ทำอย่างไรถึงจะคิดเร็วเขียนเร็วได้แบบปภังกร

เรียนอจ.จอห์น

อ่านบล็อกของอาจารย์แล้วให้รู้สึกทึ่งมาก..คนอะไรพลังจะแรงได้ขนาดนี้..สงสัยและอยากขอเคล็ดลับว่าจะทำอย่างไรถึงจะคิดเร็วเขียนเร็วได้อย่างอจ...ตอบเร็วๆก็ดีนะคะ..แบบว่าคนแก่ใจร้อนน่ะ..

ปล.ดูแลสุขภาพด้วยนะคะและตกลงว่าจะไม่หาหลานสะใภ้เป็นสาวดอยให้ป้าบวมแล้วหรือ..ได้ข่าวว่าจะไปสมัครเป็นลูกเขยแกงไตปลาจริงๆหรือจ๊ะ...

คำตอบ
  • สวัสดีครับคุณ seangja ที่เคารพอย่างสูง มาตอบอย่างเร็วด่วนเลยครับ
  • สำหรับเรื่องเขียนเร็วคิดเร็วนี่พูดยากเหมือนกันครับ เพราะผมก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกันครับ เพราะส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ครับ ส่วนใหญ่จะเขียนเมื่อตอนที่อยากเขียน โดยเฉพาะอยากแบบสุด ๆ ครับ ถ้าถึงตอนนั้นแล้วใครมาชวนไปไหนก็ไม่ไปครับ แต่วัน ๆ หนึ่งอาจจะไม่เกิดอารมณ์นั้นเลยก็ได้ครับ แต่ถ้าเกิดมาแล้วเต็มที่แบบสุด ๆ ครับ
  • ผมนั้นจะมีดีอย่างเสียอย่างครับ ข้อเสียมาก ๆ ก็คือ "ลายมือห่วยมาก" เพื่อน ๆ จะเรียกว่า "ไก่กระโดดเขี่ย" ครับ ก็คือลายมือยิ่งกว่าไก่เขี่ย แต่ฟ้าก็ประทานการพิมพ์เร็วมาให้ผมครับ (เมื่อก่อนเป็นแชมป์พิมพ์เร็วครับ) เนื่องจากโชคดีที่ได้เรียนปวช.บัญชี เมื่อก่อนเรียนปวช. เรียนพิมพ์สัปดาห์ละ 9 คาบ เกือบ ๆ 3 ปีครับ ก็ได้เลยประสบการณ์พิมพ์เร็วมา
  • ดังนั้นอารมณ์ผสมกับมือและนิ้วที่พิมพ์เร็ว ๆ มันก็หลั่งไหลพรั่งพรูออกมาเลยครับ
  • ที่สำคัญที่สุดก็คือ การหลั่งไหลพรั่งพรูแบบสุด ๆ ที่ทำได้ก็เพราะว่า ทุกอย่างที่เขียนนั้นเป็นประสบการณ์จริงครับ เป็น Tacit Knowledge ที่จำฝังใจทั้งนั้นเลย เมื่อใจพร้อม กายพร้อม คอมพิวเตอร์พร้อม ช้างก็หยุดไม่อยู่เหมือนกันครับ
  • ส่วนเรื่องของการจะเป็นสมัครเป็นลูกเขยแกงไตปลานั้น เป็นความจริงครับที่ผมจะไปสมัคร แต่ไม่รู้ว่าเขาจะรับหรือเปล่าครับ เพราะบอกตรง ๆ ว่า ตอนนี้ผมเป็นโรคนักวิชาการโลโซ หรืออาจารย์โลโซอยู่ครับ (Loso Lecturer Syndrome)
  1. ก็คือ ไม่มี ดร.นำหน้า
  2. ไม่ได้จบโทต่างประเทศ
  3. ภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้เรื่อง ครับ

ผสมกับการมีวัยวุฒิน้อย มีเปอร์เซ็นต์น้อยมาก ๆ ครับที่จะสมัครเข้าเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยไทยได้ครับ

แต่ก็ขอแสดงเจตจำนงค์ว่า ผมสนใจทำงานที่นั่นครับ เพราะผมเห็นพี่ ๆ และอาจารย์หลาย ๆ ท่านอยู่ที่นั่นแล้วมีวัฒนธรรมที่เยี่ยมมาก ๆ โดยเฉพาะวัฒนธรรมในการกระตุ้นให้ทำงานแบบเปิดกว้าง ดังนั้นเมื่อมีโอกาสที่จะให้ผมเสนอตัวจึงขอสมัครไป จะได้หรือไม่ได้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญครับ แต่สำคัญที่ว่า "เราได้สู้" ถึงแม้ว่าจะได้หรือไม่ได้งานแต่อย่างไรก็ได้ประสบการณ์ นั่นก็คือความรู้ที่สำคัญที่สุดครับ

ตอบมาซะยาวเลยครับ เพราะเป็นคำถามที่โดนใจมาก ๆ ครับ

ขอขอบพระคุณคุณ seangja ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้อยู่เสมอครับ

ฝากความคิดถึงถึงป้าบวมและท่านmoomi ด้วยนะครับ

คิดถึงทุก ๆ ท่านเสมอครับ

ปภังกร วงศ์ชิดวรรณ