนวทางได้แก่
   1.การคุ้มครองส่งเสริมและขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเติมที่ซึ่งมีหลายประเด่นเช่นประชาชนมีสิทธิติดตามและร้องขอให้มีการตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐได้เป็นครั้งแรกการทำสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างประเทศที่มีผลกระทบต่อประชาชน  รัฐจะต้องให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นและต้องดูแลเยี่วยาผู้ได้รับผลกระทบด้วย  ให้สิทธิประชาชน 50,000 คน เข้าชื่อเพื่อขอเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เป็นต้น
   2.การลดการผูกขาดอำนาจรัฐ และขจัดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม เช่นประชาชนมีอำนาจรัฐที่ใช้อำนาจไม่เป็นธรรมได้ ลดจำนวนประชาชนในการเข้าชื่อเพื่อการถอดถอดนักการเมืองจาก50,000คนเหลือ20,000คน และเสนอกฎหมายใช้เพียง10,000คนให้ส.ส.มีอสระจากมติพรรคการเมืองและห้ามส.ส.และส.ว.แทรกแซงข้าราชการ เป็นต้น
   3.การทำให้การเมืองมีความโปร่งใสมีคุฌธรรมและจริยธรรม เช่น  ห้มผู้มีส่วนได้เสี่ยทางการเมื่องมีผลประโยชน์ทับซ้อนและกำหนดมาตรการเพื่อกีดกัน หากผู้นำมีความผิดก็สามารถถอดถอนได้ง่ายขึ้น เป็นต้น
   4.การทำให้ระบบตรวจสอบมีความเข้มแข็งและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมซึ่อแต่เดิมถูกแทรคแซงโดยอำนาจรัฐ ทำให้องค์กรอิสระมีความอ่อนแอ
   แต่ก็มีหลายประเด็นที่ผมไม่เห็นด้วย เช่น การเลือกตั้ง ส.ส.แบบสัดส่วนซึ่งแต่ละภาคมีจำนวนประชากรไม่เท่ากันแต่ได้แบ่งสัดส่วนเท่ากัน หรือจะเป็นการเลือกส.จ.จังหวัดละ1คนเช่น   กรุงเทพฯมีประชากรมาก  แต่ระนองมีประชากรน้อยซึ่งไม่เป็นธรรมเป็นต้น
    ในร่างรัฐธรรมนูญฉับบนี้ ที่ร่างจาก ค.ม.ช ซึ่งต่างจากฉับบปี2540  ผู้ร่างมาจากการเลือกตั้งและเป็นตัวแทนมาจากประชาชน สำคัญคือ การจัดให้มีการลงประชามติเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตรัการเมืองไทย ซึ่งสิ่งที่ทุกคนจะสามารถใช้รับ หรือไม่รับส่วนที่ไม่เห็นด้วยก็จะสามาถแก้ไขในภายหลัง 

     เห็นควรรับร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเมื่อมีการรับร่างรัฐธรรมนูญและมีการประกาศใช้ก็จะมีผลทำให้สามารถจัดการเลือกตั้งได้เร็วขึ้น และเมื่อได้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศ ก็จะส่งผลทำให้นักลงทุนต่างชาติเกิดความมั่นใจและเข้ามาลงทุนในประเทศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศไทยดีขึ้น

การร่วมร่างรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่เกิดปัญหาตามมากอย่างมาย บางกลุ่มก็ออกมาเพื่อรณรงค์ให้รับร่างรัฐธรรมนูญและบางกลุ่มก็รณรงค์ให้ไม่รับจึงอาจทำผู้คนสับสนแต่ดิฉันคิดว่าเราน่าจะยอมรับกันไปเพื่อจะได้มีการเลือกตั้งหาผู้นำมาดูแลประเทศเพราะในปัจจุบันนี้มีปัญหามากมายในสังคมของเราเราน่าจะคิดถึงสังคมส่วนรวมมากกว่าส่วนตนและอีกไม่ประเทศของเราก็อาจถอยหลังลงคลองได้

การร่วมร่างรัฐธรรมนูญก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งต่างๆมากมาย บางกลุ่มก็มีการออกมารณรงค์ให้รับร่างรัฐธรรมนูญและก็ยังมีอีกบางกลุ่มที่ออกมารณรงค์ไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญแต่ไม่ว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร ดิฉันอยากให้ทุกคนหันมาสนใจปัญหาในสังคมเราตอนนี้ว่ามีปัญหาเกิดขึ้นอย่างมากมายนับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารทำให้ประเทศของเราขาดผู้นำและส่งผลถึงสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างมากมายในสังคมนับวันมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นและการร่วมร่างรัฐธรรมนูญนี้ออกในรูปแบบไหนนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าประเทศของเราจะดีขึ้นกว่าเดิมเพราะถึงปัญหาการร่างรัฐธรรมนูญจะจบไปแต่ปัญหาการขัดแย้งของรัฐบาลก็ยังคงจะไม่จบลงอย่างง่ายดาย
ผมเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นจะเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างสถาบันทางการเมืองกับสถาบันทางราชการมากกว่าอย่างอื่น ข้าราชการเองก็เตรียมพร้อมที่จะรวมกลุ่มกัน และรักษาความอิสระมากขึ้น แทนที่จะยอมเป็นเครื่องมือของนักการเมืองอย่างที่เคยเป็นมา         
         การเมืองในระบบเลือกตั้งยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ผู้ที่เข้ามาอยู่ในระบบพรรคการเมืองยังคงเป็นคนกลุ่มเดิม พฤติกรรมการออกเสียงเลือกตั้งในเขตเมืองกับเขตชนบทยังคงแตกต่างกัน โดยคนในเมืองจะใช้สิทธิโดยคำนึงถึงผลงานของพรรค แต่ในชนบทการซื้อสิทธิขายเสียงยังคงมีอยู่อย่างแพร่หลายเหมือนเดิม         
         รัฐบาลใหม่น่าจะเป็นรัฐบาลผสม โดยรัฐบาลผสมนี้คงแสวงหาความสนับสนุนจากกลุ่มผู้นำในกองทัพ พรรคไทยรักไทยเดิมจะสลายตัวโดยบุคคลที่ไม่ได้รับผลสะเทือนจากการถูกกล่าวหาว่าทุจริต จะรวมกลุ่มกันตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยมีการระดมทุนใหม่
     ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 เป็นร่างที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ก่อให้เกิดการผูกขาดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม การดำเนินการทางการเมืองของนักการเมืองขาดความโปร่งใส ขาดคุณธรรมและจริยธรรม การใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนยังไม่ได้รับการคุ้มครองและส่งเสริมอย่างเต็มที่ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นร่างที่จะทำให้การเมืองโปร่งใส องค์กรอิสระเข้มแข็ง เพิ่มสิทธิเสรีภาพ ลดการผูกขาดอำนาจรัฐ ดังนั้น จึงคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดเพราะให้ประชาชนได้ลงมติก่อนประกาศเป็นรัฐธรรมนูญ
     ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 เป็นร่างที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ก่อให้เกิดการผูกขาดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม การดำเนินการทางการเมืองของนักการเมืองขาดความโปร่งใส ขาดคุณธรรมและจริยธรรม การใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนยังไม่ได้รับการคุ้มครองและส่งเสริมอย่างเต็มที่ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นร่างที่จะทำให้การเมืองโปร่งใส องค์กรอิสระเข้มแข็ง เพิ่มสิทธิเสรีภาพ ลดการผูกขาดอำนาจรัฐ ดังนั้น จึงคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดเพราะให้ประชาชนได้ลงมติก่อนประกาศเป็นรัฐธรรมนูญ
     ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 เป็นร่างที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ก่อให้เกิดการผูกขาดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม การดำเนินการทางการเมืองของนักการเมืองขาดความโปร่งใส ขาดคุณธรรมและจริยธรรม การใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนยังไม่ได้รับการคุ้มครองและส่งเสริมอย่างเต็มที่ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นร่างที่จะทำให้การเมืองโปร่งใส องค์กรอิสระเข้มแข็ง เพิ่มสิทธิเสรีภาพ ลดการผูกขาดอำนาจรัฐ ดังนั้น จึงคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดเพราะให้ประชาชนได้ลงมติก่อนประกาศเป็นรัฐธรรมนูญ
     ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 เป็นร่างที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ก่อให้เกิดการผูกขาดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม การดำเนินการทางการเมืองของนักการเมืองขาดความโปร่งใส ขาดคุณธรรมและจริยธรรม การใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนยังไม่ได้รับการคุ้มครองและส่งเสริมอย่างเต็มที่ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นร่างที่จะทำให้การเมืองโปร่งใส องค์กรอิสระเข้มแข็ง เพิ่มสิทธิเสรีภาพ ลดการผูกขาดอำนาจรัฐ ดังนั้น จึงคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดเพราะให้ประชาชนได้ลงมติก่อนประกาศเป็นรัฐธรรมนูญ
     ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 เป็นร่างที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ก่อให้เกิดการผูกขาดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม การดำเนินการทางการเมืองของนักการเมืองขาดความโปร่งใส ขาดคุณธรรมและจริยธรรม การใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนยังไม่ได้รับการคุ้มครองและส่งเสริมอย่างเต็มที่ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นร่างที่จะทำให้การเมืองโปร่งใส องค์กรอิสระเข้มแข็ง เพิ่มสิทธิเสรีภาพ ลดการผูกขาดอำนาจรัฐ ดังนั้น จึงคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดเพราะให้ประชาชนได้ลงมติก่อนประกาศเป็นรัฐธรรมนูญ
ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 เป็นร่างที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ก่อให้เกิดการผูกขาดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม การดำเนินการทางการเมืองของนักการเมืองขาดความโปร่งใส ขาดคุณธรรมและจริยธรรม การใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนยังไม่ได้รับการคุ้มครองและส่งเสริมอย่างเต็มที่ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นร่างที่จะทำให้การเมืองโปร่งใส องค์กรอิสระเข้มแข็ง เพิ่มสิทธิเสรีภาพ ลดการผูกขาดอำนาจรัฐ ดังนั้น จึงคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดเพราะให้ประชาชนได้ลงมติก่อนประกาศเป็นรัฐธรรมนูญ

ร่างรัฐธรรมนูญใหม่กับการเมืองไทย

 

1. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. … ซึ่งยกร่างโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แม้เนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นการนำโครงสร้างและสาระสำคัญตามรัฐธรรมนูญ 2540 ฉบับประชาชน มาแก้ไข/ปรับปรุง โดยเพิ่มสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้มากขึ้น แต่เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมแล้วจะเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ใน 2 ประการหลักคือ 1) ที่มาและกระบวนการจัดทำ และ 2) เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ สรุปประเด็นสำคัญ ดังนี้

1.1 ที่มาและกระบวนการจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ถูกร่างขึ้นตามคำสั่งของคณะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 หรือในนาม คปค.และ คมช. ตามลำดับ ผ่านรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) 2549 เริ่มตั้งแต่การกำหนดให้มีสมัชชาแห่งชาติ 2,000 คน คัดเลือกกันเองเหลือ 200 คนก่อนจะส่งให้ คมช.เลือก 100 คน เพื่อแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จากนั้น คมช. แต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน โดย ส.ส.ร.คัดเลือกกันเอง 25 คน และ คมช.แต่งตั้งอีก 10 คน เพื่อทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนนำเสนอให้ที่ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาให้ความเห็นชอบ

1.2 ผู้จัดทำร่าง คือ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในองค์กรที่เกิดขึ้นหลังจากการรัฐประหาร หรือองค์กรที่แม้มีอยู่ตาม รธน. ปี 40 แต่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร เป็นประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งขัดกับหลักการทั่วไป

1.3 การจัดทำรัฐธรรมนูญไม่เป็นไปตามต้องการหรือมีส่วนร่วมของประชาชน แม้จะเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน แต่ก็ไม่มีการนำไปเปลี่ยนแปลงเนื้อหาใด ๆ

1.4 เนื้อหาในร่างฉบับนี้หลายมาตรายังการเป็นถอยหลัง ได้แก่

1.4.1 การกำหนดเขตและสัดส่วน ส.ส. และระบบการเลือกไม่เหมาะสมหรือสะท้อนสร้างความเข้มแข้งของประชาธิปไตย เพราะมีเจตนาลดความเข้มแข็งของพรรคการเมือง โดยเฉพาะต้องการทำลายระบบบัญชีรายชื่อทำพรรคการเมืองไม่สามารถกำหนดนโยบายตอบสนองความต้องการของคนทั้งประเทศหรือทั้งภูมิภาคได้

1.4.2 ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา มาจากการสรรหา เกือบจำนวนกึ่งหนึ่งของสมาชิกวุฒิสภา และมีอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระ ถอดถอน นรม. และรัฐมนตรี ทั้งที่ไม่มีความเชื่อมโยงกับประชาชน หรือฐานความชอบธรรมมาจากการเลือกตั้ง

1.4.4 ให้องค์กรตุลาการยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมากเกินไป โดยเฉพาะการเป็นกรรมรสรรหาบุคคลในองค์กรอิสระ ซึ่งมีอำนาจสรรหามากกว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ซึ่งจะกระทบต่อความเป็นกลางและเชื่อถือของตุลาการในอนาคต

และเป็นการทำให้ดุลแห่งอำนาจเสียไป (บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ)

1.4.6 ในบทเฉพาะกาล

- ในมาตรา 308 การแต่งคณะกรรมการปฏิรูกฎหมาย

กลับกำหนดให้ ครม.ที่มาจากเผด็จการเป็นผู้แต่งตั้ง ทั้งที่ไม่มีความชอบธรรม เป็นการจงใจวางตัวบุคคลที่ในองค์กรปฏิรูปกฎหมาย เพื่อกุมอำนาจกำหนดทิศทางกฎหมาย

ของประเทศ

- การกำหนด มาตรา 309 ให้กระทำของ คมช. และองค์กรใด ๆ ที่เกิดคำสั่ง คมช. เป็นการกระทำที่ถูกต้องด้วยกฎหมาย เพื่อปกป้องตนเอง และทำให้รัฐประหารมีความชอบธรรมโดยปริยาย และเป็นการทำลายหลักกฎหมายสูงสุด ซึ่งกลายเป็นบรรทัดฐานของผู้จะก่อการรัฐประหารในอนาคต

………………………………………….

การที่มีการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี50มีสาระสำคัญ 4 ประการ คือ

1.การคุ้มครอง ส่งเสริม และขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่

2.การลดการผูกขาดอำนาจรัฐและขจัดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม

3.การทำให้การเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรมและจริยธรรม

4.การทำให้ระบบการตรวจสอบมีความเข้มแข็งและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จะเห็นได้ว่าสาระสำคัญทั้ง 4 ประการที่กล่าวมาเป็นการนำเอาปัญหาของรัฐธรรมนูญปี40 มาแก้ไขที่มีการก่อให้เกิดการผูกขาดอำนาจรัฐและการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม ระบบการตรวจสอบอำนาจรัฐที่ล้มเหลวและการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนยังไม่ได้รับความคุ้มครองและส่งเสริมอย่างเต็มที่รวมไปถึงการดำเนินการทางการเมืองที่ไม่โปร่งใสขาดคุณธรรมและจริยธรรมของนักการเมืองหลบเลี่ยงกฎหมายสร้างความร่ำรวยให้กับตัวเองและพวกพ้องรวมไปถึงการใช้อำนานใจการแทรกแซงองค์กรอิสระ

       ดังนั้นจากการที่ได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญปี50 มีสาระสำคัญที่ดีมากโดยเฉพาะการที่ให้นักการเมืองปฏิบัติและประพฤติตัวอยู่ในกรอบกฏหมายไม่ให้ใช้อำนาจรัฐอำนาจเงินมาเป็นบันไดสู่ถนนการเมืองซึ่งมีการกำหนดโทษไว้ค่อนข้างรุนแรงหากจับได้ว่ามีการ"ซื้อเสียง" หรือใช้เงินอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งในรัฐธรรมนูญปี 40 กำหนดเพียงว่า หากทุจริตการเลือกตั้งก็แต่แจก ใบเหลือง-ใบแดง หรือเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี ซึ่งเป็นเรื่องตัวบุคคลไม่เกี่ยวกับพรรค หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น แต่ ร่างรัฐธรรมนูญปี 50 นอกเหนือจากการลงโทษผู้กระทำความผิดแล้ว พรรคอาจจะต้องถูกยุบ หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคการเมืองก็จะถูกเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี ทันทีซึ่งถือว่าดีมาก ที่มีการกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานทางการเมือง แต่ถ้าจะให้การเมืองไทยดีขึ้น ต้องแก้ที่การ "ซื้อเสียง" ของนักการเมืองให้ได้ ซึ่งเมื่อป้องกันการซื้อเสียงของนักการเมืองได้ก็จะทำให้ได้คนดีเข้ามาสู่การเมืองไทยและยังแก้ปัญหาการ "ถอนทุน"ของนักการเมืองได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งการที่ได้คนดีเข้ามาบริหารประเทศชาตินั่นจะทำให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองต่อไป

ร่างรัฐธรรมนูญแห่งรชอณาจักรไทยพุทธศักราช2550มีสาระสำคัญที่ให้ประโยชน์ต่อประชาชน ดังต่อไปนี้คือ 1.คุ้มครองส่งเสริม ขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่

2.  ลดการผูกขาดอำนาจรัฐและเพิ่มอำนาจประชาชน

3.การเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรม และจริยะธรรม

4.ทำให้องค์กรการตรวจสอบมีความเป็นอิสระเข้มแข็งและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

รัฐธรรมนูญปี50ให้หลักประกันความมั่นใจแก่ประชาชนว่าจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยเห็ตผลที่ว่า 1.มีบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพพื้นฐานไว้อย่างครบถ้วน

2.แนวนโยบายแห่งรัฐซึ้งเป็นแนวทางในการตรากฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปในทางที่ทำให้ประชาชนอยู่ดี กินดี และบ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข

3.ประชาชนมีอำนาจเพียงพอในการติดตามตรวจสอบควบคุมการใช้อำนาจของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ

ปัญหาอยู่ที่ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับ2550ให้ประชาชนมีอำนาจในการตรวจสอบองค์กรการใช้อำนาจรัฐ แต่ถ้าประชาชนไม่มีอำนาจจริงหรือไม่เพียงพอแล้วประชาชนอาจถูกผู้รับผิดชอบบิดพริ้วใด้ภายหลัง

ประชาชนจึงไม่มีอำนาจดังต่อไปนี้

1.ประชาชนจำนวนมากไม่มีโอกาศใด้เรียนรู้อำนาจหน้าที่ทางการเมืองของตนเองในขณะที่หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ไม่จริงจังในการทำหน้าที่เพราะกลัวถูกประชาชนตรวจสอบการทำหน้าที่

2.การใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญของประชาชนในการตรวจสอบนักการเมืองไม่อาจทำใด้จริง

3.ไม่มีการส่งเสริมสนับสนุนและช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างเพยงพอในการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญประชาชนที่ใช้สิทธิต้องเป็นภาระอย่างมากทั้งด้านเวลาและทรัพย์

ถ้าอำนาจการตรวจสอบของประชาชนที่รัฐธรรมนูญเพิ่มอำนาจให้แก่ประชาชนเข้มแข็งจริงประชาชนทั่วไปที่ทำกิจกรรมการเมืองเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างเพียงพอ ประเทศไทยก็จะมีการเมืองและนักการเมืองที่สมบูรณ์แบบสามาถรนำพาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองต่อไอกนานเท่านาน

 

                                                 

ร่างรัฐธรรมนูญใหม่กับการเมืองไทยที่เกี่ยวกับวิชาการวิเคราะห์นโยบาย                                ความเป็นเอกราชของชาติในอดีต ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ปัจจุบัน
เกิดความแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจนมากขึ้น การถดถอยทางด้านเศรษฐกิจของไทย ได้นำเสนอประเด็นหลักใหญ่ ๆ คือ ประชาชนต้องมีเครื่องมือในการดำเนินการต่าง ๆ ในการมีส่วนร่วมในนโยบายสาธารณะได้   ควรตั้งกฤษฎีกาภาคประชาชน เพื่อปกป้องการละเมิดสิทธิของประชาชนและนโยบายสาธารณะ ต้องมีสถานีวิทยุโทรทัศน์สาธารณะ  องค์การอิสระเพื่อผู้บริโภค  มีกลไกในระบบราชการ
เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเปิดเผย

                                รัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่สามารถป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง การคอรัปชั่น เกิดความ
แตกแยกในสังคมได้
  สิ่งเหล่านี้รัฐธรรมนูญปี 2550  จะต้องสกัดกั้นสิ่งที่ผิดพลาดดังกล่าวให้ได้
โดยการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายสาธารณะ ได้แก่ การให้สิทธิชุมชน  การเปิด
โอกาสให้หน่วยงาน คณะกลุ่มบุคคลมีส่วนร่วม ความเป็นอิสระในการเปิดรับข้อมูลข่าวสาร รวมทั้ง
มีแนวทางในการปฏิรูปสื่ออย่างชัดเจน
  การเกิดของการเมืองของภาคพลเมือง
                                ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้น ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง
ในทุกขั้นตอนของกระบวนการนโยบายสาธารณะ (
Public Policy Process)  ตามที่กล่าวข้างต้น เพื่อให้ได้มาซึ่งมาตรการ และเครื่องมือทางนโยบาย  (Policy Measure & Instrument)  ที่ตรงกับประเด็นสาธารณะ และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จนสามารถบรรลุเป้าหมายที่พึงประสงค์ได้ เหตุผลดังกล่าวนำไปสู่หลักการของการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการนโยบายสาธารณะ อย่างไรก็ตาม  หลักการดังกล่าวจะสัมฤทธิ์ผลได้จะต้องอาศัยกลไก (Mechanisms) และกระบวนการมีส่วนร่วม  (People’s Participation Process)  ของประชาชนที่ชัดเจนและเหมาะสมในการผลักดันกระบวนการนโยบายสาธารณะดังนี้
                                1.  ควรดำเนินการผลักดันให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการนโยบายสาธารณะ เพราะจะมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน และความมั่นคงของประเทศชาติบ้านเมือง
ซึ่งการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายสาธารณะในขั้นตอนต่างๆ อาจสามารถดำเนินการ
ได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น รณรงค์ให้ประชาชนมีจิตสำนึกในการมีส่วนร่วม ส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย มีระบบการสื่อสารสาธารณะ รวบรวมประเด็นนโยบายสาธารณะ และการออกกฎหมายหรือพระราชบัญญัติ  เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

                                2. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ได้ระบุไว้ในมาตรา 76 ว่า
                                               
รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจทางการเมือง การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง รวมทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ    หลักการและเจตนารมณ์ของมาตราดังกล่าว ควรสืบทอดต่อไปยังรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ. 2550 เพราะถือเป็นการกำหนดให้เป็นแม่บทสำหรับการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ อย่างไรก็ตาม ควรมีการแก้ไขปรับปรุง เพื่อให้มีความชัดเจนโดยให้มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และกำหนดระยะเวลาของการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ รวมทั้งให้มีเจ้าภาพที่จะรับผิดชอบเกี่ยวกับการส่งเสริมประชาชนให้มีส่วนร่วม โดยเชื่อมโยงกับองค์กรภาคประชาชนในพื้นที่ เช่น สภาพัฒนานโยบายสาธารณะ ซึ่งจะเป็นนวัตกรรมของการจัดการนโยบายของประเทศ และควรส่งเสริมให้มีเครือข่ายของภาคประชาชนในการมีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมาย การเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการต่างๆ มีการรับรองสถานะของเครือข่ายภาคประชาชน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดบริการสาธารณะ และในเรื่องที่มีผลกระทบต่อภาคประชาชน ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินผลการดำเนินนโยบายหรือโครงการต่างๆ นอกจากนั้นก็ควรมีองค์กรอิสระในการทำหน้าที่จัดประชาพิจารณ์ที่มีสัดส่วนของภาคประชาชนในระดับที่เหมาะสม เป็นต้น
                                3.  ควรดำเนินการให้ความรู้เรื่องนโยบายสาธารณะแก่ประชาชน ส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยเฉพาะสิทธิด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ สิทธิในการแสดงความคิดเห็น รวมถึงสิทธิชุมชนในการบริหารจัดการตนเอง พัฒนาองค์ความรู้และระบบฐานข้อมูลด้านนโยบายสาธารณะ โดยรวบรวมประเด็นสาธารณะต่างๆ และส่งเสริมการเมืองภาคประชาชนให้มีความเข้มแข็ง นอกจากนั้นในการส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตยควรให้ความสำคัญกับการให้การศึกษาแก่ประชาชน โดยเฉพาะการศึกษานอกระบบ
                                โดยสรุป ประเทศไทย  จำเป็นต้องมีกลไกหรือองค์กรอิสระ  เช่น  สภาพัฒนานโยบายสาธารณะ ที่จะสามารถดำเนินภารกิจเฉพาะในด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงครบทุกขั้นตอนของกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะ ทั้งนี้ กลไกหรือองค์กรดังกล่าว ควรบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างเป็นรูปธรรม และ รัฐธรรมนูญควรระบุประเด็นด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหมวดหนึ่งโดยเฉพาะ นอกจากนั้นรัฐธรรมนูญแต่ละมาตราควรจะเขียนไว้ไม่ให้ยืดยาวเกินความจำเป็น แต่จะต้องมีการบันทึกเจตนารมณ์ของแต่ละมาตราโดยละเอียดประกอบไว้ด้วย----------------------- 
ร่างรัฐธรรมนูญใหม่กับการเมืองไทยที่เกี่ยวกับวิชา
การวิเคราะห์นโยบาย
   (ลืมใส่เลขประจำตัวนักศึกษาค่ะ)
ส่วนตัวของดิฉันเองคิดว่า ร่างรัฐธรรมนุญฉบับใหม่นี้ ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการออกประชามติ เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ก็แล้วแต่ตัวเราเอง  แต่สาระสำคัญที่ให้ประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง คือ คุ้มครอง ส่งเสริม ขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่  ลดการผูกขาดอำนาจรัฐและเพิ่มอำนาจของประชาชชน  การเมืองจะมีความโปร่งใส มีคุณธรรม และจริยธรรม  ทำให้องค์กรตรวจสอบมีความอิสระเข้มแข็ง และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ  เนื้อหาสาระต่าง ๆ เมื่อพิจารณาดูแล้วเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญฯ 2550 ให้หลักประกันความมั่นใจแก่ประชาชนว่าจะต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น   แต่มีปัญหาท่ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฯ2550 ประชาชนมีอำนาจเพียงพอในการติดตามตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้เป็นไปตามรัฐธรรมนุญหรือไม่ เพราะภ้าประชาชนไม่มีอำนาจจริง และไม่มีอำนาจพอ ผู้รับผิดชอบสามารถบิดพลิ้วได้อย่างสบายในภายหลังเหมือนกับรัฐธรรมนูญฯ 2540  แต่ถ้าอำนาจที่รัฐธรรมนูญฯ 2550 ให้แก่ประชาชนมีความเข้มแข็งจริง ประชาชนก็สามารถทำกิจกรรมการเมืองได้อย่างเต็มที่ เพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างเพียงพอ ประเทศไทยก็จะมีการเมือง  นักการเมืองที่ดีและสมบูรณ์แบบ  จะนำให้ประเทศชาติมีความเจริญก้าวหน้า  มิใช่ถอยหลังอย่างปัจจุบันนี้

          ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ร่างขึ้นมาในสถานการณ์ที่ต้องพาประเทศไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยจะจัดให้มีการเลือกตั้งภายในปี 50 แก้ปัญหาของรัฐธรรมนูญ ปี 40 ที่ก่อให้เกิดการผูกขาดอำนาจรัฐและใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม การดำเนินการทางการเมืองขาดความโปร่งใส ไม่มีคุณธรรมและจริยธรรม การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐล้มเหลว สิทธิและเสรีภาพของประชาชนยังไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่        

          ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 มีสาระสำคัญในการแก้ปัญหา 4 ประการ

          1. การคุ้มครอง ส่งเสริม และการขยายสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่

          มีการเพิ่มสิทธิและเสรีภาพของประชาชนมากกว่าฉบับปี 40 เช่นได้รับการศึกษาฟรี 12 ปี บุคคลไร้ที่อยู่จะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ  ประชาชนหนึ่งแสนคนเข้าชื่อเพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้

          2. ลดการผูกขาดอำนาจรัฐและขจัดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม

          โดยการสร้างอำนาจทางการเมืองมีส่วนร่วมในทางการเมือง มีการฟ้องร้องรัฐที่ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม กำจัดการผูกขาดอำนาจรัฐซึ่งในรัฐธรรมนูญปี 40 มีการผูกขาดอำนาจรัฐมากมาย และมีการห้าม ส.ส. และ ส.ว. ก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการหรือการดำเนินงานของ ขรก.

          3.ทำให้การเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรมและจริยธรรม

          มีการแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะต้องเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับรู้

          4.ทำให้ระบบตรวจสอบมีความเข้มแข็งและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          มีการปรับปรุงองค์กรตรวจสอบโดยการกำหนดให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา ฯลฯ เป็นคณะบุคคลสรรหาองค์กรอิสระ มีการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ การให้ใบแดง ใบเหลือง ของ กกต. สามารถอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภามีอำนาจตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ที่มิชอบด้วยกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ

          จากร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ดังกล่าว จะเห็นได้ว่า แม้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมาจากการรัฐประหาร มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยนำรัฐธรรมนูญปี 40 มาเป็นตัวตั้ง และแก้ไขจุดอ่อนของฉบับดังกล่าวจนได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในส่วนที่ห้ามนักการเมืองแทรกแซง ขรก.ประจำนั้น ได้ห้ามเฉพาะการแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์ของตนเองเท่านั้น ในเรื่องของการสรรหาองค์กรอิสระก็ไม่ได้ทำให้สถาบันตุลาการมีอำนาจมากขึ้น หากแต่ให้อำนาจประชาชนสามารถลงชื่อถอดถอนศาลฎีกาได้

          จึงมีความคิดว่า ถึงแม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด แต่ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดของการกลับคืนมาของอำนาจประชาชนอย่างราบรื่น ชัดเจน แน่นอน และทำให้ คมช. สิ้นสุดสภาพลงไป จึงน่าจะให้มีการรับร่างรัฐธรรมนูญไว้ก่อน จากนั้นก็ค่อยมาแก้ไขในภายหลังในส่วนที่ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 

 

 

 

ในแนวความคิดของข้าพเจ้า คิดว่า การที่ให้ประชาชนชาวไทยมีสิทธิออกเสียงประชามติเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฯ ปี 2550 เป็นสิ่งที่ดี และประชาชนทุกคนควรที่จะไปใช้สิทธินั้นด้วย   ร่างรัฐธรรมนูญฯ ปี 2550 มีสาระสำคัญที่ให้ประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง โดยมีการคุ้มครอง ส่งเสริม ขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่  ลดการผูกขาดอำนาจรัฐและเพิ่มอำนาจให้ประชาชน  การเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรม และจริยธรรม  ทำให้องค์กรตรวจสอบมีอิสระเข้มแข็งและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ  ทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น   แต่ถ้าอำนาจตรวจสอบของประชาชนมีรัฐธรรมนูญที่เพิ่มอำนาจให้ประชาชนจริง  ประเทศไทยก็จะมีการเมือง  มีนักการเมืองที่สมบูรณ์และจะนำพาประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้า    เราอยากให้ประเทศชาติมีความสงบโดยเร็ว  

"คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกี่ยวกับการเมืองของไทยในขณะนี้และในอนาคตต่อไป โดยชี้ให้เห็นด้วยว่าจะสามารถเป็นกฎกติกานำพาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปได้แค่ไหนเพียงไรซึ่งจะพิจารณาในแง่ทฤษฎีการเมืองหรือแนวนโยบายแห่งรัฐก็ได้"

 ตอบ  ขอกล่าวว่า "ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ( ฉบับลงประชามัติ ) ซึ่งได้มีการเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ และใช้เป็นความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมมากขึ้น ซึ่งควรที่จะเป็น

          การที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหลายครั้ง ก็เป็นไปตามความเหมาะสมแก่สภาวการบ้านเมือง และกาลสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป

          ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ได้มีการเน้นย้ำคุณค่าและความสำคัญของคุณธรรม จริยธรรม และแนวทางการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีอันเป็นหลักจรรโลงชาติ

          และข้าพเจ้าได้ศึกษาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พอได้ใจความว่า สาระสำคัญ ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มุ่งที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยดำเนินการใน 4 แนวทางด้วยกัน คือ

          (1)  การคุ้มครอง ส่งเสริมไ และขยายสิทธิ และเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่

          (2)  การลดการผูกขาดอำนาจรัฐและขจัดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม

          (3)  การทำให้การเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรม และจริยธรรม

          (4)  การทำให้ระบบตรวจสอบมีความเข้มแข็ง และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในแต่ละข้อ ก็มีความน่าสนใจ และรายละเอียด ย่อย ขยายความมากยิ่งขึ้น อาทิ เช่น

          1  เพิ่มสิทธิในกระบวนการยุติธรรม โดยการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว ทั่งถึง โดยเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และทุพพลภาพ ได้รับการคุ้มครองในการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีอย่างเหมาะสม (มาตรา  40) และที่สำคัญ คือ ประชาชนมีสิทธิฟ้องศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเองได้เป็นครั้งแรก ( มาตรา 212 )

           เห็นได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้มีความชัดเจนด้านเนื้อหาสาระมากขึ้นแต่ถึงอย่างไรก็ตามไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะเลิศเลอขนาดไหน แต่หากหลักความเป็นจริงกระทำไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ และที่สำคัญไปกว่านั้น หากประชาชนทุกคนไม่ใช้สิทธิที่ตนมีอยู่แล้วละก็ กลุ่มปัญญาชนทั้งหลายที่เรียกตนเองว่า              " ปัญญาชน " อาจใช้หรือใช้แทนคนอื่น ๆ ด้วยสร้างความวุ่นวายให้กับชาติบ้านเมือง และถึงแม้ว่าชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ฯลฯ จะมีความรู้น้อย แต่ถ้าสนใจและใส่ใจ เป็นผู้เล่นแทนผู้ดูจะดีมากกว่าเดิมที่เป็นอยู่ ก็เป็นที่แน่นอนว่าจะไม่มีนักการเมืองหน้าไหน เข้ามาแอบอ้างใช้สิทธิของคนไทยทุกคนได้เป็นอันขาด หากเรารวมใจกันแล้วไฉนเลยชาติบ้านเมืองจะไม่เจริญรุ่งเรือง

         นโยบายพื้นฐานแห่งรัฐเป็นบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งใช้เป็นแนวทางสำหรับ    การตรากฏหมายและกำหนดนโยบาย โดยถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ.2492 เป็นครั้งแรกในหมวดที่ 5ว่าด้วย แนวนโยบายแห่งรัฐ

       จากการอ่านร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ด้ให้ประกันความมั่นใจแก่ประชาชนว่าจะให้ความเป็นอยู่ที่มั่นคงดังนี้

  1. มีบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพพื้นฐานใว้อย่างครบถ้วน
  2. ประชาชนมีอำนาจอย่างเพียงพอในการติดตามตรวจสอบควบคุมการใช้อำนาจของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้เป็นไปอย่างถูกต้อง

        แต่ปัญหาว่าร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ให้ประชาชนมีอำนาจในการติดตามตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐเพียงพอหรือไม่ เพราะถ้าไม่มีอำนาจจริง ผู้รับผิดชอบก็สามารถเปลี่ยนแปลงภายหลังได้ เช่นกับรัฐธรรมนูญปี 2540 เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นอำนาจที่เกินกำลังของประชาชนทั่วไปในการเข้าถึง จึงเป็นผลดีสำหรับประชาชนส่วนน้อย แม้จะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญจริง แต่ก็ยากที่จะเป็นจริงในทางปฏิบัติ

สรุป ถ้าอำนาจตรวจสอบที่รัฐธรรมนูญเพิ่มให้แก่ประชาชนเข้มแข็งจริงประชาชนทั่วไปที่ทำกิจกรรมทางการเมืองเพื่อประโยชน์อย่างเพียงพอ ประเทศไทยก็จะมีการเมืองที่ดีและสามารถนำพาให้ประเทศเจริญรุ่งเรืองต่อไป

จากร่างรัฐธรรมนูญปี2550นั้นจะมีสาระที่ดีสำหรับที่จะทำให้ประเทศไทยมีการปกครองที่ดีและมีเนื้อหาสาระที่ดีกว่ารัฐธรรมนูญยปี2540แต่รัฐธรรมนูญปี2550จะเกิดจากความเผด็จการมากกว่ามาจากประชาชน

สรุปได้ว่ารัฐธรรมนูญต้องมีการตรวจสอบอย่างชัดเจนและโปร่งใสจึงจะทำให้รัฐธรรมนูญ2550เป็นที่ยอมรับของประชาชน่่ 

กระผมเห็นว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากเผด็จการไม่ได้มาจากประชาชนโดยตรงร่างรัฐธรรมนูญจึงไม่สมบูรณ์แบบเหมือนรัฐธรรมนูญฉบับของประชาชน

จากที่ได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญใหม่(ฉบับชั่วคราว)พุทธศักราช2549เพื่อให้ประชาชนทราบและลงมติโดยทั่วกันว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบแล้วนั้นในส่วนตัวก็มีความคิดเห็นว่าเป็นร่างบรัฐธรรมนูญที่บ่งบอกถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ดีพอสมควรมีการส่งเสริมให้ประชขาชนได้มีบทบาทในการตรวจสอบการใช้อำนาจชัดเจนมากขึ้นแต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญทั้งหมดยังคงมีเพียงบางข้อบางส่วนที่อ่านแล้วยังไม่ค่อยชอบอยู่บ้างแต่เมื่อพิจารณาภาพรวมแล้วก็นับว่าน่าจะมีความเหมาะสมที่จะนำไปใช้ได้เป็นอย่างดีเนื่องจากในสภาวะบ้านเมืองในปัจจุบันที่มีความสับสนวุ่นวายที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขหากปล่อยไว้หากวันเข้าอาจส่งผลต่อทุกด้านเพราะฉะนั้นกระผมเลยคิดว่าน่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็ววันเพื่อแก้ไขสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันให้มีความสงบโดยเร็ว

ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เรียกว่าดีกว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันในเรื่องของกฎข้อบังคับของนักการเมืองที่จะเข้ามาใหม่เพราะกติกาละเอียดเรื่องป้องกันการทุจริตและสามารถปลดนักการเมืองด้วยคะแนนเสียงที่น้อยลงได้ง่ายขึ้นซึ่งจะทำให้การโกงกินยากขึ้นลดการทุจริตของบ้านเมืองและทำให้บ้านเมืองเดินหน้าและเจริญไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นแต่คิดว่ายังวมีข้อเสียอยู่บ้างจึงคิดว่าถ้านำร่างรัฐธรรมนูญใหม่มาใช้ก็คิดว่าคงจะมีการแก้ไขใหม่ในบางมาตราซึ่งต้องไปแก้ไขใหม่ในอนาคต

ในร่างรัฐธรรมนูญใหม่เรียกว่าดีกว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ปัจจุบันในปัจจุบันในเรื่องของกฎข้อบังคับของนักการเมืองที่จะเข้ามาใหม่เพราะกติกาละเอียดเรื่องป้องกันการทุจริตและสามารถปลดนักการเมืองด้วยคะแนนเสียงที่น้อยลงได้ง่าขึ้นซึ่งจะทำให้การโกงกินยากขึ้นการทุจริตของบ้านเมืองและทำให้บ้านเมืองดีขึ้นและนำมาแก้ไขบ้านเมืองในปัจจุบันให้มีความสงบ

ดิฉันเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ร่างขึ้นมานี้เพื่อให้ประชาชนทราบและร่วมลงมติโดยทั่วกันว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบดิฉันคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญที่บอกถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ดีพอสมควรแต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าดิฉันจะเห็นชอบทั้งหมดยังมีบางข้อบางส่วนที่ไม่ค่อยพอใจอยู่บ้างแต่ภาพรวมแล้วก็มีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ได้เป็นย่างดี

ดิฉันได้อ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่(ฉบับชั่วคราว)พุทธศักราช2549เพื่อให้ประชาชนทราบและลงประชามติโดยทั่วกันว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบแล้วนั้นในส่วนตัวก็มีความคิดเห็นว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่บ่งบอกถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ดีพอสมควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนได้มีบทบาทในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐชัดเจนมากยิ่งขึ้น

การร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี50มีสาระสำคัญที่ให้ประโยชน์ต่อประชาชนและอีกทั้งได้มีการตรวจสอบข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญไทยปี40 แล้วนำมาแก้ไขและปรับปรุงเพิ่มเติมโดยให้สิทธิเสรีภาพของประชานชนมากขึ้นโดยที่รัฐธรรมนูญปี40นั้นได้ถูกนักการเมืองนำมาใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยเห็นเด่นชัดในช่วง5-6ปีที่ผ่านมีเหตุการณ์ที่การดำเนินการทางการเมืองของนักการเมืองขาดความโปร่งใส ขาดคุณธรรมและจริยธรรมและได้แทรกแซงองค์กรต่างๆและการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนยังไม่ได้รับการคุ้มครองและส่งเสริมอย่างเต็มที่ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญปี50 ได้มีการแก้ไขเพื่อให้ประชาชนมีความเข้มแข็งจริง ประชาชนก็สามารถทำกิจกรรมการเมืองได้อย่างเต็มที่ เพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างเพียงพอ  นักการเมืองที่ดีและสมบูรณ์แบบซึ่งจะนำให้ประเทศชาติมีความเจริญก้าวหน้าต่อไป 

  • อำนาจนิติบัญญัติให้ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ รมช. หรือผู้ช่วยรัฐมนตรี โดยอาจกำหนดสัดส่วนกับสส.บัญชีรายชื่อ เหตุผล เพื่อให้มีแนวทางเลือกบุคคลท่มีคุณสมบัติที่ดี มีความสามารถสูง มีอุดมการณ์เมื่อบ้านเมือง มาบริหารบ้านเมือง ( ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับเงินลงขันให้กับพรรคการเมือง ) อำนาจบริหารผู้บริหารคารมีคำสาบานตนก่อนเข้ารับตำแหน่ง และมีพิธีแช่งตัวเองถ้ามีการทุจริต และผู้นำฝ่ายค้านก็ควรมีคำสาบานตนเช่นกันถ้าไปกล่าวหาโดนไม่สุจริตใจ ไม่มีเหตุผลเพียงพอ และส่อไปในทาง ไร้คุณธรรมจริยธรรม และมีบทลงโทษที่รุนแรงถ้าผู้บริหารเหล่านี้กระทำความผิดโดยตรึกตรองไว้ก่อน ประพฤติผิดศีลธรรมและกฏหมาย อำนาจตุลาการประชาชนสามารถปลด ถอดถอน ประธานศาลต่างๆได้ และต้องยอมรับคำวิจารณ์ของประชาชนได้ สถาบันการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญลำดับแรกจริงๆต้องให้เกิดความถูกต้องในคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นสมาชิกพรรคการ เช่น ได้เสียเงินค่าธรรมเนียมแรกเข้า มีลายมือชื่อในบัตรสมัครถูกต้อง มีบัตรสมาชิกพรรคการเมืองถูกต้อง มีรูป ที่สำคัญสมาชิกทุกคนต้องเสียเงินบำรุงพรรคทุกเดือนหรือทุกปีติดต่อกัน และการประชุมใหญ่สมาชิกพรรคการเมืองต้องกระทำให้ถูกต้องตามกฏข้อบังคับพรรคการเมือง
    สิทธิเสรีภาพและบทบาทภาคประชาชน
    ให้เพิ่มบทลงโทษผู้กระทำความผิดอันก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจของผู้อื่น เช่น แก๊งซิ่งกวนเมือง แก๊งอาชญากรเด็ก โดยให้เอาผิดพ่อแม่และผู้ปกครองด้วย
    กรณีผู้ที่กระทำผิดทางอาญาที่เป็นเด็กหรือเยาวชน ที่กระทำผิดโดยมีการวางแผนและหรือได้ไตร่ตรองไว้ก่อน หรือกระการโดยร่วมกันกระทำมากกว่าหนึ่งคนให้ถือเป็นความผิดเทียบเท่าผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้วนั้นได้กระทำให้เพิ่มสิทธิในการป้องกันและหรือปกป้องคุ้มครองชีวิตของตนเองและหรือบุคคลและทรัพย์สินอันเป็นที่รัก ทั้งอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ ทั้งในสถานที่ส่วนบุคคลและสถานที่สาธารณะ โดยให้ได้รับความคุ้มครองในรัฐธรรมนูญ ให้มิต้องถูกกล่าวหาในคดีทั้งทางแพ่งและอาญา หากได้รับการคุกคามโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ชอบธรรมในทุกกรณี ไม่ว่าผู้ที่กระทำการเพื่อป้องกันและหรือปกป้องคุ้มครองชีวิตของตนเองและหรือบุคคลและทรัพย์สินอันเป็นที่รักฯนั้น จำต้องกระทำเพื่อการฯดังกล่าวจนถึงขั้นที่ทำให้ผู้บุกรุกและหรือคุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สินนั้น ต้องได้รับบาดเจ็บ สาหัส พิการทุพลภาพ หรือเสียชีวิต

  • การร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้จำเป็นจะต้องกำหนดเงื่อนไขบางอย่างเป็นพิเศษมากกว่าปกติ เนื่องจากเพิ่งผ่านการยึดอำนาจมาไม่ถึงหนึ่งปี ซึ่งรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้บัญญัติให้นายกรัฐมนตรีมาจากการรับสมัครเลือกตั้งจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่า เป็นการต้องการให้มีการสืบทอดอำนาจ
    "
    ในทัศนะคติคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องบัญญัติให้นายกรัฐมนตรีมาจากการสมัครรับเลือกตั้งจาก .. แต่เมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดแล้ว เชื่อว่าไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายไปบังคับทุกเรื่อง เพราะตอนนั้นคนจะตระหนักได้ว่า ควรทำอย่างไร แต่รัฐธรรมนูญครั้งนี้ คงต้องบัญญัติเอาไว้ให้ชัดเจนเป็นพิเศษว่า นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการรับสมัครเลือกตั้งจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น
    การมาทำงานด้านการเมืองต้องมีความเป็นมืออาชีพ เพราะการเมืองไม่ใช่ของเล่น จำเป็นจะต้องมีคนที่มีความสมัครใจ และมีความตั้งใจ รวมทั้งต้องเข้าใจกลไกบริหารบ้านเมือง จะต้องอาศัยคนที่มีประสบการณ์เข้ามาทำงาน ซึ่งเข้าใจดีว่าคนสนใจการเมืองมาก แต่ไม่อยากเข้ามาเล่นการเมือง เนื่องจากภาพการเมืองมีภาพลบ ต้องแสดงตัวเปิดเผยทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์และเหนื่อยในการเลือกตั้ง
    ดังนั้นอยากให้น้อมนำพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เคยพระราชทานไว้ว่า การส่งเสริมคนดีให้ได้ปกครองบ้านเมืองให้เป็นปกติสุข ตรงนี้ผู้ที่ร่วมร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรได้ตระหนักตรงนี้เอาไว้ด้วย อย่างไรก็ตามอย่าได้หวังว่า การเชิญบุคคลภายนอกที่ไม่ผ่านการสมัครรับเลือกตั้งมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วจะดี เพราะเขาจะไม่มีสำนึกรับผิดชอบในการบริหารเหมือนกับผู้ที่ผ่านการเลือกตั้ง
    ในอดีตภายหลังการทำปฏิวัติรัฐประหารทุกครั้งจะมีการเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อการสืบทอดอำนาจ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มักต้องการนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนดีมีความซื่อสัตย์สุจริตมีสำนึกในความเป็นประชาธิปไตยเข้ามาบริหารประเทศ แม้ว่าในความเป็นจริงไม่มีใครสมบูรณ์แบบ 100 % ดีไปหมดทุกอย่าง
    แต่ในที่สุดแล้วคุณสมบัติเหล่านี้สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ สิ่งที่คนให้ความสนใจเป็นเรื่องการบัญญัติให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเป็นส..ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะไม่ใช่ว่า เมื่อเขียนบทบัญญัติเอาไว้แล้วจะไม่เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร
    ดังนั้นควรเขียนบัญญัติเอาไว้ว่า ถ้าในภาวะที่เกิดวิกฤติประเทศชาติไม่มีทางออกให้ประชาชนเป็นผู้ลงประชามติเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อไม่เปิดโอกาสให้มีนายกรัฐมนตรีจากคนภายนอกเข้ามาทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีในภาวะวิกฤติเกิดปัญหา
    การที่ต้องเขียนรัฐธรรมนูญให้นายกรัฐมนตรีมาจาก ส.. เป็นเพราะว่าที่ผ่านมามีการแย่งชิงอำนาจระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายข้าราชการกลุ่มเดียว ซึ่งปัจจุบันได้มีข้าราชการหลายกลุ่มเข้าร่วมด้วย

    ดังนั้นการร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ควรคิดถึงบริบทสถานการณ์ทางการเมืองที่ปัจจุบันเกิดความแตกแยกด้วย การเขียนรัฐธรรมนูญที่เปิดช่องทางให้ส..เป็นนายกรัฐมนตรีจะนำไปสู่การทำรัฐประหารได้ ตั้งแต่การทำรัฐประหาร 2549 ถึงปัจจุบัน พบว่าขณะนี้สังคมไทยกำลังเกิดความแตกแยก เป็นฝ่ายที่ชอบ พ...ทักษิณ และไม่ชอบ พ...ทักษิณ พร้อมที่จะเกิดความขัดยังตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญเห็นปัญหาและเงื่อนไขที่ทำให้เกิดความรุนแรงก็จะต้องนำมาพิจารณา ซึ่งการกำหนดให้นายกรัฐมนตรีมาจาก ..เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าผ่านการเลือกตั้งจากประชาชนทำให้ความขัดแย้งตรงนี้หมดไป
    รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างขึ้นมาภายหลังการรัฐประหาร องค์การที่ร่างรัฐธรรมนูญทำอย่างไรจะยืนยันกับประชาชนให้มั่นใจได้ว่า คนที่ใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จจะมีแค่เท่าที่เคยเกิดขึ้น จะไม่มีการเข้าไปแทรกแซงองค์กรต่างๆเหมือนในอดีต และจะไม่มีการสืบทอดอำนาจจากกระบวนการใช้อำนาจ ตรงนี้คิดว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญบางท่านยังไม่ตระหนัก คงต้องทำให้ชัดเจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

    การร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้จำเป็นจะต้องกำหนดเงื่อนไขบางอย่างเป็นพิเศษมากกว่าปกติ เนื่องจากเพิ่งผ่านการยึดอำนาจมาไม่ถึงหนึ่งปี ซึ่งรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้บัญญัติให้นายกรัฐมนตรีมาจากการรับสมัครเลือกตั้งจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่า เป็นการต้องการให้มีการสืบทอดอำนาจ
    "
    ในทัศนะคติคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องบัญญัติให้นายกรัฐมนตรีมาจากการสมัครรับเลือกตั้งจาก .. แต่เมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดแล้ว เชื่อว่าไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายไปบังคับทุกเรื่อง เพราะตอนนั้นคนจะตระหนักได้ว่า ควรทำอย่างไร แต่รัฐธรรมนูญครั้งนี้ คงต้องบัญญัติเอาไว้ให้ชัดเจนเป็นพิเศษว่า นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการรับสมัครเลือกตั้งจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น
    การมาทำงานด้านการเมืองต้องมีความเป็นมืออาชีพ เพราะการเมืองไม่ใช่ของเล่น จำเป็นจะต้องมีคนที่มีความสมัครใจ และมีความตั้งใจ รวมทั้งต้องเข้าใจกลไกบริหารบ้านเมือง จะต้องอาศัยคนที่มีประสบการณ์เข้ามาทำงาน ซึ่งเข้าใจดีว่าคนสนใจการเมืองมาก แต่ไม่อยากเข้ามาเล่นการเมือง เนื่องจากภาพการเมืองมีภาพลบ ต้องแสดงตัวเปิดเผยทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์และเหนื่อยในการเลือกตั้ง
    ดังนั้นอยากให้น้อมนำพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เคยพระราชทานไว้ว่า การส่งเสริมคนดีให้ได้ปกครองบ้านเมืองให้เป็นปกติสุข ตรงนี้ผู้ที่ร่วมร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรได้ตระหนักตรงนี้เอาไว้ด้วย อย่างไรก็ตามอย่าได้หวังว่า การเชิญบุคคลภายนอกที่ไม่ผ่านการสมัครรับเลือกตั้งมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วจะดี เพราะเขาจะไม่มีสำนึกรับผิดชอบในการบริหารเหมือนกับผู้ที่ผ่านการเลือกตั้ง
    ในอดีตภายหลังการทำปฏิวัติรัฐประหารทุกครั้งจะมีการเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อการสืบทอดอำนาจ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มักต้องการนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนดีมีความซื่อสัตย์สุจริตมีสำนึกในความเป็นประชาธิปไตยเข้ามาบริหารประเทศ แม้ว่าในความเป็นจริงไม่มีใครสมบูรณ์แบบ 100 % ดีไปหมดทุกอย่าง
    แต่ในที่สุดแล้วคุณสมบัติเหล่านี้สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ สิ่งที่คนให้ความสนใจเป็นเรื่องการบัญญัติให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเป็นส..ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะไม่ใช่ว่า เมื่อเขียนบทบัญญัติเอาไว้แล้วจะไม่เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร
    ดังนั้นควรเขียนบัญญัติเอาไว้ว่า ถ้าในภาวะที่เกิดวิกฤติประเทศชาติไม่มีทางออกให้ประชาชนเป็นผู้ลงประชามติเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อไม่เปิดโอกาสให้มีนายกรัฐมนตรีจากคนภายนอกเข้ามาทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีในภาวะวิกฤติเกิดปัญหา
    การที่ต้องเขียนรัฐธรรมนูญให้นายกรัฐมนตรีมาจาก ส.. เป็นเพราะว่าที่ผ่านมามีการแย่งชิงอำนาจระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายข้าราชการกลุ่มเดียว ซึ่งปัจจุบันได้มีข้าราชการหลายกลุ่มเข้าร่วมด้วย

    ดังนั้นการร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ควรคิดถึงบริบทสถานการณ์ทางการเมืองที่ปัจจุบันเกิดความแตกแยกด้วย การเขียนรัฐธรรมนูญที่เปิดช่องทางให้ส..เป็นนายกรัฐมนตรีจะนำไปสู่การทำรัฐประหารได้ ตั้งแต่การทำรัฐประหาร 2549 ถึงปัจจุบัน พบว่าขณะนี้สังคมไทยกำลังเกิดความแตกแยก เป็นฝ่ายที่ชอบ พ...ทักษิณ และไม่ชอบ พ...ทักษิณ พร้อมที่จะเกิดความขัดยังตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญเห็นปัญหาและเงื่อนไขที่ทำให้เกิดความรุนแรงก็จะต้องนำมาพิจารณา ซึ่งการกำหนดให้นายกรัฐมนตรีมาจาก ..เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าผ่านการเลือกตั้งจากประชาชนทำให้ความขัดแย้งตรงนี้หมดไป
    รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างขึ้นมาภายหลังการรัฐประหาร องค์การที่ร่างรัฐธรรมนูญทำอย่างไรจะยืนยันกับประชาชนให้มั่นใจได้ว่า คนที่ใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จจะมีแค่เท่าที่เคยเกิดขึ้น จะไม่มีการเข้าไปแทรกแซงองค์กรต่างๆเหมือนในอดีต และจะไม่มีการสืบทอดอำนาจจากกระบวนการใช้อำนาจ ตรงนี้คิดว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญบางท่านยังไม่ตระหนัก คงต้องทำให้ชัดเจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

    รัฐธรรมนูญฉบับปี 50 มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ที่มีสาระสำคัญหลายๆ เรื่อง  อย่างเช่นที่เด่นๆ คือ มุ่งจะแก้ปัญหาใน 4 แนวทาง  คือ  คุ้มครอง  ส่งเสริม  และขยายสิทธิเสรีภาพของประชาชน  ลดการผูกขาดอำนาจรัฐ  และขจัดการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม  ทำให้การเมืองมีความโปร่งใส  มีคุณธรรม  และจริยธรรม  ทำให้ระบบตรวจสอบเข้มแข็ง  และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ                             จะเห็นได้ว่ามีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2540 ในหลายประเด็น  โดยเฉพาะในส่วนที่ว่าด้วยสิทธิ  และเสรีภาพของประชาชน  ยังคงไว้เหมือนเดิมหลายอย่าง  เช่น  สิทธิที่จะได้รับการศึกษาฟรี 12 ปี (ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้อย่างจริงจัง)                ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้เพิ่มสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอีกหลายเรื่อง รวมทั้งสิทธิในการติดตามและร้องขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนักการเมือง  และเจ้าหน้าที่ของรัฐ  และสิทธิที่จะเข้าชื่อ 100,000 คน  เพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ                ส่วนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน  ยังไม่ได้รับคุ้มครองเหมือนกับรัฐธรรมนูญ 2540 นอกจากห้ามปิดหนังสือพิมพ์  สถานีวิทยุ  และโทรทัศน์แล้ว  ยังห้ามแทรกแซงสื่อมวลชนในการเสนอข่าวสาร                     ส่วนที่สำคัญที่สุดคือการบังคับใช้การทำให้รัฐธรรมนูญ  เป็นกฎหมายสูงสุดที่แท้จริง  มีความศักดิ์สิทธิ์จริง  ทุกฝ่ายปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด  ทั้งตามตัวอักษรและตามเจตนารมณ์  ไม่มีผู้กล้าละเมิด  แม้ว่าผู้นั้นจะมีอำนาจมากมายแค่ไหน  ผู้ที่บังอาจละเมิดรัฐธรรมนูญด้วยความจงใจจะต้องได้รับโทษ  จากการใช้รัฐธรรมนูญ 2540 ที่ผ่านมา  ไม่มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง  องค์กรผู้มีอำนาจตรวจสอบถูกแทรกแซง  ครอบงำโดยอำนาจอื่น                        ทุกวันนี้กำลังจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้  แม้ว่าจะร่างเสร็จเรียบร้อย  แต่ยังมีขั้นตอนสำคัญคือการลงประชามติที่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย  รัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน  กำลังอยู่ในขั้นถกเถียงกันอย่างกว้างขวางของผู้คนในสังคม  มีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย  คงต้องใช้เวลาที่จะให้ทุกฝ่าย สมานฉันท์กัน  การเลือกตั้ง  การมีรัฐบาลใหม่ต้องเกิดขึ้นแน่นอนเชื่อว่ารัฐบาลชุดใหม่จะนำพาประชาชาติให้ผ่านวิกฤตไปได้ด้วยดี  ถ้าปฏิบัติตามร่างรัฐธรรมนูญ 2550 อย่างเคร่งครัด  และนายกฯ ต้องมี   เอกภาพในการบริหารประเทศ  ทหารต้องไม่เข้ามาแทรกแซงกับการเมือง 

    รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 มีความชัดเจนในหลายๆ เรื่องเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนและนักการเมือง แต่การที่รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 มีการห้ามไม่ให้นายกรัฐมนตรีอยู่ในวาระ 2 สมัยติดต่อกัน เพื่อแก้ไขปัญหา "ทักษิณ" นั้น โดยส่วนตัวคิดว่า ทฤษฎีเป็นสิ่งที่ดี แต่ในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยาก เพราะหากเรามีนายกฯที่เข้มแข็งมากๆ เหมือนสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็มีแนวโน้มว่านายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะเป็น "นอมินี" หรือ ร่างทรงของอดีตนายกรัฐมนตรีได้  อย่างไรก็ตามเรื่องการจำกัดอำนาจรัฐบาลรักษาการระหว่างรอการเลือกตั้ง ที่ไม่ให้คณะรัฐมนตรีมีอำนาจมากนัก ถือเป็นข้อดีของรัฐธรรมนูญ 2550แต่ว่าเรื่องการปฏิบัติอาจจะเป็นไปได้ยาก ทั้งนี้โดยส่วนตัวขอเสนอคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังขาดประเด็นเรื่อง การมีสถาบันพรรคการเมือง ซึ่งต้องเป็นพรรคการเมืองต้องเป็นสถาบันที่มีอุดมการณ์ชัดเจน และให้พื้นที่กับประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐในทางมิชอบน้อยไป

    สรุป : ผมเห็นว่าเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีเหตุผลที่เพียงพอและไม่มีคำตอบทางวิชาการ ดังนั้น ผู้ร่างต้องตอบให้ชัดว่าการเลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งจะช่วยแก้ปัญหาการเมืองที่ผ่านมาอย่างไรบ้าง และประเด็นที่มาของ ส.ว.ต้องระบุวิธีการให้ชัดเพื่อเป็นการไม่ลิดรอนสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของประชาชน

    รัฐธรรมนูญ ปี 2550 มีหลายสิ่งหลายอย่างเพิ่มเติมเข้ามามากกว่ารัฐธรรมนูญปี 40  ซึ่งมีสาระสำคัญอยู่ 4 เรื่องคือ เป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆจากรัฐธรรมนูญ 2540 ในเรื่องการผูกขาดอำนาจรัฐและการขจัดอำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม การเมืองที่ดำเนินการโดยไม่มีคุณธรรมจริยธรรม ขาดความโปร่งใส เรื่องกระบวนการตรวจสอบและกระบวนการยุติธรรมที่นำกลับมาแก้ไข และเรื่องสิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มากและให้กับประชาชนชนิดที่เรียกว่า ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดได้บรรจุเรื่องสิทธิเสรีภาพได้มากมายขนาดนี้ โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าด้วยคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งไม่เคยมีรัฐธรรมนูญฉบับไหนได้กำหนดหมวดนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะควบคุมการประพฤติการปฏิบัติของนักการเมืองที่เข้าสู่อำนาจแล้วต้องปฏิบัติตาม ได้มีตัวบทควบคุม บทลงโทษ และบทที่จะต้องถูกถอดถอนไว้อย่างชัดเจน ที่สำคัญอีกเรื่องคือ การคลัง เพราะการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะรัฐบาลช่วง5-6 ปีที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลแถลงนโยบายต่างๆต่อรัฐสภาไปแล้ว แต่กลับพบว่ารัฐบาลมักจะไปเพิ่มเติมเรื่องราวต่างๆ และจัดหางบประมาณเพิ่มเติม เข้ามาบริหารงานโดยขาดความเห็นชอบจากรัฐสภา ตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้กำหนดขึ้นมาโดยเฉพาะ อีกประการที่สำคัญคือ แนวนโยบายของรัฐ ที่ค่อนข้างจะละเอียดมาก พูดง่ายๆก็คือ เป็นนโยบายของรัฐภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่  รัฐบาลใดก็ตามที่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว สิ่งที่แถลงควรเป็นเรื่องของโครงการต่างๆ ว่ารัฐบาลเข้ามาแล้วจะทำอะไรให้บ้างกับบ้านเมือง ที่สำคัญรัฐธรรมนูญปี 2550 เปิดช่องเรื่องสิทธิของประชาชนมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะการเปิดช่องให้ประชาชนสามารถเข้าชื่อ 50,000 คนเพื่อยื่นเสนอปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละมาตราได้ หากอนาคตใช้ไปแล้วเกิดปัญหาประชาชนมีสิทธิเสนอให้แก้ไขได้ทันที แต่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ไม่ได้เป็นเช่นนี้ ต้องไปร่วมกันแก้ไขที่รัฐสภา หากเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยก็จะตกไป ซึ่งประเด็นนี้ไม่ได้รับการหยิบยกมาพูดคุยกันมากนัก และการใช้อำนาจก็ไม่ได้ตกอยู่ที่นักการเมืองเพียงอย่างเดียว

    ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กับการเมืองไทย

    ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีสาระสำคัญที่ให้ประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง ๔ ประการ คือ ๑. คุ้มครอง ส่งเสริม ขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่ ๒. ลดการผูกขาดอำนาจรัฐ และเพิ่มอำนาจประชาชน

    ๓. การเมืองมีความโปร่งใส  มีคุณธรรม  และจริยธรรม ๔. ทำให้องค์กรตรวจสอบมีความอิสระ เข้มแข็ง และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

    จากสาระสำคัญดังกล่าวจะเห็นได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในเรื่องที่

    เกี่ยวกับการเมืองไทยนั้น เป็นการเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในรัฐธรรมนูญฉบับ ปี ๒๕๔๐ คือความโปร่งใส  มีคุณธรรมและจริยธรรมของการเมือง ความโปร่งใส  หมายถึง มีสมบัติที่แสงผ่านได้และมองเห็นได้ตลอด (ในทางการเมืองจะใช้คำว่า ตรวจสอบได้) 

    คุณธรรม หมายถึง สภาพคุณงามความดี  จริยธรรม หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ,ศีลธรรม,กฎศีลธรรม  ถ้าการเมืองไทยมีนักการเมืองที่ดีมีคุณธรรมและจริยธรรม มีจิตสำนึกที่ดีเป็นพื้นฐานในตัวเองอยู่แล้ว  เสนอตัวเข้ามาเพื่อรับใช้ชาติโดยไม่หวังผลประโยชน์หรือความร่ำรวยให้กับตนเอง ทำเพื่อประเทศชาติโดยแท้จริง ช่วยกันบริหารพัฒนาชาติ เศรษฐกิจ ให้เจริญก้าวหน้า ทำให้ประชาชนในประเทศอยู่ดีมีสุขโดยทั่วถ้วน (ปราศจากการเอารัดเอาเปรียบ)  นั่นจะหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของการเมืองไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

    ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
    คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่    เกี่ยวกับการเมืองของไทยในขณะนี้และในอนาคตต่อไป   โดยชี้ให้เห็นด้วยว่าจะสามารถเป็น  กฎ   กติกานำพาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรื่องต่อไปได้แค่ไหนเพียงไรซึ่งจะพิจารณาในแง่ทฤษฎีการเมืองหรือแนวนโยบายแห่งรัฐก็ได้

    ในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช    2550   มีสาระสำคัญ   ดังต่อไปนี้คือ   

                1.คุ้มครองส่งเสริม  ขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่                                                                                             2.ลดการผูกขาดอำนาจรุฐและเพิ่มอำนาจประชาชน                      3.การเมืองมีความโปร่งใส  มีคุณธรรมและจริยธรรม                       4.ทำให้องค์กรการตรวจสอบมีความเป็นอิสระ  เข้มแข็ง และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

                    ดิฉันมีความเห็นว่า   ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้นำรัฐธรรมนูญฉบับเก่ามาแก้ไขเพิ่มเติมในสิ่งที่รัฐธรรมนูญฉบับเก่าไม่มี และไม่ว่าจะรัฐธรรมนูญฉบับไหนๆ ก็จะต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสียเหมือนกัน แต่ในขณะนี้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ผ่านการลงประชามติเห็นชอบแล้ว  ก็ขอให้ทุกคนและทุกส่วนได้นำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเท่านั้นเพราะในเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อประชาชนและประชาชนก็เห็นชอบแล้วถึงแม้จะด้วยเสียงข้างมากก็ตาม เพื่อทุกคนในประเทศชาติจะได้มีการพัฒนาในด้านอื่นๆ ได้  แต่ถ้าหลังจากนี้มีอยากจะแก้ไขก็สามารถลงชื่อเพื่อแก้ไขได้ ในทันที
    คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่    เกี่ยวกับการเมืองของไทยในขณะนี้และในอนาคตต่อไป   โดยชี้ให้เห็นด้วยว่าจะสามารถเป็น  กฎ   กติกานำพาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรื่องต่อไปได้แค่ไหนเพียงไรซึ่งจะพิจารณาในแง่ทฤษฎีการเมืองหรือแนวนโยบายแห่งรัฐก็ได้ในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช    2550   มีสาระสำคัญ   ดังต่อไปนี้คือ                           1.คุ้มครองส่งเสริม     ขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่                                                   2.ลดการผูกขาดอำนาจรัฐและเพิ่มอำนาจประชาชน                                                                                        3.การเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรม และ จริยธรรม                                                                  4.ทำให้องค์กรการตรวจสอบมีความเป็นอิสระเข้มแข็งและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ                     ดิฉันมีความเห็นว่า   ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้นำรัฐธรรมนูญฉบับเก่ามาแก้ไขเพิ่มเติมในสิ่งที่รัฐธรรมนูญฉบับเก่าไม่มี  ดิฉันคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับไหนๆ ก็จะมีข้อดีและข้อเสียเหมือนกัน แต่ในขณะนี้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ผ่านการลงประชามติเห็นชอบแล้ว  ก็ขอให้ทุกคนและทุกส่วนได้นำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเท่านั้นเพราะในเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อประชาชนและประชาชนก็เห็นชอบแล้วถึงแม้จะด้วยเสียงข้างมากก็ตาม เพื่อประเทศชาติจะได้มีการพัฒนาในด้านอื่นๆ ได้  แต่ถ้าหลังจากนี้มีอยากจะแก้ไขก็สามารถลงชื่อเพื่อแก้ไขได้                                                                  

    ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มีสาระที่ให้ประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง4ประการคือ

                    1.คุ้มครอง ส่งเสริม ขยายสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชนอย่างเต็มที่

                    2.ลดการผูกขาดอำนาจรัฐ และเพิ่มอำนาจประชาชน

                    3.การเมืองมีความโปร่งใส  มีคุณธรรม  และจริยธรรม หมายถึง มีสมบัติที่แสงผ่านได้และมองเห็นได้ตลอด (ในทางการเมืองจะใช้คำว่า ตรวจสอบได้)

                      4.ทำให้องค์กรตรวจสอบมีความอิสระ เข้มแข็ง และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

    จากการวิเคราะห์ ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับร่างนี้ มีส่วนที่ถูกใจและไม่ถูกใจอยู่บ้าง แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ผมเห็นว่ามีประโยชน์ ต่อ ประชาชนมาก ประชาชน มีสิทธิเสรีภาพ  มีอำนาจในการที่จะตรวจสอบนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี  แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่ารัฐธรรมนูญ นั้นจะ บัญญัติขึ้นมาดีแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่ กับนักการเมืองว่าจะมีคุณธรรม แค่ไหน  ถ้าการเมืองไทยมีนักการเมืองที่ดีมีคุณธรรมและจริยธรรม มีจิตสำนึกที่ดีเป็นพื้นฐานในตัวเองอยู่แล้ว  เสนอตัวเข้ามาเพื่อรับใช้ชาติโดยไม่หวังผลประโยชน์หรือความร่ำรวยให้กับตนเอง ทำเพื่อประเทศชาติโดยแท้จริง ช่วยกันบริหารพัฒนาชาติ เศรษฐกิจ ให้เจริญก้าวหน้า ทำให้ประชาชนในประเทศอยู่ดีมีสุขโดยทั่วถ้วน (ปราศจากการเอารัดเอาเปรียบ)  นั่นจะหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของการเมืองไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

    จากการที่ได้มีโอกาสดูหนังสือร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติและได้เข้าร่วมฟังบรรยาย  ก็ทำให้มีความคิดเห็นว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่  ได้มีผลสำเร็จมาจากหลายๆส่วนทั้ง   จากข้อ คิดเห็น จากการช่วยเหลือ  จากการแนะนำ ก่อนจะเข้ามาสู่คณะกรรมมาธิการยกร่างฯ   ซึ่งต้องเข้าใจว่ากรรมธิการยกร่างฯ   ได้ทำการยกร่างฯบนสถานการณ์และวิกฤตทางการเมือง   เพื่อนำไปสู่สถาน การณ์ปกติ    และเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปให้ได้ภายในสิ้นปี  รัฐธรรมนูญ ปี 2550    มีหลายสิ่งหลายอย่างเพิ่มเติมเข้ามามาก กว่ารัฐธรรมนูญปี 40    ซึ่งมีสาระสำคัญอยู่ 4 เรื่องคือ เป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ     จากรัฐธรรมนูญ 2540    ในเรื่องการผูกขาดอำนาจรัฐและการขจัดอำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรมถ้าการเมืองในประเทศใดที่ดำเนินการ    โดยไม่มีคุณธรรมจริยธรรม     ขาดความโปร่งใส   เรื่องกระบวนการตรวจสอบและกระบวนการยุติธรรมที่นำกลับมาแก้ไข    และเรื่องสิทธิเสรีภาพ     การมีส่วนร่วมของประชาชน  และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มากและให้กับประชาชนชนิดที่เรียกว่า   ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดได้บรรจุเรื่องสิทธิเสรีภาพได้มากมายขนาดนี้   และสาระสำคัญ 4 ประเด็นนี้    ทั้ง 15 หมวด    309 มาตรา    โดยเฉพาะหมวดที่ว่าด้วยคุณธรรมจริยธรรม  ซึ่งไม่เคยมีรัฐธรรมนูญฉบับไหนได้กำหนดหมวดนี้ขึ้นมา  เพื่อที่จะควบคุมการประพฤติการปฏิบัติของนักการเมืองที่เข้าสู่อำนาจแล้วต้องปฏิบัติตามได้มีตัวบทควบคุม  บทลง โทษ และบทที่จะต้องถูกถอดถอนไว้อย่างชัดเจน  ที่สำคัญอีกเรื่องคือ  หมวดเงินการคลัง เพราะการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะรัฐบาลช่วง5-6 ปีที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลแถลงนโยบายต่างๆต่อรัฐสภาไปแล้ว         แต่กลับพบว่ารัฐบาลมักจะไปเพิ่มเติมเรื่องราวต่างๆ และจัดหางบประมาณเพิ่มเติม     เข้ามาบริหารงานโดยขาดความเห็นชอบจากรัฐสภา   ตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้กำหนดขึ้นมาโดยเฉพาะ    อีกประการที่สำคัญคือ แนวนโยบายของรัฐ ที่ค่อน ข้างจะละเอียดมาก พูดง่ายๆก็คือ   เป็นนโยบายของรัฐภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่  รัฐบาลใดก็ตาม ที่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว   สิ่งที่แถลงควรเป็นเรื่องของโครงการต่างๆ   ว่ารัฐบาลเข้ามาแล้วจะทำอะไรให้บ้างกับบ้านเมือง ฉะนั้นจึงอยากเรียนว่า ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ตัวบุคคล     รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถึงแม้อาจถูกมองว่าจะดีกว่ารัฐธรรมนูญฉบับไหนๆ  และจะสามารถเป็นกติกานำพาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรื่องต่อไปได้อย่างมาก      แต่จริงๆแล้วมันก็ขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคลที่จะเข้ามาทำงาน     ทำหน้าที่ทางการเมือง    ถ้าตัวบุคคลไม่ดีรัฐธรรมนูญดีอย่างไร    ปัญหาต่างๆมันก็เกิดขึ้น    ฉะนั้นการปฏิรูปตัวคนกับปฏิรูปการเมืองต้องทำควบคู่กันไป    เราคงไม่สามารถไปบอกได้ว่าคนๆนี้ดีหรือไม่ดี  แต่เราต้องดูที่การปฏิบัติของเขา แต่ตำแหน่งหน้าที่ของเขาอย่างน้อยก็เป็นหลักประกันที่จะทำให้สังคม เชื่อมั่นว่าเขาจะทำหน้าที่ของเขาอย่างตรงไปตรงมา    แล้วถ้าหากว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น  เขาก็น่าจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง

             รัฐธรรมนูญฉบับปี 50 มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ที่มีสาระสำคัญหลายๆ เรื่อง  อย่างเช่นที่เด่นๆ คือ มุ่งจะแก้ปัญหาใน 4 แนวทาง  คือ  คุ้มครอง  ส่งเสริม  และขยายสิทธิเสรีภาพของประชาชน  ลดการผูกขาดอำนาจรัฐ  และขจัดการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม  ทำให้การเมืองมีความโปร่งใส  มีคุณธรรม และจริยธรรม  ทำให้ระบบตรวจสอบเข้มแข็ง  และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ      

                   จะเห็นได้ว่ามีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2540 ในหลายประเด็น  โดยเฉพาะในส่วนที่ว่าด้วยสิทธิ  และเสรีภาพของประชาชน  ยังคงไว้เหมือนเดิมหลายอย่าง  เช่น  สิทธิที่จะได้รับการศึกษาฟรี 12 ปี (ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้อย่างจริงจัง)    ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้เพิ่มสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอีกหลายเรื่อง รวมทั้งสิทธิในการติดตามและร้องขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนักการเมือง  และเจ้าหน้าที่ของรัฐ  และสิทธิที่จะเข้าชื่อ 100,000 คน  เพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ     ส่วนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน  ยังไม่ได้รับคุ้มครองเหมือนกับรัฐธรรมนูญ 2540 นอกจากห้ามปิดหนังสือพิมพ์  สถานีวิทยุ  และโทรทัศน์แล้ว  ยังห้ามแทรกแซงสื่อมวลชนในการเสนอข่าวสาร    

                         ส่วนที่สำคัญที่สุดคือการบังคับใช้การทำให้รัฐธรรมนูญ  เป็นกฎหมายสูงสุดที่แท้จริง  มีความศักดิ์สิทธิ์จริง  ทุกฝ่ายปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด  ทั้งตามตัวอักษรและตามเจตนารมณ์  ไม่มีผู้กล้าละเมิด  แม้ว่าผู้นั้นจะมีอำนาจมากมายแค่ไหน  ผู้ที่บังอาจละเมิดรัฐธรรมนูญด้วยความจงใจจะต้องได้รับโทษ  จากการใช้รัฐธรรมนูญ 2540 ที่ผ่านมา  ไม่มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง  องค์กรผู้มีอำนาจตรวจสอบถูกแทรกแซง  ครอบงำโดยอำนาจอื่น        

     

    การร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้จำเป็นจะต้องกำหนดเงื่อนไขบางอย่างเป็นพิเศษมากกว่าปกติ เนื่องจากเพิ่งผ่านการยึดอำนาจมาไม่ถึงหนึ่งปี ซึ่งรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้บัญญัติให้นายกรัฐมนตรีมาจากการรับสมัครเลือกตั้งจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่า เป็นการต้องการให้มีการสืบทอดอำนาจ
    "ในทัศนะคติคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องบัญญัติให้นายกรัฐมนตรีมาจากการสมัครรับเลือกตั้งจาก ส.. แต่เมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดแล้ว เชื่อว่าไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายไปบังคับทุกเรื่อง เพราะตอนนั้นคนจะตระหนักได้ว่า ควรทำอย่างไร แต่รัฐธรรมนูญครั้งนี้ คงต้องบัญญัติเอาไว้ให้ชัดเจนเป็นพิเศษว่า นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการรับสมัครเลือกตั้งจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น
    การมาทำงานด้านการเมืองต้องมีความเป็นมืออาชีพ เพราะการเมืองไม่ใช่ของเล่น จำเป็นจะต้องมีคนที่มีความสมัครใจ และมีความตั้งใจ รวมทั้งต้องเข้าใจกลไกบริหารบ้านเมือง จะต้องอาศัยคนที่มีประสบการณ์เข้ามาทำงาน ซึ่งเข้าใจดีว่าคนสนใจการเมืองมาก แต่ไม่อยากเข้ามาเล่นการเมือง เนื่องจากภาพการเมืองมีภาพลบ ต้องแสดงตัวเปิดเผยทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์และเหนื่อยในการเลือกตั้ง
    ดังนั้นอยากให้น้อมนำพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เคยพระราชทานไว้ว่า การส่งเสริมคนดีให้ได้ปกครองบ้านเมืองให้เป็นปกติสุข ตรงนี้ผู้ที่ร่วมร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรได้ตระหนักตรงนี้เอาไว้ด้วย อย่างไรก็ตามอย่าได้หวังว่า การเชิญบุคคลภายนอกที่ไม่ผ่านการสมัครรับเลือกตั้งมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วจะดี เพราะเขาจะไม่มีสำนึกรับผิดชอบในการบริหารเหมือนกับผู้ที่ผ่านการเลือกตั้ง
    ในอดีตภายหลังการทำปฏิวัติรัฐประหารทุกครั้งจะมีการเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อการสืบทอดอำนาจ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มักต้องการนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนดีมีความซื่อสัตย์สุจริตมีสำนึกในความเป็นประชาธิปไตยเข้ามาบริหารประเทศ แม้ว่าในความเป็นจริงไม่มีใครสมบูรณ์แบบ 100 % ดีไปหมดทุกอย่าง
    แต่ในที่สุดแล้วคุณสมบัติเหล่านี้สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ สิ่งที่คนให้ความสนใจเป็นเรื่องการบัญญัติให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเป็นส..ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะไม่ใช่ว่า เมื่อเขียนบทบัญญัติเอาไว้แล้วจะไม่เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร
    ดังนั้นควรเขียนบัญญัติเอาไว้ว่า ถ้าในภาวะที่เกิดวิกฤติประเทศชาติไม่มีทางออกให้ประชาชนเป็นผู้ลงประชามติเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อไม่เปิดโอกาสให้มีนายกรัฐมนตรีจากคนภายนอกเข้ามาทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีในภาวะวิกฤติเกิดปัญหา
    การที่ต้องเขียนรัฐธรรมนูญให้นายกรัฐมนตรีมาจาก ส.. เป็นเพราะว่าที่ผ่านมามีการแย่งชิงอำนาจระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายข้าราชการกลุ่มเดียว ซึ่งปัจจุบันได้มีข้าราชการหลายกลุ่มเข้าร่วมด้วย

    ดังนั้นการร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ควรคิดถึงบริบทสถานการณ์ทางการเมืองที่ปัจจุบันเกิดความแตกแยกด้วย การเขียนรัฐธรรมนูญที่เปิดช่องทางให้ส..เป็นนายกรัฐมนตรีจะนำไปสู่การทำรัฐประหารได้ ตั้งแต่การทำรัฐประหาร 2549 ถึงปัจจุบัน พบว่าขณะนี้สังคมไทยกำลังเกิดความแตกแยก เป็นฝ่ายที่ชอบ พ...ทักษิณ และไม่ชอบ พ...ทักษิณ พร้อมที่จะเกิดความขัดยังตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญเห็นปัญหาและเงื่อนไขที่ทำให้เกิดความรุนแรงก็จะต้องนำมาพิจารณา ซึ่งการกำหนดให้นายกรัฐมนตรีมาจาก ส..เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าผ่านการเลือกตั้งจากประชาชนทำให้ความขัดแย้งตรงนี้หมดไป
    รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างขึ้นมาภายหลังการรัฐประหาร องค์การที่ร่างรัฐธรรมนูญทำอย่างไรจะยืนยันกับประชาชนให้มั่นใจได้ว่า คนที่ใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จจะมีแค่เท่าที่เคยเกิดขึ้น จะไม่มีการเข้าไปแทรกแซงองค์กรต่างๆเหมือนในอดีต และจะไม่มีการสืบทอดอำนาจจากกระบวนการใช้อำนาจ ตรงนี้คิดว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญบางท่านยังไม่ตระหนัก คงต้องทำให้ชัดเจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
     
                                     รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ได้ระบุไว้ในมาตรา 76 ว่า
                                                   
    รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจทางการเมือง การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง รวมทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ   หลักการและเจตนารมณ์ของมาตราดังกล่าว ควรสืบทอดต่อไปยังรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ. 2550 เพราะถือเป็นการกำหนดให้เป็นแม่บทสำหรับการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ อย่างไรก็ตาม ควรมีการแก้ไขปรับปรุง เพื่อให้มีความชัดเจนโดยให้มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และกำหนดระยะเวลาของการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ รวมทั้งให้มีเจ้าภาพที่จะรับผิดชอบเกี่ยวกับการส่งเสริมประชาชนให้มีส่วนร่วม โดยเชื่อมโยงกับองค์กรภาคประชาชนในพื้นที่ เช่น สภาพัฒนานโยบายสาธารณะ ซึ่งจะเป็นนวัตกรรมของการจัดการนโยบายของประเทศ และควรส่งเสริมให้มีเครือข่ายของภาคประชาชนในการมีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมาย การเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการต่างๆ มีการรับรองสถานะของเครือข่ายภาคประชาชน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดบริการสาธารณะ และในเรื่องที่มีผลกระทบต่อภาคประชาชน ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินผลการดำเนินนโยบายหรือโครงการต่างๆ นอกจากนั้นก็ควรมีองค์กรอิสระในการทำหน้าที่จัดประชาพิจารณ์ที่มีสัดส่วนของภาคประชาชนในระดับที่เหมาะสม เป็นต้น
                                      ควรดำเนินการให้ความรู้เรื่องนโยบายสาธารณะแก่ประชาชน ส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยเฉพาะสิทธิด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ สิทธิในการแสดงความคิดเห็น รวมถึงสิทธิชุมชนในการบริหารจัดการตนเอง พัฒนาองค์ความรู้และระบบฐานข้อมูลด้านนโยบายสาธารณะ โดยรวบรวมประเด็นสาธารณะต่างๆ และส่งเสริมการเมืองภาคประชาชนให้มีความเข้มแข็ง นอกจากนั้นในการส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตยควรให้ความสำคัญกับการให้การศึกษาแก่ประชาชน โดยเฉพาะการศึกษานอกระบบ                               
    โดยสรุป ประเทศไทย  จำเป็นต้องมีกลไกหรือองค์กรอิสระ  เช่น  สภาพัฒนานโยบายสาธารณะ ที่จะสามารถดำเนินภารกิจเฉพาะในด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงครบทุกขั้นตอนของกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะ ทั้งนี้ กลไกหรือองค์กรดังกล่าว ควรบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างเป็นรูปธรรม และ รัฐธรรมนูญควรระบุประเด็นด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหมวดหนึ่งโดยเฉพาะ นอกจากนั้นรัฐธรรมนูญแต่ละมาตราควรจะเขียนไว้ไม่ให้ยืดยาวเกินความจำเป็น แต่จะต้องมีการบันทึกเจตนารมณ์ของแต่ละมาตราโดยละเอียดประกอบไว้ด้วย----------------------- 

     ประเทศไทยได้มีรัฐธรรมนูญประกาศใช้เป็นหลักในการปกครองประเทศตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาเป็นเวลากว่าเจ็ดสิบปีแล้ว นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองปี พ.ศ.2475 ในช่วงเวลาดังกล่าว ได้มีการยกเลิกและแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหลายครั้ง แสดงว่ารัฐธรรมนูญย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสมแห่งกาลเวลาและสภาวการณ์ของบ้านเมือง

        รัฐธรรมนูญจะต้องกำหนดกฎเกณฑ์สำคัญที่กระจ่างแจ้งชัดเจน สามารถใช้เป็นหลักในการปกครองประเทศและเป็นแนวทาง ในการจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญได้

         รัฐธรรมนูญจะต้องมีบททั่วไปที่บัญญัติให้ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประชุม โดยอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ทางเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภาคณะรัฐมนตรีและศาล คุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์สิทธิและเสรีภาพของบุคคล ไม่ว่าเหล่ากำเนิด เพศหรือศาสนาใดย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญ เสมอกัน โดยรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติ ใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัติซึ่งเป็นอันใช้บังคับมิได้ ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญชี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

          เมื่อผ่านประชามติเรียบร้อยแล้วจะต้องมีการนำทูลเกล้าถวายเพื่อประกาศใช้ หวังว่าชนชาวไทยทุกคนจะร่วมจิตร่วมใจสมัครสโมสรเป็นเอกฉันท์ ในอันที่จะปฏิบัติตามและพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรใหม่นี้ เพื่อธำรงคงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยและนำมาซึ่งความผาสุกสิริสวัสดิ์ พิพัฒน์ชัยมงคล อเนกศุภผลสกลเกียรติยศสถาพรแก่อาณาประชาราษฎรทั่วประเทศ ต่อไป
     

    รัฐธรรมนูญ เป็นกลยุทธ์ ส่วนกฎหมายต่าง ๆ นั้น เป็นยุทธวิธี

    ดังนั้นรัฐธรรมนูญ จึงเป็นแผนแม่บท ที่จะโยงใยไปยังภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งจะมีกฎหมายต่าง ๆ เป็นรายละเอียดบ่งบอกถึงกฎเกณฑ์ วิธีการ อันเป็นรายละเอียดอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน ไม่ขัดแย้งกันกับรัฐธรรมนูญ

    เมื่อเป็นเช่นดังว่ามา ความเป็นเอกภาพของวิถีทางการดำเนินชีวิตของชนในชาติก็จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเอกชน ราชการ นั่นก็หมายถึง ความไม่ขัดแย้งกัน เมื่อไม่ขัดแย้งกัน หากว่ามีรัฐบาล และผู้บริหารราชการแผ่นดินที่ดี และมีผู้ปฏิบัติเพื่อสนองตอบตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มอกเต็มใจ ย่อมอยู่ร่วมกันได้อย่างผาสุขในที่สุด

    ดังนั้น จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐธรรมนูญ จะต้องกำหนดวิถีทาง และบ่งบอกให้ทุกภาคส่วนเข้าใจบทบาท อำนาจ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ของตนเอง อย่าได้คิดเองว่า อันนี้ไม่ต้องบอก อันนั้นไม่ต้องบอก เพราะทุกคนควรเข้าใจอยู่แล้ว นั่นเป็นความประมาทมาก เพราะเมื่อถึงเวลามีคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมครองอำนาจขึ้นมาแล้วก็จะเอารัฐธรรมนูญมาบิดเบือนเฉไฉ ทำให้เกิดความเสียหายขึ้นในที่สุด

    รายละเอียดต่าง ๆ ที่บ่งบอกถึงวิธีการปฏิบัตินั้นต้องนำไปบัญญัติเป็นกฎหมายต่างหาก เพราะจะสะดวกต่อการแก้ไข และไม่ทำให้รัฐธรรมนูญบอบช้ำ มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวของรัฐธรรมนูญเอง รัฐธรรมนูญจึงควรเป็นเสมือนแผนผังที่จะทำให้ทุกคนสามารถโยงใยไปยังกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

    เมื่อมีรัฐธรรมนูญแล้ว ควรทำพิธีรับมอบอย่างเป็นทางการ และควรมีศาสนาพิธีด้วย เพื่อให้ประชาชนมีความรู้สึก อารมณ์ร่วมที่ดีต่อรัฐธรรมนูญ และควรทำอย่างจริงจัง จริงใจ มิใช่สร้างภาพ ตบตาประชาชน

         รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดที่ควรแก้ไขให้เป็นสากล และให้ประโยชน์กับประชาชน ของเก่าที่ใช้ไม่ได้ก็เปลี่ยน ที่ดีอยู่แล้วก็คงไว้เพราะยังไงๆ รัฐธรรมนูญก็เป็นสมบัติของเราทุกคน ไม่ควรที่จะให้ใครมาหาประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ นอกเสียจากให้รัฐธรรมนูญสร้างประโยชน์ให้กับทุกๆคนเท่าๆกัน

            รัฐธรรมนูญใหม่โดยมีประชาชนมีส่นร่วมนั้นเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆเพราะจะได้รัฐธรรมนูญของประชาชน เพื่อประชาชนจริงๆ เมื่อร่างเสร็จแล้วทำพิธีทางศาสนาให้ดูเป็นสิ่งมงคล ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี

                รัฐธรรมนูญก็คือประชาชนเพื่อประชาชนในกฎหมาย อาจร้างใว้ยาวเหยียดเพราะกฎหมายย้อมมีช้องโห่วแต่มันก็ต้องมีข้อความที่ย่อเพื่ออธิบายให้คนระดับรากหญ้าได้เข้าใจจะได้ไม่ต้องถูกเอาเปลียบและจะได้ไม่หน้าเบื่อ 

               การที่ประเทศไทยปกครองภายใต้กฏหมายรัฐธรรมนูญ และมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ทำให้ประชาชนดำรงชีวิตภายใต้กฏหมาย และไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพซึ่งกันและกัน

                 

    ดิฉันมีความคิดเห็นว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉับบใหม่เกี่ยวกับการเมืองของไทยในขณะนี้และในอนาคตต่อไปและดิฉันมีความคิดเห็นดังต่อไปนี้รัฐธรรมนูญ 2550 จึงถูกเขียนขึ้นมาเพื่ออุดช่องโหว่เหล่านี้ โดยพยายามเพิ่มการตรวจสอบรัฐบาลและพรรคการเมือง ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมายและถอดถอนนักการเมืองง่ายขึ้น ทำให้ส.ส.เป็นอิสระจากการครอบงำของพรรคการเมือง ด้วยการมีอิสระในการอภิปราย ลงมติ และเสนอกฎหมาย พยายามถ่วงดุลส.ว.ด้วยการเลือกผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายอาชีพ และกำหนดมาตรการ เพื่อไม่ให้มีผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง
             
    แต่ในดีมีเสีย ในเสียมีดี ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ เมื่อเราพยายามทำให้ส.ส.เป็นอิสระจากการครอบงำของพรรค ทำให้ประชาชนตรวจสอบรัฐบาลง่ายขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ พรรคการเมืองมีอำนาจน้อยลง ขณะที่รัฐบาลอาจไร้เสถียรภาพมากขึ้น
             
    หรือเมื่อเราให้กรรมการที่เป็นกลางชุดหนึ่งมาคัดสรร ส.ว. ซึ่งกรรมการส่วนใหญ่เป็นข้าราชการตุลาการ และประธานองค์กรกลางต่างๆ ทำให้กังวลกันว่า ส.ว.ที่ได้จะเป็นกลุ่มข้าราชการ เป็นตัวแทนของระบอบอำมาตยาธิปไตย
             
    แต่ผมกลับเชื่อใจสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหลายๆ คน ไม่ว่าคุณกล้าณรงค์ จันทิก คุณการุณ ใสงาม คุณจรัญ ภักดีธนากุล คุณเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง หรือคุณพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ที่มีประวัติซื่อสัตย์ กล้าพูดกล้าแสดงออก ว่าพวกเขาจะเป็นตัวแทนของเราในการกลั่นกรอง เลือกสรรสิ่งที่ดีให้เรา
             
    หากจะมีสิ่งที่เรียกว่าการวางยา หรือการสืบทอดอำนาจ ดิฉันว่าพวกเขาคงออกมาวิจารณ์ หรือแม้แต่ลาออก เพื่อประท้วงการกระทำเช่นนั้น
             
    ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า เท่าไรจึงเหมาะสมกับสังคมไทย ตึงเกินไปก็ว่าทำให้รัฐบาลมีอำนาจเบ็ดเสร็จ หย่อนเกินไปก็ว่าทำให้การเมืองไม่มีเสถียรภาพ
             
    แต่รัฐธรรมนูญ 2540 ได้พิสูจน์แล้วว่า มีข้อบกพร่องมีช่องโหว่ ขณะที่รัฐธรรมนูญ 2550 เป็นการปรับแก้ไขใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น จะใช้ได้ดีจริงหรือไม่ ต้องลองประยุกต์ใช้ดู
             
    ตราบใด สังคมไทยยังมีการเคลื่อนตัววิวัฒน์ไปข้างหน้า รัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนไปให้เหมาะสมกับยุคสมัย ปรับแก้ไขไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหาสมดุลได้ ระหว่าง อุดมคติ ความตั้งใจ และความเป็นจริงของสังคมไทย       

     

    ดิฉันมีความเห็นด้วยในมาตรา๓๐ บุคคลย่อมเสมอกันในกฏหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน
    ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน
    การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะกระทำมิได้
    มาตรการที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น ย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามวรรคสา
    ตัวข้าพเจ้าเห็นด้วย เพราะว่า ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงควรที่จะได้รับสิทธิและเสรีภาพที่เท่าเทียมกัน ถึงแม้ว่าจะมีความต่างในด้านต่างๆ เช่น ความพิการ อายุ หรือฐานะทางเศรษฐกิจ และจะทำให้เกิดความยุติธรรมในสังคมอีกด้วย
    และไม่เห็นด้วยในมาตรา๒๑๕ ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเรื่องใดหรือประเด็นใดที่ได้มีการเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เป็นเรื่องหรือประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยพิจารณาวินิจฉัยแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับเรื่องหรือประเด็นดังกล่าวไว้พิจารณาก็ได้
    ตัวข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยในมาตรานี้ เพราะว่า เรื่องหรือประเด็นที่เคยมีการเสนอให้พิจารณาแล้วนั้นควรที่จะมีการรับเรื่องหรือประเด็นมาพิจาณาอีกครั้ง เพราะอาจจะมีข้อบกพร่องอยู่ในครั้งที่แล้วถ้าศาลรัฐธรรมนูญรับมาพิจารณาก็จะทำให้รู้ข้อบกพร่องในครั้งที่แล้วได้

    จากการที่ได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญใหม่(ฉบับชั่วคราว)พุทธศักราช2549เพื่อให้ประชาชนทราบและลงประชามติโดยทั่วกันว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบแล้วนั้นในส่วนตัวก็มีความคิดเห็นชอบแล้วนั้นในส่วนตัวก็มีความคิดเห็นว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่บ่งบอกถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ดีพอสมควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนได้มีบทบาทในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐชัดเจนมากยิ่งขึ้น

    จากการที่ได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญใหม่(ฉบับชั่วคราว)พุทธศักราช2549เพื่อให้ประชาชนทราบและลงประชามติโดยทั่วกันว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ    มีการส่งเสริมให้ประชาชนด้มีบทบาทในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐชัดเจนมากยิ่งขึ้น

    จากที่ได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญใหม่พุทธศักราช2549เพื่อให้ประชาชนทราบและลงประชามติโดยทั่วกันทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมดยังคงมีเพียงบางข้อบางส่วนที่อ่านและยังไม่ค่อยถูกใจอยู่บ้างแต่เมื่อพิจารณษภาพรวมแล้วก็นับว่าน่าจะมีความเหมาะสมที่จะนำไปใช้ได้เป็นอย่างดี

              ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 มีสาระสำคัญดังนี้

              1.คุ้มครอง ส่งเสริม และขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่

              2. ลดการผูกขาดอำนาจรัฐ และเพิ่มอำนาจประชาชน

              3.ทำให้การเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรมและจริยธรรม

              4.ทำให้องค์กรตรวจสอบมีความเป็นอิสระ เข้มแข็ง และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    1.คุ้มครอง ส่งเสริม และขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่

              มีการเพิ่มสิทธิและเสรีภาพของประชาชนมากขึ้นกว่าเดิม ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง

    2.ลดการผูกขาดอำนาจรัฐและเพิ่มอำนาจประชาชน

              เสริมสร้างอำนาจทางการเมืองให้แก่ประชาชน ประชาชนและชุมชนมีอำนาจในการฟ้องร้องรัฐที่ใช้อำนาจไม่เป็นธรรมได้

    3.ทำให้การเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรมและจริยธรรม (เติมสิ่งที่ขาดหายไปในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540)

              กำหนดมาตรการเพื่อไม่ให้มีผลประโยชน์ซับซ้อนทางการเมือง โดยกำหนดให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต้องไม่เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นของบริษัท ตามจำนวนที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งครอบคลุมถึงคู่สมรสและบุตร ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วย การแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีความเข้มแข็ง ขึ้นขยายไปถึงทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองหรือดูแลของบุคคลอื่น

    4.ทำให้องค์กรตรวจสอบมีความเป็นอิสระ เข้มแข็ง และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

              ปรับปรุงระบบการสรรหาองค์กรตรวจสอบเพื่อให้มีความเป็นอิสระและเหมาะสมกับบทบาท อำนาจหน้าที่ของแต่ละองค์กรอย่างแท้จริง ปรับปรุงอำนาจหน้าที่และระบบการทำงานขององค์กรตรวจสอบให้ดียิ่งขึ้น

              กล่าวโดยสรุป รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 สามารถให้ประชาชนได้มีการแก้ไข ตรวจสอบในเรื่องของกฎหมายได้ง่ายยิ่งขึ้น เป็นประโยชน์กับประชาชนโดยรวม อำนาจตรวจสอบของประชาชนเพิ่มอำนาจให้แก่ประชาชนเข้มแข็ง ประชาชนทั่วไปที่ทำกิจกรรมการเมืองเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างเพียงพอ และนักการเมืองที่สมบูรณ์แบบสามารถนำพาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป

     wZmRY

     

     

    รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เป็นกฎหมายที่กำหนดกติกาทางการเมือง สังคม เป็นกติกาที่ใช้อำนาจจัดสรรผลประโยชน์ของประชาชนทุกคนภายในประเทศ ตลอดจนแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนซึ่งการเป็นเรื่องของอำนาจรัฐที่จะต้องดูแลทรัพยากรทั้งหมดของประเทศตลอดจนดูแลผลประโยชน์อื่นๆของประชาชนอีกมากมาย  ประชาชนจะต้องมีสิทธิเสรีภาพมีความเสมอภาคการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนรัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตัดสินใจทางการเมืองและจัดบริการสาธารณะร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 (ฉบับลงประชามติ) ซึ่งได้มีการเผยแพร่ให้ประชาชนทราบและใช้เป็นความรู้ ความเข้าใจ  และมีการรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการรับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่รับร่างฯ ซึ่งเป็นครั้งแรกและเป็นประวัติศาสตร์ในเมืองไทยที่มีการลงประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ได้มีการเน้นย้ำคุณค่าและความสำคัญของความเป็นมนุษย์ ความมีคุณธรรมและจริยธรรม รวมถึงการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โปร่งใสและเป็นธรรม แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ประชาชนที่มีสิทธิลงประชามตินั้นยังไม่เข้าใจและได้ศึกษาร่างรัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง และยังไม่สามารถเข้าถึงเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญ ประชาชนยังติดภาพลักษณ์ในเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ จึงมีประชาชนหลายล้านคนที่ต่อต้านและไม่ยอมรับร่างฯ ทั้งๆที่ร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้มองเห็นประโยชน์เป็นรูปธรรม และสามารถปฏิบัติได้จริง แต่อย่างไรก็ดี นับว่าเป็นการดีที่ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาประชาธิปไตย โดยได้ตื่นตัว และได้ร่วมกันไปใช้สิทธิลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มีสาระที่ให้ประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง และมุ่งเน้นที่จะแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมือง โดยดำเนินการใน 4ประการ ด้วยกันคือ                1.คุ้มครอง ส่งเสริม ขยายสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชนอย่างเต็มที่              2.ลดการผูกขาดอำนาจรัฐ และเพิ่มอำนาจประชาชน             3.การเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรม และจริยธรรม   สามารถตรวจสอบได้              4.ทำให้องค์กรตรวจสอบมีความอิสระ เข้มแข็ง และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ให้ประชาชนมีอำนาจในการติดตามตรวจสอบการ แต่การใช้อำนาจรัฐนั้นเพียงพอหรือไม่ เพราะถ้าไม่มีอำนาจจริง ผู้รับผิดชอบก็สามารถเปลี่ยนแปลงภายหลังได้ ซึ่งอาจนำมาซึ่งเกิดความเดือดร้อน วุ่นวายได้เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญปี 2540 เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นอำนาจที่เกินกำลังของประชาชนทั่วไปในการเข้าถึง จึงเป็นผลดีสำหรับประชาชนกลุ่มน้อย แม้จะระบุการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญจริง แต่ก็ยากที่จะเป็นจริงในทางปฏิบัติ  อย่างไรก็ดี สิ่งที่สำคัญ ที่จะทำให้รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามเจตนารมณ์ ได้นั้นก็คือการปลูกฝังและการสร้างจิตสำนึกทางการเมืองของประชาชนผู้เป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ ให้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย สำนึกต่อบุคคลรอบข้าง สำนึกสิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ เพิ่มอำนาจให้แก่ประชาชนให้เข้มแข็งจริง ประชาชนทั่วไปที่ทำกิจกรรมการเมืองเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างเพียงพอตลอดจนตระหนักถึงหน้าที่พลเมือง ไม่เฉพาะประชาชนเท่านั้นนักการเมืองนักวิชาการและองค์กรทางการเมืองต่างๆ สื่อมวลชนก็ต้องสร้างสำนึกเหล่านี้ขึ้นภายในตนเองด้วย ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมแรงร่วมใจพัฒนาชาติไทยให้เข้มแข็งในอนาคต ตามระบอบประชาธิปไตย ตามการปกครองที่เรียกว่า ระบอบประชาธิปไตย คือ การปกครอง โดยประชาชน และเพื่อประชาชน   ประเทศไทยก็จะมีประชาธิปไตย มีการเมือง ระบบการเมือง และมีนักการเมืองที่สมบูรณ์แบบ สามารถนำพาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป

                  ดิฉันมีความเห็นว่าการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เป็นสิ่งที่น่ายินดี เพราะเหตุผลที่ร่างฯ ใหม่นี้ก็เพื่อปรับปรุงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ที่ก่อให้เกิดการผูกขาด การใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม การดำเนินการทางการเมืองของนักการเมืองที่ขาดความโปร่งใส ขาดคุณธรรมและจริยธรรม การใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ยังไม่ได้รับการคุ้มครองและส่งเสริมอย่างเต็มที่ โดยได้ดำเนินการใน 4 แนวทางด้วย กัน คือ

                   1.คุ้มครอง ส่งเสริม และขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่

                     2.ลดการผูกขาดอำนาจรัฐและเพิ่มอำนาจประชาชน

                     3.ทำให้การเมืองมีความโปร่งใสมีคุณธรรมและจริยธรรม

                      4.ทำให้องค์กรตรวจสอบมีความอิสระ เข้มแข็งและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                  ร่างฯ 2550 นี้ ได้นำช่องโหว่หรือข้อบกพร่องของ รัฐธรรมนูญฯ 2540 มาแก้ไขปรับปรุง และในส่วนที่ดีก็ยังคงไว้เหมือนเดิม ร่างฯ 2550 จึงน่าจะถือเป็นรัฐธรรมนญแห่งราชอาณาจักรไทยที่สมบูรณ์ยิ่งกว่า ถึงแม้จะมีหลายคนหลายกลุ่มออกมาต่อต้าน บ้างก็อ้างว่าการร่างฯ 2550 นี้ เป็นของทหาร ไม่ได้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง เเต่เมื่อผลการลงประชามติออกมาแล้ว ว่าประชาชนเห็นชอบ 57.38% นั่น ก็อาจจบ่งชี้ได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจสาระของร่างรัฐธรรมนูญฯ 2550 จากการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล และมีความหวังว่ารัฐธรรมนูญฯ 2550 จะสามารถพาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปได้

    รัฐธรรมนูญปี 50 นี้ เป็นรัฐธรรมนูญที่มีเสียงต่อต้านมากมายการร่างรัฐธรรมนูญฉบับจึงได้มีการเปิดโอกาสให้มีการออกเสียงประชามติให้มีการเสนอร่างรัฐธรรมนูญขึ้น ให้ประชาชนมีโอกาสในการออกความคิดเห็นในการร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่ประชาชนจะสมามารถมีเสียงในการการเสนอรัฐนูญที่จะมาปกครองตน และเพื่อที่ให้ประชาชนได้มีการปกป้องสิทธิ เสรีภาพ และยังสามารถบอกถึงประโยชนโดยรวมควรจะได้รับตามสิทธิ และเสนอความคิดเห็นเกี่บวกับความมิชอบในการร่างรัฐธรรมนูญหรือร่างที่มีจุดบกพร่อง ทำให้อาจส่งผลหระทบต่อประเทศและคนส่วนมากในอนาคตได้ ดังนั้นถ้าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นไปตามความต้องการ ความเห็นชอบของทางฝ่ายประชาชน และรับออกมาตามแบบแผนการร่างรัฐธรรมนูญที่มีความถูกต้องและออกมาเป็นรัฐธรรมนูญที่มีข้อบกพร่องน้อยที่สุดก็น่าจะทำให้บ้านเมือง เกิดความสงบสุขได้ 

             รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเนื้อหาสาระที่ให้ประโยชน์ต่อประชาชน 4 ประการคือ

             1.คุ้มครองส่งเสริมขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่

             2.ลดการผูกขาดอำนาจของรัฐและเพิ่มอำนาจประชาชน

             3.การเมืองมีความโปร่างใส มีคุณธรรมและจริยธรรม หมายถึง มีสมบัติที่แสงผ่านได้และมองเห็นได้ตลอด(ในทางการเมืองจะใช้คำว่า "ตรวจสอบได้")

             4.ทำให้องค์กรตรวจสอบมีความอิสระเข้มแข็งและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

             ในรัฐธรรมนูญปี 50 นี้อาจมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ทุกฝ่ายอาจมองกันคนและแบบ แต่ถึงอย่างไรพวกเราทุกคนหรือทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำให้บ้านเมืองของเรามีความสงบสุขร่มเย็นให้กลับคืนมา ให้สมกับที่ว่า บ้านเมืองเรานั้นเป็นเมืองพุทธ ที่มีธรรมะคอยเป็นเครื่องสนับสนุนให้คนไทยเรานั้นมีจริยธรรมอันดี ถ้าทุกคนมีจริยธรรมที่ดีแล้ว การร่างหรือการใช้รัฐธรรมนูญก็จะเกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายร่วมถึงประชาชนซึ่งมีมากมายหลายอาชีพที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับพิษของเศรษฐกิจหลังการรัฐประหาร

             ทั้งนี้รัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเพราะเราประชาชนคนไทยได้เลือกแล้วต้องยอมรับผลที่จะเกิดขึ้นและพร้อมที่จะแก้ไขในเรื่องต่างๆ จำเป็นต้องที่พวกเราคนไทยทุกคนต้องมีสำนึกที่ดีเป็นรากฐานไม่มีการคอรัปชั่นไม่มีการโกงกินชาติบ้านเมืองหรือหาผลประโยชน์ใส่ตน รัฐธรรมนูญนี้จึงถูกเขียนเพื่อให้สิ่งเหล่านี้หมดไป(ถ้าคนไทยทุกคนยอมทำตาม)

              สุดท้ายนี้ขอให้คนไทยช่วยกันใช้ความคิดที่มีบนหลักการของธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลายที่ทุกคนรู้จักกันดี เอามาช่วยกันคิดและตัดสินใจว่าจะพัฒนาบ้านเมืองของเราให้ไปในทิศทางไหน เพื่อความเจริญก้าวหน้าของพวกเราคนไทยทุกคน

    เพิ่มเติม

    สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 นั้น ได้ดำเนินการใน 4 แนวทาง ได้แก่

    1. การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่                เพิ่มสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้กว้างขวางมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้การใช้สิทธิและเสรีภาพง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพ และมีมาตรการคุ้มครองอย่างชัดเจน รวมทั้งทำให้แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐมีความชัดเจนและผูกพันรัฐมากกว่าเดิม และปรับปรุงการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เหมาะสมยิ่งขึ้น                ยกตัวอย่างเช่น การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนได้รับความคุ้มครอง ขยายสิทธิชุมชน โดยการดำเนินกิจกรรม/โครงการที่อาจเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติ จะต้องจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและชุมชนก่อน การให้ชุมชนมีสิทธิฟ้องศาลได้ในกรณีที่มีการละเมินสิทธิของชุมชน การลดจำนวนประชาชนในการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมาย และการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นต้น           2. การลดการผูกขาดอำนาจรัฐ และการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม                แต่เดิมนั้น รัฐหรือฝ่ายบริหารมีอำนาจมากเกินไป การตรวจสอบฝ่ายบริหารเป็นไปได้ยาก และมีการเข้าไปแทรกแซงการทำงานของระบบข้าราชการประจำ เช่น การแต่งตั้งโยกย้าย เลื่อนตำแหน่ง ฯลฯ ดังนั้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงพยายามลดการแทรกแซงข้าราชการลง และให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีเป็นไปได้ง่ายขึ้น  ดังนั้น จึงเป็นการเสริมสร้างอำนาจทางการเมืองให้แก่ประชาชน จำกัดการผูกขาดและการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม รวมทั้งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นอิสระจากการครอบงำของพรรคการเมือง เพื่อทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนประชาชนได้อย่างเต็มที่ โดยกำหนดให้ ส.ส. มีอิสระจากมติพรรคการเมืองในการตั้งกระทู้ถาม การอภิปราย และการลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นอกจากนี้ยังให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ปลอดจากอิทธิพลของพรรคการเมืองอย่างแท้จริง และห้าม ส.ส.  และ ส.ว. แทรกแซงข้าราชการประจำ           3. การทำให้การเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรมและจริยธรรม                โดยการเพิ่มหมวด คุณธรรม จริยธรรมขึ้น ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งมีการกำหนดไว้ชัดเจนว่า หากมีการฝ่าฝืนบทบัญญัติในหมวดคุณธรรม จริยธรรม จะถือว่าเป็นความผิด ซึ่งหากเป็นข้าราชการก็จะเป็นความผิดทางวินัย หากเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในกรณีที่ร้ายแรงก็สามารถถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ การกำหนดมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง โดยกำหนดให้นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ต้องไม่เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นของบริษัท ตามจำนวนที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งครอบคลุมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วย                นอกจากนี้ยังกำหนดให้การแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส.ส. และ ส.ว. ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม จะต้องเปิดเผยให้แก่สาธารณชนทราบ เช่นเดียวกับของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี  4. การทำให้ระบบตรวจสอบมีความเข้มแข็ง และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ                ปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบให้มีความเข้มแข็ง ไม่ถูกแทรกแซง และมีประสิทธิภาพในการตรวจสอบมากยิ่งขึ้น อาทิ ปรับปรุงระบบการสรรหาองค์กรตรวจสอบเพื่อให้มีความอิสระ และเหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ของแต่ละองค์กร การจัดให้มีระบบการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการปรับปรุงอำนาจหน้าที่และระบบการทำงานขององค์กรตรวจสอบให้ดียิ่งขึ้น เช่น ให้ ส.ส. สามารถเปิดอภิปรายนายกรัฐมนตรีได้ง่ายขึ้น โดยใช้เสียงเพียง 1 ใน 5 และรัฐมนตรี 1 ใน 6 หรือเมื่อครบ 2 ปี เป็นต้น

     

    รัฐธรรมนูญใหม่กับการเมืองไทย รัฐธรรมนูญใหม่ฉบับปี2550เป็นรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาเพิ่มากขึ้นกว่าเดิมซึ่งให้สิทธิและเสรีภาพแก่ประชาชนและองค์กรกลางที่เข้าไปตรวจสอบการทำงานที่สุจริตของรัฐบาลได้มีมาตราที่เพิมโทษแก่นัการเมืองที่ทำผิดและตรวจสอบการทำงานของนัการเมืองได้มากขึ้นถึงแม้จะย้ายสถานที่ทำงานแล้วก็สามารถตรวจสอบดำเนิน คดีเอาผิดได้และสามารถอภิปรายไม่ไว้ว่างใจหรือให้เปลี่ยนข้อกฎหมายได้ตามเห็นควรและถูกต้องได้ด้วยคะแนนเสียงจากประชาชนเพียงแค่ 20000เสียง ทำให้การเมืองไทยดีขึ้นกว่าเดิมในด้านการที่ประชาชนมีสิทธิเข้ามา รับรู้เรื่องต่างๆในการทำงานของรัฐบาลมากขึ้นและกฎหมายรัฐธรรมนุญใหม่นี้ยังมาจากการลงประชามติของประชาชนด้วย

      ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มุ่งปฏิรูปการเมือง เพื่อให้พลเมืองไทยมีสิทธิเสรีภาพมีส่วนร่วมในการเมืองการปกครองเพิ่มขึ้น ได้รัฐบาลที่สุจริตชอบธรรม มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพเป็นสำคัญ มาตรการทั้งหลายจึงต้องพิจารณาโดยภาพร่วมเปรียบเสมือนพิจารณาบ้านทั้งหลัง หรือป่าทั้งป่า มิใช่แยกพิจารณาเป็นส่วนๆ ไป

    ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ร่างขึ้นมาในสถานการณ์ที่ต้องพาประเทศไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยจะจัดให้มีการเลือกตั้งภายในปี 50 แก้ปัญหาของรัฐธรรมนูญ ปี 40 ที่ก่อให้เกิดการผูกขาดอำนาจรัฐและใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม การดำเนินการทางการเมืองขาดความโปร่งใส ไม่มีคุณธรรมและจริยธรรม การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐล้มเหลว สิทธิและเสรีภาพของประชาชนยังไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่        

              ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 มีสาระสำคัญในการแก้ปัญหา 4 ประการ

              1. การคุ้มครอง ส่งเสริม และการขยายสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่

              มีการเพิ่มสิทธิและเสรีภาพของประชาชนมากกว่าฉบับปี 40 เช่นได้รับการศึกษาฟรี 12 ปี บุคคลไร้ที่อยู่จะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ  ประชาชนหนึ่งแสนคนเข้าชื่อเพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้

              2. ลดการผูกขาดอำนาจรัฐและขจัดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม

              โดยการสร้างอำนาจทางการเมืองมีส่วนร่วมในทางการเมือง มีการฟ้องร้องรัฐที่ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม กำจัดการผูกขาดอำนาจรัฐซึ่งในรัฐธรรมนูญปี 40 มีการผูกขาดอำนาจรัฐมากมาย และมีการห้าม ส.ส. และ ส.ว. ก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการหรือการดำเนินงานของ ขรก.

              3.ทำให้การเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรมและจริยธรรม

              มีการแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะต้องเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับรู้

              4.ทำให้ระบบตรวจสอบมีความเข้มแข็งและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

              มีการปรับปรุงองค์กรตรวจสอบโดยการกำหนดให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา ฯลฯ เป็นคณะบุคคลสรรหาองค์กรอิสระ มีการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ การให้ใบแดง ใบเหลือง ของ กกต. สามารถอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภามีอำนาจตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ที่มิชอบด้วยกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ

              จากร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ดังกล่าว จะเห็นได้ว่า แม้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมาจากการรัฐประหาร มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยนำรัฐธรรมนูญปี 40 มาเป็นตัวตั้ง และแก้ไขจุดอ่อนของฉบับดังกล่าวจนได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในส่วนที่ห้ามนักการเมืองแทรกแซง ขรก.ประจำนั้น ได้ห้ามเฉพาะการแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์ของตนเองเท่านั้น ในเรื่องของการสรรหาองค์กรอิสระก็ไม่ได้ทำให้สถาบันตุลาการมีอำนาจมากขึ้น หากแต่ให้อำนาจประชาชนสามารถลงชื่อถอดถอนศาลฎีกาได้

              จึงมีความคิดว่า ถึงแม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด แต่ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดของการกลับคืนมาของอำนาจประชาชนอย่างราบรื่น ชัดเจน แน่นอน และทำให้ คมช. สิ้นสุดสภาพลงไป จึงน่าจะให้มีการรับร่างรัฐธรรมนูญไว้ก่อน จากนั้นก็ค่อยมาแก้ไขในภายหลังในส่วนที่ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย 

    ผมเห็นว่าเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีเหตุผลที่เพียงพอและไม่มีคำตอบทางวิชาการ ดังนั้น ผู้ร่างต้องตอบให้ชัดว่าการเลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งจะช่วยแก้ปัญหาการเมืองที่ผ่านมาอย่างไรบ้าง และประเด็นที่มาของ ส.ว.ต้องระบุวิธีการให้ชัดเพื่อเป็นการไม่ลิดรอนสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของประชาชน อีกทั่งยังเชื่อว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มาจากประชาชนอย่างแท้ จริง

    ****รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้มีอยู่หลายมาตราที่ยังใช้ของเก่าและอีกหลายมาตราได้มีการแก้ไขข้อความเล็กน้อยเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบันอีกหลายมาตราถูกแก้ไขโดยสิ้นเชิงที่เห็นได้ชัด***การลดจำนวนส.ส ในแง่ของการสะใจก็ดีเพราะส.สไม่ค่อยเข้าร่วมประชุมคอยแต่รับเงินเดือนคอยรับจ้างยกมือในสภาค่าตอบแทนในคณะกรรมาธิการตลอดจนใช้เขตเลือกตั้งรวมเขตต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นปัญหาตามมาคงไม่พ้นการเข้าไปแสวงผลประโยชน์เพื่อถอนทุนวงจรอุบาทก็จะกลับมาอีก***ส่วนส..การสรรหาจะได้ส.วหลากหลายอาชีพเข้าไปเป็นตัวแทนสาขาอาชีพนั้นๆถ้าเลือกตั้งทั้งหมดทุนที่ใช้เลือกคงสู้น้กการเมืองตลอดจนกลุ่มผลประโยชน์ไม่ได้***เรื่องผลประโยชน์ฯทับซ้อนของนักการเมืองคงจะลดลงไปแต่คงไม่หมด  คงจะพัฒนาไปในรูปแบบอื่น***เรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนเอาไว้ถึงการเข้าถึงธรรมนูญได้ง่ายขึ้นตามทษฎีที่เขียนเอาไว้แต่กระบวนการที่ประชาชนจะเข้าถึงการได้รับบริการจากรัฐมากน้อยแค่ไหนนั้นต่างหากเป็นหัวใจหลักของรัฐธรรมนูญทุกฉบับ***สรุปได้ว่าถ้าต้องให้รัฐธรรมนูญเป็นไปตามกติกาเพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าประชาชนอย่าให้นักการเมืองใช้เป็นเครื่องในการแสวงประโยชน์อย่าขายเสียงขายสิทธิช่วยกันตรวจสอบนักการเมืองเลวๆสนับสนุนนักการเมืองที่ทำหน้าที่สมบูรณ์ซึ่งยังมีอยู่ในสังคมไทยและคนไทยต้องไม่แตกแยกสร้างความสมาฉันท์ในประเทศสร้างกระบวนการประชาธิปไตยแข่งกับชาวโลกร่วมแรงร่วมใจทุกๆฝ่ายฝ่ายการเมืองไม่โกงไม่กิน ฝ่ายประชาชนช่วยกันตรวจสอบคุณธรรมจริยธรรมฝ่ายเศรฐษกิจไม่เอารัดเอาเปรียบสังคมจนเกินไปเทอดทูล3สถาบันหลักชาคิศาสนาพระมหากษัตริย์คงประจักษ์กันแล้วว่าหลายครั้งหลายคราบ้านผ่านพ้นวิกฤติมาได้ด้วยพระบุญญาบารมีของในหลวงควรน้อมนำเศรฐษกิจพอเพียงของในหลวงมาปฏิบัติในสถาวะบ้านเมืองเช่นนี้คงจะนำชาติบ้านเมืองพัฒนาไปได้เพราะคนไทยทุกคนคือเจ้าของประเทศไทย

              ในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี พ.ศ.2550 จะเห็นได้ว่า แม้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมาจากการรัฐประหาร มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยนำรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2540 มาเป็นต้นแบบ และแก้ไขจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวจนได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่  ในส่วนที่ห้ามนักการเมืองแทรกแซงข้าราชการประจำนั้น ได้ห้ามเฉพาะการแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์ของตนเองเท่านั้น ส่วนเรื่องของการสรหาองค์กรอิสระก็ไม่ได้ทำให้สถาบันตุลาการมีอำนาจมากขึ้น แต่ให้อำนาจประชาชนสามารถลงชื่อถอดถอนศาลฎีกาได้

            มีความคิดว่า ถึงแม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2550 จะไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด แต่ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดของการกลับคืนมาของอำนาจประชาชนอย่างราบรื่น ชัดเจน และทำให้ คมช. สิ้นสุดสภาพลงไป ซึ่งคาดว่าจะทำให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในสิ้นปี 2550 นี้ ถือเป็นสิ่งที่ดีเพราะจะทำให้ต่างประเทศเกิดความน่าเชื่อถือในประเทศไทย และมีผลทางเศรษฐกิจของไทยอาจจะดีขึ้นกว่าเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้

    llkkkkjj
    ดิฉันเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 50 มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ที่มีสาระสำคัญหลายๆ เรื่อง  อย่างเช่นที่เด่นๆ คือ มุ่งจะแก้ปัญหาใน 4 แนวทาง  คือ  คุ้มครอง  ส่งเสริม  และขยายสิทธิเสรีภาพของประชาชน  ลดการผูกขาดอำนาจรัฐ  และขจัดการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม  ทำให้การเมืองมีความโปร่งใส  มีคุณธรรม  และจริยธรรม  ทำให้ระบบตรวจสอบเข้มแข็ง  และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากขึ้นคะ               
    จะเห็นได้ว่ามีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2540 ในหลายประเด็น  โดยเฉพาะในส่วนที่ว่าด้วยสิทธิ  และเสรีภาพของประชาชน  ยังคงไว้เหมือนเดิมหลายอย่าง  เช่น  สิทธิที่จะได้รับการศึกษาฟรี 12 ปี (ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้อย่างจริงจัง)                ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้เพิ่มสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอีกหลายเรื่อง รวมทั้งสิทธิในการติดตามและร้องขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนักการเมือง  และเจ้าหน้าที่ของรัฐ  และสิทธิที่จะเข้าชื่อ 100,000 คน  เพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ                ส่วนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน  ยังไม่ได้รับคุ้มครองเหมือนกับรัฐธรรมนูญ 2540 นอกจากห้ามปิดหนังสือพิมพ์  สถานีวิทยุ  และโทรทัศน์แล้ว  ยังห้ามแทรกแซงสื่อมวลชนในการเสนอข่าวสาร                     ส่วนที่สำคัญที่สุดคือการบังคับใช้การทำให้รัฐธรรมนูญ  เป็นกฎหมายสูงสุดที่แท้จริง  มีความศักดิ์สิทธิ์จริง  ทุกฝ่ายปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด  ทั้งตามตัวอักษรและตามเจตนารมณ์  ไม่มีผู้กล้าละเมิด  แม้ว่าผู้นั้นจะมีอำนาจมากมายแค่ไหน  ผู้ที่บังอาจละเมิดรัฐธรรมนูญด้วยความจงใจจะต้องได้รับโทษ  จากการใช้รัฐธรรมนูญ 2540 ที่ผ่านมา  ไม่มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง  องค์กรผู้มีอำนาจตรวจสอบถูกแทรกแซง  ครอบงำโดยอำนาจอื่น        
    ดิฉันเห็นว่าทุกวันนี้กำลังจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้  แม้ว่าจะร่างเสร็จเรียบร้อย  แต่ยังมีขั้นตอนสำคัญคือการลงประชามติที่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย  รัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน  กำลังอยู่ในขั้นถกเถียงกันอย่างกว้างขวางของผู้คนในสังคม  มีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย  คงต้องใช้เวลาที่จะให้ทุกฝ่าย สมานฉันท์กัน  การเลือกตั้ง  การมีรัฐบาลใหม่ต้องเกิดขึ้นแน่นอนเชื่อว่ารัฐบาลชุดใหม่จะนำพาประชาชาติให้ผ่านวิกฤตไปได้ด้วยดี  ถ้าปฏิบัติตามร่างรัฐธรรมนูญ 2550 อย่างเคร่งครัด  และนายกฯ ต้องมี   เอกภาพในการบริหารประเทศ  ทหารต้องไม่เข้ามาแทรกแซงกับการเมือง
    ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองและมีส่วนร่วมในการใช้อำนาจรัฐ รวมทั้งได้กำหนดดุลยภาพขององค์กรต่าง ๆ แต่ก่อนที่จะประกาศใช้ควรมีการตรวจตราดูอย่างละเอียดถ้วนถี่ ต้องได้รับความร่วมมือและเข้าใจจากทุกๆฝ่าย ว่าควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อประโยชน์ที่แท้จริงต่อประเทศชาติ ไม่ใช่จะเอามาเป็นหมากให้ใครถึงตาจน ให้ใครได้เดินต่อหรือเอาชนะกันด้วยทิฐิ หากจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็อยากให้เกิดจากการพิจารณาอย่างรอบคอบจากทุกๆ ส่วนภาคแล้ว ว่ามีข้อเสียมากกว่าดี  อย่าไปไม่รับร่างเพราะ คมช. เป็นคนแต่งตั้ง สสร. เข้ามา ทุกอย่างย่อมต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสียควบคู่กันไป ไม่มีอะไรที่จะมีดีไปทั้งหมด ดิฉันคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่ ไม่ทราบหรอกคะว่ารัฐธรรมนูญคืออะไร แล้วเค้าจะได้อะไรจากรัฐธรรมนูญ หรือรู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับไหนดีหรือฉบับไหนไม่ดีหากคิดว่าจะไม่เอา คมช. จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ จากรัฐบาลเผด็จการ เพียงอย่างเดียว ความคิดที่เอาแต่ใจแบบนี้ แล้วเมื่อไรปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศเราจะแก้ไขได้ซักที ดิฉันคิดว่า ทุกๆอย่างแก้ไขได้แต่อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย เดี๋ยวอะไรๆ ก็จะดีขึ้นเอง ครับ
    ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 มีสาระสำคัญในการแก้ปัญหา 4 ประการ          1. การคุ้มครอง ส่งเสริม และการขยายสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่           มีการเพิ่มสิทธิและเสรีภาพของประชาชนมากกว่าฉบับปี 40 เช่นได้รับการศึกษาฟรี 12 ปี บุคคลไร้ที่อยู่จะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ  ประชาชนหนึ่งแสนคนเข้าชื่อเพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้          2. ลดการผูกขาดอำนาจรัฐและขจัดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม           โดยการสร้างอำนาจทางการเมืองมีส่วนร่วมในทางการเมือง มีการฟ้องร้องรัฐที่ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม กำจัดการผูกขาดอำนาจรัฐซึ่งในรัฐธรรมนูญปี 40 มีการผูกขาดอำนาจรัฐมากมาย และมีการห้าม ส.ส. และ ส.ว. ก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการหรือการดำเนินงานของ ขรก.          3.ทำให้การเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรมและจริยธรรม          มีการแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะต้องเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับรู้           4.ทำให้ระบบตรวจสอบมีความเข้มแข็งและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการปรับปรุงองค์กรตรวจสอบโดยการกำหนดให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา ฯลฯ เป็นคณะบุคคลสรรหาองค์กรอิสระ มีการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ การให้ใบแดง ใบเหลือง ของ กกต. สามารถอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภามีอำนาจตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ที่มิชอบด้วยกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ           จากร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ดังกล่าว จะเห็นได้ว่า แม้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมาจากการรัฐประหาร มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยนำรัฐธรรมนูญปี 40 มาเป็นตัวตั้ง และแก้ไขจุดอ่อนของฉบับดังกล่าวจนได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในส่วนที่ห้ามนักการเมืองแทรกแซง ขรก.ประจำนั้น ได้ห้ามเฉพาะการแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์ของตนเองเท่านั้น ในเรื่องของการสรรหาองค์กรอิสระก็ไม่ได้ทำให้สถาบันตุลาการมีอำนาจมากขึ้น หากแต่ให้อำนาจประชาชนสามารถลงชื่อถอดถอนศาลฎีกาได้ค่ะ
    รัฐธรรมนูญฉบับนี้จริงๆเนื้อหาสาระอาจมิได้แตกต่างอะไรกับปี 2550 มากนัก สิ่งที่ต่างกันก็คือ การเพิ่มเติมอำนาจการตรวจสอบจากภาคส่วนต่างๆ รวมไปถึงสัดส่วนและที่มาของ สส. สว. และการเพิ่มสิทธิ เสรีภาพให้ชัดเจนครอบคลุมขึ้น (ของชนบางกลุ่มซึ่งมิอาจรวมเพศที่3)เข้าไปผนวกด้วย เพราะบางประโยคบางวรรคตอนก็คัดลอกมาเสมือนหนึ่งว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี2540 ฟื้นคืนชีพ
                     ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ลดอำนาจของฝ่ายบริหารแบบรัฐสภาลงซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วอาจมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีก็คือทำให้รัฐบาลรอบคอบและรับผิดชอบต่อนโยบายมากขึ้น แต่ข้อเสียก็อาจมีผลทำให้การทำงานล่าช้าเช่นเดียวกับในอดีตซึ่งไม่อาจตอบสนองได้ทันท่วงที อดีตจากการใช้รัฐธรรมนูญปี2540อาจทำให้มองเห็นภาพได้สองด้านคือในส่วนที่ทำงานเร็วแต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ฝ่ายบริหารและ(นิติบัญญัติ)มีอำนาจในสภามากแบบชนิดที่ว่าไม่เคยมีมาก่อนจนทำให้กฏหมายที่คลอดออกมาผ่านฉลุยทุกวาระ (ซึ่งอาจมีผลเสียต่อส่วนรวมในภายหลังไม่รู้คนอื่นคิดอย่างไรกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ผมกลับอยากให้ร่างนี้ผ่านมากๆ(ตัวสั่นเลย) ถ้าหากร่างนี้ผ่านจะทำให้ประเทศไทยดีขึ้นเยอะ(ถ้าเป็นไปได้จริงตามที่กล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญ) เพราะมีหลายมาตราในร่างดังกล่าวเขียนไว้น่าประทับใจยิ่งราวกับจะทำให้สิ่งที่คิดเชิงอุดมคติกลายเป็นความจริง
      รัฐธรรมนูญฉบับร่างนี้ดีกว่าฉบับที่แล้ว เพราะได้มีการขยายสิทธิเสรีภาพต่างๆ รวมทั้งมีการกำหนดให้สิทธิเสรีภาพที่บัญญัติไว้เกิดขึ้นและมีผลจริง เพื่อแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว   รัฐบาลจะถูกตรวจสอบ เพื่อมิให้มีการใช้อำนาจในทางที่ผิด  รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้แก้ไขจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว ในเรื่อง การให้รัฐบาลต้องมีความรับผิดชอบต่อสภาและประชาชนมากขึ้น ทั้งการเสนองบประมาณ การจัดทำสนธิสัญญาข้อตกลงต่างๆ จนถึงการถูกอภิปรายตรวจสอบ และการไม่แยกฝ่ายบริหารจากฝ่ายนิติบัญญัติอย่างเด็ดขาด ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาที่สำคัญของวิกฤติการเมืองที่ผ่านมา  เราไม่ได้มองว่า การถูกตรวจสอบมากขึ้น จะทำให้รัฐบาลอ่อนแอ แต่เชื่อว่าการมีกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็ง จะช่วยให้มีรัฐบาลที่ดี และหากรัฐบาลดี รัฐบาลนั้นก็จะมีความเข้มแข็งตามวิถีทางประชาธิปไตย                นายกรัฐมนตรีมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง และเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร คือ สิ่งที่กำหนดทิศทางนโยบายของประเทศ    ในส่วนของบทบาทของตุลาการและองค์กรอิสระ ก็เหมือนกับรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว คือ เป็นการตรวจสอบในเรื่องการทำผิดกฎหมาย หรือ การทุจริต ไม่ใช่การกำหนดนโยบาย หรือที่วิจารณ์ว่าระบบการเลือกตั้งจะทำให้รัฐบาลและพรรคการเมืองอ่อนแอลงก็ไม่ชัด สภาพความอ่อนแอในระบบพรรคการเมืองขณะนี้ เป็นสภาพความจริงของการเมืองมากกว่าตัวระบบ (คิดง่ายๆว่าหากใช้กติกาใหม่หรือเขตใหญ่เมื่อปี ๒๕๔๘ ก็จะยังได้รัฐบาลพรรคเดียวที่เข้มแข็ง หรือหากใช้ระบบเขตเล็กครั้งหน้า โอกาสที่จะเป็นรัฐบาลผสมก็ยังมีอยู่สูง)  ปัญหาตรงนี้ จึงเป็นเรื่องของภาวะผู้นำในการบริหารการเมืองมากกว่า ว่าจะยอมตกเป็นเบี้ยล่างของพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาล หรือถูกครอบงำโดยราชการหรือไม่แต่ที่เป็นรอยตำหนิ หรือ จุดอ่อนของรัฐธรรมนูญฉบับร่างนี้  คือ การที่วุฒิสภามาจากการสรรหาถึงเกือบครึ่งหนึ่ง แม้จะไม่มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย แต่ก็มีอำนาจถอดถอน  และการเขียนหมวดแนวนโยบายของรัฐที่มีความละเอียด ส่วนข้อด้อยต่างๆก็ให้สภาที่มาจากการเลือกตั้งแก้ไขต่อไป แม้แต่ประชาชนก็จะมีโอกาสเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การแก้ไขจึงง่ายกว่าฉบับปี ๒๕๔๐ ซึ่งทุกฝ่ายก็ยอมรับว่าควรแก้ไข                          การเมืองที่ดีกว่า ก็ต้องมีสื่อที่อิสระ ราชการที่ยึดระบบคุณธรรม  นักการเมือง พรรคการเมือง ที่ทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริงเห็นข่าว การใช้เงินเพื่อให้คนไม่ไปลงประชามติ ข่าวการซื้อสส. ข่าวการเมืองที่รวมตัวกันเพื่อประโยชน์ของบุคคล พวกพ้อง ไม่เกี่ยวกับอุดมการณ์ ข่าวความขัดแย้ง การแก้แค้น ฯลฯ แล้ว   การต่อสู้เพื่อสร้างการเมืองใหม่ คงอีกยาวไกลแต่ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้  
    ผมยังเห็นว่าเราไม่ควรจะมาถกเถียงกันในปัญหาทางเทคนิค เช่นจำนวนสส. ควรจะมีกี่คน หรือรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่าง แต่จะต้องถามตัวเองว่าเราจะทำให้มันง่ายสำหรับประชาชนที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการออกความคิดเห็นที่เป็นเจตจำนงค์ของเขาได้อย่างไร เราจะทำอย่างไรให้คนไทยเราเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญแท้จริงแล้วคืออะไร เพราะผมเชื่อว่ามีคนไทยมากกว่า 90% ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญเลย ถ้าเรารู้ว่ามันเป็นอย่างนั้น รู้ว่ามีคนเพียงหยิบมือเดียวที่เข้าใจรัฐธรรมนูญอย่างถ่องแท้ และรู้ด้วยว่าเป็นคนพวกนี้เองที่มักจะหาช่องโหว่เพื่อฉวยโอกาส หาประโยชน์จากมัน ทำไมเราไม่ทำให้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องง่ายๆ ที่อ่านจบภายในหนึ่งหน้ากระดาษ หรือมีอยู่สิบข้อ เพราะการเล่นเอาเถิดกับภาษาเขียนมิใช่สิ่งที่สำคัญ เจตนารมณ์ต่างหากเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

    กระสรสะนปะหสรพกาityodctl7tuilygurydgfsyrieytgvd7gcsxgfds

    รัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๕๐ นี้ ถือเป็นมิติใหม่ของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ของประเทศไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  เพราะเป็นครั้งแรกของการลงประชามติของประชาชน  ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ  ซึ่งขณะนี้  คนไทยส่วนใหญ่ได้ลงประชามติให้ความเห็นชอบไปแล้ว โดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้น่าจะเป็นผลดีกับประชาชนส่วนใหญ่ คือให้หลักสำคัญ เพื่อส่งเสริมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ให้เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนยิ่งขึ้น  สนับสนุนให้ประชาชนมีบทบาท  และมีส่วนร่วมในการปกครอง และตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างเป็นรูปธรรมและสัมฤทธิ์ผล กำหนดกลไกสถาบันทางการเมืองทุกส่วนโดยเฉพาะฝ่ายนิติบัญญัติ  และฝ่ายบริหาร  ให้มีดุลยภาพและประสิทธิภาพตามวิถีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แบบรัฐสภา
    ดิฉันเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 50 มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ที่มีสาระสำคัญหลายๆ เรื่อง  อย่างเช่นที่เด่นๆ คือ มุ่งจะแก้ปัญหาใน 4 แนวทาง  คือ  คุ้มครอง  ส่งเสริม  และขยายสิทธิเสรีภาพของประชาชน  ลดการผูกขาดอำนาจรัฐ  และขจัดการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม  ทำให้การเมืองมีความโปร่งใส  มีคุณธรรม  และจริยธรรม  ทำให้ระบบตรวจสอบเข้มแข็ง  และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากขึ้นคะ                BYP
    ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองและมีส่วนร่วมในการใช้อำนาจรัฐ รวมทั้งได้กำหนดดุลยภาพขององค์กรต่าง ๆ แต่ก่อนที่จะประกาศใช้ควรมีการตรวจตราดูอย่างละเอียดถ้วนถี่ ต้องได้รับความร่วมมือและเข้าใจจากทุกๆฝ่าย ว่าควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อประโยชน์ที่แท้จริงต่อประเทศชาติ ไม่ใช่จะเอามาเป็นหมากให้ใครถึงตาจน ให้ใครได้เดินต่อหรือเอาชนะกันด้วยทิฐิ หากจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็อยากให้เกิดจากการพิจารณาอย่างรอบคอบจากทุกๆ ส่วนภาคแล้ว ว่ามีข้อเสียมากกว่าดี  อย่าไปไม่รับร่างเพราะ คมช. เป็นคนแต่งตั้ง สสร. เข้ามา ทุกอย่างย่อมต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสียควบคู่กันไป ไม่มีอะไรที่จะมีดีไปทั้งหมด คนไทยส่วนใหญ่ ไม่ทราบหรอกว่ารัฐธรรมนูญคืออะไร แล้วเค้าจะได้อะไรจากรัฐธรรมนูญ หรือรู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับไหนดีหรือฉบับไหนไม่ดีหากคิดว่าจะไม่เอา คมช. จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ จากรัฐบาลเผด็จการ เพียงอย่างเดียว ความคิดที่เอาแต่ใจแบบนี้ แล้วเมื่อไรปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศเราจะแก้ไขได้ซักที  ทุกๆอย่างแก้ไขได้แต่อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย เดี๋ยวอะไรๆ ก็จะดีขึ้นเอง ครับ
    ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 มีจุดบกพร่องในเรื่องของที่มา กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญมีผลประโยชน์ทับซ้อน และเนื้อหาของรัฐธรรมนูญขาดเอกภาพ รวมทั้งขัดแย้งต่อหลักความเป็นกฏหมายสูงสุดด้วย เนื่องจาก "ที่มา" ของร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาจากการทำรัฐประหาร นี่จึงไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่มาอย่างถูกต้องชอบธรรม เมื่อศึกษาจากประวัติศาสตร์จะพบว่ารัฐธรรมนูญซึ่งมีที่มาโดยไม่ถูกต้องชอบธรรมนั้น มักก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องของเนื้อหาตามมาเสมอ  ร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 อ้างถึงเรื่องจริยธรรมเอาไว้มาก มีการพูดถึงจริยธรรมของนักการเมือง แต่ไม่ได้พูดถึงจริยธรรมของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งบางส่วนก็มาจากองค์กรที่มีผลประโยชน์โดยตรงจากการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เช่น ผู้ร่างรัฐธรรมนูญบางคนจะกลับมาเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการลงประชามติด้วย  กรอบกฎหมายของร่าง รธน. 50 อาจทำให้เกิดรัฐบาลผสมมากมาย ระบบตัวแทนมีน้อยลง ปัญหาการฮั้วทางการเมืองจะเกิดมากขึ้น และเป็นการเปิดช่องทางให้ระบบราชการทั้งหลายเข้ามาครอบงำการตัดสินใจของรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะไม่มีอำนาจในการตัดสินใจปัญหาบางเรื่องได้ พร้อมกันนี้ ข้อบัญญัติที่ให้องค์กรอิสระอยู่ภายใต้อำนาจของตุลาการ จะเป็นการทำให้ฝ่ายตุลาการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาผลเสียต่อศาลระยะยาว และการแทรกแซงอำนาจอธิปไตยระหว่างกัน นั่นเอง
    รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้อำนาจตุลาการทำหน้าที่มากเกินไป คือ ให้อำนาจของศาลและองค์กรอิสระสามารถยื่นกฎหมายเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรได้ โดยไม่ให้ผ่านคณะรัฐมนตรี ซึ่งตรงนี้จะทำให้เกิดปัญหาได้ เพราะอาจทำให้เกิดการการวิ่งเต้นกับเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้โดยตรง ซึ่งเชื่อว่าต่อไปเราจะเห็นภาพของศาลขององค์กรอิสระเดินทางไปวิ่งเต้น หรือต่อรองกับกลุ่มก๊วนต่างๆ เอง   ประเด็นเรื่องสิทธิเสรีภาพที่เพิ่มเข้ามาใน รธน. 50 ไม่จำเป็นต้องเพิ่มเข้ามา เนื่องจาก ประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาเรื่องการบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่เป็นปัญหาของการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ มากกว่า คือ ถึงแม้ว่าจะเพิ่มสิทธิของประชาชนในเรื่องการออกกฎหมายได้ แต่ถ้าบังคับใช้ไม่ได้จริงๆ ก็ไม่มีประโยชน์ 
    ระบบการเลือกตั้งของรัฐธรรมนูญปี 2550 ทำให้ประชาชนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแบ่งระบบสัดส่วนออกเป็น 8 บัญชี อย่างกรณีที่แบ่งจังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ ไปอยู่กลุ่มเดียวกับจังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีวิถีชีวิตคนละแนวทาง รวมถึงการเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ไม่เกินเขตละสามคน ซึ่งทำให้ประชาชนจำยาก    เนื้อหาของรัฐธรรมนูญที่มีปัญหา คือ ไม่เป็นประชาธิปไตย ผู้ที่มาจากการเลือกตั้งก็ไม่มีอำนาจ แต่อำนาจจะไปอยู่ที่ผู้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง การปกครองแบบนี้ประชาชนจะไม่มีทางเสนอความต้องการและไม่มีใครมารับเอาความต้องการของประชาชนไปแก้ปัญหาประเทศ ยิ่งวิกฤติจะยิ่งลำบากเพราะว่ากลไกที่บริหารปกครองประเทศไม่ต้องฟังประชาชน โดยรวมแล้วรัฐธรรมนูญจึงเป็นส่วนหนึ่งของกลไกอีกหลายอย่างที่จะสร้างเสริมทำให้เกิดความมั่นคงของระบอบเผด็จการ ระบอบอมาตยาธิปไตย ก็คือข้าราชการหรือผู้ที่ไม่มาจากการเลือกตั้งเป็นใหญ่ในการปกครองบริหารประเทศ
    รัฐธรรมนูญ ปี 50 ระบุส.ส. และ ส.ว. ต้องแจงบัญชีทรัพย์สินและเปิดเผยสู่สาธารณะ รวมถึงคุณสมบัติของ ส.ว. ได้มีการเพิ่มเติมมากขึ้น กล่าวคือ พ่อแม่ บุตร สามีภรรยาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่สามารถเป็น ส.ว. ได้ เพื่อป้องกันสภาผัวเมีย ดังที่เคยมีข้อถกถียงกัน และผู้ที่จะมาเป็น ส.ว. ต้องพ้นการเมือง พ้นจากการดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และพ้นจากการเป็น ส.ส.มาแล้ว 5 ปี ขณะเดียวกันจะต้องไม่อยู่ในอาณัติของพรรคการเมือง รัฐธรรมนูญได้พยายามยกระดับวุฒิสภา (ส.ว.) ให้เป็นสภาของผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มมากขึ้น  พรรคการเมืองทุกพรรคมี ส.ส.ซื้อเสียง และเมื่อถามนักการเมืองก็จะบอกว่า ถ้าไม่ซื้อ คนอื่นก็ซื้อ ก็จะไม่มีโอกาสได้รับเลือกตั้ง ดังนั้นรัฐธรรมนูญจึงช่วยทุกพรรค โดยหากเห็นว่ามีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งพรรคใดทำการทุจริต ซื้อเสียง ให้เป็นเหตุให้ศาลสั่งยุบพรรคได้ และหากหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรครู้การทุจริต ซื้อเสียง แต่ไม่แก้ไข ก็เป็นเหตุให้ศาลสั่งยุติบทบาททางการเมือง 5 ปี  พรรคการเมือง เคยสัญญากับประชาชนว่า เมื่อได้รับการเลือกตั้งเข้าไปอยู่ในสภา จะดำเนินการอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ในรัฐธรรมนูญปี 40 ก็ไม่ได้มีการห้ามไม่ให้นักการเมืองยุบพรรคแล้วไปควบรวมกับพรรคอื่น หรือเรียกได้ว่า ไม่มีการห้ามไม่ให้ยกขบวนไปอยู่กับพรรคหนึ่งพรรคใด ทำให้เกิดปัญหา ตอนเลือกตั้งบอกประชาชนว่ามีพรรคนี้ อยู่พรรคนี้ มีนโยบายอย่างนี้ แล้วก็ไปขายยกเข่ง จึงมีปัญหาตามมา ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงห้ามไม่ให้ควบรวมพรรคการเมืองหรือที่เรียกว่าซื้อยกเข่ง 
    คือการลดการผูกขาดอำนาจรัฐและเพิ่มอำนาจประชาชน โดยการเสริมสร้างอำนาจทางการเมืองให้แก่ประชาชน เช่น ให้ประชาชนและชุมชนมีอำนาจในการฟ้องร้องรัฐที่ใช้อำนาจไม่เป็นธรรมได้ ให้ประชาชนใช้สิทธิทางการเมืองได้ง่ายขึ้น อาทิ การลดจำนวนประชาชนในการเข้าชื่อถอดถอนนักการเมือง หรือข้าราชการระดับสูงและการเสนอกฎหมาย            นอกจากนี้ยังมีการจำกัดการผูกขาดและการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมของรัฐบาล เช่น นายกรัฐมนตรีอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 8 ปี การตราพระราชกำหนดของรัฐบาลจะต้องถูกตรวจสอบโดยเคร่งครัดจากศาลรัฐธรรมนูญมิใช่ตามอำเภอใจของรัฐบาลอีกต่อไป
    รัฐธรรมนูญปี 50 ผู้ยกร่างพยายามจะแก้ไขข้อบกพร่องเหล่านั้น โดยเฉพาะการสร้างดุลยภาพระหว่างอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ไม่ได้เป็นการลดทอนอำนาจบริหารให้รัฐบาลอ่อนแอและเพิ่มอำนาจให้ตุลาการตามที่กล่าวอ้าง สำหรับการสร้างดุลยภาพโดยการเพิ่มอำนาจให้ฝ่ายนิติบัญญัติเช่น การลงมติในเรื่องต่างๆ ของส.ส.นั้น ไม่จำเป็นต้องฟังเสียงมติพรรค ส่วนศาลก็มีการตรวจสอบโดยผู้ตรวจการรัฐสภา ทำให้มีกระบวนการตรวจสอบในสภามากขึ้นกว่าเดิม อย่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ลดจำนวนส.ส.ลงเพื่อให้สามารถมีสิทธิอภิปรายได้ โดยเหลือเพียงแค่ 1 ใน 6 หรือ 80 คน เพื่อให้ส.ส.ฝ่ายค้านได้มีโอกาสตรวจสอบรัฐบาลมากขึ้น ถ้าประชาชนอยากไปบอกกล่าวปัญหา ท่านจะมีตัวแทนคือ ส.ส. ก็จะมีตัวแทน คือ อบต. ส.ท. และอบจ. อยู่แล้ว ยกวุฒิออกไปเป็นอีกส่วนหนึ่งเอาไว้กลั่นกรองกฎหมาย  ถือเป็นรูปแบบที่หลายประเทศที่ปกครองแบบระบอบประชาธิปไตยใช้กัน เช่น อังกฤษ เบลเยี่ยม เพราะหากให้ ส.ว.ทั้งหมดมาจากการเลือกตั้ง ก็จะซ้ำรอยปัญหาเดิม เพราะ ส.ว.มีอำนาจแต่งตั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้งหมด 
    จะเห็นได้ว่ามีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2540 ในหลายประเด็น  โดยเฉพาะในส่วนที่ว่าด้วยสิทธิ  และเสรีภาพของประชาชน  ยังคงไว้เหมือนเดิมหลายอย่าง  เช่น  สิทธิที่จะได้รับการศึกษาฟรี 12 ปี (ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้อย่างจริงจัง)                ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้เพิ่มสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอีกหลายเรื่อง รวมทั้งสิทธิในการติดตามและร้องขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนักการเมือง  และเจ้าหน้าที่ของรัฐ  และสิทธิที่จะเข้าชื่อ 100,000 คน  เพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ                ส่วนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน  ยังไม่ได้รับคุ้มครองเหมือนกับรัฐธรรมนูญ 2540 นอกจากห้ามปิดหนังสือพิมพ์  สถานีวิทยุ  และโทรทัศน์แล้ว  ยังห้ามแทรกแซงสื่อมวลชนในการเสนอข่าวสาร                     ส่วนที่สำคัญที่สุดคือการบังคับใช้การทำให้รัฐธรรมนูญ  เป็นกฎหมายสูงสุดที่แท้จริง  มีความศักดิ์สิทธิ์จริง  ทุกฝ่ายปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด  ทั้งตามตัวอักษรและตามเจตนารมณ์  ไม่มีผู้กล้าละเมิด  แม้ว่าผู้นั้นจะมีอำนาจมากมายแค่ไหน  ผู้ที่บังอาจละเมิดรัฐธรรมนูญด้วยความจงใจจะต้องได้รับโทษ  จากการใช้รัฐธรรมนูญ 2540 ที่ผ่านมา  ไม่มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง  องค์กรผู้มีอำนาจตรวจสอบถูกแทรกแซง  ครอบงำโดยอำนาจอื่น        
    ดิฉันเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 50 มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ที่มีสาระสำคัญหลายๆ เรื่อง  อย่างเช่นที่เด่นๆ คือ มุ่งจะแก้ปัญหาใน 4 แนวทาง  คือ  คุ้มครอง  ส่งเสริม  และขยายสิทธิเสรีภาพของประชาชน  ลดการผูกขาดอำนาจรัฐ  และขจัดการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม  ทำให้การเมืองมีความโปร่งใส  มีคุณธรรม  และจริยธรรม  ทำให้ระบบตรวจสอบเข้มแข็ง  และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากขึ้นคะ               
    จะเห็นได้ว่ามีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2540 ในหลายประเด็น  โดยเฉพาะในส่วนที่ว่าด้วยสิทธิ  และเสรีภาพของประชาชน  ยังคงไว้เหมือนเดิมหลายอย่าง  เช่น  สิทธิที่จะได้รับการศึกษาฟรี 12 ปี (ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้อย่างจริงจัง)                ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้เพิ่มสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอีกหลายเรื่อง รวมทั้งสิทธิในการติดตามและร้องขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนักการเมือง  และเจ้าหน้าที่ของรัฐ  และสิทธิที่จะเข้าชื่อ 100,000 คน  เพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ                ส่วนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน  ยังไม่ได้รับคุ้มครองเหมือนกับรัฐธรรมนูญ 2540 นอกจากห้ามปิดหนังสือพิมพ์  สถานีวิทยุ  และโทรทัศน์แล้ว  ยังห้ามแทรกแซงสื่อมวลชนในการเสนอข่าวสาร                     ส่วนที่สำคัญที่สุดคือการบังคับใช้การทำให้รัฐธรรมนูญ  เป็นกฎหมายสูงสุดที่แท้จริง  มีความศักดิ์สิทธิ์จริง  ทุกฝ่ายปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด  ทั้งตามตัวอักษรและตามเจตนารมณ์  ไม่มีผู้กล้าละเมิด  แม้ว่าผู้นั้นจะมีอำนาจมากมายแค่ไหน  ผู้ที่บังอาจละเมิดรัฐธรรมนูญด้วยความจงใจจะต้องได้รับโทษ  จากการใช้รัฐธรรมนูญ 2540 ที่ผ่านมา  ไม่มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง  องค์กรผู้มีอำนาจตรวจสอบถูกแทรกแซง  ครอบงำโดยอำนาจอื่น        
    จากที่ได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญใหม่(ฉบับชั่วคราว)พุทธศักราช2549เพื่อให้ประชาชนทราบและลงประชามติโดยทั่วกันว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบแล้วนั้นในส่วนตัวก็มีความคิดเห็นว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่บ่งบอกถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ดีพอสมควรแต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมดยังคงมีเพียงบางข้อบางส่วนที่อ่านแล้วยังไม่ค่อยถูกใจอยู่บ้างแต่เมื่อพิจารณาภาพรวมแล้วก็นับว่าน่าที่จะมีความเหมาะสมที่จะนำไปใช้ได้เป็นอย่างดี
    รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย   พ.ศ.2550 เนื่องจากรัฐบาลเก่าใช้ช่องว่างของกฎหมายรัฐธรรมนูญ2540ใช้ในการหาผลประโยชน์มากเกินไปทำให้เกิดความแตกแยกในประเทศและรัฐบาลเก่ายังเข้าไปแทรกแทรงองค์กรอิสระทำให้องค์กรอิสระทำงานอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพจึงทำให้ทางกองทัพทำการรัฐประหารและร่างรัฐธรรมนูญ2550ขึ้นเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ2540แต่รัฐธรรมนูญ2550ก็มีความบกพร่องอยู่เช่นกันทำให้ประชาชนบางส่วนไปยอมรับกระผมว่าประเทศไทยจะมีรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดแต่ก็ทำให้การเมืองของประเทศไม่พัฒนาไปมากเท่าไหร่เพราะถ้านักการเมืองของประเทศไทยยังมีความคิดว่าการเมืองคือการลงทุนนักการเมืองลงทุนในการเลือกตั้งมากเท่าไรตอนเป็นส.ส.ก็โกงกินมากเท่านั้น
                ดิฉันมีความคิดเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญแบบใหม่ในปี พุทธศักราช2550 ควรจะออกมาในรูปแบบที่ประชาชนทุกคนเห็นชอบด้วย ภายในควรระบุไว้อย่างชัดเจนถึงสิทธิและหน้าที่ของประชาชนทุกคน ไว้อยางชัดเจนและมีความเสมอภาคกันของประชาชนทุกคน ทุกฝ่าย ทั้งในภาครัฐฯ และเอกชน ซึ่งเป็นการดีที่รัฐธรรมนูญฉบับปีพุทธศักราช2550 นั้นได้ให้สิทธิแก่ประชาชนทุกได้ร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญ เเละดิฉันมีความคิดเห็นว่าอนาคตการเมืองไทยภายใต้รับธรรมนูญฉบับใหม่คงจะสามารถพัฒนาประเทศชาติให้เจริญมากขึ้นได้ในระดับหนึ่งเพราะมีมาตรการ( รัฐธรรมนูญ )บางมาตราที่พยายามกำหนดออกมาเพื่อรองรับและแก้ไขกับสิ่งที่ผิดพลาดมาจารัฐธรรมนูญฉบับเดิม 

    เช่น  มีการจำกัดการผูกขาดและการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมของรัฐบาล เช่น นายกรัฐมนตรีอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 8 ปี การตราพระราชกำหนดของรัฐบาลจะต้องถูกตรวจสอบโดยเคร่งครัดจากศาลรัฐธรรมนูญเพื่อความโปร่งใสในการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี

       ****

    มหาไหว

             การเมือง หากไร้เสียซึ่งศีลธรรมอันดีแล้ว ก็หาประโยชน์อันใดมิได้ และยิ่งจะนำพาประเทศชาติและสังคมส่วนรวมไปสู่หายนะโดยแท้

             กฎ กติกาเป็นเครื่องมือสำหรับคนดี แต่สำหรับคนไม่มีศีลธรรมแล้ว กฎ กติกาก็จะมีไว้ให้ละเมิดเท่านั่นเอง