อยากรักต้นไม้ค่ะ

สวัสดีค่ะ อ.ลูกหว้า

ดิฉันเข้าไปคุยเรื่องต้นไม้ในบล็อกของท่านครูบาสุทธินันท์  ท่านแนะนำให้รู้จักอาจารย์ลูกหว้าค่ะ  ดีใจที่ได้รู้จักครูราชภัฏที่มีอุดมการณ์  ทำงานด้วยหัวใจ โดยใช้ธรรมะนำทางนะคะ  เด็กราชภัฏโชคดีมากที่มีครูดีๆ อย่างอาจารย์  ถึงเขาจะไม่ใช่หัวกะทิ  แต่เขาก็มีคุณค่าในแบบของเขา  ดิฉันเชื่อว่าอย่างนั้นนะคะ

ดิฉันอยู่ราชภัฏทางใต้ค่ะ   อยู่คณะเดียวกับอาจารย์ ดิฉันสอนนิเทศศาสตร์ แต่ไม่เข้าใจเรื่องธรรมชาติของต้นไม้  รู้สึกว่าชีวิตขาดมิติสำคัญไป

หวังว่าคงมีโอกาสได้เรียนรู้เรื่อง "รักต้นไม้"จาก อ.ลูกหว้านะคะ  :-) 

 

คำตอบ
หว้าเติบโตมาพร้อมๆกับสภาพแวดล้อมที่มีแต่ต้นไม้ค่ะ ในยามที่เราทุกข์ เราก็มีการปลูกต้นไม้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจค่ะ หว้าเคยเพาะต้นไม้ตั้งแต่เป็นเมล็ด ค่อยๆดูแลเขาจนเขาเติบใหญ่ ต้องใช้เวลานานนะคะ เราก็คิดว่าการสอนหนังสือเด็ก ก็เหมือนกับการดูแลต้นไม้ วันใดที่ขาดน้ำ ก็เหี่ยวเฉาได้ เราต้องดูแลเอาใจใส่พวกเขาถึงจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้าค่ะ
แอมแปร์

ขอบคุณค่ะ อ.ลูกหว้า 

เปรียบเทียบน่ารักจัง  ดิฉันเข้าใจในมิติของการฝึกเด็กๆนะคะ  กว่าจะบ่นๆดุๆด้วยความรักจนผ่านกันไปแต่ละคนได้  หน้าครูก็แก่กว่าวัยไปอีกหลายปี

เห็นต้นไม้เขียวๆที่บ้านแล้วก็ชื่นใจ เหมือนเห็นเด็กๆเติบโตนะคะ

อ.ลูกหว้า
หว้าก็ขี้บ่นค่ะ แต่ไม่ยอมหน้าแก่ ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งทำตัวเด็กค่ะ