ระหว่างคู่ขัดแย้งคือธรรม

ระหว่างคู่ขัดแย้งทั้งสองขั้ว มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันอยู่คือธรรม(ธรรมะ) ไม่ว่าจะเป็นเอ็นจีโอกับรัฐ พันธมิตรกับทักษิณ ใครใกล้ธรรมคนนั้นก็จะได้เห็นธรรม คือความสะอาด สว่าง สงบ แต่อาจไม่ได้หมายความว่าเขาคือผู้ชนะ นี่เป็นสิ่งที่อาจจะบอกได้ว่า "รู้ได้เฉพาะตัว" ครับ ผมไม่ได้เป็นผู้บรรลุธรรม แต่ได้ปฏิบัติอาณาปานสติบ้างในเวลาที่นึกได้ บางครั้งก็เตือนสติด้วยความตาย(มรณานุสสติ) แต่เชื่อเหอะว่าผมยังกลัวตายอยู่เหมือนกัน!
คำตอบ
not yet answered
ทุกงานย่อมมีการเริ่มต้น ถ้าไม่มีการเริ่มต้นก็ไม่มีจุดสิ้นสุด
สายลมริน

"อย่างน้อยที่สุด สิ่งที่เราควรรู้ คือรู้ว่าตนเองไม่รู้"ใครสักคนบอกไว้ ฉันจำมาน่ะ

ในหนึ่งความขัดแย้งหรือความขัดแย้งใด ไม่มีใครที่จะตัดสินได้ว่าใครทำถูก หรือ ใครทำผิด นั่นเป็นเพราะไม่มีใครรู้จริง ๆ หรอกว่า อย่างใหนที่ถูกและอย่างใหนที่ผิด และทุกคนก็มีเหตุผลที่เป็นของตนเอง หรือเหตุผลของสังคม(และนั่นคือสิ่งที่เราเรียกมันว่า "เหมาะสม") ในสังคมของนักธุรกิจ การทำที่ได้กำไร หรือเสียเปรียบน้อยที่สุดถือว่า "เหมาะสม" ในสังคมของโจรผู้ร้าย การทำชั่วถือว่า "เหมาะสม" ในสังคมของคนที่ต้องเป็นผู้ให้ การให้น้อยที่สุดถือว่า "เหมาะสม" ในสังคมของคนที่ต้องการรับ การรับมากที่สุดถือว่า "เหมาะสม" นั่นคือสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ใครล่ะเป็นคนที่จะบอกว่า นั่นเป็นธรรม

เมื่อเราต้องการอธิบายอะไรสักอย่าง อุปสรรค คือ ภาษา ผมไม่ได้บอกว่า นี่เป็นการละเล่นทางภาษา แต่อยากให้มอง ก็แค่ได้เห็น ฟังก็แค่ ได้ยิน สัมผัส ก็แค่รู้สึก อย่าไปพยายามอะไรกับมันเลย มันเป็นธรรมชาติ ไม่มีความเป็นไปใดที่ไม่เป็นธรรมชาติ แม้กระทั้งสิ่งที่ท่านกำลังคิดค้านอยู่นี้ ก็ไม่ได้ผิดไปจากธรรมชาติของสัตว์โลกเท่าไหร่นักหรอก

เรียนคุณอุทัย อาวรณ์

ขอขอบคุณมากที่เข้ามาแลกเปลี่ยนในบล็อกของผม และขอตอบกลับด้วยนะครับเพื่อประเทืองปัญญา

หลายสิ่งในโลกนี้เป็นสิ่งสัมพัทธ์ ขึ้นอยู่กับสถานที่ เวลาและสถานการณ์ ความเหมาะสมเป็นสิ่งหนึ่งที่สัมพัทธ์ ต้องเปรียบเทียบกับสิ่งนั้นสิ่งนี้โดยตลอดเวลา อย่างที่คุณอุทัยกล่าวไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากหากจะจับความลื่นไหลของความหมายให้หยุดนิ่ง ผมได้สรุปจากประสบการณ์ของผมซึ่งอาจจะถูกหรือผิดก็ได้ ว่าระหว่างคู่ขัดแย้งคือธรรม ซึ่งรู้ได้เฉพาะตัว หากเราลงมือปฏิบัติ เราจะเห็นได้ว่า อย่างไหนที่เย็นกว่า ถูกเผาลนน้อยกว่า ซึ่งไม่จำเป็นต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่งก็ได้ เพียงแต่คู่ขัดแย้งนั้นคือตัวแทนของสิ่งเดียวกันที่อยู่คนละข้างเท่านั้นเอง

เรารับรู้และทำความเข้าใจกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในชีวิตประจำวันของเรา แม้แต่ตัวเราเองก็ยังมีความขัดแย้งกันเองเลย ช่วงชีวิตคนเราก็ไม่ยาวนัก วินาทีสุดท้ายอาจมาถึงในชั่วอึดใจ

การลงมือปฏิบัติของผมเองที่นำมาแลกเปลี่ยนนั้น ทำให้สรุปกับตนเองดังๆออกมาทางบล็อก ซึ่งเป็นไปได้เหมือนกันว่าจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดทางภาษา  เกิดวิวาทะทางความคิดขึ้นมาได้เหมือนกัน(หึๆ) ผมชอบนะที่ได้แลกเปลี่ยนแบบนี้ ขอบคุณโกทูโนว์ที่ทำให้เกิดลานปัญญาแห่งนี้ขึ้นมา

สายลมริน

ดอกเท้ายายม่อมหรือท้าวยายม่อม? เป็นดอกไม้หน้าตาแปลกๆที่ฉันภูมิใจที่ได้ปลูกไว้หน้าบ้าน จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ ฉันได้อ่านบทความจากที่ไหนก็ไม่ทราบหลายปีก่อนโน้น ว่าหัวเท้ายายม่อมสามารถนำมาทำเป็นแป้งปรุงอาหารชั้นดี เป็นแป้งที่มีเนื้อละเอียดใช้ทำขนมเนื้อเนียนหลายชนิด เช่นขนมชั้น ซ่าหริ่มหรือแม้แต่ใส่ในแป้งหอยทอดให้กรอบและนุ่มนวล

ฉันได้เรียนสมุนไพรจากลุงหนู หลีสวัสดิ์(ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ฉันได้ขายความคิดเรื่องแป้งเท้ายายม่อมกับบรรดาลูกศิษย์ลุงหนู เราไปขุดรากไม้เท้ายายม่อม พืชอีกชนิดที่มีสรรพคุณแก้ไข้มาลองชิมและฝนดูว่ามันจะมีแป้งไหม สรุปว่ารากไม้ที่ว่ามีรสขมและไม่มีแป้ง

พี่อีกคนเคยนำหัวเท้ายายม่อมรูปร่างกลมๆรีๆเหมือนมันฝรั่งมาให้ดูทำให้เราร้องอ๋อ ตื่นเต้นกันใหญ่ เพราะอะไรที่มีรูปร่างคล้ายหัวมันก็น่าจะมีแป้ง

สืบหาเรื่องราวของแป้งเท้าฯจนไปเจอในป่าชายหาดที่ทุ่งตะโก ชุมพร ชูช่อดอกสวยไสว มีหนวดยาวๆคล้ายๆหนวดแมว ใบหยักๆคล้ายใบบุก ชาวบ้านเขาเรียกว่า "บุกรอ"

ฉันได้ไปเจอที่ชายหาดอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพรซึ่งเขากำลังปรับถมที่ทำรีสอร์ท ต้นบุกรอหลายต้นโดนดินถมโดยไม่เห็นคุณค่า ฉันเก็บมาปลูกในที่ดินของตนเอง

ป้าแดง แห่งชุมชนพุมเรียง ไชยา สุราษฎร์ธานี ได้เคยมาสาธิตวิธีทำแป้งบุกรอให้เราดูที่เกาะลำพู ในงานหันหน้าแลถิ่น ฉันคงจะต้องไปค้นดูเอกสารเก่าๆที่เคยบันทึกไว้และจะนำมาเล่าอีกทีว่าป้าแกทำอย่างไร สรุปว่ามีการฝนและคั้นเอานำแป้งออกมาได้จริงๆ ที่พุมเรียงเขาขายกิโลละ 40 บาท

ฉันได้ค้นทางเว็บ พบว่ามีสถานศึกษาบางแห่งที่เพาะต้นบุกรอได้สำเร็จแล้ว ฉันเองกำลังเพาะต้นอ่อนที่ได้จากเมล็ดพันธุ์รุ่นก่อนไว้ประมาณ 10 ต้น ทุกวัน ฉันจะมาดูต้นอ่อนเหล่านั้นเติบโต