คนเรานี่ก็แปลกนะ เจอะกันที่สนามกอลฟ์แค่นั้นก็มาสนิทกันได้

สวัสดีค่ะอาจารย์ 
วันก่อนเจ้าหนูเขาตั้งข้อสังเกตุเรื่องนี้ขึ้นมาค่ะ ตอนที่เขากำลังเลือกเพลงจากซีดีในรถ ซึ่งมีแผ่นนึงที่เพื่อนของหนูที่รู้จักกันจากการออกรอบเล่นกอลฟ์ด้วยกันให้มา หนูก็เลยอธิบายเขาว่า ในทางวิทยาศาสตร์ก็อาจจะสงสัยอย่างนั้นได้ แต่มีคำอธิบายเรื่องกรรมในทางพุทธไว้ชัดเจนในพระไตรปิฏก กรรมที่เราทำผูกพันกับใครไว้ก็แล้วแต่ ย่อมจะผลกระทบต่อเราในอนาคต ซึ่งสิ่งเดียวที่เราไม่ทราบคือ อนาคตที่พูดถึงนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ อาจจะเป็นพรุ่งนี้ เดือนหน้า ปีหน้า เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เมื่อแก่ หรือส่งผลกระทบไปถึงชีวิตหน้าของเรา เพราะฉะนั้นในกรณีที่เราเจอใครแล้วเรารู้สึกถูกชะตาเป็นพิเศษ อาจเป็นไปได้ว่า เราเคยทำกรรมผูกพันกับเขาไว้มาก่อน ซึ่งอาจจะเป็นชาติที่แล้วก็ได้
หนูก็เลยยกตัวอย่างตัวเขากับตัวหนูว่า เราไม่ได้เป็นแม่ ลูก หรือ น้า หลาน ไม่ได้มีความเกี่ยวพันกันทางสายเลือดเลย แต่ดูสิว่าเราผูกพันกันมากแค่ไหน ตั้งแต่เขาเล็กๆแล้ว เป็นเพราะอะไร ซึ่งอธิบายได้ด้วยกรรมนั่นเอง ยิ่งถ้าคิดไปถึงว่าเขาเกิดมาเป็นลูกของพ่อแม่เขาได้อย่างไร ก็อธิบายด้วยเรื่องของกรรมเช่นเดียวกัน
เลยอยากฟังคำอาจารย์อธิบายเรื่องนี้ค่ะ หนูจะได้นำไปคุยกับเขาเพิ่มเติมอีก
ขอบคุณค่ะ 
คำตอบ

หนูเอ๋ครับ

  ถูกต้องแล้วครับ เพราะคนเรานั้นผูกกันมาด้วยแรงกรรม ทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว จะผูกพันรักไคร่อุปถัมน์ค้ำจุ้นหรือเบียดเบียนกัน ก็เพราะเหตุเก่าในอดีตที่เคยทำไว้

แต่มิได้หมายความว่า จะรักกันหรื่อเกลียดกันตลอดไป ขึ้นอยู่กับปัจจุบันกรรม หากกรรมกรรมต้องชักนำเราให้มาพบกันด้วยรักหรือชัง ศัตรูหรือมิตรก็ตาม เราสามารถเปลี่ยนได้ด้วยกรรมปัจจุบัน

แปลงชังให้กลายเป็นรัก แปลงศัตรูให้กลายเป็นมิตรได้ ด้วยธรรม ด้วยการไม่จองเวร ด้วยเมตตา

หากรู้ว่าผูกกันมาด้วยดี ก็สร้างเหตุดีนั้นแข็งแรงยิ่งๆขึ้น เป็นการสร้างทางที่ดีเบื้องหน้า คู่รักบางคู่กลายเป็นมิตรที่ดีที่เกื้อกูลกันต่อไป กลายเป็นกัลยณมิตร หรือครูบาอาจารย์ของกันและกันต่อไปภายหน้าได้

ข้อสำคัญ คือเรารู้ว่าปัจจุบันกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นปัจจุบันเหตุ อยากได้ผลอย่างไร พึงกระทำกรรมปัจจุบันให้เป็นเหตุไปสู่ผลที่ตนอยากได้นั้น

เอ๋

ขอบคุณค่ะอาจารยสำหรับคำอธิบายเพิ่มเติมเรื่องกรรมปัจจุบัน หนูจะนำเรื่องนี้ไปอธิบายเขาต่อเรื่องความสำคัญการกระทำหรือกรรมปัจจุบัน