ขอบคุณอาจารย์ครับ

สวัสดีครับอาจารย์

  • อันเนื่องมาจากการลปรร  กับอาจารย์เรื่อง ความรู้  เรื่องจินตนาการ  เรื่องจิต  ธรรมะ และการที่ผมได้ติดตามบันทึกอาจารย์  ทำให้ผมได้ใตรตรองและทบทวนตนเองอย่างมากครับในช่วงที่ผ่นมา  ประจวบเหมาะกับช่วงวันหยุดหลายวันที่ผ่านมา  ไม่ได้อยู่เวร จึงได้อ่านหนังสือต่างๆที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ  แต่ก็ยังล่องลอย  ไม่ตกผลึกมาก  บางอย่างก็ต้องทบทวน  กลับไปอ่านอีกครับ 
  • ผมทบทวนเรื่องจิต ในหนังสือพุทธรรม หนังสือปฏิจจสมุปบาทท่านพุทธทาส  ในจิตและตัวรู้ในหนังสือ โยงใยของคาปรา  หนังสือขอบข่ายของความคิดของกฤษ มูรติ  หนังสือการเข้าถึงความจริง  ความดี และความงามของอาจารย์ประเวศครับ
  • ได้อ่าน Uncommon  wisdom ของคาปราฉบับย่อใน เวบ wongnamcha.com   http://www.wongnamcha.com/index.php?option=com_content&task=view&id=33&Itemid=88888900  อืม..น่าสนใจและสนุกมากครับ  ได้ประเด็นเพิ่มกับชีวิตการเรียนรู้ของผม
  • อาจารย์ครับอยากเรียนสอบถามอาจารย์เล็กน้อยครับว่า

             -   จิตและตัวรู้ในความเห็นอาจารย์เป็นอย่างไรครับ

             -  ทำไมคาปราไม่มานั่งคุยกับพระธรรมปิฏก  หรือท่านอาจารย์หมอประเวศบ้างครับ...อิอิ..

                ขอบคุณครับอาจารย์

 

คำตอบ

หวัดดีค่ะหมอ : )

ขอบคุณมากนะค่ะ สำหรับ link เวปวงน้ำชา คุณเต้าหู้นี่หน้าปรมมือให้จริงๆ เยี่ยมมากค่ะ

--------

จริงๆในหนังสือ uncommon wisdom นี้คาปราก็เล่าให้ฟังว่าเค้าคุยกับ กฤษ มูรติ ด้วยนะคะ แต่ กฤษ มูรติ ไม่ตอบ แล้วก็ไม่ friendly ไม่เปิดใจสนทนากับคาปราหน่ะค่ะ

--------

ถ้าคาปราได้มาคุยกับท่านปยุตตฯกับท่านอ.หมอประเวศก็ดีสินะคะ : )

แต่พูดถึงความรู้เรื่องพุทธศาสนาของคาปราก็ถือว่าใช้ได้ ในหนังสือ hidden connection ที่หมออ่านแล้วมีพูดถึง ฟรานซิสโก้ ใช่ไม๊ค่ะ คนนั้นหน่ะ รู้และปฏิบัติวิปัสสนาด้วย เป็นอีกคนที่มีความคิดน่าสนใจมาก

คาปราเข้าใจเรื่อง ปฏิจจสมุปบาท เข้าใจ concept การเกิด และเหตุปัจจัย มองเห็นความเกี่ยวโยงของสรรพสิ่ง ในประสบการณ์การได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ เช่นการเข้าสัมมนาที่ Big Sur ที่เค้าเล่าให้ฟัง เค้ารู้สึกถึงพลังชีวิตจากธรรมชาติ เค้าคงคิดขึ้นมาว่าเค้ารู้แล้วว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคืออะไร ชีวิตนี้อยากทำอะไร แล้วก็เลยหันไปตั้งศูนย์การเรียนการสอนชีวิตจากหลัก ecology ซะเลย

หลัก ecology ตรงกับพุทธศาสนามาก แต่ไม่่ค่อยเน้นเรื่อง จิต หรือ การหาคำตอบเรื่องตัวรู้ เน้นการเข้าใจธรรมชาติภายนอกมากกว่า แต่พูดถึงมันก็เป็นแนวความคิดที่พอเพียงที่จะให้ เราอยู่กันอย่างสงบสุขได้อย่างยั่งยืนเหมือนกันนะคะ

-------- 

ส่วนอีกคำถาม   "จิตและตัวรู้ในความเห็นอาจารย์เป็นอย่างไรครับ"

จนทุกวันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบค่ะ ว่าตัวรู้คืออะไร รู้แต่มันมี

ถ้าหมอมาเวลายอมฟังทฤษกีที่มัทมีอยู่ก็จะเล่าให้ฟังหมดเลย แต่พูดจริงๆว่าไม่เคยพูดออกมากับใครเลย เพราะฟังดูอาจจะคิดว่าประสาท ๕๕๕๕๕๕ วันนี้เอาไปเบาะๆก่อนนะคะ

มัทคิดว่าคนที่นั่งสมาธิถึงขั้นที่ลึกมากพอ ท่านเหล่านั้น "เห็น" หรือ "รู้สึก"ได้ถึง อะไรบางอย่างที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ สิ่งนั้นนั่นแหละคือ สูญญตามั่ง คือเต๋ามั่ง คือholy spiritมั่ง คือonenessมั่ง หมอเคยดูหนังเรื่อง contact ไม๊ค่ะ ที่นางเอกออกไปนอกอวกาศ แล้วไปเห็น "อะไร" ที่มันทำให้รู้สึกดีมากๆเข้าใจชีวิตมากๆ แต่มันอธิบายไม่ได้ด้วยข้อจำกัดของภาษาคนเรา

มัทว่านั่นแหละค่ะ มันคือสิ่งเดียวกันหมด 

และ ณ จังหวะนั้น  ตัวรู้ หรือ จิต (หรือ ตัวรู้ และ จิต) และทุกสิ่งในจักรวาลกลายเป็นกระแสเชื่อมต่อกันหมด มองเห็น interceonnectedness อย่างจริงจังและจริงๆ 

[มัทไม่มีคำตอบจากประสบการณ์ตรงค่ะ เพราะไม่เคยนั่งสมาธิได้ขนาดนั้น]

มัทไม่สามารถตอบเรื่อง ผู้รู้ ได้ เพราะมัทไม่เข้าใจเรื่อง soul คะ ว่ามันมีจริงไม๊ ทำงานอย่างไร การเกิดใหม่ พลังงานออกจากร่างกายไปเข้าที่อื่น หรือถ้าไม่เข้าร่างอื่นกลายเป็นเร่ร่อน แล้วไงต่อ เรื่องผี เรื่องบุญที่มีการแบ่งกันได้ ส่งผลบุญกันได้ มันทำงานอย่างไร

ไอ้ส่วนนี้ของศาสนาพุทธมัทยังไม่ได้ศึกษา ยังไม่เข้าใจ และไม่คิดว่าจะเข้าใจได้จากคำอธิบายของคนอื่น คิดว่ามันต้องนั่งสมาธิแล้วถึงเข้าใจ ถึงเห็นแจ้ง

แต่ มัทไม่คิดว่ามัทต้องรู้คำตอบตอนนี้ค่ะ

มัทว่าการที่เราเข้าใจปฏิจจสมุปบาท และ ขันธ์ 5 แล้วนำมาใช้ทุกลมหายใจก็โอเคแล้วสำหรับมัทเองนะคะ 

ส่วนเรื่องอื่นที่อธิบายลำบากถ้าไม่เห็นหรือรู้สึกด้วยตัวเอง มัทขอเข้าใจมันแบบทฤษฎีของมัทเองค่ะ  เป็นสมมติฐานที่อาจจะไม่มีการพิสูจน์ไปจนตายเลยก็ได้ค่ะ

หรือถ้าโชคดี อาจจะเกิดปัญญาแบบ ยูรีก้า ก็ได้ แต่ ณ ตอนนี้ ตัดสินใจกับตัวเองแล้วว่าจะไม่ขวนขวายหาคำอธิบายใดๆค่ะ ว่าผู้รู้ คืออะไรแน่ มันอยู่ที่ไหนในร่างกายของเรา! รู้แต่มันมี และ มันมองการทำงานของระบบประสาทออก แล้วก็คุมอารมณ์เราได้

 --------

พระพุทธเจ้าสอนว่า ความจริงบางอย่างไม่มีประโยชน์ที่จะต้องรู้ คำถามบางคำถาม ตอบว่า "โอม" ซะ บางทีก็ดีที่สุด : )

 -------- 

 ยังค่ะ ยังไม่บ้า ไม่ต้องกลัว : P

--------

เขียนมายาวแล้ว ไม่ทราบตรงที่ถามบ้างรึเปล่า จริงๆอยากตอบตรงกว่านี้ แต่ขอเล่าเรื่องที่เขียนไปเพื่อเป็นการปูทางก่อนละกันนะคะ : P

ว่าแต่หมอรุ่นไหนค่ะ จะได้ทราบว่าคราวหน้าจะเรียกพี่หมอหรือน้องหมอดี : ) 

มัทนา

คุยต่อนิดนะคะ

ขอแก้ตัวค่ะ เมื่อกี้ไปอาบน้ำแล้วนึกออกในห้องน้ำ (แปลกแต่จริงที่เรามักคิดอะไรออกในห้องน้ำ!)

-------

ปฏิจจสมุปบาท และ ขันธ์ 5 ไม่พอค่ะ มาคิดดูแล้ว ในชีวิตประจำวันมัทต้องมี พรหมวิหารสี่ อิทธิบาทสี่ ด้วย แล้วที่สำคัญคือ มองให้เห็น อนิจจัง ทุกขัง  แล้วก็มีสติ รู้ตัวทั่วพร้อม

-------

แต่ไหนๆหมอก็เขียนมาคุยกันตัวต่อตัวแล้ว จะสารภาพไปเลยนะค่ะ ว่าศึกษามามากก็จริง แต่มัทไม่เข้าใจ อนัตตาค่ะ ให้พูดเป็นนกแก้วนกขุนทองตามตำรา ก็พูดได้นะคะ จำได้ว่าคนอื่นอธิบายไว้ว่าอย่างไร แต่มัทไม่เข้าใจจริงๆค่ะ ถ้าอนัตตาแล้วอะไรที่ไปเกิดใหม่ หรือ อนัตตาคือแค่ไม่มี อีโก้  

คำอธิบายที่ชอบที่สุด คือ ของ อ.พิชัย สอนต่อมาอีกที ว่า  มี ไม่มี มี ไม่มี .... 

คุณหมอคิดว่าไงค่ะ 

-------

ส่วนศีลก็ถือไม่ครบ 5 ข้อค่ะ ยังดื่มเครื่องดื่ม alcohol อยู่บ้างค่ะ โดยเฉพาะไวน์ แต่ไม่เมานะคะ ฟังดูเหมือนเป็นแค่ข้ออ้างให้ศีลขาด แต่จริงๆค่ะ แค่กึ้มๆ หลายคนอาจหมดความศรัทธามัทไปเลยก็ได้ : )

มัทไม่ตบยุง พยายามไม่ฆ่าสัตว์ แต่ทานเนื้อสัตว์ค่ะ

อีกเรื่องที่อยากแลกเปลี่ยนคือ คุณหมอว่าไม๊ว่า คนที่เรียน anatomy และ physio มา เวลาศึกษาพุทธศาสนาแล้วมันมอง การทำงานของจิตไม่เหมือนคนที่ไม่ได้เรียนมา  ไม่ได้แปลว่าดีกว่า หรือ แย่กว่า แต่มัทว่ามันมีผลต่อ ภาพในหัวเรา เวลานั่งเจริญสติจริงๆ หมอเป็นรึเปล่า?

------- 

คราวนี้จบจริงๆ และ ด้วยความจริงใจค่ะ  : )

 

kmsabai

สวัสดีครับอาจารย์

  • ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณมากๆๆ ครับ กับคำตอบที่ดีๆและทำให้ผมได้เรียนรู้เพิ่ม  และเข้าใจอาจารย์มากขึ้นครับ
  • เรื่องตัวรู้ในมุมมองผมก็ไม่ชัดเจนเหมือนกันครับ  คิดว่ามันลางๆอยู่ ถ้าอ่านถ้าท่องเอาแบบที่ท่านผู้รู้เขียนไว้  ก็พอได้แบบเป็นความจำครับ
  • แต่ผมเชื่อว่ามีอยู่(มีอยู่แบบด้วยเหตุและปัจจัยที่จะทำให้มีหรือเกิดขึ้นนะครับ ไม่ได้มีอยู่แบบโดดๆ)เหมือนกันครับ  และสามารถพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ  ด้วยการปฏิบัติ  ผมเชื่อ  (เชื่อแบบศรัทธา ว่าน่าจะถูกนะครับแต่ไม่ได้แบบว่ายึดมั่นว่าต้องใช่สุดๆ)   ในแนวทางการปฏิบัติแบบพุทธศาสนา  เชื่อว่าน่าจะนำพาผู้ปฏิบัติไปสู่จุดหมายที่ดียิ่งๆขึ้นไป  จนมีความสามารถในการรู้   เข้าใจ เห็นแจ้งในสรรพสิ่ง
  • เปรียบเทียบว่า  พุทธรรมนี่หละครับ น่าจะเป็นถนน เส้นทางที่ถูกต้องและดีที่สุด(ถ้าเดินหรือก้าวไป =ปฏิบัติจริงๆ)
kmsabai

ที่ถามว่าผมรุ่นไหน

ขอตอบอาจารย์ครับว่า  พี่เอกจตุพรเป็นคนที่อยู่ในรุ่นยุค แฟนฉัน(17)  แต่ผมหลังจากนั้น 3 ปีครับ

 แต่ถ้าอาจารย์จะดูว่าทำไมหน้าผมไปไกลเกินอายุ   ก็ไม่ว่านะครับ  เพราะว่าคนส่วนมากก็เข้าใจเช่นนั้นครับ..

ขอบคุณครับอาจารย์...

kmsabai

เรื่อง anatomy  ผมว่าก็แล้วแต่คนครับ 

แต่ผมว่าโดยส่วนตัวก็ได้รับอานิสงค์ตรงนี้มากๆครับ

เพราะเราผ่านตรงนั้นมา คือนั่งเรียนกับอาจารย์ใหญ่เป็นปี  บางครั้งต้องเอากระดูกท่านไปนอนข้างๆที่หอด้วยครับ

แต่พออ่านหนังสือเรื่อง โยงใยที่ซ่อนเร้น  และ หนังสือธรรมชาติของสรรพสิ่ง  แล้วผมรู้สึกว่าความรู้เรื่อง วิทยาศาสตร์ชีวิต(ชีวะ)  กับวัตุ(กายภาพ) มีความสำคัญที่จะทำให้เชื่อมโยงความคิด  ความเข้าใจในเรื่องต่างๆได้ลึกซึ้งมากขึ้นครับ(น่าจะ)

มัทนา

รุ่นไล่ๆกันค่ะ ไม่เป็นไร เป็นเพื่อนกัน ไม่ต้องเรียก อาจารย์ ไม่ต้องเรียกพี่ด้วย

หมอมีชื่อเล่นไม๊ค่ะ : )

สวัสดีครับ

  •   I am pat (พัท.. ครับ) 
  • ขอเรียกคุณมัท..นะครับ
PKK.
สวัสดีครับคุณหมอ+s ชื่อประการ ครับ จบมาสายช่าง แต่ก็สนใจเรื่องสุขภาพ ร่างกาย พอสมควร ขออนุญาตชื่นชมด้วยน่ะครับ คือว่าอ่านเรื่องเล่า และหนังสือแนะนำจากคุณหมอทั้งสองท่านแล้วประทับใจมากๆครับ ได้อ่านเรื่อง"พุทธทาสและแนวคิดปฏิรูปในวงการพุทธศาสนา" ของคุณฮันโซ แล้วน่าสนใจดีครับ ถ้าว่างๆ ก็ลองดูครับ http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=hanzo&group=7&month=02-2006
มัทนา

ขอบคุณมากๆเลยค่ะคุณPKK. บล็อกที่แนะนำมาก น่าสนใจมากค่ะ