การขึ้นเงินเดือนโดยยึดผลงาน

วันชัย
เรียน คุณ Conductor ที่นับถือ ผมอ่านบทความเรื่องการขึ้นเงินเดือนหรือการเลื่อนตำแหน่ง จะพิจารณาจากผลงานเป็นหลัก ผมอ่านแล้วประทับใจมากครับ ไม่คิดว่าจะมีนายอย่างนี้ในประเทศไทย ถามความรู้สึกส่วนตัวเลยนะครับว่า การขึ้นเงินเดือนอย่างนี้ ทำใจได้หรือครับ เพราะสนใจแต่งาน จะทำให้ไม่มีคนมาจงรักภักดี จะทำให้ดูเหมือนกับขาดบารมี และลูกน้องที่ทำงานเก่งและทำงานดี  มักไม่ค่อยสนใจนาย คุณ conductor ทำใจได้หรือครับที่ให้ผลประโยชน์กับคนที่ไม่มาเอาใจเรา  ขอิบคุณครับ
คำตอบ

เมืองไทยมีคนดี-คนเก่งอยู่มากครับ แต่คนพวกนี้ไม่ค่อยได้ออกมาแสดงตัวในสื่อ เพราะถูกจำกัดด้วยพื้นที่และเวลาของสื่อ ทั้งประกอบกับความไม่หวือหวา สื่อจึงไม่ค่อยสนใจ เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้คนดี-คนเก่งด้อยค่าลงไป ใน gotoknow นี้ก็มีให้เห็นมากมายนะครับ

บันทึกในคนเป็นนาย เป็นข้อคิด+ประสบการณ์ที่พบมา อ่านแล้วต้องคิดทั้งนั้นครับ ควรจะพิจารณาถึงบริบท+องค์ประกอบ+ข้อจำกัดต่างๆ ก่อนที่จะนำไปปรับใช้ให้เหมาะสม

สำหรับคำถามว่าทำใจได้หรือ ก็เรียนตอบอย่างนี้ครับ ผมคิดว่าคุณค่าของผมที่พยายามจะทำอยู่ที่

  • ตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ขององค์กรให้ได้ -- นั่นเป็นเหตุที่ได้รับค่าจ้างอยู่ในปัจจุบัน
  • ทำให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นและยั่งยืนอยู่ในองค์กรที่ดูแลอยู่ -- บางทีก็ทำเรื่องนอกองค์กรเท่าที่สามารถจะทำได้โดยงานไม่เสีย แต่จะไม่ฝืนทำเกินตัว คือเป็นคนช่างเลือกครับ ไม่กลัวที่จะปฏิเสธ
  • ถ่ายทอดประสบการณ์+ให้โอกาสกับคนรุ่นต่อไป -- ไม่ได้คิดจะตายคาเก้าอี้ แต่จะเก็บความภูมิใจกับสิ่งที่ทำมาแล้วติดตัวไปครับ

ส่วนใครจะคิดอะไรกับเรานั้น จะไปบังคับเขาไม่ได้หรอกครับ คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆ ไม่ได้ตอบสนองต่อ bullet ข้างบน

ความจงรักภักดีเกิดในใจของผู้อื่น เป็นสิ่งที่เขารู้สึกเอง ถ้าเขาไม่รู้สึก เราจะไปบังคับเขาก็ไม่ได้ครับ แต่ผมคิดว่าการจงรักภักดีต่อองค์กร เป็นสิ่งที่ดีกว่าการจงรักภักดีต่อตัวบุคคล; บารมี ความยอมรับนับถือ ความเคารพ ความจริงใจก็เช่นเดียวกันครับ

ทั้งความจงรักภักดีและบารมี ถ้าอยากได้ นอกจากจะต้อง "earn" เอาเองแล้ว ก็ยังขึ้นกับระดับจิตใจของลูกน้องด้วยนะครับ คนบางคนมีความภูมิใจในตัวเองต่ำ ไม่สามารถชื่นชมผู้อื่นได้ก็มีเหมือนกัน กลัวว่าชื่นชมผู้อื่นแล้ว ตัวเองจะด้อยค่าลง -- แม้เฉยๆไม่อยากได้ บางทีมันมาเองโดยไม่ต้องไปขวนขวาย ถ้าหากเราประพฤติตัวถูกต้องนะครับ

ยิ่งใช้อำนาจบริหารนอกเหนือจากการดำเนินการปกติ (executive power) ยิ่งแสดงให้เห็นว่าไม่มีบารมี แต่ต้องไม่ลังเลที่จะใช้อำนาจเมื่อต้องการให้เกิดความเป็นธรรมขึ้น; ส่วนตำแหน่งเป็นเรื่องกระจอกที่ผู้คนที่คิดอย่างผิวเผินในสังคมปัจจุบันมักจะให้ความสำคัญกัน -- ผมคิดว่าตำแหน่งคือบทบาทในงาน แต่กลายเป็นว่าตำแหน่งหมายถึงค่าตอบแทนไปแล้ว มันก็เลยเพี้ยนกันไปหมด มีคนหมุนเวียนมาเสวยตำแหน่งรอฤกษ์ แป๊บเดียวก็เปลี่ยนไป แต่ระหว่างอยู่ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะรู้ว่าจะอยู่ชั่วคราว

กลับมาในประเด็นของคำถาม ที่สำคัญที่สุดคือผลประโยชน์ที่ให้แก่พนักงานเป็นค่าใช้จ่ายขององค์กร ดังนั้นจึงไม่ได้คิดอะไรเลยที่จะให้แก่ผู้ที่ทำประโยชน์ให้แก่องค์กรได้จริง; ถ้าผมเป็นเจ้าขององค์กรแต่ผู้เดียว-ไม่มีหุ้นส่วนเลย ความคิดนี้ก็ยังน่าจะใช้ได้อยู่เช่นกันครับ

เมื่อทำไปตามแนวคิดนี้แล้ว ลูกน้องจะเห็น จะเข้าใจ จะยินดี แม้แต่นาย/บอร์ดจะชอบหรือไม่ ก็ไม่ใช่ประเด็นครับ ประเด็นอยู่ที่เราทำสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ คุ้มค่าที่องค์กรจ้างหรือไม่

ถ้าทำสิ่งที่เป็นธรรมแล้วเป็นสิ่งผิด องค์กรนี้คงจะเป็นสถานที่อโคจรมั๊งครับ แล้วถ้าเราเลือกอยู่ในสถานที่นั้น ก็อย่าไปโทษใครเลยครับ -- แหล่งเสื่อมโทรมยังมีโอกาสปรับปรุงได้ แต่ว่าต้องหาแนวร่วมมาช่วยกันนะครับ เปลี่ยนสังคมแนววิพากษ์เป็นสังคมแนวปฏิบัติ อย่ารักองค์กรจนสำลักน้ำลายตายเลย ความจงรักภักดีแบบนั้นไม่มีประโยชน์กับใครเลยครับ

I followed the link above and found the articles on career promotion and salary so incredible!

Are these for real? Is there any job opening in your company? What and where do you work by the way?

ขอบพระคุณมากครับ ผมเคยอบรมหลักสูตรผู้บริหารหลายครั้ง ไม่เคยเห็นมีใครแสดงแนวคิดอย่างนี้เลยครับ อาจารย์แสดงแนวคิดได้ประทับผมมากครับ ต้องขออนุญาตนำแนวคิดนี้ไปขยายผลต่อไป อาจารย์คงไม่หวงนะครับ แต่ก่อนที่จะนำไปใช้ผมขออนุญาตแอบอ้างชื่ออาจารย์หน่อยนะครับ คงจะไม่บอกว่าคิดเอง เอาเป็นว่ามาจากอาจารย์ Conductor ก็แล้วกัน

                     ขอขอบคุณอีกครั้งครับ

นาง อัมพร อรุณศรี

    • "การขึ้นเงินเดือนโดยยึดผลงาน"
    • มีที่องค์กรไหนบ้าง ขอยกตัวอย่าง
    • หากศึกษาจริง ๆ พบว่ามีแต่ทฤษฎี ทำจริงไม่ได้

สวัสดีค่ะ

P

บริษัทส่วนใหญ่ ก็ใช้แนวคิดอย่างคุณconducterน่ะค่ะ คนทำงานดี ผลงานย่อมได้รับการประเมินออกมาดีเสมอค่ะ ไม่ต้องกลัว ใครๆก็อยากให้องค์กรเจริญ มีคนดีอยู่กับเรามากๆ ถ้าไม่ยุติธรรม คนดีจะอยู่หรือ นอกจากบางทีพนักงานอาจเข้าข้างตัวเองไปหน่อย

His personal perspective is not the company's perspective!

Conductor

ขอบคุณความเห็นจากทุกท่านครับ ผมขอตอบรวมกันไปตามที่ผมเห็นว่ามีประเด็นเพิ่มเติมก็แล้วกันครับ

  • ผมมาเขียนบันทึกที่ g2k นี้ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะประชาสัมพันธ์ตัวเองหรือบริษัท จึงไม่ได้เปิดเผยชื่อ และได้เขียนชี้แจงไว้แล้ว ไม่ได้มีเจตนาจะมารับสมัครงานครับ
  • บันทึกทั้งหมดที่เขียนในบล๊อกคนเป็นนาย แปะ disclaimer ว่า เขียนเพื่อให้คิด ไม่ได้ต้องการจะให้เชื่อ ไว้ใน "เกี่ยวกับบล๊อก" ที่ปรากฏในทุกหน้าของบันทึก รวมทั้งเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้บันทึกแล้วครับ
  • เรื่องในประเด็นคำถามเป็นเรื่องที่มาจากประสบการณ์ แต่เป็นจริงเท่าที่ผู้อ่านแต่ละท่านอยากเชื่อครับ; เรื่องจริงที่คนไม่เชื่อก็มีเยอะไป แต่นั่นก็ไม่ได้เปลี่ยนให้เรื่องจริงเป็นกลายเรื่องเท็จ
  • ทดลองดูอย่างนี้นะครับ อันไหนไม่จริง
    1. ผมเคยอยู่ีในบริษัทที่เคยจ่ายโบนัสให้แก่ top performer เกิน 20 เดือน
    2. ผมเคยทำงานระดับสูงในบริษัทข้ามชาติที่มียอดขายพอๆ กับงบประมาณประเทศไทย
    3. งานปัจจุบันทำมาสิบกว่าปี และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเลื่อนตำแหน่งและการขึ้นเงินเดือน เป็นไปตามบันทึกเลื่อนตำแหน่ง: สามไม่ และเรื่องที่ต้องคิดหนักๆ ในฤดูการขึ้นเงินเดือน; อยู่ใน position ที่ทำให้เป็นอย่างนั้นได้จริง และทำมาตั้งแต่เข้ามาทำงานตั้งแต่องค์กรยังเล็กอยู่
    4. ผมเป็นคน มีสมาชิก g2k เคยเห็นตัวเป็นๆ หลายคน
    5. สำหรับ "การขึ้นเงินเดือนโดยยึดผลงาน" ข้อความนี้กลับตรงกันข้ามกับบันทึกที่ผมเขียน
    6. การปฏิเสธว่าสิ่งใดไม่มี เป็นตรรกะที่น่าขำ-นอกเสียจากว่าผู้พูดเป็นพหูสูตรรู้ทุกอย่างจนแน่ใจว่าไม่มีกรณีอย่างนี้เกิดขึ้น

การมุ่งผลงานเป็นหลัก อย่าลืมเรื่องการพัฒนาด้านจิตใจคนด้วย เพราะการมุ่งผลงานเป็นหลักมีทั้งข้อดีข้อเสีย ถ้าคนที่เก่งและดี สามารถนำทีมให้เก่งตามด้วยได้ แต่ถ้าเก่งและเห็นแก่ตัว อาจเกิดปัญหาในระบบการทำงานได้คือเอาเฉพาะให้ตัวเองได้ผลงานดี มีผลตอบแทนสูง ส่วนคนอื่นๆ ฉันไม่สน ตัวใครตัวมัน สังคมจะเป็นอย่างไร

Conductor

ก่อนคิดพัฒนาจิตใจคนอื่น ก็อย่าลืมพัฒนาจิตใจตนเองด้วยครับ ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหิ

การมองโลกในแง่ดี ทำให้มีความสุข
การมองโลกตามความเป็นจริง ทำให้พ้นทุกข์
(คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย กล่าวในงานสัมนาอันหนึ่งเมื่อวานนี้)

เรียน คุณ conductor ที่นับถือ ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมครับ ในทรรศนะส่วนตัวของผม ผมค่อนข้างมีความเห็นเหมือนคุณอัมพร อรุณศรี ครับ คือ เห็นว่าการขึ้นเงินเดือนโดยยึดผลงานเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ (ต้องขอวงเล็บหน่อยครับว่าเป็น"ความเห็น" นะครับ ไม่ใช่ความจริง)ในขณะเดียวกันผมก็ไม่ปฏิเสธแนวคิดของคุณ conductor และผมก็เชื่อว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ว่ามีองค์กรที่ขึ้นเงินเดือนโดยยึดผลงาน ที่นี้ผมขออนุญาต "อาจเอื้อม" วิพากษ์เรื่องการขึ้นเงินเดือนหน่อยครับ หากวิพากษ์ไม่ถูกไม่ต้องต้องขออภัยครับ เพราะเป็นความเห็นของผมเองครับ ไม่ใช่ความรู้ คือ เรื่องการขึ้นเงินเดือนผมเห็นตรงกับคุณอัมพร ว่าขึ้นเงินเดือนโดยยึดผลงานเป็นไปไม่ได้ เพราะทั้งผมและคุณอัมพรต่างก็อยู่ใน "ระบบราชการ" เหมือนกันครับ และก็ค่อนข้างจะเป็นจริงตามนั้น จึงคิดเหมือนกัน ส่วนคุณ sasinandaเห็นตรงกับคุณ Conductorเพราะต่างอยู่ใน "องค์กรเอกชน" การขึ้นเงินเดือนจึงต้องยึดผลงานเป็นหลัก ส่วนระบบราชการ ผมคงไม่ขอพูดครับ เพราะคำตอบอยู่ในสายลม ขอขอบคุณครับ
Conductor

ความคิดแตกต่างกันได้ครับ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะ ลปรร.กันทำไม จริงไหมครับ

ผมเห็นว่าความคิดเห็นในคำถามนี้ ให้ประเด็นที่ดีในสองเรื่องคือ

  1. การสื่อสารที่ดี จะต้องจับบริบทให้ได้ี (ราชการ/เอกชน) ถ้ามีอธิบายไว้ในความคิดเห็น ก็พยายามอ่านและทำความเข้าใจ ถ้าไม่ได้อธิบายไว้ ลองพยายามอธิบายหน่อยซิครับ
  2. Assertion (การยืนกราน) ที่ไม่ได้มาคู่กับ Context (บริบท) มีค่าเท่ากับหนังสือ How-to

สำหรับเรื่องระบบราชการ มีผู้กล่าวหาไว้เหมือนกันว่าบ้านเมืองไม่เจริญก็เพราะระบบราชการนี่เอง ที่ไม่ได้ทำให้สิ่งต่างๆ เป็นไปตามธรรมนองคลองธรรม

เรื่องของ "ระบบราชการ" นี้ ผมเคยเป็นผู้ถือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ออกโดย ปกท. ตามมาตรา 6 (4) และผมเป็นผู้ออกบัตรประจำตัวให้กับพนักงานในองค์กร ตามมาตรา 6 (17) ของ พรบ.บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2542 ด้วยครับ -- ดังนั้นเรื่องข้อจำกัดของ "ระบบราชการ" ก็ไม่เชิงว่าผมจะไม่เข้าใจ แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงว่าสิ่งใดดี สิ่งใดไม่ดี ไม่ใช่หรือครับ

ผมตอบคำถาม "ทำใจได้หรือที่ให้ผลประโยชน์กับคนที่ไม่มาเอาใจเรา" ของคุณวันชัยว่าไม่ได้เป็นประเด็นครับ (ย่อหน้ารองสุดท้ายของคำตอบ); จากนั้นคุณอัมพรให้ความเห็นถึง "การขึ้นเงินเดือนโดยยึดผลงาน" ซึ่งมาจากชื่อคำถามที่คุณวันชัยเป็นผู้ตั้ง ซึ่งผมไม่ได้ตอบอะไรเกี่ยวกับชื่อคำถามนี้เลยเพราะเห็นว่าไม่ใช่สาระที่คุณวันชัยถาม; คุณศศินันท์ให้ความเห็นเรื่องการประเมินตามผลงานว่าบริษัทส่วนใหญ่ทำอย่างนี้อยู่แล้ว

ผมให้ความเห็นรวมๆ กันไป และชี้ในข้อ 5 ว่าไม่ได้เห็นด้วยกับการขึ้นเงินเดือนตามผลงาน อ้างบันทึกเก่า ย่อหน้า 4 กับย่อหน้า 6 ป้ายสีเหลืองไว้หกเดือนแล้ว -- แต่เป็นการไม่เห็นด้วยบนคนละประเด็นกับที่ทุกท่านให้ความเห็นมานะครับ