ตกลง...ศุภกรณ์...เป็นกรณีเร่งด่วนไหมล่ะ ?

ไหนมาเรียงลำดับ "เด็กหรือครอบครัวที่ประสบปัญหาความไร้รัฐหรือความไร้สัญชาติ" ที่ต้องจัดการในลำดับเร่งด่วนกันหน่อย

ว่ามา รอให้ความเห็นอยู่

คำตอบ
ชลฤทัย แก้วรุ่งเรือง เมื่อ พ. 26 ก.ค. 2549 @ 14:08

ศุภกรณ์ก็เป็นกรณีเร่งด่วนค่ะ เพราะเป็นเด็กที่ยังไม่มีสถานะทางบุคคลเลย

จำเป็นต้องมีจดทะเบียนการเกิด และ การบันทึกตัวบุคคล

กรณีของเด็กหรือครอบครัวที่เป็นกรณีเร่งด่วน และจำเป็นต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือ มีข้อที่จะพิจารณา คือ

1.มีสถานการณ์ของผลกระทบของปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติต่อการเข้าถึงสิทธิต่างๆ ที่มีเงื่อนเวลากระชั้นชิดและจะส่งผลร้าย  หรือ ส่งผลกระทบความร้ายแรงต่อชีวิตและร่างกาย  ทำให้จะต้องเข้าไปจัดการปัญหาหรือเยียวยาปัญหาเป็นกรณีเร่งด่วน ทันที เช่น กรณีของคนที่ยังไม่มีสถานะทางบุคคล-ไม่มีเลข 13 หลักไม่สามารถเข้าถึงสิทธิต่างๆ ที่จำเป็นต่อชีวิตในขณะนั้นได้ 

 2.กรณีของปัญหานั้นเป็นปัญหาที่สำคัญ จำเป็นที่จะต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งอาจเป็นเรื่องยากที่เจ้าของปัญหาไม่สามารถทำเองได้ หรือ ควรต้องเข้าไปดูแลการแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิด

3.กรณีของคนที่มีปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติ หรือ ได้รับผลกระทบจากปัญหานั้น ไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะดูแลแก้ไขปัญหานั้นได้เอง ซึ่งจำเป็นต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือ

กรณีของเด็กหรือครอบครัวที่ประสบปัญหาความไร้รัฐหรือความไร้สัญชาติที่ต้องจัดการในลำดับเร่งด่วนและ ให้ความสำคัญ ที่ลองจัดอยู่ในขณะนี้ ตามลักษณะของการให้การช่วยเหลือ คือ

1.กรณีบุคคลที่ไม่มีเลข 13 หลัก และต้องทำการจดทะเบียนรับรองการเกิด หรือ การส่งชื่อให้กระทรวงศึกษาดูแล

(1).เด็กชายวิษณุ

(2).เด็กชายศุภกรณ์

(3)นส.โอ๋

(4)เด็กชายสมชาย- กอล์ฟ (ม.ท่าเรือ-อ.สบเมย)

2.กรณีของบุคคลที่ไม่เลข 13 หลัก และต้องทำการบันทึกทะเบียนบุคคล ตามระเบียบ 48 หรือ การขอพิสูจน์สัญชาติ / เอาชื่อกลับเข้าสู่ทะเบียนราษฎร

(1)ครอบครัวศิลปวงศ์เจริญ(สัญชาติต่างชาติ)

(2)นางเซาะเล้ง  แซ่เต้(สัญชาติต่างชาติ)

(3)ครอบครัวแซ่ลี

3.กรณีของการขอแปลงสัญชาติเป็นไทย / การขอสัญชาติโดยการสมรส

(1) อาจารย์อายุ

(2)นางแสงเดือน  ทานะสมบัติ

(3)วิวัฒน์ - ชบา

4.กรณีของการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคนไร้รัฐไร้สัญชาติ หรือ ตกอยู่ในภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติในเชิงข้อเท็จจริง ที่กำลังอยู่ในภาวะอันตรายต่อชีวิต

(1)กลุ่มเด็กชาวม้ง เขตน้อยที่จ.เพชรบูรณ์

(2)กลุ่มผู้ถือบัตรประจำตัวชนกลุ่มน้อยในต่างประเทศ เช่น ญวณอพยพในประเทศญี่ปุ่น และ น้องแพรผู้ถือบัตรสีในสิงคโปร์

 

(ส่วนนี้ตอนหลังจึงมาคิดและเข้าใจว่าน่าจะเป็นงานของสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย )

5.กรณีของคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่ต้องมีการแก้ไขกฎหมาย หรือ ขอมติครม.เพื่อการดำเนินการแก้ไข หรือต้องมีความเคลื่อนไหวทางสังคม

(1)ขอสัญชาติไทยให้บุตรบุญธรรมไร้รัฐไร้สัญชาติของครอบครัวสัญชาติไทย เช่น น้องขวัญ วรรัตน์ น้องฮงผิง เด็กหญิงณภัทร  แซ่เฉิน เด็กหญิงโต๊ะเล้ง

(2)การขอสัญชาติไทยให้กับเด็ก เยาวชน ต่างชาติที่กลมกลืนกับสังคมไทย ได้รับการศึกษาตามระบบการศึษาไทย และ สัญชาติที่มีไม่เป็นประโยชน์ต่อชีวิต

(3)กรณีของผู้ถือบัตรลาวอพยพ

(4) การขอประกาศกระทรวงแรงงานเรื่องการทำงานของคนต่างด้าว

Archanwell

เห็นด้วยค่ะที่จะทำกรณีของเด็กก่อน และกรณีของเด็กที่ไม่มีเลข ๑๓ หลักก่อน

ซึ่งการทำคลีนิคนั้น เราคงต้องมาวิเคราะห์หาสาเหตุที่บุคคลไม่มีเลข ๑๓ หลัก

ขอถามชลต่อว่า ในแต่ละ "กรณีจริง" ที่จะเลือกขึ้นมา ชลรู้ถึงสาเหตุของการที่เด็กไม่มีเลข ๑๓ แล้วยังคะ

มีเวลา ลองสาธยายให้ทราบหน่อย ก็ดี

ว่ามาหน่อยซิคะ

Bongkot Napaumporn

สำหรับกรณี "น้องวิษณุ" เกิดจาก

1. พ่อและแม่ไม่มีเอกสารอะไรเลย

2. พ่อและแม่ไม่มีความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของการจดทะเบียนการเกิด

3. พ่อและแม่กลัวที่จะไปแจ้งเกิดให้ลูกเพราะกลัวจะถูกจับ เนื่องจากไม่มีบัตร

4. วิษณุเกิดที่โรงพยาบาลและมี ทร.1/1 แต่ยังอยู่ที่โรงพยาบาล พ่อและแม่น้องไม่ได้กลับไปเอาเพราะกลัวถูกจับ

5. แม้แต่การเข้าโรงเรียน ก็ต้องแสร้งทำเป็นว่า น้องวิษณุ เป็นลูกของเพื่อนบ้าน ยืมนามสกุลเพื่อนบ้าน, ทะเบียนบ้าน ของเพื่อนบ้านมาใช้ เพื่อให้ได้เข้าเรียนหนังสือ

อันนี้ คือ จากที่เตือนได้พูดคุยกับครอบครัวน้องวิษณุเองค่ะ

สรุปแล้วเกิดจาก "ความกลัวและความไม่รู้" ค่ะ

กรณีของศุภกรณ์

พ่อและแม่มีสัญชาติไทยค่ะ

มีบัตรประชาชนและมีชื่อในทะเบียนบ้านชัดเจน

แต่เนื่องจากตัวแม่จากบ้านมาทำงานที่พัทยา และวันที่แม่ไปคลอดไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล (รพ.เอกชน) เลยยังไม่ได้ใบรับรองการเกิด ภายหลังไปใช้หนี้ที่โรงพยาบาลแล้ว แต่ก็ไม่ทราบปัญหาที่แน่ชัดว่าทำไมจึงยังไม่ได้สูติบัตร

ซึ่งต่อมานำลูกมาฝากเลี้ยงกับตา ยาย ที่อีสานก็ไม่ได้ติดต่อกลับมาอีก ตายายก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นหาสูติบัตรให้หลานยังไง เพราะศุภกรณ์ยังไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านที่ครอบครัวอาศัยอยู่(บุคคลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของตายายนั้น มีตา-ยาย แม่ของน้องศุภกรณ์ พี่ชาย2 คน และ น้องสาวอีกคนของศุภกรณ์)

เนื่องจากข้อเท็จจริงยังไม่ชัดว่าได้แจ้งเกิดแล้วหรือยัง ถ้ายังแล้วทำไมถึงไม่ได้ไปแจ้งเกิด

ดังนั้นปัญหาของการไม่มีสูติบัตรของศุภกรณ์ที่อาจเป็นไปได้ คือ 

 1.การไม่มีสูติบัตรในทางข้อเท็จจริง แต่มีสูติบัตรและมีการแจ้งเกิดแล้วตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรแล้ว คือ มีการแจ้งเกิดแล้ว แต่ไม่มีหลักฐานของใบสูติบัตร และ ยังไม่มีการย้ายชื่อมาเข้าทะเบียนบ้านของตาและยาย  ตาและยายจึงเชื่อว่าหลานยังไม่มีใบสูติบัตร

หรือ

2. พ่อและแม่มีอุปสรรคปัญหาและไม่ประสบความสำเร็จในทางปฏิบัติที่จะ

(1)ได้ใบรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล

(2)นำใบรับรองการเกิดไปแจ้งเกิดให้ศุภกรณ์ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา

(3)ย้ายชื่อศุภกรณ์ไปอยู่ในทะเบียนบ้านของตาและยาย

 และ

3.ความไม่สนใจหรือตระหนักของพ่อและแม่ ในการแจ้งเกิดให้ศุภกรณ์

Archanwell

แล้วจะบอกอะไรแก่ "เหล่าผู้ร้อง" ในวันเสาร์นี้ล่ะ

สรุปวิธีการทำงานร่วมกันได้ไหม