การสอบสวน

่jum
การสอบสวนทางวินัยของราชการ ในกรณีที่ข้าราชการชายได้มีชู้(ฝ่ายหญิง) และหลอกเงินฝ่ายหญิง พอเรื่องแดง ก็ยัดเยียดข้อหาขู่ฆ่าภรรยาตัวเอง กระทำการเช็คประวัติก่อกวนที่ทำงานฝ่ายหญิง  ไม่ทราบว่าบทลงโทษจะเป็นอย่างไร  หากฝ่ายหญิงมีหลักฐานเพียงแค่ใบแจ้งความที่เค้าส่งมาขู่ทางe-mailพร้อมให้ตั้งตารอหมายเรียกด้วย  รายละเอียดการโอนเิงินให้ตามฝ่ายชายเรียกร้อง  เบอร์โทรที่เค้าโทรมาขู่กรรโชกเรื่องcd ที่อัดเสียงและภาพลับไว้ ซึ่งตอนนี้จากการที่เครื่องโทรศัพท์มีการถอดซิม เบอร์จึงไม่มีการบันทึกไว้ แต่เคยจะไปแจ้งความแต่ไม่กล้าเพราะเข้าข่ายขู่กรรโชก และไม่ได้อัดเสียงไว้ พอโทรไปคุยกับเจ้าตัวก็ไม่ยอมรับ แถมยังถูกกล่าวหาว่าไปก่อกวนเพิ่มอีก ไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไร และบทลงโทษคืออะไรหากมีการร้องเรียนฝ่ายชายเกิดขึ้น  รบกวนตอบทางเมลล์ด้วยค่ะ   ................ขอบพระคุณอย่างสูง.............................
คำตอบ
not yet answered
นาย ประภัสร์ แสงดา

         พยานหลักฐานเพียงการบันทึกเสียงทางโทรศัพท์ไม่สามารถอ้างเป็นพยานหลักฐานเพื่อเอาโทษใครได้ เว้นแต่จะมีพยานอื่นประกอบที่น่าเชื่อถือ
          ถ้าข้อเท็จจริงฟังได้ว่าครอบครัวเดิมแตกแยก เพราะไปมีกิ๊กไม่ถึงขนาดได้เสียเป็นเมียผัว เพียงทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่ามีอะไรกันแล้ว  มีความผิดวินัยแต่ไม่ร้ายแรง   แต่ถ้ามีพยานหลักฐานจะจะ ว่ามีความสัมพันธ์ทางเพศ  เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง   ความผิดวินัยไม่ร้ายแรง  มีโทษภาคทัณฑ์  ตัดเงินเดือน  ลดขั้นเงินเดือนแล้วแต่ความหนักเบา  วินัยอย่างร้ายแรงมีโทษถึงขั้นปลดออก (ได้บำเหน็จบำนาญ) ไล่ออก  ไม่ได้อะไรเลยติดตัวเลย
         
การที่จะเล่นงานทางวินัยใครได้ต้องอาศัยพยานหลักฐานที่กรรมการหรือสากลทั่วไปเขายอมรับฟัง  จะเอาความเข้าใจของบุคคลไปลงโทษไม่ได้  ผู้ที่สั่งลงโทษคงไม่ทำแม้ว่าจะรู้อยู่แก่ใจ  เพราะมีศาลปกครองที่ให้ความค้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งทางปกครองอยู่

 

ถามไม่เกี่ยวกับสอบสวนนะพี่ อยากใส่รูปและเพิ่มข้อมูลทำไงคะ

น้องเอง

ส.อ. วรวุฒิ แก้วจันทร์
สวัสดีครับคุณประภัสร์  แสงดา  ได้อ่านข้อมูลเรื่องราวของคุณแล้วมีความน่าสนใจมาก  แต่ผมไม่มีความรู้เรื่องดังกล่าวมากนักจึงไม่กล้าที่จะแนะนำทำการอันใด  แต่จะเป็นกำลังใจให้นะ
นาย ประภัสร์ แสงดา
คุณวรวุฒิ  ฯ  ขอบคุณที่เป็นแรงใจ  ถ้ามีสิ่งใดสงใสถามได้  ไม่ต้องเกรงใจใครใคร  ฉับไวหากตอบได้ทันที

ขอสอบถามท่านเกี่ยวกับกรณีการเติมน้ำมันรถยนต์ราชการ กล่าวคือมีหน่วยราชการหนึ่งขออนุเคราะห์รถยนต์ราชการของอีกหน่วยงานหนึ่งมาใช้ในงานราชการแต่ต้องเบิกน้ำมันของหน่วยงานตนเติมให้รถยนต์ราชการของหน่วยงานที่ยืมมาซึ่งเป็นรถยนต์ราชการด้วยกันไม่ได้นำไปเติมรถยนต์ส่วนตัวถือเป็นการกระทำทุจริตหรือไม่และเป็นความผิดอย่างไร เพียงแต่ปฏิบัติไม่ถูกระเบียบของทางราชการหรือไม่และมีกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นมาก่อนให้เห็นหรือไม่ รบกวนตอบทางเมลล์ด้วยครับ ................ขอบพระคุณอย่างสูง.............................