ความคืบหน้างาน CoP ชุมชนสารบรรณ

อยากทราบความคืบหน้าของชุมชนว่าตอนนี้ทำอะไรไปบ้างแล้ว และต่อไปจะมีอะไร มีแผนกำหนดการในอนาคต 2550 อย่างไรบ้าง จริง ๆ ใช้ไม่เป็นแต่ก็พยายามคะ

คำตอบ
กำลังวางแผนว่าปี 2550 จะนัดให้สมาชิกชุมชนที่ยังไม่ได้เข้าประชุมครั้งที่ 2 อีกจำนวนประมาณ เกือบร้อยคนได้พบปะเรียนรู้เรื่องงานสารบรรณแบบเดียวกับรุ่นที่แล้ว โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ชุด ๆ หนึ่งประมาณ 30 -40 คน เพื่อให้สมาชิกทุกคนมีความรู้ด้านสารบรรณอย่างถูกต้อง อยากให้สมาชิกทุกคนช่วยกันเสนอข้อคิดเห็นด้วยนะค่ะว่าอยากให้ชุมชนเราทำอะไรที่เป็นประโยชน์แก่ชุมชน ขอเชิญชวนทุกคนช่วยกันเสนอข้อคิดเห็นด้วยค่ะ
โอ๋-อโณ
อีกไม่นานเราจะมีระบบ Knowledge Volution ใช้ภายในม.อ.นะคะ ถึงตอนนั้น ถ้าพี่ผ่องใส สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ของงานสารบรรณ โดยการตอบคำถามต่างๆของชาวสารบรรณผ่านทางบล็อก แล้วตั้งป้ายคำหลักให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการเก็บเป็น knowledge assets แล้วทำให้เป็นงานประจำ (คือเขียนวันละบันทึกสั้นๆ) ก็น่าจะสามารถขับเคลื่อนการใช้บล็อกเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของชาวสารบรรณได้ค่ะ เอาใจช่วยอยู่เสมอนะคะ
ขอบคุณ คุณโอ๋มากค่ะ รู้อยู่เต็มหัวใจค่ะว่าคุณโอ๋ให้กำลังมาตลอดตั้งแต่รู้จักกันมา ตัวเองก็รู้สึกผิดอยู่ในส่วนลึก ๆ ของหัวใจที่ทำให้ผู้หวังดีผิดหวังในตัวเอง ไม่ได้เขียน Blog และอย่างอื่นๆ อีกที่เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2549มหาวิทยาลัยก็ได้จัดพิธีถวายสัตย์ปฎิญาณ ตัวเองเป็นผู้จัดงานและได้เข้าร่วมในพิธีด้วย ตั้งใจว่าจะเริ่มเขียนBlog หลังจากเสร็จพิธี และเขียนทุก ๆ วัน แต่แล้วก็ไม่ได้ทำ และวันที่ 4-11ธค 49 เดินทางไปต่างจังหวัดอีก ผลัดตัวเองไปอีกว่าต้นเดือนมกราคม 2550 จะเริ่มต้นขียน Blog เมื่อวานนี้ก็ได้ไปคุยกับคุณเมตตาก็ให้กำลังใจมา เชียร์และได้แนะนำให้เขียนอะไรก็ได้ที่เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เป็นประโชยน์ เช่นให้เล่าเรื่องความเป็นมาของโปรแกรมระบบรับ-ส่งเอกสาร เป็นต้น ขอยอมรับว่าเป็นคนเขียนหนังสือแบบพรรณาไม่เก่ง แต่พอได้อ่านของคนอื่นมีความรู้สึกเขาเก่งนะเขียนได้ไพเราะ ลำดับเรื่องได้ดี ดูแล้วก็ไม่น่าจะยาก แต่ตัวเองทำไม่ได้ คิดๆแล้วมันก็แปลกดีนะ จะพยายามทำค่ะ
โอ๋-อโณ

เท่าที่พี่ผ่องใสเขียนมาตรงนี้ ก็เป็นบันทึกหนึ่งได้แล้วนะคะ ตั้งชื่ออีกนิดเดียว เช่นว่า ความในใจทำไมไม่ได้เขียนบล็อก (แซว...แซว...ค่ะ แต่ทำจริงๆได้นะคะ)

คิดว่าพี่ผ่องใสอาจจะยังเกร็งๆมากกว่าค่ะ ลองให้เวลาตัวเองนิดนึงก่อนกลับบ้านทุกวัน เขียนลงในบล็อกผู้แก่วัดฯก็ได้ค่ะ เพราะชื่อบล็อกมีความหมายกว้างขวางดี เขียนแบบที่เขียนตอบโอ๋นี่แหละค่ะ สั้นกว่านี้ก็ได้ ถ้าไม่มีเวลาจริงๆก็แค่บอกนิดเดียวว่า

วันนี้ได้ไปประชุม ....หมดเวลาไปทั้งวันอีกแล้ว...

วันนี้ได้รับคำถามที่น่าสนใจ.....ตอบไปว่า....เวลาหมดแล้ว จะมาเล่าต่อวันหลังนะคะ....

โอ๋ว่าพี่ผ่องใสเขียนได้เหมือนคุยนะคะ น่าจะเขียนได้แน่นอนเลย ยังไม่ผิดหวังค่ะ ไม่ต้องกลัว เพราะรู้ว่าพี่ตั้งใจจริงๆ รอติดเครื่องนานหน่อยเท่านั้นเอง  เอาใจช่วยเสมอค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ มีข้อสงสัยว่า ถ้าพี่ไปเขียนในบล๊อกผู้แก่วัดด้านสารบรรณ จะส่งไปถึงบล๊อกชุมชนสารบรรณทุกคนหรือไม่
โอ๋-อโณ

จำไม่ได้ว่าเราให้สมาชิกเลือกบล็อกไหนของพี่เข้าแพลนเน็ตของตัวเองกันนะคะ แต่มีวิธีว่า ถ้าพี่ใช้วิธีส่ง mail บอกทั้งกลุ่มหลังจากที่พี่เขียนทุกครั้ง แล้วก็ขอให้นำบล้อกนี้เข้าแพลนเน็ตของแต่ละคน น่าจะใช้ได้ค่ะ

ไม่ทราบว่ามีใครใช้ GotoKnow เพื่อถามปัญหาพี่บ้างไหมคะ

ยังไงก็ตาม โอ๋ยังเชื่อว่าถ้าผู้นำเริ่มทำเป็นตัวอย่างละก็ มีคนตามแน่นอนค่ะ พี่ผ่องใสมีทรัพยากรในหัวมากมาย รับรองเริ่มติดเครื่องเมื่อไหร่ ก็คงมีอะไรมาใส่ได้เสมอแหละค่ะ เอาใจช่วยเสมอนะคะ พี่ผ่องใสเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีค่ามากๆค่ะ เชื่อเช่นนั้นและไม่มีทางหยุดลุ้นที่จะได้เห็นคลังความรู้ที่เพิ่มพูนขึ้นจากพี่ค่ะ (แต่ไม่ได้หมายความว่า พี่จะต้องเขียนแต่เรื่องหนักๆนะคะ เท่าที่เห็นๆมาและพบด้วยตัวเองก็คือ เราต้องทำแบบสบายๆ เล่าโน่นเล่านี่ เขียนนั่นเขียนนี่ไปสักพัก กว่าจะเป็นธรรมชาติ และ tacit knowledge จริงๆถึงจะหลุดออกมาน่ะค่ะ ถึงอยากให้พี่เริ่มเร็วๆ บันทึกแรกๆ อาจจะไม่ต้องมีอะไรนักหนาหรอกค่ะ เล่าเรื่องงานในวันนั้นๆก็มีคนอยากอ่านอยู่แล้วล่ะค่ะ)