Blog tag ครับ

เกม Bog tag ครับ ลอง follow link ไปนะครับ

http://gotoknow.org/blog/phoenix-mirror/77049

คำตอบ
ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยนะคะที่ตอบช้า  เนื่องจากต้องทำความเข้าใจว่าบันทึกที่ได้รับครั้งนี้คืออะไร  และต้องขอช่วยน้องพิมพ์  แต่พี่จุดไม่สบายเสียก่อนจึงไม่ได้เปิดบันทึกเพื่อส่ง  เพิ่งได้โอกาสวันนี้ค่ะ  ความลับพี่จุดมีเยอะ  แต่ละเรื่องมีหลายตอน  จึงขอเล่าเรื่องแรกก่อนนะคะ  เป็นเรื่อง หลับเก่ง ของพี่จุดค่ะ ตอนที่ 1   ขอให้ชื่อตอนนี้ว่า  ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์  สมัยเด็ก  เมื่ออยู่ชั้นประถมต้องมีหน้าที่เป็นแม่บ้าน  หุงหาอาหารให้สมาชิกในบ้าน  ต้องตื่นแต่เช้ามืด  ก่อไฟ  หุงข้าวต้ม  และก็มานั่งฟุบหลับที่บันไดทุกครั้ง  แต่จะหูไว  เมื่อได้ยินเสียงเหมือนใครลงบันไดมาก็จะรีบตื่น  แกล้งทำโน่นทำนี้  มีอยู่วันหนึ่ง  ก็ฟุบหลับเหมือนทุกวัน  ขณะหลับรู้สึกเหมือนมีเงาของใครมาคร่อมอยู่ที่ตัวเรา  ตกใจตื่น  อุทานในใจ  ว้าย  คุณเตี่ยนี่เอง  รีบลุกขึ้น  แล้วบอกเตี่ยว่า พี่จุด       ข้าวมันยังไม่เดือด  อั้วเลยมานั่งหลับก่อน  พอตื่นข้าวสุกพอดี  อั้วใช้เวลาให้เป็น    ประโยชน์ไง  ได้  2 อย่างในเวลาเดียวกัน           เตี่ย         ถ้าข้าวมันไหม้ล่ะ                 พี่จุด       ตอบในใจว่า  ลื้อก็ถูกกินข้าวไหม้นะซิ ตอนที่ 2   ขอให้ชื่อตอนนี้ว่า ง่วงแต่สุภาพ  มาสมัยเรียนพยาบาล  ความง่วงก็ยังติดตัวพี่จุดมาอย่างต่อเนื่อง  จึงกลายเป็นคนที่หลับง่ายในทุกท่าอย่างสม่ำเสมอ    แต่มีพัฒนาดีขึ้นกว่าตอนเป็นเด็ก  เพื่อน ๆ จะไม่มีใครรู้เลยว่าพี่จุดหลับ เช่น  กลางคืนเวลาอ่านหนังสือพี่จุดจะนอนอ่านหนังสือ มือหนึ่งท้าวคาง  มือหนึ่งถือปากกา  ใหม่ ๆ เพื่อนก็ไม่สนใจและไม่สงสัย  นึกว่าพี่จุดขยันอ่านหนังสือ  แต่ทุกครั้งที่เดินผ่าน  พี่จุดอยู่ในท่านั้นตลอด  จนเพื่อนสงสัย  จึงเดินเข้ามาคุยด้วย  แต่พี่จุดไม่ตอบ  เพื่อนลองผลักดูปรากฏพี่จุดล้มลงหลับสนิทไปเลย  จึงรู้ว่าพี่จุดหลับ ตอนที่ 3  จากการหลับที่หอพัก ก็ย้ายมาหลับที่ห้องเรียน  ในห้องเรียนชั้นปีที่ 1 พี่จุดก็จะหลับอย่างมีมาดอีก  เป็นท่าที่ไม่มีใครรู้เลย  เพราะไม่มีการฟุบหลับ  ไม่โยกเยก  ไม่หงายหน้าหงายหลัง  ไม่คำนับครู  แต่จะอยู่ในท่าที่นั่งตัวตรง  ศีรษะก้มเล็กน้อย  มือจับปากกาเขียนตลอดเวลา  มีอยู่วันหนึ่งเพื่อนก็ยืม Lecture ไปลอก  แล้วนำกลับมาถามพี่จุดว่าเพื่อน                     Ligament ห้อยอยู่ที่ไหนก็ไม่ทราบ  แล้วมันห้อยอยู่ที่ไหน  ทำไมไม่เขียนให้ชัดไปเลยพี่จุด                        มองหน้าเพื่อนแล้วยิ้ม.............ทนไม่ไหวก็หัวเราะออกมาเพื่อน                     สีหน้างง                แกหัวเราะอะไรว๊ะพี่จุด                        ก็ตอนอาจารย์บรรยาย  ฉันได้ยินคำว่า  Ligament  แล้วฉันคงเคลิ้มหลับไป  มือฉันคงรู้นิสัยฉัน มันเลยเขียนต่อให้ว่า  “Ligament  ห้อยอยู่ที่ไหนก็ไม่ทราบ.......แล้วฉันจะไปรู้ได้อย่างไรว่ามันห้อยอยู่ที่ไหน    ฮิ....ฮิ...   เพื่อน                     ทุเรศพี่จุด                        หัวเราะด้วยความชอบใจ  ถามเพื่อนต่อว่า แล้วนายจะยืม Lecture ฉันต่อมั๊ย                                พอเขียนเล่าถึงตอนนี้  ขอเล่าต่อนะคะว่า ได้ส่งบันทึกนี้ให้น้องเขาช่วยพิมพ์  เขาคงพิมพ์ด้วยความติดใจ  เพราะแทนที่เขาจะพิมพ์ว่า  แล้วนายจะยืม Lecture ฉันต่อมั๊ย  เขากลับพิมพ์เป็น แล้วนายจะยืม Ligament ฉันต่อมั๊ย พี่จุดอ่านแล้วก็หัวเราะ พร้อมโต้ตอบในใจว่า  ก็เขาบอกแล้ว  Ligament ห้อยอยู่ที่ไหนก็ไม่ทราบ  แล้วจะเอา  Ligament  ที่ไหนให้ยืมล่ะคะน้อง  2 ตอนที่ 4                   ความสามารถด้านการหลับของพี่จุดยังไม่หมดนะคะ  มีต่ออีกค่ะ  พอปี 2 พี่จุดต้องขึ้นฝึกปฏิบัติงานด้านพื้นฐานการพยาบาล    วันหนึ่งพี่จุดอยู่เวรดึก  ต้องวัดปรอทผู้ป่วย  เมื่อยื่นปรอทให้ผู้ป่วยอมใต้ลิ้นแล้ว  มือพี่จุดก็จับที่ข้อมือผู้ป่วยเพื่อจับชีพจรต่อ  ขณะที่จับชีพจร  พี่จุดตกใจเมื่อได้ยินผู้ป่วยพูดว่าผู้ป่วย                      คืนนี้ลุงต้องอมปรอท 2 อันเรอะลูกพี่จุด                        พอได้ยินคำถามของลุง  นึกในใจว่า ฉันคงเผลอหลับไปอีกแล้วล่ะซิ ขนาดยืนทำงานนะ ยังเผลอหลับจนได้ แล้วไม่ให้พี่จุดชมตัวเองได้อย่างไรละคะว่า หลับได้ทุกท่า  แต่ปากก็ตอบลุงไปว่า   อ้อ... พอดีจะทดสอบปรอททั้ง 2 อันว่าได้ค่าเท่ากันหรือไม่นะคะลุง   หนูก็เลยต้องให้ลุงอมปรอท 2 อัน ผู้ป่วย                      อ้อพี่จุด                        ถอนหายใจอย่างโล่งอก  นึกชมตัวเองว่า แหม เก่งจัง  แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้   ถ้าครูรู้ เราจะถูกลงโทษอย่างไรนะ ?.....แต่ ...เห้อ.. ! อย่าเผลออีกเลย...... ตอนที่ 5                  เรื่องหลับยังเป็นคุณสมบัติหนึ่งของพี่จุด  แม้จะจบทำงานแล้ว  เมื่อสมัยที่พี่จุดได้ตำแหน่งหัวหน้าหอผู้ป่วยพิเศษสูติกรรม  ก่อนจะได้ตำแหน่งพี่จุดต้องไปเรียนรู้การทำงานของเวรเช้า บ่าย ดึก ของหอผู้ป่วยสูติกรรม  เพื่อจะได้รู้และเข้าใจสถานการณ์การทำงานจริง  พี่จุดอยู่เวรเช้า  บ่าย   ไม่มีปัญหา  แต่อยู่เวรดึกนี้ซิ  อุตสาห์เข้านอนตั้งแต่ 1 ทุ่ม  ทำอย่างไรก็ไม่หลับ  พลิกซ้ายก็แล้ว   พลิกขวาก็แล้ว  ท่องนะโมก็แล้ว  นับหายใจเข้า  หายใจออกก็แล้ว  ก็ยังไม่หลับอยู่ดี  จึงลุกขึ้นอาบน้ำไปทำงานทั้งแต่ 4 ทุ่มครึ่ง  เพราะขื่นนอนต่อมีหวังเผลอหลับไม่ตื่นไปทำงานแน่  คืนนั้นก็ทำงานไปเรื่อย ๆ ไม่มีปัญหาอะไร  มาถึงตอนตี 4 ขณะนั่งเขียนอาการผู้ป่วยในเวรลงในแฟ้มประวัติ  คิดว่าคงเผลอ3เคลิ้มหลับไปตามระเบียบ  เพราะตอนเช้าเมื่อพยาบาลเวรเช้ามารับเวร  เขาจะต้องอ่านแฟ้มประวัติผู้ป่วยคร่าว ๆ  เพื่อดูความเรียบร้อยของเวรดึกก่อนรับเวร  เขาก็ถามพี่จุดว่า พี่จุด.....พี่จุดอยู่เวร  พี่จุดสามารถตวงได้เรอะค่ะว่าผู้ป่วยผายลม 2 pad…. (pad หมายถึงหน่วยนับของผ้าอนามัย)   ความจริงเรื่องหลับของพี่จุดยังมีให้เล่าอีกหลายเรื่อง ขอพอก่อนนะคะ..... แต่ขอเล่าต่อเป็นตัวอย่างอีกเล็กน้อยก็แล้วกันค่ะ  พออายุมากขึ้น อาการหลับของพี่จุดก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น  วันหนึ่งนั่งกินข้าวกับเพื่อนพอหมดจาน ก็ได้ยินเพื่อนพูดว่า ไอ้...พี่จุด  อะไรกันพอกินข้าวหมดคำ ก็นั่งหลับเลยเรอะ แหม....นั่งเป็นหลับ  ขยับเป็นแดกเลยนะ  ก็คงจะพอนึกภาพของพี่จุดออกนะ ขอแถมอีกนิด  เล่าแล้วรู้สึกมัน  เมื่อคืนนี้ ขณะดูรายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน เพราะอยากรู้ว่าคุณสนธิพูดถึงการแต่งตั้งคุณสมคิดว่าอย่างไร.....ก็ดูไปเรื่อยๆ พอจบปุ๊บพี่จุดก็ลุกจากการนอนเพื่อทำงานบ้านต่อ  ก็ได้ยินเสียงสามีพูดไล่ตามหลังมาว่า  แหม...ดูสนธิมันจังเลยนะ  เสียงดังคร๊อก...ครอก.....พอจบปุ๊บ ก็ลุกขึ้นปั๊บเลยนะ  เก่งจริงๆ    ทำเอาพี่จุดงง....เราหลับเรอะ ! ..... พี่จุดยังมีเรื่องลับที่บอกความเฉิ่มของพี่จุดอีกเยอะ  แต่เพื่อความเหมาะสมพี่จุดขอเล่าเป็นออเดิฟแค่นี้ก่อน  พี่จุดอาจจะเล่าให้ฟังอีกก็ได้นะคะ แต่ไม่ทราบว่าชาวบล็อก gotoknow  จะเบื่อหรือเปล่า ........ไม่ทราบว่ามีข้อจำกัดให้เล่าได้ครั้งเดียวหรือไม่  พี่จุดเล่าสั้นๆไม่เป็นค่ะ