องค์กรแห่งการเรียนรู้ มีคุณลักษณะอย่างไร

เรียนถาม คุณยมค่ะ

 

เดี๋ยวนี้ เป็นที่ทราบกันดี ว่า เป็นยุคที่เรียกได้ว่า Knowledge based Economy ใช่ไหมค่ะ 

ถ้าเป็นเช่นนั้น การปรับองค์กร ให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ ขอเรียนถามคุณยม ว่า  องค์กรแห่งการเรียนรู้ นั้นมีคุณลักษณะอย่างไร ค๊ะ

ขอบคุณค่ะ

คำตอบ
องค์กรแห่งการเรียนรู้

 

องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning  Organization) หมายถึง องค์กรที่มีบรรยากาศ ส่งเสริมให้สมาชิกทุกคนในองค์กร สามารถเรียนรู้ สร้างองค์ความรู้เพื่อ  เพิ่มพูนสมรรถนะที่จะก่อเกิดความก้าวหน้าในการดำเนินกิจการไปสู่เป้าหมายร่วมขององค์การ

 องค์กรแห่งการเรียนรู้ เป็นองค์กรที่มุ่งเน้นและจูงใจให้สมาชิกทุกคนมีความกระตือรือล้นที่จะพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อศักยภาพของตนเองและขององค์กร ทั้งนี้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ภายใต้สภาวะที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและยากแก่การพยากรณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ละคนจึงต้องพัฒนาตนเองให้เป็นบุคคลที่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเพราะความรู้ที่เคยมีมาในอดีตถูกท้าทายโดยความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา องค์กรแห่งการเรียนรู้มีคุณสมบัติดังนี้

       

  1. สามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีต โดยองค์กรจะต้องมีการทบทวนความสำเร็จหรือล้มเหลวในอดีตอย่างเป็นระบบ รวมทั้งควรจะมีการบันทึกและจัดเก็บประสบการณ์และสิ่งที่ได้เรียนรู้ เพื่อให้บุคลากรในองค์กรสามารถเข้าถึงและเรียนรู้ได้โดยง่าย
  2. สามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรในต่างธุรกิจ ต่างอุตสาหกรรม ก็สามารถที่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ การเรียนรู้จากประสบการณ์ขององค์กรอื่นนั้นเราจะรู้จักดีในชื่อของ Benchmarking ครับ โดยท่านผู้อ่านต้องอย่ามองว่า Benchmarking คือการเทียบเคียงเพียงอย่างเดียวนะครับ แต่ควรจะมองว่า Benchmarking เป็นการหาผู้ที่เก่งที่สุดในด้านต่างๆ แล้วเรียนรู้จากเขา นอกจากการเรียนรู้จากองค์กรอื่นแล้ว ในปัจจุบันที่เริ่มนิยมกันมากขึ้นก็หนีไม่พ้นการเรียนรู้จากลูกค้าครับ ท่านผู้อ่านลองสังเกตดูนะครับ ถ้าเรามีระบบที่ดีและพร้อมจะเปิดใจรับฟัง เราสามารถที่จะเรียนรู้ได้เยอะจากผู้ที่เป็นลูกค้าเลยนะครับ

     
  3. สามารถการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยองค์กรจะต้องมีการใช้ข้อมูล ข้อเท็จจริง เข้ามาใช้ในการแก้ไขปัญหา เนื่องจากการที่บุคลากรในองค์กรจะเกิดการเรียนรู้ได้นั้น ความถูกต้องและแม่นยำของข้อมูลต่างเป็นเป็นสิ่งที่สำคัญ และการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบนั้นควรจะเป็นสิ่งที่ใช้กันทั่วทั้งองค์กร
           
  4. แสวงหาและทดสอบความรู้ใหม่ๆ  โดยการทดลองในสิ่งใหม่ๆ นั้นมักจะเกิดขึ้นจากโอกาสใหม่ๆ ที่เข้ามา โดยวัตถุประสงค์ที่สำคัญของการทดลอง (ไม่ใช่แค่การทดลองในห้องวิทยาศาสตร์นะครับ) ก็เพื่อให้องค์กรเกิดความเข้าใจที่แท้จริงในการทำสิ่งต่างๆ 
           
  5. สามารถในการถ่ายโอนหรือถ่ายทอดความรู้ (Knowledge) ได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ทั่วทั้งองค์กร
           
  6. การที่ทุกคนในองค์กรมีทิศทางร่วมกัน (Shared Vision) เนื่องจากการมองภาพใหญ่ร่วมกันแล้ว ก็จะทำให้บุคลากรทุกคนมุ่งมั่นและทุ่มเทที่จะไปถึงจุดดังกล่าว โดยการพัฒนาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจากเป็นกลไกที่สำคัญ
           
     
  7. การจะรับรู้ เรียนรู้ ข้อมูล ข่าวสารจากภายนอก เนื่องจากบริบทต่างๆ ภายนอกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเปิดใจและพร้อมที่จะรับและเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ จากภายนอก จึงเป็นคุณสมบัติที่สำคัญอีกประการของการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
           
     
  8. ผู้บริหาร และบุคคลในองค์กรจะต้องมีความทุ่มเทและมุ่งมั่นต่อการแสวงหา พัฒนาความรู้ใหม่ๆ รวมทั้งการถ่ายทอดหรือแบ่งปันความรู้ดังกล่าวให้กระจายไปทั่วทั้งองค์กร
           
    หัวใจของการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้คือ "การเรียนรู้ บริหารความรู้ พัฒนาความรู้ สู่การปฏิบัติ"

การจะทำให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ได้นั้น Peter M. Senge กล่าวว่าต้องมีวินัยที่สำคัญ 5 ประการ คือ

 

  1. บุคคลที่รอบรู้ (personal mastery ) Senge กล่าวไว้ว่าการที่บุคคลเรียนรู้ไม่ได้เป็นสิ่งประกันว่าองค์กรจะมีการเรียนรู้ แต่การเรียนรู้ขององค์กรจะเกิดขึ้นต่อต่อเมื่อบุคคลมีการเรียนรู้เท่านั้น ดังนั้นการเรียนรู้ของปัจเจกบุคคลจึงเป็นจุดเริ่มต้นขององค์กรแห่งการเรียนรู้ ดังนั้นบุคคล ควรได้รับการส่งเสริมให้มีการพัฒนาอยู่เสมอโดยการพัฒนาควรเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รูปแบบของการเรียนรู้จะเน้นการเรียนรู้ในที่ทำงาน(work place learning) หรือการเรียนรู้ภายใต้กระบวนการทำงาน (on the job learning) อีกทั้งบุคคลควรทราบถึงความเป็นตนเอง ทราบขีดความสามารถและวิสัยทัศน์แห่งตนและควรสามารถจัดการช่องว่างระหว่างวิสัยทัศน์ของตนเองกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในองค์กร
  2. รูปแบบความคิด (mental models) รูปแบบความคิดของบุคคลมีอิทธิพลต่อความเป็นไปของโลกและแนวทางการปฏิบัติของแต่ละบุคคล อีกทั้งเป็นสิ่งที่กำหนดพฤติกรรมการปฏิบัติงานดังนั้นจึงควรมีการฝึกให้บุคคลมีการเรียนรู้และเข้าใจถึงสิ่งที่บุคคลต้องการ(วิสัยทัศน์ตนเอง) กับสิ่งที่องค์กรต้องการ(วิสัยทัศน์ขององค์กร)ดังนั้นองค์กรแห่งการเรียนรู้ผู้บริหารควรเตรียมรูปแบบการสร้างบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนแนว ความคิดระหว่างกันอันทำให้คนในองค์กรมีแนวความคิดไปในแนวทางเดียวกัน และนำไปสู่ผลงานที่มีประสิทธิภาพ
  3. วิสัยทัศน์ร่วม (shared vision) จุดมุ่งหมายขององค์กรแห่งการเรียนรู้คือการผลักดันให้บุคคลในองค์กรทุกคนมีข้อสัญญาผูกมัด โดยอาศัยจุดประสงค์ร่วมกันบนพื้นฐานของการเป็นหุ้นส่วนหรือพันธมิตรซึ่งสิ่งดังกล่าวเกิดขึ้นได้เนื่องจากการแลกเปลี่ยนแนวความคิดซึ่งกันและกัน ในที่สุดจะนำไปสู่ความสอดคล้องระหว่างวิสัยทัศน์ขององค์กรและวิสัยทัศน์ของบุคคล(ควรต้องสอดคล้องกับคุณค่าหรือค่านิยมที่บุคคลยึดถือ) ส่งผลให้บุคคลปฏิบัติหน้าที่ด้วยความผูกพันธ์มิใช่เพียงแค่การยอมทำตามเท่านั้น
  4. การเรียนรู้เป็นทีม (team learning) ในองค์กรแห่งการเรียนรู้ไม่ควรให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเก่งอยู่ผู้เดียวในองค์กรควรก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ (อาจเป็นการพูดคุยกัน การอภิปรายร่วมกัน)ก่อให้เกิดเป็นความรู้ความคิดร่วมกัน ภายในองค์กรการดำเนินการอาจตั้งเป็นทีมเรียนรู้เพื่อพิจารณาความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมภายนอกองค์กร รวมทั้งสภาพความเป็นไปภายในองค์กรเพื่อนำมาแลกเปลี่ยนแนวความคิดและนำไปสู่ข้อกำหนดในการปรับปรุงองค์กรให้มีประสิทธภาพอนึ่ง รูปแบบการบริหารที่ส่งเสริม ให้มีการเรียนรู้เป็นทีมนั้น ต้องอาศัยรูปแบบการติดต่อสื่อสารแบบสองทาง (two ways communication) ลักษณะการบริหารต้องอาศัยการบริหารงาน แบบมีส่วนร่วม ลักษณะการบริหารงานแบบคำสั่งและควบคุมเป็นหลักจะไม่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้เป็นทีมได้
  5. ความคิดเป็นระบบ (system thinking) เป็นวินัยข้อที่สำคัญมาก มีลักษณะคือการพิจารณาองค์กรต้องพิจารณาในรูปแบบองค์รวมขององค์กรไม่ควรพิจารณาแต่เพียงปัจเจกบุคคลเท่านั้น มีกรอบแนวความคิดคือ คิดเป็นกลยุทธ์ เน้นรูปแบบที่สามารถนำมาปฏิบัติจริงได้(อาจประยุกต์ใช้ SWOT analysis)
 HRM&HRD ในองค์กรแห่งการเรียนรู้  เพื่อส่งเสริมให้องค์กร เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ผู้บริหารควรส่งเสริมให้คนในองค์กร มีพฤติกรรมดังนี้
  • ส่งเสริมให้คนได้ใช้ความคิดของตนเอง ยอมรับความแตกต่างทางความคิด
  • ส่งเสริมให้บุคลากรมีอิสระที่จะพูดคุยในสิ่งที่คิดที่ได้เรียนรู้
  • ส่งเสริมให้มีการเรียนรู้จากข้อผิดพลาด (จะไม่เพิกเฉยในข้อผิดพลาดแต่จะนำมาพิจารณาแก้ไขเพื่อแสวงหาแนวทางที่ดีกว่า)
  • ส่งเสริมให้มีคนมีความกล้าเสี่ยงหารูปแบบใหม่ๆ ในการทำงาน (ส่งเสริมการทำงานอย่างสร้างสรรค์)
  • ส่งเสริมให้คนมีการเรียนรู้แลกเปลี่ยนความเห็นกันในทุกระดับ และอย่างต่อเนื่อง
  • ส่งเสริมให้คนมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องสร้างทีม
  • มีการให้รางวัลกับทีมที่สร้างผลงานใหม่

 -----------------------------

บรรณานุกรม

http://www.khum.net/news-read/337531  

http://property.bu.ac.th/new15.html