ความรู้สึกของพี่มนัสที่ได้รับรางวัล "ฅ KM มมส"

เรียน ท่านอาจารย์อรรณพ

       คุณพนัสได้ฝากข้อคิดเห็นไว้ในบันทึกประกาศผลรางวัล "ฅ KM มมส" ซึ่งเป็นความรู้สึก อาจนำข้อคิดเห็นนี้พิจารณา ไปลงในวารสารการจัดการความรู้ ของ มมส. ในฉบับต่อไปได้ครับ คิดว่าจะเป็นแรงกระตุ้นอีกทางหนึ่ง เพื่อขับเคลื่อน KM ในองค์กรครับ

       จึงเรียนมาเพื่อโปรดและพิจารณาต่อไปครบ

           ด้วยความเคารพ

            กัมปนาท

<<<<<<<<<<<<<<<<< >>>>>>>>>>>>>

P
แผ่นดิน เมื่อ พฤ. 22 ก.พ. 2550 @ 06:08 จาก 202.28.35.245 ลบ

  • แด่กัลยาณมิตร  ทุกท่าน 
  • ผมเป็นคนที่เกิดจากหมู่บ้านติดลำน้ำปาว และลำน้ำนั้นก็เติบใหญ่เป็นเขื่อนลำปาว...ถึงไม่กว้างใหญ่ไพศาล แต่ก็ลึกและยาวหล่อเลี้ยงผู้คนอย่างกว้างไกล..
  • ผมจึงชอบสายน้ำ  เพราะสายน้ำสอนให้รู้คุณค่าของความฉ่ำเย็นและกว้างลึก อันหมายถึง "ใจกว้างและอาทร"  หากแต่ผมเป็นสายน้ำที่อาทรและหลากไหลได้ทั้งชาเย็น  ห้วนแรง  หรือแม้แต่กระชากกระชั้น
  • แหละเมื่อเข้าสู่การเขียนบล็อก  เป็นการเข้าสู่เวทีโดยภาวะส่วนตัวผ่านการเชิญชวนของรุ่นพี่ในสำนักงาน  มิได้เข้าสู่กระบวนการขององค์กร และมิใช่คนทำงาน KM ในทีมอนุกรรมการฯ  แต่เพราะการได้ฟังผู้บริหารท่านหนึ่งพูดในเวทีว่า "เริ่มด้วยใจ"  และจากนั้น  ทุกครั้งที่พบท่านท่านก็จะบอกเสมอคือ "มาช่วยกันนะ" ... ผมให้ความเคารพต่อท่านไม่น้อยกว่าการให้ความเคารพตนเอง  ปรารถนาที่จะช่วยทั้งกายและใจ  แต่ก็ขอให้ขึ้นอยู่กับกาละโอกาสเป็นสำคัญ
  • ผมไม่รู้ที่มาที่ไปและไม่หยั่งรู้ราวศาสดาที่จะฟันธงว่า KM คืออะไรและเช่นไรกันแน่...และที่ตนเองเขียน หรือกระทำอยู่นั้น คือ KM หรือไม่... แม้กระทั่งผู้ที่ถูกยกย่องเชิดชูในแวดวงก็กล่าวแบบปนจริงปนเล่นเสมอว่า "ไม่มีผิด ไม่มีถูก"
  • แต่ผมมีความสุขที่จะเขียนเพราะบทบาทหน้าที่ของผมคือ "การอยู่กับนิสิต และดูแลนิสิต"  การบอกเล่าและสื่อสารเรื่องราวต่าง ๆ ที่คิดว่ามีผลต่อการสร้างจินตนาการและสำนึกที่ดีแก่นิสิตเป็นเรื่องสำคัญ  ส่วนกลวิธีที่ใช้อยู่ในรูปแบบใด วิธีการใดก็สุดแท้แต่สไตล์ของผู้เล่า  ซึ่งนักเขียนท่านหนึ่งก็พูดไว้ว่า "เรื่องของเรา  เราต้องเล่าด้วยวิธีของเราเอง"
  • แต่ผมมีความสุขที่จะเขียน  เพราะคือการเสริมสร้างและสำรวจบางสิ่งบางอย่างในตัวเอง (ซึ่งบ่อยครั้งก็ไม่อาจกล้าหาญที่จะบอกว่ามันคือ ความรู้ในตัวผมเอง)  และสำคัญคือ ผมต้องการบอกเล่าเรื่องราวของนิสิตและหน่วยงานไปสู่เวทีที่ "กว้างและไกล"  ขึ้นกว่าเดิม เพื่อบอกเล่าให้รู้ว่า "ที่ตรงนี้มีนาฏกรรมอะไร หรือเช่นไร เป็นไปอย่างไร"
  • โดยไม่ติดยึดและเคร่งเครียดว่าทุกอักษรที่ดูเหมือนนวนิยายนั้น คือ KM หรือไม่...แต่รู้และตระหนักมั่นอยู่เสมอว่าทุกตัวอักษร "คือเรื่องจริง ความจริง และเป็นความสัตย์จริง"  เสมอและที่สำคัญก็คือ "น้ำใสใจจริง" ของผมเองก็เป็นไปตามกระบวนความในอักษรแต่ละตัว
  • ผมมีความสุขที่จะเขียน..เพราะโลก G2K  สอนให้ผมเห็นคุณค่าของ "มิตรภาพ, กำลังใจ การเติมเต็มกันและกัน"  รวมถึงการสอนให้เห็นถึงธรรมเนียม (อันควรนิยม)  ที่หมายถึงการให้ความเคารพรัก นับถือ ให้เกียรติและส่งเสริมกันและกันอย่างไม่มีสิ่งใดกั้นขวาง
  • ที่นี่สอนให้ผมนิ่งขึ้น เยือกเย็นขึ้น ..และที่สำคัญคือการรู้จักที่จะแสดงความชื่นชมต่อคนรอบข้างมากขึ้น  เพราะก่อนนั้นผมตระหนักก็จริง, แต่ไม่ใคร่แสดงออกถึงพฤตินัยเช่นนั้นนัก และที่สำคัญคือการ "เปิดรับ"  อย่างมีมิตรภาพ  รู้จักเฝ้ารอคนอื่น  โดยไม่ด่วนทำตนโชว์เด่นแบบ "ลูกทุ่ง ,ข้ามาคนเดียว"  ....
  • และบัดนี้ผมก็ได้เห็นความเปลี่ยนสำหรับผมอีกประการก็คือ "ความทระนงที่มีอยู่อย่างมากล้นจนดูเหมือนกระด้างได้อ่อนตัวลงอย่างมาก" ...
  • สิ่งที่ผมเคยบอกว่า "ฉันรู้.." (ทำตัวเป็นผู้รู้)  วันนี้ผมเรียนรู้จากที่นี่ว่า "นั่นคือสิ่งที่ฉันเข้าใจผิดว่า ฉันรู้"
  • รางวัล..ที่ได้รับครั้งนี้  และถึงแม้เป็นรางวัลที่ผมไม่ได้สมัคร หรือแม้แต่การเขียนบล็อกก็เขียนในลักษณะส่วนตัวไม่ได้รับการมอบหมายจากองค์กร  และก็ไม่ใคร่ศึกษาสนใจด้วยว่ากฎกติกาเป็นเยี่ยงไร.. เพราะผมไม่ได้สมัครเข้าประกวด...
  • แต่ก็มีความสุขใจและกล้าที่บอกว่า "ขอบพระคุณทุกคน ทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งโดยตรง และโดยอ้อม" ...ที่มาเติมเต็ม  หรือถ้าจะไม่เต็ม  มันก็เพิ่มต้นทุนให้ผมได้เรียนรู้ที่จะ "เต็ม"  อย่างมีคุณค่าและมี "คุณภาพ" ในอนาคต
  • รางวัลจะไม่ทำให้ผมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่  หรือกลับไปสู่จุดแห่งความทระนงเหมือนเก่าก่อน  และจะไม่มีวันทำให้ผม เป็น "นก" ที่กลายพันธุ์เป็นนกที่บินได้ยิ่งกว่า "นก"
  • ผมยังคงปรารถนาเป็นนกที่บินอยู่ในฝูง...ไม่ประสงค์ที่จะบินเหนือฝูง, ต่ำกว่าฝูง หรือแยกฝูงไปตัวเดียวโดด ๆ ...
  • ผมไม่ปรารถนาเป็นผู้ชนะแต่ปราศจากคุณค่าใด ๆ ในสายตาคนรอบข้าง....

นี่กระมัง..คือ ความรู้สึกบางอย่างที่บางท่านอยากรู้ว่าผมรู้สึกเช่นไร....ต่อการได้รับรางวัล....

ผมไม่รู้หรอกว่า KM  เป็นอย่างไร  ผมรู้แต่เพียงว่าบล็อกช่วยให้ผมเรียนรู้ความงดงามของมิตรภาพที่เป็นประหนึ่งสายน้ำที่ไหลอย่างไม่ขาดห้วง ,  เบาบ้าง แรงบ้างตามวาระและฤดูกาล  หากแต่ยังคงไว้ซึ่งความฉ่ำเย็นและอาทรอย่างไม่รู้จบ

นี่มิใช่สุนทรพจน์...หากแต่เป็นความรู้ที่เป็นเสมือนคำขอบคุณที่มีต่อกัลยาณมิตรทั้งหลาย

ให้โอกาสผมได้พูดในสิ่งที่รู้สึกอย่างสัตย์จริงเช่นกับการให้โอกาสผมได้เขียนบันทึกอย่างสัตย์จริงโดยไม่จำเป็นต้องชั่งวัดคุณค่าใด ๆ  ... อย่างน้อย 2 เดือนในโลกแห่งการเรียนรู้นี้ก็ได้เปลี่ยนแปลงผมไปในทางที่ดีแล้ว...

ส่วนบันทึกของผลจะมีประโยชน์ต่อใครอื่นหรือไม่  และเป็น KM  มากน้อยหรือไม่นั้น...ผมไม่มีความรู้พอที่จะชี้วัดใด ๆ .... และไม่จำเป็นที่ผมจะต้องชี้วัดด้วยตนเอง  หากแต่ขอรับผิดชอบในทุกอักษรในบันทึกของผมอย่างทระนง

และไม่มีคำอื่นใดที่ควรกล่าวปิดประเด็นอันยาวยืดนี้เท่ากับ "ขอบคุณ" 

ขอบคุณครับ ...

(ผมได้ทำหน้าที่บอกกล่าวความรู้สึกนี้ตามคำสัญญาแล้วนะครับ)

คำตอบ
  • ขอบคุณมากครับ ทั้งแจ๊ค และ คุณพนัส
  • ข่าวการจัดการความรู้ มมส. คงออกได้เร็วขึ้น และ ตรงเวลามากขึ้น ถ้าพวกเราช่วยกันเช่นนี้ครับ
สายน้ำความคิด

ส่วนผมเกิด..ติดแม่น้ำชี ครับ คงจะคล้ายกันบ้างบางส่วน