ผมสร้าง blog แล้วครับ

  เพราะการเรียนจึงทำให้ผมรู้ และรู้จักอะไรที่ยังไม่เคยสัมผัสมาก่อน นับว่าผมคิดไม่ผิดที่มาเรียนเอกนี้

   ผมก็อยากจะลองเขียนวิพากษ์วิจารณ์กับเขาเหมือนกัน เพียงแต่ว่ายังด้อยประสบการณ์จึงต้องขออ่านของท่านอื่นไปก่อน ไม่พลาดหรอกครับแล้วจะมีอะไรที่เป็นความคิดอ่านของผมออกมาบ้าง  ตอนนี้ขออนุญาตสร้างงาน powerpiont ส่งให้อาจารย์ก่อนครับ

     อาจารย์ครับ Flipalbum  ทำอย่างไรครับ ผมโหลดของเพื่อนก็ไม่สำเร็จ  นี่เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบด้วยครับ

                                                    สัณห์ศักดิ์

คำตอบ

    ตอบช้าไป ขออภัยด้วยครับ

  • ทำตามคู่มือ
  • หารือเพื่อนๆ ที่เป็น
  • ร่วมด้วย ช่วยกันครับ
  ลงโปรแกรมในเครื่อง แล้ว อ่านคู่มือที่เตรียมไว้ให้ ลองทำและปรึกษาสมาชิกที่เรียนด้วยกันดูก่อนครับ  Step by Step ไม่ยากเลย
นาย สัณห์ศักดิ์ สัณห์ ศรีทองเพชร

     และวันนี้ผมก็พบการทำ flipalbum แต่ก็ต้องขอขอบคุณ อาจารย์สวรรณใจ จากโรงเรียนเต็มรักฯที่เอื้ออำนวยช่วย save มาให้ เพื่อนช่วยเพือน จึงขอกล่าวนามไว้ ณ ที่นี้

     สังคมที่มีการช่วยเหลือเอื้อประโยชน์ต่อกันเป็นสังคมที่เป็นสุข แต่หากสังคมใดเป็นอยู่อย่างตัวใครตัวมัน คำว่า ยอม คงไม่เกิดขึ้น   ดั่งคำเทศน์สอนของหลวงพ่อพระพยอม แห่งวัดสวนแก้ว กล่าวว่า          ถ้ายอมไม่เป็นก็เย็นไม่ได้ 

      แม้แต่ต้นหญ้า ยังมีประโยชน์ต่อโลก โดยการให้ออกซิเจน

นาย สัณห์ศักดิ์ สัณห์ ศรีทองเพชร

ทุกอย่างผมเอาความรู้ที่อ.พินิจมอบให้มาทำผิดทำถูก ได้มากเลยครับ แต่เรื่องนำรูปเข้า Blog ยังไม่สำเร็จครับ แต่เข้าที่อื่นไม่มีปัญหา

นาย สัณห์ศักดิ์ สัณห์ ศรีทองเพชร

เป็นความวิวัฒนาทางด้านไหนที่ทำให้มีตุ๊ดมากขึ้นทุกวัน เดี๋ยวนี้สังเกตุเห็นเลยว่า เด็กประถมศึกษาแสดงแนวโน้มให้เห็นได้เลย  รู้ได้เลย  ว่าคนนี้เป็นตุ๊ดแน่นอน

   เป็นข้อสังเกตที่ผมมองเห็นและอดจะวิพากไม่ได้ถึงเรื่องนี้   ผมไปอบรมเกี่ยวกับห้องสมุด IT วิทยากรเปิดเผยตัวเอง และก็บอกว่าที่มีได้ เป็นได้ทุกวันนี้ก็เพราะเป็นกระเทยนี่แหละ

    และวิทยากรท่านนี้ยังบอกอีกว่าเพราะชาติที่แล้ว(ไม่ทราบว่าท่านรู้ได้อย่างไร) ประพฤติผิดศิลข้อ 3 เรื่อง ไม่สำรวมเรื่องผัวใครเมียใครฟาดดะ  มาชาตินี้พระเจ้าจึงลงโทษให้อดอยากเรื่องนี้ เพราะกระเทยเห็นผู้หญิงก็ไม่ชอบ กับไปชอบผู้ชายด้วยกัน ส่วนผู้ชายที่ดีๆใครเขาจะชอบกระเทย เลยต้องอดอยากปากแห้งอยู่คนเดียว ไม่มีผู้สืบสกุล

    ไม่ทราบมีท่านใดทำการวิจัยกันบ้างหรือยังผมยังอ่านไม่พบและยังไม่เจอหนังสือเรื่องนี้  เคยได้ยินว่าในมนุษย์เรา จะมียีนส์ที่เรียกว่า  x  และ  y  ไครมี x  มากก็จะเป็นผู้ชาย  ไครมี  y  มากก็จะเป็นหญิง 

     แล้วหญิงที่มีความเป็นชายในตัวที่เรียกว่าทอมนั่นคืออะไร  รู้สึกสับสนไปหมด วิวัฒนาการของโลกเราจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร  เมื่อก่อนจากมนุษย์ที่เดินคล้ายลิงแล้วขยับมาเป็นคน จากมีขนตามเนื้อตามตัวก็หายเหลือเป็นสัดส่วน แล้วเมื่อก่อนใครเคยพบหลักฐานไหมว่ามนุษย์ยุคหินเป็นกระเทยกันบ้างไหม

      หรือว่ามีแต่การเปิดเผยตัวเองไม่เกิดขึ้นเพราะสังคมสมัยนั้นบีบบังคับ อาจจะกลายเป็นตัวกาลกิณี อาจถูกไล่ออกจากหมู่บ้านก็เป็นได้จึงไม่แสดงออก

      ข้อเขียนของผมก็คงเป็นความสงสัยที่เกิดขึ้นและยังคำตอบไม่ได้เท่านั้น

นาย สัณห์ศักดิ์ สัณห์ ศรีทองเพชร
เยี่ยมเยือนย่างกายไป   เซี่ยเหมิน          ยี่สิบแปด ตุลา เวลาสาย                                  ถึงเวลา เยื้องกาย ก็มาถึงให้พวกเรา รีบไป อย่าดื้อดึง                                    มาให้ถึง จันทรเกษม โดยเร็วพลัน        ทุกคนต้อง เตรียมตัว และเสื้อผ้า                     พร้อมอำลา คนใกล้ อย่าหุนหันไปดูงาน เมืองจีน ไม่กี่วัน                                       เป็นหลักฐาน เรียนรู้ คู่ปริญญา     เราคือชาว เทคโนฯ โก้เมืองนนท์                     มาฝึกฝน คร่ำเคร่ง  การศึกษาอยู่ที่ศูนย์ โรงเรียน รัตนา ฯ                                      จำนวน สมาชิกคือ สิบสองคน        มีดอกเตอร์ ไพบูลย์ เปานิล ที่เคารพ                 คอยประสาน ให้ประสบฯ ไม่สับสนเป็นพี่เลี้ยง ที่ปรึกษา ไม่พาซน                                 ท่านเป็นผู้ สร้างคน ให้ก้าวไกล        สมาชิก เทคโนนนท์ คนสวย หล่อ                   เรียงอายุ แล้วก็ต้อง พี่อุทัยเป็นพี่ สุด ดูสมศักดิ์ แถมสดใส                                 นามสกุลไท้มีว่า ปัญญะปูญ       รองลงมาเป็นผม ดูคมสัน                                  ชื่อสัณห์ศักดิ์ ศรีทองเพชรคือตระกูลเป็นหัวหน้า พึ่งได้ ไม่หันหุน                                   ยกเว้นทุน เงินทอง ขอร้องเลย       หล่อมาก มาก อีกคน ไม่พ้นเขา                         ท่านพี่ต่าย ของเรา ไงน้องเอ๋ยชื่อ สมชัย ทาเขี่ยง เลี่ยงไม่เคย                                  ถ้าเรื่องลุย ไม่ต้องเอ่ย คือเขาเอง       สวยจริง จริง อีกคน นั้นชื่อต้อย                         ดูเรียบร้อย เริงร่า แต่โฉงเฉงชื่อ ธวัลรัตน์ นพคุณ คุยครื้นเครง                             ไม่คร่ำเคร่ง ค่อนแคะ เหมือนใครใคร       ต่อมาคือ เหมือนจันทร์ นั้นสมชื่อ                      รูปร่างหรือ น่ารัก เป็นไหนไหนคอยช่วยเหลือ เพื่อนในห้อง อยู่ร่ำไป                        สกุลไซร้ จันทร์สุข สุขจริงๆ       สวยเกรียมเกรียม คือน้องกอล์ฟ สาวคนเก่ง      หุ่นก็เช้ง พูดจาน่านุ๋งนิ๋ง ( หนุงหนิง)วิลาชินณ์ ประคัลภ์พงษ์ คือชื่อจริง                           อยากสุงสิง ต้องไปรอ ที่ หอวังฯ       หากสวยแท้ ก็ไม่พ้น คนชื่อหวัน                      รับประกัน คุณภาพได้ไม่ผิดหวังมีความรัก เฉกเช่น เป็นพลัง                                     เปรียบเหมือนดัง น้ำทิพย์ ชโลมใจ      สวรรณใจ ไชยศรีรัมย์ ล้ำเลิศรส                        ช่างหยาดหยด รสรื่น ไม่เหือดหายบางครั้งแกร่ง เหมือนหินผา ช่างท้าทาย                   แต่สุดท้าย ก็คือ นิ่ง สงบนาน      อภิรดี คนนี้ พี่อยากถาม                                      นามสกุล คืออะไร ไร้หลักฐานพี่จดไว้ เลยลืมไป ทิ้งไว้นาน                                     ก็เลยพาล ไม่ลงให้ อภัยที      เป็นเด็กสาว ตัวน้อย นามว่าเจ้น                          ไม่ว่างเว้น คนควงแขน แสนสุขีพี่ พี่ ต่างชม อารมณ์ดี                                                ได้ปริญญาตรี มาหมาดๆ ไม่ขาดเกิน      สุนารี ของห้องคือน้อง ตู้                                     ชื่อของหนู สุขเพ็ง  ไม่เคยเขินโถปาคำ จำได้ คล้ายเจิน เจิน                                      น้องนั้นเดิน จำได้ ชอบใส่แดง         น้องแอร์ของห้อง ต๊องไม่หยอก                      เธอเน้นหลอก หยอกพี่ แบบแผลง แผลง ศิริกัญญา จันทวีผล คนชอบแซง                              พี่ พี่ แกล้ง  ก็อย่าโกรธ ต้องเข้าใจ        น้องต่อมา นิสัยดี มีทีเด็ด                                  ขำจนเล็ด แต่ดูซื่อ และสดใสศศิธร ลิ่วเวหา  อนาคตไกล                                       โหง้วเฮ้งให้  ดอกเตอร์ คือเธอเอง        คนสุดท้อง น้องสุดท้าย ใช่ใครอื่น                    สวย พื้น พื้น ชอบทาน ของหวานเก่งมัธนา ติปยานนท์ คนนักเลง                                      ชอบฟังเพลง และขาหมู คู่กันเอย         อยู่ร่วมห้อง รวมใจให้เป็นหนึ่ง                         ช่วยกันดึง ช่วยกันดัน อย่าทำเฉยทุกข์ร่วมต้าน สุขร่วมเสพ สุดเปรียบเปรย                  หากละเลย แล้วคงล้ม อาจตรมใจ        ยี่สิบแปด ตุลา ก็มาถึง                                         ทุกคนบึ่ง เร็วรี่ มาที่หมายเทคโนนนท์ ทุกคนครบ แสนสบาย                           เตรียมเยื้องกาย ไปเซี่ยเหมิน คงเพลินดี      สิบสองนาฬิกา เก้านาที ฤกษ์ดีแล้ว                   อาจารย์ขวัญจิตร เรียกแจ้ว มาที่นี่ขึ้นรถเถอะ หาที่นั่งอย่ารอรี                                        เดี๋ยวพี่ พี่ ที่มาก่อน เขาจะรอ         ยี่สิบแปด คนไป คล้ายวันที่                               จำนวนนี้ ดูน้อย ด้อยจริงหนอไกด์ชื่อวรรณ ท่านบอก แค่นี้พอ                                 งั้นอย่ารอ ไปกันที่ สุวรรณภูมิ         นั่งเต็มคัน รถบัส  เขาจัดให้                              หนึ่งชั่วโมง วิ่งไป ไม่มีหลุมมีป้ายบอก ทางใหม่ ไม่ต้องสุ่ม                                 รัฐเขาทุ่ม จริง จริง ให้ดิ้นตาย        พอรถจอด ปลอดภัย ก็ได้ที่                                 ส่งกระเป๋า ที่มี กันเป็นสายลงจากรถ รับลง ส่งตรงไป                                         แล้วค่อยย้าย ใส่รถเข็น รวม รวม กัน       บางคนเข็น เข้าไป ข้างในแล้ว                             ไปต่อแถว ตามที่ มีป้ายกั้นเราต้องรู้ เพราะมีป้าย อยู่หลายอัน                               มันมีขั้น มีตอน ก่อนขึ้นบิน      ดูตัวย่อ ดูรหัส ให้ชัดหน่อย                                   แล้วจึงค่อย เข้าที่ให้ถูกถิ่นเสียงไกด์บอก ดังลั่น จึงได้ยิน                                     มาเช็คอิน  เอฟ ดี สาม หก เจ็ด แปด      สายการบิน ที่ไปแน่ แอร์เอเชีย                              ถูเฉลี่ย  เพื่อประหยัด ไม่ออดแอดแค่เซี่ยเหมิน มันไม่ไกล สอง สาม แป้ด                      ขึ้นตากแดด สามชั่วโมง ก็ลงดิน      สุวรรณภูมิ ทุ่มไป ก็ใช่น้อย                                  ยังเหลือลอย งาม งาม ให้หยามหมิ่นป้ายบอกที่ มีบอกทาง ไม่เข้าจินต์                               เดินไปสุด จนสิ้น ไม่ถูกทาง      ห้องน้ำหรือ ก็มีกลิ่น แถมมีซาก                           ใครปล่อยกาก หมักหมม น่าเมินหมางเมื่อเสร็จกิจ ควรตรวจสอบ ก่อนเดินทาง                    กากปล่อยร้าง มันก็รัด ราดไม่ลง      อาจารย์พินิจ บ่นว่า หาที่นั่ง                         ที่เป็นตั่ง หรือเป็นโต๊ะ ไม่เหลือหลงหากอยากนั่ง ก็ต้องนั่ง อย่างมั่นคง                               คือนั่งลง บนพื้นปูน ไงคุณเอย      เดินตามป้าย ไม่ถูก ต้องถามเขา                             เพราะมีเจ้า หน้าที่ ชี้เฉลยโบราณกล่าว ทางอยู่ที่ปาก เขาเปรียบเปรย                 อย่าเดาเลย พลาดผิดเพลีย เสียเวลา        กว่าจะขึ้น เครื่องได้ ตรวจหลายครั้ง                 กระเป๋าเดินทาง บรรทุกได้ อย่าให้กว่าน้ำหนักเป็น กิโล คือ สิบห้า                                     อีกกระเป๋า ติดกายา ได้แค่ เจ็ด       พลาสปอร์ต วีซ่า มาเรียบร้อย                            คนเขาคอย ตรวจตลอด ไม่ลอดเล็ดผ่านมาถึง ก่อนขึ้นเครื่อง ถือว่าเสร็จ                        ถือเป็นเกร็ด ประสบการณ์ ที่ผ่านมา         ๑๖.๓๐ น.   ..............                                      เครื่องวิ่งฮ้อ แล้วค่อยเหิน เผินสู่ฟ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลาย ขอจงมา                                 ช่วยคุ้มครอง เพื่อน เพื่อน ข้าฯ ให้ปลอดภัย         แอร์ฯเอเชีย เดินมา ดูน่ารัก                              สีบานเย็น  ผ่องพัก ดูสดใสเธอมาถาม ขายสินค้า หากำไร                                  ว้า ทำไม แพงจริง ทุกสิ่งเลย        กินมาม่า หนึ่งถ้วย หกสิบบาท                         แปลกประหลาด แพงกว่า ของเสวยขอนั่งนอน  นิ่งนิ่ง เพราะไม่เคย                                โอ้อกเอ๋ย นอนดีกว่า น่ารำคาญ       เขาจัดที่ มีให้นั่ง ไม่ตรงเบอร์                            ทุก ทุก ที่ เธอนั่งได้  ไม่มีหาร ว่างตรงไหน นั่งตรงนั้น เพราะไม่นาน                    พอหลับตา เดี๋ยวก็พาล หลับไปเลย         ๑๙.๓๐ น..............ก็มาถึง                                 เซี่ยเหมินจึง เป็นซึ่ง เมืองดอกเหมย เดินหน้าเดิน  เดินไป อย่าทำเชย                              มัวเอะอะ  เอื้อนเอ่ย  โดนอัดเอา         สนามบิน ของเขา ที่เราเห็น                              สะอาดเด่น ดูดี กว่าก่อนเก่า เทคโนฯ เลิศ อุปกรณ์ล้ำ มิใช่เบา                              ถังขยะ ของเขา เป็นออโต        เพียงเอามือ เข้าไป ใส่ที่ฝา                                จะเปิดอ้า รอให้ใส่  โกโรโสเอามือออก ฝาก็ปิด เหมือนเป็นโชว์                          ขอติดโบว์ ยกนิ้วให้ ด้วยใจจริง       อาจารย์พินิจ บอกว่า น่าถ่ายไว้                           เก็บเอาไป ดัดแปลง ไอเดียปิ๊งเผื่อนำไป ใช้อ้าง เพื่อพาดพิง                                     ว่าของจริง อยู่เมืองจีน ได้วิจารณ์        ประตูแรก ก็ตรวจแขก ให้เข้าเขต                      ไม่ต้องเซต ไปยืนรอ ที่เป็นฐานมีเส้นเหลือง ให้ยืนรอ ต่อคิวกัน                                ไม่รอนาน พอเช็คเสร็จ เข้าเขตเลย        เดินเข้าไป หากระเป๋า ที่เราเห็น                         ไหลตามเลนส์  สายพาน อย่างเปิดเผย เป็นของเรา  ก็หยิบออก  เหมือนอย่างเคย                 อย่าทำเชย ลากไปรอ เพื่อรวมกัน       เสร็จเรียบร้อย เดินออก ข้างนอกได้                    เห็นแสงไฟ สวย สวย ช่วยให้ฝันอยากถ่ายรูป  เก็บเอาไว้  เป็นประกัน                        ถึงกลางวัน อยากเห็น เป็นเช่นไร        ท่านอาจารย์ จี๋เหม่ย มหาลัย ได้มารับ             มาพร้อมกับ รถบรรทุก มาขนให้สัมภาระ  ทั้งหมด  เพื่อเอาไป                                   พาเข้าห้อง หอใน จะได้นอน      ณ.จี๋เหม่ย มหาลัย  ใหญ่จริง จริง                         มีทุกสิ่ง  ห้องอาหาร  ทั้งห้องสอนมีหอพัก นักศึกษา เอาไว้นอน                                   เพื่อพักผ่อน พอเรียนจบ จึงจากไป      พอมาถึง พวกเรา ไม่เข้าหอ                                 แต่จะรอ กินอาหาร จึงค่อยไหลทานข้าวต้ม ให้หายหิว  จึงค่อยไป                            เข้านอนได้ หลับสนิท มิดไนท์เอย              เป็นคืนแรก คงไม่หลับ ลงได้ง่าย             ใจหวลคิด ถึงใคร อยากเปิดเผยจากมาไกล ห่างหน คนไม่เคย                                แล้วใครเอ่ย หวลคิด ปิดเสียจริง            หนึ่งห้องนอน นอนได้ เขาให้สอง             เขารับรอง ชายคู่ชาย หญิงคู่หญิงอาจารย์ขวัญจิตร จัดให้ ไม่ประวิง                          ใครคู่ใคร จริง จริง ไม่สำคัญ          ผมนอนคู่ อาจารย์ต่าย ใช่ใครอื่น                   เป็นผู้ตื่น ผู้ใฝ่รู้ ดูสร้างสรรค์เรื่องถ่ายรูป ต้องเรียนรู้ อย่าให้ตัน                           ก็เพราะมัน คือเทคโนฯ โชว์ฝีมือ         ส่วนผู้หญิง สาว สาว เจี๊ยวจ๊าวยิ่ง                   เหมือนเป็นสิ่ง  คู่กัน ฉันไม่ถือ  พอห่างบ้าน ห่างแฟน แสนระบือ                         ซึมกระทือ เป็นไป ไม่ได้เอย         เรื่องเวลา ที่เซี่ยเหมิน นั้นเกินเรา                    หนึ่งชั่วโมง ของเขา เชียวนะเหวย  ตั้งเวลา ให้ตรง คงเสบย                                        ได้ไม่เลย เวลา ให้ช้ากาล            ยี่สิบเก้า เช้าแล้ว นะแก้วตา                            ตื่นขึ้นมา ชื่นชม  ดมอาหารกลิ่นช่างหอม อบอวล ชวนรับทาน                         เพราะเมื่อวาน ยังไม่อิ่ม ขอชิมอีก          ทุก ทุกคน ค่อย ค่อย ทยอยมา                        พอเห็นว่า อาหารจีน หัวเราะคิกอะไรเว้ย อะไรว้า ไม่กล้าจิก                                   ไม่มีพริก พอให้เผ็ด เหมือนของไทย           สะระเปา ไม่มีไส้ ลูกใหญ่โต                        เรียกหมั่นโถ  หลายคน กินไม่ได้ปาท่องโก๋ ของเขา ทั้งยาวใหญ่                                 ถ้าหากใคร ได้กิน ถวิลหา          กับข้าวต้ม ร้อน ร้อน ในตอนเช้า                    หรือจะเอา น้ำเต้าหู้ ก็เข้าท่ากินกันไป คุยกันไป ฆ่าเวลา                                      รอรถมา บริการ ให้พวกเรา          เรื่องการกิน ก็อย่าบ่น เป็นของแปลก              มีอะไร ก็แดก ไปเถิดเจ้าเสียงใครพูด ออกมา ดังไม่เบา                                  อ๋อเป็นเขา คุณยิ้ม  เรานั่นเอง          แปดโมงครึ่ง ถึงมีรถ เข้ามารับ                       ส่วนพวกเรา จับกลุ่ม ซุ่มตามเก๋งต่างเต๊ะท่า ถ่ายรูป กันครื้นเครง                                เพราะมีเก๋ง บ้านของจีน งามแปลกตา         รถมาถึง ตรงเรา เข้าจอดที่                               เป็นรถบัส  มีที่นั่ง  หกสิบกว่า  ท่านอาจารย์ไพบูลย์ เรียกเรา ให้เข้ามา                   เพื่อบอกว่า เราจะไป ตามโปรแกรม                                กู่ลั่งหยี่ ที่แน่ แน่ แปลไม่ออก                         ไกด์เขาบอก เกาะเปียโน มีของแถมเดินขึ้นเขา แสงอาทิตย์ เข้ามาแจม                            จะมองเห็น โรงแรม และตึกราม       ตอนขาลง ไม่เมื่อยเข่า มีกระเช้าเลื่อน               ค่อย ค่อยเคลื่อน เห็นบ้านคน ดูล้นหลามควรเก็บภาพ เพื่อจำจด ความงดงาม                         ที่งามล้ำ เลื่อน ต่ำลง ลงทุกที       พอลงมา ก็พาไป ดูของเก่า                                เห็นเป็นตู้ เงา เงา ตั้งเป็นที่ทำด้วยไม้  เก่าแก่  แต่ดูดี                                         มองอีกที ก็เปียโน ช่างโอฬาร       เป็นของเก่า ของแก่ แต่มีค่า                              เป็นวัตถุ มีราคา มหาศาลทำด้วยมือ คิดค้น คนโบราณ                                   เป็นตำนาน ประวัติศาสตร์ ของชาติจีน        สองฝั่งทาง เดินกลับ  มีของขาย                  ร้องทักทาย เรียกลูกค้า มาดูหินเป็นรูปหยก สร้อยมุก และของกิน                       อาหารทะเล เพราะเป็นถิ่น ก็มากมาย         ร้านเสื้อผ้า ร้านรองเท้า กระเป๋าหนัง           ทั้งสองฝั่ง มีให้ช้อป ตลอดสายไกด์เมืองจีน พาคน แวะจนได้                              เป็นร้านใหญ่ ขายหินหยก และไข่มุก        คณะเรา ก็อาศัย ใช้ห้องน้ำ                            มิหนำซ้ำ กินน้ำชา พาให้สุขพอเห็
นาย สัณห์ศักดิ์ สัณห์ ศรีทองเพชร
คณะเรา ก็อาศัย ใช้ห้องน้ำ                            มิหนำซ้ำ กินน้ำชา พาให้สุขพอเห็นเรา หายเหนื่อย ก็เริ่มรุก                            เอาสินค้า มาบุก เสนอขาย        ทั้งลดแลก แจกแถม แบบมีแปลน                เป็นเทคนิค แบบแผน จีนทั้งหลายคณะเรา ก็อุดหนุน กันมากมาย                            คุ้มจะตาย ใช้ห้องน้ำ เสริฟน้ำชา        ราคาของ ต้องต่อรอง ให้มากหน่อย             เพราะเมืองจีน เก่งไม่น้อย เรื่องการค้าเขาบอกเรา เกินร้อย ตั้งราคา                                 จะเสียท่า  ถ้าซื้อไป ไม่ต่อรอง          ลืมแนะนำ ไกด์จีนสาว หน้าขาวนวล            อาชีพเธอ ต้องคอยชวน  ให้ซื้อของเธอต้องทำ ให้ท่องเที่ยว นั้นเป็นทอง                    เป็นทำนอง ทำเพื่อชาติ ประชาชน      ชื่อเรียกเธอ สวยจริง จริง พวกเราตั้ง               เวลาเรียกให้ฟัง ไม่สับสนเธอจะพาเราไป เพื่อให้จน                                     แวะที่ไหน ไม่พ้น ต้องเสียเงิน         ...ชมวัฒนธรรมดื่มน้ำชา....                          ทัวร์ทุกคณะ ต้องมา อย่ามางเหมินสาวจะชง ให้เราชิม ไม่ล่วงเกิน                            ชิมกันเพลิน หลายชนิด ที่ชงมา        ปากก็ชิม ตาก็ชม  หมวยขาว ขาว                  ตั้งแต่หัว จรดเท้า ดูเข้าท่าเพียงแค่ชม แค่ใช้ แค่สายตา                                   เดี๋ยวจะหาว่าพี่ นี้หัวงู       หลังจากชิม และชม การชวนเชื่อ                อย่าเพิ่งเบื่อ เพิ่งหน่าย นะน้องหนูจะขายชา ขายอุปกรณ์ ที่ให้ดู                                 เพื่อเชิดชู ร้านชา ให้อยู่นาน          บัดนั้น หมวยสาว สาว ก็เข้ามา                    มีอุปกรณ์ เป็นกา มาตรฐานที่ถ้วยชา มีมังกร นอนกบดาน                               ท่าเลื้อยผ่าน อยู่ข้างถ้วย ตัวสีดำ        ใส่น้ำร้อน ลงไป ตัวจะเปลี่ยน                       จากสีดำ จะเลี่ยน เป็นแดงคล้ำเรื่องราคา ลืมไป ไม่ได้จำ                                      เป็นเงินไทย ไม่ต่ำ กว่าหนึ่งพัน       จากร้านชา  แล้วจึงมา  เดินช้อปปิ้ง                ทุกสรรพสิ่ง บนถนน คนเดินนั้นมีทั้งแพง ทั้งถูก ต่อรองกัน                                    สิ่งสำคัญ เครื่องคิดเลข กดให้ดู      ไกด์เขาเตือน ต่อได้ ไม่ต้องยั้ง                         เพราะสตางค์ ของเรา จะจุ๊ดจู๋เขาจะคิด ติดราคา สูงสุดกู่                                      ถ้าไม่รู้ ซื้อไป  ได้ของแพง      เหล้าบุหรี่ มีให้เลือก ล้วนมากมาย                   ผลหมากรากไม้ ก็หลายแผงทั้งกี่เพ้า ชุดชาวจีน สีแดง แดง                               เป็นสีแสง ของเขา เราชื่นชม      พอสุดทาง ก็เดินกลับ อยากหลับแล้ว              ท้องเริ่มแป้ว เริ่มร้อง กันเสียงขรมอยากเดินต่อ ขี้เกลียด ไปเป็นลม                           หาที่นั่ง ชื่นชม หมวย หมวย เอย        ๑๙.๐๐ น.............รอมานาน                         ถึงเวลาอาหาร แล้วเพื่อนเอ๋ย          วันนี้มา หากิน ที่ไม่เคย                                        ใหญ่จังเลย ภัตราคาร ในตัวเมือง      อาจารย์หลี่ เจิ้น เชา เขามารับ                         เพื่อสำทับ ไมตรี ให้ต่อเนื่องเป็นสีสัน  สอดคล้อง  ความประเทือง                  ให้ครบเครื่อง มหาลัย ไทย จีน เรา      การแลกเปลี่ยน เรียนรู้ คู่ปัญญา                      เหมือนหนึ่งว่า เรียนนอกห้อง ไม่อับเฉาประสบการณ์ ตรั้งนี้ ได้ไม่เบา                              ขอเพียงเรา ตั้งใจ และใฝ่เรียน        และวันนี้ ผมประจักษ์ เป็ดปักกิ่ง                   เป็นของจริง กรอบ กรอบ  และเลี่ยน เลี่ยนเวลากิน จิ้มมันกุ้ง  กลัวพุงเอียน                             จะให้เนียน ต้องมีอีก  พริกมะนาว         ต้มลูกชิ้น ก็ใช่ย่อย ลูกมันใหญ่                        กินเข้าไป ลูกเดียว แทบเหี่ยวเฉาลูกชิ้นอะไร้ ใหญ่ไม่เบา                                         ของไทยเรา ไม่เห็นใหญ่ เท่านี้เลย        อาหารมี มากล้น อยู่บนโต๊ะ                           ทานไม่หมด เขาคงโล๊ะ ทิ้งไปเฉยน่าเสียดาย คนอด ที่ไม่เคย                                     อย่ากระนั้น อย่าละเลย ใส่ถุงไป       จบจากงาน ทานเลี้ยงนี้ ก็ตกดึก                      ความรู้สึก ง่วงเหงา เป็นเป้าหมาย กลับมาถึง เอนตัวนอน พักผ่อนกาย                       ให้ผ่อนคลาย นิดหน่อย อาบน้ำนอน      ฝันถึงกัน บ้างนะ  ตอนเจ้าหลับ                        พี่จะรับ เอาฝันเจ้า เข้าใต้หมอนเคยหากิน ในฝัน จนเปียกปอน                               เอ้ะบทกลอน พาไป ยังไงกัน      สามสิบตุลา เข้ามาวันที่สอง                     เห็นน้อง น้อง  เดิน เนือย เนือย  ไม่ขยันสงสัยเสีย เรี่ยวแรง จากเมื่อวาน                              ข้าวปลา ก็ไม่ทาน เป็นอะไร     พอถามดู รู้ว่า เป็นเจ้ามือ                                    ไม่รู้ใคร คือเจ้ามือ ใหญ่เวลาช้อป  ก็มีเงิน กันมากมาย                                 ที่สงสัย เป็นน้องต้อย พี่คอยดู     เช้าวันนี้ มีโปรแกรม ไปเฉินโจว                       มีมหาลัยใหญ่โต ชื่อคุ้นหูชื่อหัวเฉียว เป็นอะไรกัน ฉันไม่รู้                            ที่เมืองไทย ก็มีอยู่ แถวบางนา     มีอาจารย์ ทำการสอน อยู่ พันกว่าท่าน               นักศึกษา ทั้งนั้น สองหมื่นกว่ามีต่างชาติ ปนเป หันเหมา                                        สามพันอัตรา เห็นจะได้     ดูประวัติ เก่า เก่า ของเขาแล้ว                             มองตามแนว มีอดีด อันยาวไกลก่อตั้งมา ร้อยกว่าปี  มั๊งใช่ไหม                                นานเท่าไร จดมาหาไม่เจอ     ที่แน่แน่ ต้องขอดู ที่ครูต่าย                                 ขานั้นไรด์ ละเอียด ไม่มีเผลอทั้งถ่ายทำ ทั้งบันทึก ยังไม่เบลอ                               กล้อง สองอัน เชียวนะเธอ ทำผลงาน        ยังไง ยังไง ต้องมี งาน อี บุ๊ค                            จะได้ปลุก ความรู้ มาก่อสารอาจารย์พินิจ ท่านสอนให้ ไปเมื่อวาน                      ป.โทนะท่าน งานต้องทำ         เดินไป ดูไป งาน ไอ ที                                   ในห้องมี อุปกรณ์ ที่เลิศล้ำมีระบบ เป็นระเบียบ เพื่อครอบงำ                            ให้ทุกคน ทำตาม เพื่องามตา              พอตอนเที่ยง ถึงเวลา ทานอาหาร                       ก็ทานกัน ใน ม.หัวเฉียว นั่นแหละหนา พอทานเสร็จ ก็สด็จ ออกยาตรา                                       เพื่อไปยังร้านยา ดีหมีควาย             พอไปถึง ก็มีนวด ไม่มีโน                                    มีการโชว์ รูดโซ่ร้อน แดงเป็นสายเอาโซ่เหล็ก มาเผา บนเตาไฟ                                            เอามือไซร้ รูดโซ่ เพื่อโชว์คน         ดูแล้วเสียว หลบแล้วเหลียว ไปดูอีก                    เธอไม่กล้า หลบหลีก เพราะมีผลจะขายยา ต้องกล้าทำ ให้เขายล                                        เธอต้องทน เพราะขายยา บ้าจริง จริง           บัวหิมะ  เป็นยา  รักษาแผล                                   เอามือแบ แล้วทาใส่ หายทุกสิ่งโดนไฟเผา ยังหาย ได้เยี่ยมยิ่ง                                           พวกเรานิ่ง จริงหรือเปล่า ที่เราดู          ใครเป็นโรค อะไร มีหมอตรวจ                              ชื่อนักบวช จี้กง คุณคงรู้ มีกำลัง ภายใน ให้ซ่าซู่                                                     เพียงแค่ครู่ ที่หมอจับ เหมือนไฟดูด         แล้วบอกว่า  เป็นโรคร้าย อยู่ในท้อง                        แบบนี้ต้อง เอายา ไปพิสูจน์เป็นยาดี ดีหมีควาย ไม่ต้องพูด                                         เพียงหนึ่งชุด จึงหายขาด ไม่พลาดเลย          ในหนึ่งชุด มียา อยู่ห้าขวด                                      สุดเจ็บปวด พันแปดหยวน นะเพื่อนเอ๋ย ใครไม่ซื้อ เหมือนบังคับ ดังจำเลย                                  โอ้ทรามเชย ช้ำชี  เพราะหมีควาย             ...................................  กลับที่พัก ทานอาหาร แล้วก็เข้าโลกส่วนตัว ............................         อังคารที่ สามสิบเอ็ด ตุลาคม                                   ตื่นเช้าด้วย อารมณ์ ไม่สมหมาย        เรื่องดีหมี จ่ายเสียเจ็บ กระดองใจ                             โดนเข้าไป สองขวด สี่ร้อยหยวน        วันนี้ที่ จะไป คือเทียนฝู                                           จะไปดู โรงทำชา ที่หอมหวลเป็นที่เก่า เมื่อก่อน  ต้องทบทวน                                       ลองคำนวณ หลายราชวงค์  คงสืบมา        ชาญี่ปุ่น ตำนานว่า มาจากจีน                                    ชั่งผกผิน วกวนไป ไกลนักหนา แต่คนไทย ไม่นิยม ดื่มน้ำชา                                            เป็นเพราะว่า เมืองไทยร้อน แน่นอนเลย       ชมการแสดง ร่ายรำ ของสาวสวย                             ถึงจะหมวย สวยไม่หยอก เหมือนดอกเหมยนั่งตะลึง ดูเธอรำ เพราะไม่เคย                                         พิโธ่เอ๋ย ไม่กี่ชุด หมดเวลา       ในที่นั้น มีขนม เป็นของฝาก                                     ช่างถูกปาก รสหวานเน้น เป็นนักหนาทุก ทุกอย่าง ล้วนทำ จากใบชา                                        ควรซื้อมา เผื่อใว้ ให้พวกบ้าน        ทานอาหาร กลางวัน สำราญเสร็จ                            ก็ระเห็จ หมู่บ้านดิน ถิ่นสถาน        จ้าว เจีย เป่า เป็นชื่อ อย่างทางการ                                    เป็นตำนาน ญาติฮอ่งเต้  ร่อนเร่มา       เพราะชิงบัลลังค์ ไม่ราบรื่น                                       ถ้ามัวฝืน อยู่ไป คงตาย.....ห่จึงต้องหลบ หลีกไป ไร้กายา                                             มีทหาร คอยช่วย และติดตาม    จึงมาพัก อยู่บ้าน กันดารนี้                                            เพราะไม่มี ใครเห็น และไต่ถามอยู่จนสิ้น พระชนม์ บนเรือนงาม                                      ก็เล่าตาม ตำนาน ที่กล่าวมา     จากบ้านดิน แห่งนี้ ยังมีอีก                                          เราจึงปลีก เดินทางไป เพื่อใฝ่หาเป็นบ้านดิน ทรงกลม งามสมตา                                     เก่าคร่ำคร่า แต่คงใว้  ของโบราณ           ดูชุมชน เหล่านั้น เป็นบ้านนอก                           การแต่งกาย มันบอก ไม่โอ่ฐานยังใช้ฟืน จุดเตา เข้ากันดาร                                             แต่ดูบ้าน แล้วแปลก เป็นทรงกลม         อีตรงกลาง ของบ้าน เป็นลานกว้าง                       รอบ รอบ ข้าง เป็นห้อง  ของสนมมีประตู หันหน้า มาตามกลม                                          แหงนข้างบน ก็ได้ชม พระจันทรา        คืนนี้ฉัน จะเข้า ประตูไหน                                     หรือเรียงไป ตามคิว ไม่อิจฉาผมคิดเห็น มองไป ตามสายตา                                        หรือใครว่า อย่างอื่น ก็ตามใจ         จิ้งจังถู่โหล ชื่อโก้ เป็นทางการ                              กว่าจะถึง ก็ตั้งนาน เพราะมันไกลเป็นมรดก ของโลก ยกเอาไว้                                          ห้ามทำลาย ห้ามลื้อ ควรซ่อมแซม         ........................เข้าที่พัก ทานอาหาร นอน......................................................           หนึ่ง พอ ยอ มาถึง ถึงวันกลับ                             คนมีทรัพย์ ช้อปปิ้งได้ ไม่ป๋อมแป๋มเป็นของฝาก จากใจ ที่ร้างแรม                                       ยังมีแถม ผูกโบว์ ให้โก้เลย          หรือถักเปีย กลับไป ให้ใหม่หน่อย                      อาจอร่อย เพราะจากกัน หลายวันเว้ยไม่ว่าใคร ว่าตัวผม คนไม่เคย                                         ที่เอื้อนเอ่ย มันอัดอั้น  ตันในใจ         วันนี้เช้า  เขาพาไป ให้ชมสวน                              ทุกสิ่งล้วน มหาเศรษฐี สร้างเอาไว้เฉิน เจีย เกิง คือชื่อ ท่านนั่นปะไร                                  ดูสวยงาม และยิ่งใหญ่ ตระการตา         ต่อจากนี้ เราจะไป ไหว้เจ้าแม่                               ซึ่งเป็นผู้ ดูแล จากฟากฟ้าเทพกวนอิม ผู้อยู่ในอุรา                                                 ชาวประชา นับถือ กันทั่วไป        ณ ที่วัด หนานพู่โถว ใหญ่โตยิ่ง                              ที่พึ่งพิง ผู้คนล้น หลามไหลจุดธูปเทียน ทั่วกัน ควันกระจาย                                     มากราบไหว้ ขอพร กันทุกคน       พรในใจ ของผม ขอไว้ว่า                                        เพียงแต่อย่า ยากไร้ หรือรวยล้นขอให้มี เหลือใช้ อย่าได้จน                                            แม้แต่คน ที่รัก ก็ภักดี         ทำบุญนิด คิดได้ กำไรล้าน                                    ทำหนึ่งหยวน แต่ต้องการ  เป็นเศรษฐีพนมมือ ทำใจ ให้ดี ดี                                                     ขอเพียงมี สมองใส ไว้คิดการ        วันนี้ทาน อาหารเจ ของเจ้าแม่                                เป็นการแผ่ เมตตา น่าสงสารงดเนื้อสัตว์ ทุกชนิด คิดเป็นทาน                                     สัตว์วิญญาณ ก็พลอย ให้น้อยลง         ......................................................................................................................         ไกด์นำเที่ยว พาท่อง เสียจนทั่ว                              กระเป๋ารั่ว  แล้วซิเรา ตัวเบาหวองมาเจอของ ดี ดี ก็ต้องปลง                                               เพราะไปหลง คำโฆษณา ตัวยาเพลิน         ห้าง S M ตัวย่อ พอเดาได้                                  ก็ชื่อเมือง  ที่มา คือเซี่ยเหมินเป็นห้างใหญ่ หลายชั้น มีคนเดิน                                  แต่ต้องเมิน เพราะสินค้า ราคาแพง                    เราเดินออก  จากห้าง ตามทางเท้า                แล้วเหลียวเข้า ตามซอย ที่มีแผงหาสินค้า  ชาวบ้าน ที่ไม่แรง                                   ยังจะแกล้ง ต่อค่า ราคากัน         ในที่สุด ก็มาพบ ที่หลบมุม                            มาพบกลุ่ม เขาขาย กันแข่งขันตามทางเท้า ราคาถูก รับประกัน                             พวกเราพลัน ไม่อยู่เฉย เลยมามุง        เป็นกระเป๋า สะพาย คล้ายของหญิง                เป็นของแท้จริง จริง อยู่ในถุงเลยเหมากัน หลายใบ พะลังพะลุง   &nb
นาย สัณห์ศักดิ์ สัณห์ ศรีทองเพชร
เป็นกระเป๋า สะพาย คล้ายของหญิง                เป็นของแท้จริง จริง อยู่ในถุงเลยเหมากัน หลายใบ พะลังพะลุง                           เพื่อผดุง สินค้าแผง  เมื่อพบพาน        ขออำลา แล้วหนอ ขอลาก่อน                         อยากจะย้อน กลับไป คงอีกนานหรือก็ไม่ ได้ไป ตลอดกาล                                      แสนเสียดาย รสอาหาร  ซาลาเปา         ขอจบกลอน ตอนนี้ พอดีแล้ว                        โอ้ เพื่อนแก้ว ทนอ่านมา อย่าอับเฉาขอให้เพื่อน จงสุข โรคทุเลา                                    อย่าเพิ่งเมา เพราะอ่านกลอน ที่แกน แกน        เยี่ยมเยือนย่างกายไป   เซี่ยเหมิน     ได้เจริญ ยลตา ฟ้าต่างแดนขอบคุณอาจารย์ ที่วางแปลน                                    ให้มาแคว้น เมืองจีน ถิ่นสวยงาม                                                  สวัสดี                                             สัณห์ศักดิ์  ศรีทองเพชร                                    ๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘
Handy
  ขอชมความมานะของคุณสัณห์ศักดิ์ครับ
พยายามเขียนบทกลอนแจกแจงเรื่องได้ละเอียดดีมาก
แต่มีหลายตอน กลอนพาไป  และ สัมผัส นอก-ใน หายไปบ้าง .. แต่ที่เฉียบ โดนใจก็มีมากครับ

   ที่สำคัญ ไม่ควรมาวางตรงนี้ครับ ... จัดรูปแบบ ปรับแต่งถ้อยคำอีกหน่อย แล้วนำลงใน Blog ของอาจารย์เลยครับ จะได้อยู่เป็นที่เป็นทาง