มีโครงเรื่องสารคดีเกี่ยวกับ"มลาบรี"ให้ช่วยกัน Comment หน่อยครับ

ตรีปฐม บุญทา
การวางโครงเรื่อง มลาบรีและการต่อสู้กับวิถีชีวิตใหม่ แนวคิดหลัก         การผลิตแบบ เก็บของป่าล่าสัตว์ คือหัวใจหลักในการแสดงถึงการมีตัวตนอย่างมีศักดิ์ศรีของชาว มลาบรี ข้อขัดแย้ง             มลาบรี กับการผลิตแบบ เก็บของป่าล่าสัตว์ ในปัจจุบันเป็นไปได้ยากเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ปิดล้อมจากหลายๆ ฝ่าย แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ส่วนที่ 1.                เปิดเรื่อง                                บอกถึงประวัติความเป็นมาของ มลาบรีในที่ตั้งรกรากในปัจจุบัน ส่วนที่ 2.                ปัญหาสภาพปิดล้อมที่ส่งผลต่อวิถีชีวิต  และการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อหาจุดยืนในการดำรงค์อยู่ของชาว มลาบรี โดยบอกถึงการต่อสู้ดิ้นรนในแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น  การทำกสิกรรมโดยการเป็นแรงงานในไร่ของ ม้ง เพื่อแลกที่ดินทำกินหรืออาหาร  การหันมานับถือพระเจ้า  เข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์  เพื่อให้ได้มาซึ่งที่ทำกิน  การโชว์การดำรงชีวิตในแบบดั้งเดิมตามการว่าจ้างของบริษัทท่องเที่ยว  เพื่อแลกกับอาหารและเงิน  และการเก็บของป่าล่าสัตว์ในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม  ซึ่งเป็นการใช้องค์ความรู้เดิมแต่ถูกลดบทบาทลงไป ส่วนที่ 3.                แสดงทัศนคติของชาว มลาบรี ที่มีต่อการใช้ชีวิตในวิถีแบบใหม่นี้  และศักดิ์ศรีของชาวเผ่า  จากคำบอกเล่าของชาว มลาบรีความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของ มลาบรี จากผู้ที่เกี่ยวข้อง  เช่น ฝ่ายการท่องเที่ยว จ.น่าน  และกลุ่มนักพัฒนาและศึกษาชาติพันธ์ รูปแบบการนำเสนอ                ในสองส่วนแรกจะเป็นการแสดงปัญหาที่เกิดขึ้น  และการดิ้นรนของ ชาวมลาบรี ผ่านตัวตนในชีวิตจริงของชาวเผ่า  ส่วนที่สามจะเป็นการแสดงความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง 

หาก    มลาบรี สามารถใช้ทักษะและองค์ความรู้ดั้งเดิมของ ชาวมลาบรี  ในการพึ่งพาตนเองได้ในยุคปัจจุบันและผลกระทบที่จะตามมา

 

รบกวนช่วย Comment ด้วยครับเพื่อนำไปปรับปรุงให้สมบูรณ์และเป็นกลางมากขึ้น

**มีข้อเสนอแนะหรือต้องการเพิ่ง-ลดในประเด็นใดก็ช่วยแนะนำด้วยนะครับ

**ขอบคุณอย่างสูง

ตรีปฐม  บุญทา
คำตอบ

Beer

วันนี้ผมยังอยู่ต่างจังหวัด ผมได้คุยกับคนเมืองน่านหลายท่าน และผมได้ฝากเรื่องของ Beer แล้ว

คิดว่าไปน่านคระงนี้ ไม่เคว้งแน่ครับ

แล้วจะกลับไปเขียนcomment เมื่อผมกลับถึงบ้านนะครับ

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
น้องเบียร์ ตรีปฐมผมไม่ได้มีข้อมูลของมลาบรีมากพอที่จะ Comment เชิงลึกได้ ผมจึงดูงานโดยรวมๆให้ครับ และด้วยความที่ไม่เชี่ยวชาญในการนำเสนอ(แบบภาพยนตร์)...ผมจึงมองในมุมของนักพัฒนาและผู้ชมครับผมพบกับกลุ่มที่มาจากน่านหลายๆท่านและได้พูดคุยเรื่องของตรีปฐมที่จะมาทำงานที่น่านด้วย คิดว่าไปน่านครั้งนี้น่าจะไม่เหงาแน่นอนครับ ผมให้ Comment ตามอักษรสีฟ้าครับการวางโครงเรื่องมลาบรีและการต่อสู้กับวิถีชีวิตใหม่ แนวคิดหลัก         วิถีเดิมของมลาบรี : การผลิตแบบ เก็บของป่าล่าสัตว์ คือหัวใจหลักในการแสดงถึงการมีตัวตนอย่างมีศักดิ์ศรีของชาว มลาบรี นำเสนอวิถีคนมลาบรี ในอดีตให้ทราบถึง  ความเป็นมาของมลาบรี และเน้น วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของมลาบรี
  • เก็บของป่า ล่าสัตว์
  • การอพยพย้ายถิ่น(ที่มาของ ผีตองเหลือง)
ข้อขัดแย้ง             มลาบรีกับการผลิตแบบ เก็บของป่าล่าสัตว์ ในปัจจุบันเป็นไปได้ยากเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ปิดล้อมจากหลายๆ ฝ่าย นำเสนอวิถีชีวิตปัจจุบันของคนมลาบรีที่เปลี่ยนไปตามปัจจัยต่างๆ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก  ส่วนที่ 1.                เปิดเรื่อง บอกถึงประวัติความเป็นมาของ มลาบรี ในที่ตั้งรกรากในปัจจุบัน หากส่วนนี้เป็นส่วนแรก ควรให้เข้าใจว่า มลาบรี คือใคร? ตาม Comment ข้างต้น ก่อนเปิดเรื่อง ส่วนที่ 1  ส่วนที่ 2.                ปัญหาสภาพปิดล้อมที่ส่งผลต่อวิถีชีวิต  และการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อหาจุดยืนในการดำรงอยู่ของชาว มลาบรี โดยบอกถึงการต่อสู้ดิ้นรนในแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น  การทำกสิกรรมโดยการเป็นแรงงานในไร่ของ ม้ง เพื่อแลกที่ดินทำกินหรืออาหาร  การหันมานับถือพระเจ้า  เข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์  เพื่อให้ได้มาซึ่งที่ทำกิน  การโชว์การดำรงชีวิตในแบบดั้งเดิมตามการว่าจ้างของบริษัทท่องเที่ยว  เพื่อแลกกับอาหารและเงิน  และการเก็บของป่าล่าสัตว์ในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม  ซึ่งเป็นการใช้องค์ความรู้เดิมแต่ถูกลดบทบาทลงไปศึกษาปัจจัยต่างๆที่ส่งผลให้วิถีชีวิตของคนมลาบรีที่เปลี่ยนไป ให้เป็นประเด็นที่ชัดเจน (ประเด็นหลักๆ) หากมีข้อมูลผ่านงานศึกษาวิจัยอ้างอิงจะน่าเชื่อถือมาก ส่วนที่ 3.                แสดงทัศนคติของชาว มลาบรี ที่มีต่อการใช้ชีวิตในวิถีแบบใหม่นี้  และศักดิ์ศรีของชาวเผ่า  จากคำบอกเล่าของชาวมลาบรีความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของ มลาบรีจากผู้ที่เกี่ยวข้อง  เช่น ฝ่ายการท่องเที่ยว จ.น่าน  และกลุ่มนักพัฒนาและศึกษาชาติพันธ์ ข้อนี้น่าสนใจมาก ทัศนคติอยากให้มีชาวมลาบรีหลายรุ่น (เด็ก เยาวชน และผู้อาวุโส) ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา มลาบรี ***สรุปจบ โดยเสนอข้อเสนอแนะทางนโยบาย หรือ ทิ้งประเด็นให้คิดต่อ รูปแบบการนำเสนอ    ในสองส่วนแรกจะเป็นการแสดงปัญหาที่เกิดขึ้น  และการดิ้นรนของ ชาวมลาบรีผ่านตัวตนในชีวิตจริงของชาวเผ่า  ส่วนที่สามจะเป็นการแสดงความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง  หาก    “มลาบรีสามารถใช้ทักษะและองค์ความรู้ดั้งเดิมของ ชาวมลาบรี”  ในการพึ่งพาตนเองได้ในยุคปัจจุบันและผลกระทบที่จะตามมา รบกวนช่วย Comment ด้วยครับเพื่อนำไปปรับปรุงให้สมบูรณ์และเป็นกลางมากขึ้น**มีข้อเสนอแนะหรือต้องการเพิ่ม-ลดในประเด็นใดก็ช่วยแนะนำด้วยนะครับ**ขอบคุณอย่างสูงตรีปฐม  บุญทาถามโดย: ตรีปฐม บุญทา   ถาม: จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร   เมื่อ: จันทร์ 27 พ.ย. 2549  

เบียร์และเป๊ก  มาอยู่ที่บ้านผม  เพื่อรอสัมภาษณ์พี่สุเมษ ที่อยู่ระหว่างเดินทางจาก จ.เชียงใหม่ กลับ จ.น่าน ไปดูแลอาการป่วยของคุณแม่ท่าน

 เบียร์มารอบนี้หลายวันก่อนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเยือนชุมชนมลาบรี ต.แม่ขะนิง อ.เวียงสา จ.น่าน เมื่อวันที่ 2 มี.ค.ศกนี้

สืบเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลง และ ร้อนระอุ อีกทั้งวันที่ 5 มี.ค.นั่งกระบะหลังไปกับคณะอีกรอบ วันนั้นมีครูสุเรียน ลูกชายครูฯ เบียร์ และผมไปด้วยกัน  ผมเองตั้งแต่วันนั้นเกิดอาการไม่สบาย  อาศัยใกล้หมอ ใกล้ยา ได้พักผ่อนพอเพียงจึงทุเลา

สำหรับเบียร์และเป๊ก สัมภาษณ์เสร็จวันนี้เย็นหรือค่ำคงเดินทางกลับเมืองกรุงนำงานเสนอมหาวิทยาลัย  ก็ไม่รู้ว่าจะได้พบเจอกันอีกเมื่อไหร่   สุขภาพเบียร์ทรุดไปทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนแข็งแรง  ตอนนี้ เขาหลับอยู่สักครู่จะปลุก  โดยให้ยืมรถเครื่องที่บ้านไปหาพี่สุเมษ ที่บ้านแสงดาว สัมภาษณ์ตามที่เขาตั้งใจ จึงเรียนให้คุณจตุพร และเราชาวโกทูโนร่วมรับทราบครับผม.