เรื่อง คุณสมบัติผู้เข้าสอบ

ทิวา กาฬภักดี

สวัสดีอาจารย์ ครับ อาจารย์มีความคิดเห็นอย่างไร ในใบประกอบวิชาชีพ และสถานการณ์แบบนี้อาจารย์ อยากทำอะไร ? ส่วน ผมมีความคิดว่า " คุณสมบัติที่เป็น อยู่ไม่สนับสนุน ความเป็นวิชาชีพอย่างแท้จริง มันซ่อนเร้นอะไร บางอย่าง " เพราะผมคิดว่า อาจารย์คงไม่อยากทำอะไร ที่เป็นการทำร้ายนิสิตนักศึกษา  เพราะอาจารย์ก็ต้องได้รับผลกระทบด้วย  อาจารย์ลองคิดดูนะครับ สมมติถ้าผมเป็นผู้บริหารงานเอกชนแห่ง หนึ่ง  ผมมีทรัพย์กร 10 คน แล้วผลอยากได้เงินเพิ่ม ผมก็ส่งคนไปเรียน คอร์สระยะสั้น แล้วไปสอบใบรับรองว่ามีประสบการณ์จริง ไม่เห็นต้องจ้างคนเพิ่มเลย งานก็ได้เพิ่ม เงินก็ประหยัด แล้วเด็กจบใหม่  จะทำอย่างไร ตรวจสอบคุณสมบัติตรวจสอบอย่างไร?  เพราะปีที่แล้ว ผมรู้ว่ามีคนที่ไม่มีคุณสมบัติเข้าสอบจากข้อมูลหลายแหล่ง จากน้อง..หลายที่ บางที่ถูกกดดันอยู่ในระบบไม่ได้ก็หลายคน อาจารย์แนะนำหน่อยครับ

                ขอบคุณครับ

คำตอบ
not yet answered

สวัสดีค่ะ ทิวา

ยินดีมากที่ได้รับคำถามนี้ และอาจารย์คิดว่าทิวาเองคงพอรู้ว่า แรงบันดาลใจของอาจารย์ในการเขียนบล็อกนี้คืออะไร จากคำถาม ข้อเรียกร้องต่างๆที่เกิดขึ้น มันทำให้อาจารย์รู้ว่า อาจจะยังมีคนสับสนอยู่ โดยเฉพาะเรื่องของ ใบประกอบโรคศิลปะ เลยมาฉุกคิดได้ว่า ในช่วงหนึ่งที่อาจารย์ได้เข้าไปเป็นกรรมการวิชาชีพของสาขา ประสบการณ์หรือสิ่งที่อาจารย์รู้ ไม่ได้ถูกถ่ายทอดอย่างเป็นเรื่องเป็นราว วันหนึ่งหากอาจารย์ไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว ก็จะไม่มีคนรับรู้เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นเลย

จริงๆแล้วทิวาถามว่า อาจารย์คิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สอบ เข้าใจว่า สิ่งที่ทิวาถามคือเรื่องข้องใจที่ว่า  "ผู้มีสิทธิ์สอบนั้นไม่ต้องจบเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกก็ได้นั้นเหมาะสมหรือเปล่า  ซึ่งจะส่งผลทำให้น้องตกงาน" (อาจารย์ขอตอบในฐานะคนที่เคยเป็นกรรมการวิชาชีพนะคะ เพราะเรื่องต่างๆเหล่านี้ ไม่เกี่ยวกับการจัดการของภาควิชาหรือของคณะ ผู้ที่มีส่วนและมีสิทธิ์โดยตรงของเรื่องนี้ คือ กระทรวงสาธารณสุขค่ะ) ถ้าจะตอบกันตรงๆแล้ว.........ก็ขอตอบว่า อาจารย์ก็คงไม่ได้เห็นด้วยกับประเด็นนี้นัก ........ในเมื่ออาจารย์เองเป็นผู้เป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตบัณฑิต อาจารย์คงไม่อยากให้ใครที่ไม่ได้จบหลักสูตรมาโดยตรงมีสิทธิ์มาสอบได้..........อันนี้เป็นประเด็นแรกนะ ส่วนประเด็นว่าจะตกงานหรือไม่อันนี้เดี๋ยวเราค่อยมาคุยกันต่อ......คิดว่า ทิวาคงมีคำถามต่อว่า.......ในเมื่ออาจารย์เป็นคณะกรรมการวิชาชีพแล้วอาจารย์ไม่เห็นด้วย อาจารย์ได้ทำอะไรบ้าง...แน่ๆเลย.......ถ้าจะตอบกันตรงนี้ อาจารย์คิดว่า หากทิวาถามคณะกรรมการวิชาชีพทุกท่าน ว่าเห็นด้วยหรือเปล่า ก็คงไม่มีใครเห็นด้วย แต่ มาถึงตอนนี้ เราคงต้องมองลึกเข้าไปว่า มันมีที่มาและจะมีที่ไปอย่างไร (ออกตัวก่อนว่า เมื่อราชกฤษฎีกานี้ออกมา มันเป็นช่วงเวลาที่อาจารย์ไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการวิชาชีพชุดนี้แล้ว แต่ก็ได้คุยปัญหานี้กับคณะกรรมการอยู่บ้างเหมือนกัน) คิดว่าทางออกเดียวของปัญหานี้ก็คือ การขอแก้พระราชกฤษฎีกานะคะ (ซึ่งใช้เวลาพอสมควร) แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องใช้พระราชกฤษฎีกาที่ประกาศเมื่อปี พ.ศ. 2549 จะละเลยไม่ได้ ในความเห็นของอาจารย์ในขณะนี้ ส่วนที่จะแสดงถึงความมีมาตรฐานของวิชาชีพส่วนหนึ่งก็คือข้อสอบ ซึ่งใช้วัดความรู้ด้านเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก ซึ่งก็แปลว่า ผู้มีใบประกอบโรคศิลปะสาขานั้นมีความรู้ในสาขานั้นจริงๆ สามารถให้บริการผู้ป่วยด้วยความรู้.........นั่นก็แปลว่า ขณะนี้เราต้องทำข้อสอบให้มีมาตรฐานจริงๆค่ะ ......อันนี้คิดว่า ได้ตอบคำถามของทิวาไปบางส่วน ส่วนข้อที่ว่าผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติตามราชกฤษฎีกาเข้าไปสอบนั้น คิดว่า ไม่น่ามีค่ะ   .......ตอบแค่นี้ก่อนนะคะ มีปัญหาถามมาได้ค่ะ หลังไมค์ก็ได้นะคะ...ขอบคุณสำหรับคำถามค่ะ

อยากถาม อ.ดวงเดือนครับว่าใครเป็นผู้ออกข้อสอบในการสอบครั้งนี้

เท่าที่ผ่านมาคะแนนสอบสัมภาษณ์จะเยอะเป็นพิเศษ แต่ไม่รู้ว่าปีนี้สัดส่วนเป็นอย่างไร

ถาม อ.ดวงเดือนนะครับว่ามาตรฐานการสอบควรเป็นอย่างไร 

สวัสดีครับ อาจารย์ ผมไม่เคยสงสัยในภาควิชาหรือ คณะสหเวชศาสตร์ อันนี้ชัดเจน แต่ที่ผมสงสัยผมสงสัยว่าทำไมกระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าสอบได้ อย่างไร ใครเป็นผู้รู้ ใครเป็นผู้กำหนด และเขารู้ได้อย่างไรว่าคุณสมบัติเพียงเท่าที่กำหนด เหมาะสมในการมีใบประกอบ ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องของอาจารย์ และก็คงไม่ใช่เรื่องของผม ที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ถ้าปล่อยอย่างนี้ ปัญหานี้ก็คงอยู่ต่อไป และเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก ก็คง ไม่มีความเป็น วิชาชีพอย่างแท้จริงได้ ในเมื่อมีทางที่เขาได้ใบประกอบง่ายกว่า ผมคิดว่า คงไม่มีใครจะไม่คว้าไว้ แล้วน้องๆ ที่อุตส่าห์ สอบเข้ามาได้ กว่าจะจบ 4 ปี เขาจะรู้สึก อย่างไร ควรเรียนต่อสาขานี้หรือไม่ เขาคงมีคำถามเต็มไปหมด เนื่องจากปัจจุบัน มีข้อมูลหลากหลายอาจจะจริงหรือไม่จริง แต่ มีข้อมูล หนึ่งที่อยาก ให้อาจารย์ทราบ และก็หวังว่า อาจารย์คงไม่คิดว่า ลูกศิษย์ของอาจารณ์โกหก มีผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติ เข้าสอบจริงครับ ไม่ได้ต้องการรื้อฟื้นเรื่องที่ผ่านมา แต่ถ้าเป็นข้อมูลพอที่จะยืนยันอาจารย์ได้ เพราะน้องฝึกงานอยู่ที่นั่น และได้ทำงานที่เดิม เขายืนยันกับผมเอง และยังมีข้อมูลมากกว่านั้น จากหลายๆที่ และประสบการณ์ตรง ดังนั้นข้อนี้ ผมขอค้าน ครับ ถึงเวลานี้ อยากดำเนินการแก้พระราชกฤษฎีกามากกว่า และทำอย่างไรเพื่อให้เรา อยู่ได้ ด้วยศักดิ์ศรี ความเป็น วิชาชีพ ผมภูมิใจในสิ่งที่ผมทำให้คนไข้ และผมก็อยากให้น้องๆ ได้ ภูมิใจในวิชาชีพของเรา ดังนั้นอาจารย์ไม่ต้องสงสัยว่าผมทำเพื่อ จุดประสงค์อะไร ผมลงไปช่วยผ่าตัด ที่ยะลา เพียงลำพัง ทั้งที่ตัวเองเป็นแค่ลูกจ้างชั่วคราว ไม่มีค่าตอบแทนพิเศษอะไร ก็เต็มใจไปทุกครั้ง ผมไม่เคยคิดเห็นแก่ตัวเอง ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นสิ่งยืนยันว่า ผมบริสุทธิ์ใจ และไม่ได้มีแค้นกับอาจารย์ ไม่ได้เคลื่อนไหวด้วยความสะใจ หวังว่าอาจารย์จะเข้าใจ แต่ก็มีคำถาม มากมายเหลือเกิน ที่ยังเป็น ข้อสงสัย แต่ไม่อยากถามให้เกิด ความแตกแยกครับ อาจารย์

สวัสดี ครับ อาจารย์  การที่ผมต้องถาม อาจารย์ทำไมไม่ถาม กระทรวงสาธารณสุขล่ะ  เพราะตอนนี้ใครๆก็คิดว่า คณะ กรรมการวิชาชีพ เป็นผู้ร่าง คุณสมบัติผู้เข้าสอบ นะครับ เพราะในวาระนั้น อาจารย์เป็นคณะกรมมการวิชาชีพอยู่ด้วย ประกอบกับ อาจารย์ เป็นประธานคณะอนุกรรมการอยู่ด้วย และก็มีข่าวมาบอกว่า อาจารย์แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ขึ้นมาอีก 1 ชุด โดยเป็นศิษย์เก่าของเทคโนโลยีหัวใจ 1 คน พยาบาล Cath Lab จาก วชิระ 1 คน และจากชมรมนักปฏิการหัวใจอีก 2 คน ก็เลยสงสัยว่า  เรากำลังถูกกลืนหรือเปล่า  ทำไมจึงไม่มีผู้ที่จบสาขาเทคโนโลยีหัวใจ นั่งอยู่ใน คณะกรรมการเลย ไม่ได้มีเจตนาอื่น

 

สวัสดีค่ะ ทิวา

อาจารย์ยินดีนะที่จะให้ข้อมูล เพียงแต่ว่าข้อมูลที่ให้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวซึ่งอาจจะมีความจริงและความคิดเห็นส่วนตัว  แต่ถ้าจะให้เป็นข้อมูลที่เป็นทางการควรเป็นข้อมูลที่มาจากต้นเรื่องก็คือกระทรวงสาธารณสุขค่ะ  เรื่องการร่างพระราชกฤษฎีกานั้นเป็นเรื่องละเอียด มีหลายขั้นตอน คิดว่าอันนี้ถ้าทิวามีเวลาน่าจะคุยกันเป็นการส่วนตัวนะคะ ส่วนเรื่องการเป็นประธานคณะอนุกรรมการนั้น อาจารย์เป็นประธานคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการกำหนด บทบาทหน้าที่นักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก  เครื่องมือไหนที่เกี่ยวข้อง การศึกษาต่อเนื่องเพื่อพัฒนาวิชาชีพ  ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินงานไปได้บางส่วนแล้ว เกี่ยวกับข้อจำกัดและเงื่อนไขนักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก  และเพื่อที่จะให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรัดกุม คณะอนุกรรมการจึงต้องมีมากเป็นพิเศษ เพราะในอนาคต เราต้องเขียนมาตรฐานการปฏิบัติการต่างๆในงานเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก ซึ่งเป็นงานที่หนักมาก ดังนั้นคณะกรรมการจึงต้องมีเป็นจำนวนมากและครอบคลุมในทุกๆด้านของงานเทคโน อาจารย์ขออนุญาตเอ่ยนามท่านคณะกรรมการในขณะนี้ ก็ประกอบไปด้วย อาจารย์ อาจารย์กาญจนา อ๊อฟ โอ่ง ตูน น้ำ พี่สมบัติ พี่พรหมพร พี่เฉลียว พี่ไพโรจน์ และอีกท่านที่อาจารย์เสนอ(แต่เสนอช้าไป ไม่ทัน) ก็เป็นพี่พยาบาลcath lab ซึ่งก็เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถและเป็นอาจารย์ประจำแหล่งฝึกอยู่ และลึกๆที่อาจารย์คิดก็คือ ขณะนี้เรายังไม่ได้ดึงบุคลากรที่ทำงานห้อง cath lab เข้ามาร่วมกับเรามากนัก ดังนั้นน่าจะเป็นการดีถ้าจะให้เค้าเข้ามารับรู้และมีส่วนร่วมกับพวกเรา จะทำให้เราเป็นที่รู้จักมากขึ้นนะ อันนี้เป็นแนวความคิด เพราะฉะนั้น ข้อมูลที่ทิวาได้รับอาจจะคลาดเคลื่อนที่ว่าไม่มีพวกเราอยู่เลย และบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้นะคะ ซึ่งก็ดีแล้วค่ะ ที่เราได้พูดคุยกันนะ  ป.ล. อาจารย์ไม่ได้คิดนะว่าทิวามีอะไรขุ่นเคืองอาจารย์อยู่ ยินดีที่จะรับฟังหรือให้ข้อมูลทุกเรื่องค่ะ

สวัสดี ค่ะ ก็มี ศิษย์เก่าที่ทำงานอยู่ใน ห้อง Cath Lab น่ะคะ อาจารย์ ก็น่าจะรู้ พวกเราก็จะได้มีส่วนร่วมด้วย ดีกว่ายืมจมูกคนอื่นหายใจ จริงไหมค่ะ อย่างรายชื่อ พี่เฉลียวเป็นที่ น่านับถือ อย่างมาก แต่ พี่ไพโรจน์ เนี๊ยะ ควรพิจารณาใหม่ ถามรุ่น 1 ที่ต้องลาออกไปซิค่ะ ว่าเกิดอะไรขึ้น พี่พรหมพร ก็แบบว่า ปาก ปราศรัย น้ำใจ เชือดคอ ไม่เคยมีความจริงใจ อยู่เลย ไม่เคยให้เกียรติ์ วิชาชีพเราด้วยซ้ำ ข่าว วงใน บอกว่า พี่พรหมพร อยากจะเปิด สอนแบบ ราชวิถี ก็เข้าทางเลย มีใบประกอบเราเป็น เป้า.. จะพิจารณาใหม่ ได้ไหมค่ะ ขอบคุณค่ะ
อาจารย์ครับ มี E-mail นะครับ
สวัสดีครับ อาจารย์ การที่ผม ส่ง E-mail ข้อความที่ผมได้รับผมไม่ได้กลัวว่า.. ผมจะถูกลดความน่าเชื่อถือนะครับ.. แต่ผมไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่า แท้จริงแล้ว อาจารย์ท่านนั้น.. ทำอย่างนั้นได้อย่างไร.. อาจารย์ท่านนั้นสร้างบุญคุณ.. เพื่อเป็นเงื่อนไข ต่อรอง.. หรือ อย่างไร? ถ้าอย่างนั้นมีชีวิตที่ต้องถูกจองจำ เพราะอาจารย์เป็นผู้ที่บุญคุณมากมาย คงไม่มีความสุขเท่าไหร่.. และถ้าผมจะต่อสู้เพื่อวิชาชีพไม่ได้เพราะว่าบุญคุณของอาจารย์นั้น ผมยอมเป็นคน เณรคุณครับ "ถ้าจะให้ วิชาชีพที่เรามี ไม่เป็นวิชาชีพ ที่แท้จริง เป็นวิชาชีพที่มีคนเข้ามาฉวยโอกาส หาประโยชน์ สังคมก็มีแต่ความไม่ถูกต้อง น้องก็จะไม่มีงานทำ" และการที่อาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่า เรียนมาเพื่อสิ่งเดียวหรือ? ขอตอบว่า วิชา+อาชีพ ครับ มีวิชา แต่ไม่มีอาชีพ ถามนิสิตท่านดูซิว่าเต็มใจเรียนหรือเปล่า... แต่ถ้ามีอาชีพ แต่ไม่มีวิชาก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว... ฝากบอกอาจารย์ท่านนั้นว่า.. ผมรักเคารพ เรื่อยมา แต่วันนี้ผมผิดหวังในตัวอาจารย์ท่านนั้นมาก.. อย่าทำอย่างนั้น.. อีกเลย.. ผมไม่ได้ทำอะไรเพื่อตัวเอง.. จุดประสงค์ของอาจารย์ที่สั่งสอนลูกศิษย์ ให้มีความรู้ ความสามารถ เพื่อให้เป็นคนดี สร้างสรรค์สังคม ไม่ใช่หรือ? ครับ 089-9592279