อยากทำครู คศ. ๓

คนอยากรู้
อยากทำครู คศ ๓ แต่เริ่มต้นไม่ถูกแนะนำด้วยค่ะ อ้อ ! บทความการละเล่นแบบไทย ๆ ดีค่ะ อยากให้เล่าเรื่องราวของครูอาสาให้รู้บ้าง ทำอย่างไรจะได้ไปเป็นบ้าง ขอบคุณค่ะ แนท

........คุณแม่ให้หนูลองสอบข้อเขียนนะค่ะ

........คุณแม่หนูสอบข้อเขียนได้แล้ว

........ให้หนูลองสอบสัมภาษณ์นะคะ

........หนูสอบสัมภาษณ์ผ่านแล้ว

........คุณแม่พาหนูไปอบรมนะคะ หนูอยากไป

........คุณแม่หนูเลือกได้ประเทศที่หนูใฝ่ฝันเลยนะคะ

.......คุณแม่ให้หนูไปไหมคะ

.......ไปเถอะลูกเพราะเป็นประเทศที่แม่ก็ใฝ่ฝันอยากไปเหมือนกัน

สวิตเซอร์แลนด์ ดูแลลูกของแม่กุ้งด้วยนะ เพราะแม่กุ้งรักลูกเหลือเกิน

...........ใครว่าลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น

แต่ลูกคนนี้ของแม่หล่นไปไกลทีเดียว............

...........คุณแม่ไปปูพื้นให้แถบเอมริกา..........

แต่ลูกของแม่คนนี้....................................

ไปไกลถึงยุโรปเชียว................................

เคยเห็นแต่ชาวบ้านนั่งเฝ้่าหน้าคอมฯ เราก็ยังมานึกว่าเสียเวลาแท้น้อ แต่ตอนนี้เราเองที่รีบกลับบ้าน มานั่งเฝ้าหน้าคอมฯ คอยลูกแชท ดีนะยังเล่นอะไรต่ออะไรเป็นบ้าง

ไม่รู้ว่าจะคิดถึงดีไหม แต่แอบบเปิดรูปถ่ายทั้งเก่าและใหม่ดูอยู่เรื่อย

อีหนู แม่คิดถึงลูกจัง

คำตอบ
not yet answered

ถึงคุณแนท อธิบายได้แต่ยาวมากค่ะ โทรมาได้ค่ะยินดี ๐๘-๙๐๒๙-๓๒๕๒

ศนิชา กาเจริญ, 2551. ผลการใช้นิทานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

อาจารย์ที่ปรึกษา นายจุลศักดิ์ สุขสบาย

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างนิทานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม

กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรมสาระการเรียนรู้ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด และเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและด้านความพึงพอใจของนักเรียนหลังการใช้นิทานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนศาลเจ้า (ห้าวนุกูลวิทยา) สำนักงานเขตบางขุนเทียน สังกัดกรุงเทพมหานคร ที่กำลังเรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 41 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ซึ่งเป็นนักเรียนในชั้นที่ผู้วิจัยทำการสอน

เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้ ได้แก่ นิทานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจต่อนิทานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าประสิทธิภาพ E1 E2 ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test for dependent samples

นิทานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่สร้างขึ้นมีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 84.00 / 82.44 เป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้ โดยมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ ที่กำหนด 80/80

นักเรียนที่เรียนโดยใช้นิทานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมกลุ่มสาระการเรียนรู้

สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

นักเรียนที่เรียนโดยใช้นิทานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีความพึงพอใจในระดับพอใจมากที่สุดทุกข้อ

ปกติทุกเสาร์ - อาทิตย์ จะขับรถไปส่งลูกที่สยาม และจะอยู่เป็นเพื่อนลูกจนกระทั้งเลิกเรียน แต่เผอิญวันนี้มีการรวมพลของบรรดารถฮาเลย์ จึงมีการปิดถนนและลดจำนวนที่จอดรถเพื่อใช้ในการจัดงานดังกล่าว ช่วงบ่าย ๆ ขบวนรถทั้งเก่ามาก.....ก เก๊าเก่า เก่า ๆ และรถเก่าทั้งหลาย ต่างก็นำรถมาลงทะเบียนและจอดเรียงราย โชว์ความสวยงาม โดยที่เจ้าของรถยืนมองผู้คนที่มาดูรถของตนอย่างภาคภูมิใจ ดิฉันเองไม่ค่อยรู้เรื่องรถประเภทนี้สักเท่าใด แต่ก็อดที่จะชะแวป ไปเตร็จเตร่เดินดูและชื่นชมกับรถและเจ้าของรถที่อุตส่าห์มารวมพลกันให้ประชาชนได้ตื่นตาตื่นใจ และทำให้ครูนอกเมือง (ที่เห็นแต่รถไฟ รถยนต์ทั่วไป และรถซาเล้ง) อย่างดิฉันพลอยตื่นเต้นไปด้วย (นี่ถ้าเป็นเมื่อ 20 ก่อนคงจะขออนุญาตนั่งรถฮาเลย์ และเอคท่าถ่ายรูปคู่กับเจ้าของแล้วล่ะ)

คนที่ไปดูส่วนใหญ่จะถือกล้องไปเก็บภาพรถเก่า ๆ (แต่ขัดเสียมันแวป จนสามารถใช้ส่องหน้าแทนกระจกได้) ที่หาดูได้ยาก ส่วนคนที่ไม่มีกล้องก็ใช้โทรศัพท์มือถือกดแชะ ๆ แบบไม่ยั้งเช่นกัน เดินดูจนกระทั่งได้เวลาลูกเลิกเรียน พวกเราเลือกที่จะใช้บริการรถไฟฟ้า (มาหานะเธอ) แทนแท็กซี่ (ทั้ง ๆ ที่แพงกว่า แต่เพื่อความรวดเร็ว)

พอลงจากรถไฟฟ้าที่สถานีสุดท้าย (กรุงธนบุรี) ก็ขึ้นรถแท็กซี่ ขณะที่รถกำลังติดไฟแดง ก็สังเกตเห็นชายคนหนึ่ง ใส่กางเกงขายาวพับขาขึ้นไม่เท่ากัน (เทรนนี้กำลังนิยม) ถือขันน้ำพลาสติก ภายในขันวางตุ๊กตานางรำตัวเล็ก ๆ 2 ตัว ส่วนมืออีกข้างก็ถือไม้เท้าค้ำยัน เดินกระเผลก ๆ ไปก้มๆ เงย ๆ ด้านคนขับรถยนต์ ที่จอดติดกับแท็กซี่ที่ดิฉันนั่ง รถทุกคันต่างก็มองคนขับรถว่าเขาจะทำอย่างไร จนกระทั่งคนขับต้องแง้มกระจกพอให้นิ้วลอดออกมาได้เพื่อส่งเงินให้ ชายคนนี้จึงเดินจากไปเพื่อไปหา (เหยื่อ) รถคันต่อไป ซึ่งคันต่อไปก็ให้ จนกระทั่งไฟเขียว ชายคนนี้ก็รีบเดินไปที่เกาะใต้สะพาน แต่ไม่มีทีท่าว่าขาจะกะเผลกเหมือนตอนแรก ดิฉันกับลูกมองตามชายคนนั้นไปตลอด เห็นชายคนนั้นชูไม้ค้ำยัน และชูขันที่รับเงินจากคนขับรถพร้อมทั้งทำท่าดีใจ ดิฉันไม่รู้หรอกว่าว่าคนที่ให้เงินแก่ชายคนนี้จะคิดอย่างไร และชายคนที่รับเงินไปแล้วจะคิดอย่างไร ดิฉัน ลูก และคนขับแท็กซี่ หัวเราะขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย แต่สิ่งที่ดิฉันคิดในขณะนั้นก็คือ "ดู ดู๊ ดู ดูเขาทำ"

เรื่องเล่าของศิษย์ตัวน้อย (ตอนที่ ๑)

วันนั้นจำได้ว่าอากาศค่อนข้างร้อน จึงยกเอาสภาพดินฟ้าอากาศมาพูดคุยกับเด็ก ๆ ในชั้นเรียน ว่า...ถ้าอยู่ที่บ้านอากาศร้อน ๆ ควรทำอย่างไร เด็ก ๆ ก็ตอบไปต่าง ๆ นานา แต่ที่ตอบมากที่สุดก็คือ เปิดแอร์ (พัดลม) นอนดูโทรทัศน์ แต่มีเด็กชายคนหนึ่งตอบแตกต่างจากเพื่อน ๆ ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยว่า "ของผมยายให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างเปิดพัดลม กับโทรทัศน์ ถ้าวันไหนดูโทรทัศน์ก็อย่า (ได้หาญกล้า) เปิดพัดลม ถ้าเปิดพัดลม ก็ไม่ต้องเปิดโทรทัศน์ ทุกคนในชั้นเรียนเงียบกริบ

ดิฉันจึงชมเชยว่าที่บ้านสอนได้ดี รู้จักใช้พลังงานอย่างประหยัด เป็นการช่วยชาติ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในบ้าน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงสมควรทำเป็นเยี่ยงอย่าง เด็ก ๆ ในชั้นจึงพร้อมใจกันปรบมือให้กับเพื่อนคนนั้น ฉันเห็นเด็กชายคนนั้นยิ้มอย่างภาคภูมิใจ แววตาฉายถึงความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ฉันถอนใจอย่างโล่งอก ที่พลิกวิกฤตเป็นโอกาส แต่ก็นึกสะท้อนใจว่าขณะที่ใครบางคนเปิดแอร์หลายตัว แต่ไม่ได้อยู่ในห้อง ขณะที่ใครบางคนเปิดทั้งแอร์และโทรทัศน์จอยักษ์ ที่หนักกว่านั้นก็คือ บ้าน ๑ หลัง มีโทรทัศน์มากกว่า ๑ เครื่อง และทุกเครื่องถูกเปิดทิ้งไว้เกือบตลอดเวลา...

เรื่องเล่าของศิษย์ตัวน้อย (ตอนที ๒) ภาษาเขากับเราเหมือนกัน...แต่คนละความหมาย

ดิฉันได้มีโอกาสเดินทางไปสอนเด็กไทยในต่างแดน (นิวยอร์ก) เด็ก ๆ ที่นั่นหน้าตากระจุ๋มกระจิ๋มน่ารัก หน้าไทยมาก แต่สำเนียงเสียงพูดจะออกไปทางฝรั่งจ๋า สุดแท้แต่ผู้ปกครองจะสอนหรือไม่สอนให้พูดไทย บางครั้งเด็กก็ไม่อยากพูดไทย เพราะกลัวว่าพูดไม่ชัดแล้วเพื่อนจะล้อ แต่พวกเขาฟังภาษาไทยได้เข้าใจ ดังนั้นภาษาที่เด็ก ๆ ที่นี่พูดจะเป็นภาษาไทยปนอังกฤษ ซึ่งครูบ้านนอก (ที่คุ้นแต่ภาษาลาว) อย่างดิฉันต้องใช้ความสามารถในการแยกแยะพอสมควร

โรงเรียนที่ดิฉันสอนเป็นโรงเรียนประถมในเขตยองเกอร์ (ผู้ปกครองที่นำบุตรหลานมาเรียนในช่วงซัมเมอร์เป็นผู้เช่า โดยเก็บค่าเรียนจากผู้ปกครองที่นำเด็กมาเรียน) มีขนาดใหญ่กว้าห้องเรียนที่ดิฉันเคยสอนอยู่ ภายในห้องนอกจากติดกล้องวงจรปิดแล้ว ยังมีเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ใช้เป็นที่ติดต่อกับห้องธุรการ หรือเมื่อต้องการอุปกรณ์ใด ๆ เพิ่มเติมก็สามารถติดต่อได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องทิ้งเด็กไว้ลำพัง นอกจากนี้ยังมีอ่างล้างมือในชั้นเรียน มีมุมเล่นที่ปูพรมสีสดใสนุ่มน่านั่งและนอนหลังจากทำกิจกรรมการเรียนเสร็จแล้ว มีห้องเล็ก ๆ คั่นกลางระหว่างห้องอีกห้องหนึ่งไว้เก็บอุปกรณ์การเรียนเพื่อความเป็นระเบียบในชั้นเรียน รวมท้ังมีฮีทเตอร์ขนาดใหญ่ ๒ ตัวตั้งอยู่ริมหน้าต่าง นักเรียนสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตรงบริเวณที่ว่างที่เหลืออยู่

วันหนึ่งดิฉันสอนให้นักเรียนคัดไทย หลังจากที่สอนอ่านมา ๓ วันเด็ม ๆ ดิฉันแจกกระดาษที่มีตัวพยัญชนะ ก ไก่ ถ ถ ถุง และ ภ สำเภาให้คนละ ๓ แผ่น เด็กชายเจอรี่วิ่งมาถามเพื่อความแน่ใจว่า "Teacher บอก คัด ใช่มาย" ดิฉันก็พยักหน้า

ในขณะที่เดินดูนักเรียน "คัด" เด็กชายเจอรี่วิ่งเข้ามาพร้อมกับชูกระดาษที่แจกให้ไปเมื่อสักครู่ พร้อมกับบอกว่า " คัท ฟินนิช" กระดาษถูก "Cut" มาอย่างสวยงาม เป็นรูปซิกแซกแตกต่างกันไปไม่เหมือนกันเลยสักแผ่น ดิฉัน...

เรื่องเล่าของศิษย์ตัวน้อย (ตอนที่ ๓) นึกว่าจะเอาปีโป้

หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการสอนศิษย์ในต่างแดน ทำให้ดิฉันเกิดความประทับใจ (ดิ้นรน) ไปอีกครั้ง ครั้งนี้ไปฝั่งตรงข้ามคือ "ลอสแองเจลิส" หรือที่คนที่นั่นเรียกเรียกว่า "แอลเล่" ตรงนี้เวลาอ่านให้แบะปากและแลบลิ้นจึงจะได้สำเนียงที่ถูกต้อง

จริง ๆ แล้วได้รับมอบหมายให้สอนเด็ก ๆ ชั้น ป. ๑ (อายุตั้งแต่ ๗ - ๑๐ ขวบ (จัดชั้นเรียนตามใจนักเรียน)แต่เมื่อต้องไปเข้าห้องน้ำทีไรก็อดที่จะไปเจาะแจ๊ะ (สาระแนจัง) กับเด็กอนุบาลไม่ได้ ไปแล้วยังนำขนมบ้าง เจลลี่บ้างไปให้เด็ก มีอยู่วันหนึ่งไปช่วยครูที่สอนอนุบาลดูแลเพราะเธอต้องไปรับประทานอาหาร เด็ก ๆ วิ่งเข้ามาพร้อมทั้งบอกว่า ปี ปี๊ ดิฉันยิ้มแล้วบอกว่า วันนี้ไม่มีหรอก ปีโป้ ค่อยพรุ่งนี้นะ เด็ก ๆ ก็บอกแต่คำว่า ปี ปี๊ และกระโดดขึ้นลง ทำท่างอแง ก็เลยต้องชี้แจงเป็นภาษาอังกฤษว่า "Tomorrow ถึงจะ มี ปีโป้ แต่ Today ไม่มี OK " เด็กทำท่าไม่ยอม เอาล่ะสิฉันจะทำอย่างไร

สักพักก็มีพี่สาวชั้น ป.๒ เข้ามาดูน้อง ดิฉันจึงบอกให้ช่วยครูหน่อย น้องก็บอกกับพี่คำเดิมว่า "ปี ปี๋" พี่สาวก็เลยบอกว่า "She want go to resroom" ดิฉันรีบเปิดประตูและอุ้มเธอไปทันที แต่เธอทำธุระระหว่างเรียบร้อยแล้ว วันนั้นเธอจึงได้กางเกงใหม่กลับบ้านไปด้วย...แฮะ ๆ และก็ไม่บอกว่าปวดฉี่ บอกแต่ ปี ปี๊ ไอ้เรานึกว่าเด็กพูดผิด ส่วนหนักหนะหรือเขาใช้คำว่า ปู ปู้ ...จ๋า

เรื่องเล่าของเจ้าตัวเล็ก (ตอนที่ ๑)

วันนั้นมัโอกาสพาลูกสาวไปทานข้าวแถวตลิ่งชัน ระหว่างทางลูกเหลือบไปเห็นกองดำ ๆ ผสมหญ้ากองหนึ่ง จึงถามดิฉันว่า "นั่นอะไรค่ะ" ดิฉนตอบแบบชสวบ้าน ๆ ว่า"กองขี้ช้างลูก เห็นไหมลูกใหญ่กว่ากองขี้หมาหลายเท่าตัวทีเดียว" รถวิ่งมาได้สักพักก็ผ่าน "กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง" ดิฉันจึงบอกว่านี่ไงที่ทำงานคุณตากับคุณยาย และเมื่อรถวิ่งมาอีกลูกก็ถามว่า "นั่นอะไร"

ดิฉันตอบว่า "กองบังคับคดี"

เธอนิ่งเงียบสักพักก็ถามอีกว่า "กองกับกรม อันไหนใหญ่กว่ากัน คุณพ่อที่เป็นผู้ฟังอยู่นานจึงอธิบายว่าอย่างชำนาญว่า "กรมต้องใหญ่กว่ากองสิลูก"

ลูกสาวหันมาทางดิฉันและต่อว่าทัที "เมื่อตะกี่นี้คุณแม่ก็บอกหนูผิดสิ คุณแม่ต้องบอกว่า กรมขี้ช้าง ไม่ใช่กองขี้ช้าง เพราะกรมใหญ่กว่ากอง...

เรื่องเล่าของเจ้าตัวเล็ก (ตอนที่ ๒)

มีอยู่ครั้งหนึ่งลูกดิฉันต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล (เรียนอยู่อนุบาล ๓) ช่วงเวลากลางวันดิฉันต้องไปสอนหนังสือจึงให้คุณตามาอยู่เป็นเพื่อน ตอนนั้นลูกยังไม่ยอมอดนม ขณะที่คุณตานั่งพิงกำแพงหลับอยู่ คุณหมอเข้ามาตรวจ จึงเห็นขวดนมวางอยู่ข้างหมอน คุณหมอจึงแซวลูกสาวว่า "ยังไม่อดนมอีกหรือ" ลูกสาวชี้ไปทางคุณตาและบอกว่า "ของคุณตา" ซึ่งคุณตาตื่นมาได้ยินพอดี ทั้งคุณหมอและคุณตาจึงหัวเราะกันใหญ่

เรื่องเล่าของเจ้าตัวเล็ก (ตอนที่ ๓)

วันนี้เป็นวันเปิดเทอมของชั้นอนุบาล ๓ วันแรก

ตอนเย็นดิฉันไปรับลูกที่โรงเรียน ลูกสาวชี้ไปที่ครูบอกว่า "แม่คุณครูเป็นแผล" ดิฉันจึงหยิบปลาสเตอร์แล้วให้ลูกเอาไปให้ ลูกก็บอกว่าไม่ใช่ "นั่นคุณครูเป็นแผล" ดิฉันก็บอกว่าทราบแล้ว และให้ลูกนำปลาสเตอร์ไปให้ ลูกบอกว่าคุณครูชื่อ "เป็นแผล" พอดีกับคุณครูเห็นลูกชี้ไปมาจึงเดินมาถาม ดิฉันก็เล่าให้คุณครูฟัง คุณครูก็กรุณามากบอกว่าเพิ่งพบกันวีนแรก อาจจำชื่อผิด และแนะนำตัวว่าชื่อ "เพ็ญแข"

เรื่องเล่าของเจ้าตัวเล็ก (ตอนที่ ๔)

ดิฉันมักพาเจ้าตัวเล็กไปจ่ายตลาดเสมอ และตลาดที่เราไปก็เป็นตลาดติดแอร์ (ท๊อปซุปเปอร์มาเก็ต) ลูกชอบอ่านป้ายสินค้าต่าง ๆ และมักจะอ่านแบบผิดเพี้ยนเสมอ (แหมก็อนุบาล ๓ นี่นะ) ลูกเดินไปหยุดที่กระบะหนึ่งและบอกว่า "คุณแม่อันนี้อย่าไปซื้อนะ เค้าใช้เท้าล้าง" ดิฉันจึงเดินไปที่ป้าย และอธิบายว่า เขาเขียนว่า "ไชเท้าล้าง" หมายถึง ไชเท้าที่ทำความสะอาดแล้ว ลูกจึงหัวเราะแบบอาย ๆ

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ผองพี่น้องชาวไทยทั้งชาติเมื่อได้ทราบข่าวการหายจากอาการประชวรของพระองค์ท่าน ทุกคนล้วนมีความรู้ไม่แตกต่างกัน คือ ปลื้มปิติดีใจเป็นล้นพ้น ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ช่วยด้วยโทรศัพท์หายต๋อม ยืนยันว่า หายต๋อม

วันก่อนไปทำธุระแถวท็อปพรานนก แล้วเข้าห้องน้ำ ขณะทำธุระเสร็จแล้วก็กดชักโครกตามประสาคนใช้ส้วมที่ดี ปรากฎว่าโทรศัพท์โนเกีย (ที่เคยตกส้วมแล้วตกส้วมอีก แต่ไม่เคยเป็นอะไร ซ่อมได้) กลับหายวับไปกับคอห่าน (อุตส่าห์ใช้ความเร็วคว้า ล้วง กลับพบแต่ความลื่น หนืด) ได้แต่ยืนทำหน้าละห้อย เงินหมื่นหายต่อมไปกับตา (ทุกวันนี้กินข้าวไม่ลง ไม่ใช่เพราะเสียดายโทรศัพท์ แต่ความลื่นหนืดมันยังติดนิ้วและตามมาหลอกหลอนจนถึงวันนี้ ถ้าฉันผอมได้ ก็จะยอมล้วงส้วมเล่นอีก ถือว่าคุ้มนะ (อีลลลล) นี่แหละวันนี้ถึงเข้าใจคำว่า หายต๋อม คือ หายลงไปในน้ำ ต๋อม หนืด ต๋อม หนืด

ได้คุยกับคนที่บ้านเขาเล่าว่าน้องสาวทำโทรศัพท์ตกส้วมเหมือนกัน และเธอลงทุนทุบ ทุบ ด้านข้างและยกส้วมออกมา ใช้สวิงช้อนโทรสัพท์ โอแม่เจ้า เธอได้โทรศัพท์คืน พร้อมชื่อเสียงกระจาย เพราะเหตุเกิดทีททำงานของเธอเอง แน่จริง ๆ

ได้คุยกับคนที่บ้านเขาเล่าว่าน้องสาวทำโทรศัพท์ตกส้วมเหมือนกัน และเธอลงทุนทุบ ทุบ ด้านข้างและยกส้วมออกมา ใช้สวิงช้อนโทรศัพท์ โอแม่เจ้า เธอได้โทรศัพท์คืน พร้อมชื่อเสียงกระจาย เพราะเหตุเกิดทีทำงานของเธอเอง แน่จริง ๆ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในชั้นเรียน ป. ๔/๑ เริ่มจากที่โรงเรียนมีครูผู้ชายชื่อ สินไพบูลย์ แกเป็นคนใต้จึงมีผิวพรรณค่อนข้างคล้ำ ส่วนเรื่องความดุ ก็น้อง ๆ ครูปกครองทั้งหลาย

วันหนึ่งในชั่วโมงภาษาไทย หลังจากทีเล่าเรื่องราวของพระอภัยมณีแล้ว ก็ได้ตั้งคำถามหลาย ๆ คำถาม แต่คำถามที่นำไปสู่เรื่องราว "น่าจะเป็นญาติกัน" นั้นคือ "สินสมุทรเป็นลูกของใคร" เด็ก ๆ ก็ช่วยกันตอบ มีด็กชายแก่นแก้วคนหนึ่งยกมือพร้อมกับถามว่า "ครูครับ แล้วครูสินไพบูรณ์เป็นอะไรกับสินสมุทรครับ" ครูก็แกล้งถามว่า "ครูเค้าดุไหม" "ดุ...ดุ...ดุ..." เด็กตอบ "แล้วครูเค้ามีเขี้ยวไหม" ครูถาม "มีครับ มีค่ะ" เด็ก ๆ ตอบ "ถ้าอย่างนั้นครูให้พวกเธอกลับไปคิดเป็นการบ้านนะ" ครูแกล้งต่อ ได้ยินเด็ก ๆ พูดกันว่า "สงสัยเป็นญาติกัน แน่ ๆ"

เหตุการณืนี้เกิดขึ้นเม่ือ ๒๕ ปีก่อน วันรุ่งขึ้นจะเป็นวันหวยออก พี่ๆ ก็มานั่งเขียนเลขกันที่โรงอาหาร สักพักเด็กนักเรียน (นอกเมือง) วิ่งมาบอกกับครูว่า "ครูครับตำรวจมา" พวกเราก็นั่งรอตำรวจกันโดยไม่ได้คิดหรือสงสัยอะไร (ไม่นึกกลัว เพราะถ้ากลัวเราคงไม่ฝ่าแดงบ่อย ๆ หรอก) สักพักบุรุษไปรษณีย์ก็โผล่มาและนำจดหมายมาให้ พอบุรุษไปรษณี์กลับไปแล้ว เราก็มาคุยกันเรื่องตัวเลขต่อ ปรากฏว่ากระดาษที่เขียนตัวเลขหายไป เราก็ก้มลงหากันใหญ่ สักพักพี่ผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่า "ไม่ต้องหาแล้วกลืนลงท้องไปแล้ว" พราะพี่เค้าตกใจนึกว่าตำรวจมา ที่แท้เป็นบุรุษไปรษณีย์ เด็กเข้าใจผิดไปเอง

เมื่อแรกบรรจุใหม่ ๆ ครูใหญ่เห็นว่าเราอยู่ในเมือง เลยให้พาเด็กไปรับทุนที่กระทรวงศึกษาธิการ ระหว่างรอทุนเห็นมีเวลาว่างจึงพาเด็กไปเที่ยวเขาดิน ระหว่างพาไปดูฮิบโป ปรากฏว่าจู่ ๆ เด็กหายไป เราเดินตามเสียแทบแย่ จนกระทั่งถึงที่สุดท้ายคือบริเวณสวนหย่อมที่ฝรั่งนั่งกันอยู่ ปรากฏว่าเด็ก ๆ อยู่ที่นั่น กำลังนั่งมองฝรั่งอยู่ ถามไปถามมาได้ความว่า ตามฝรั่งมา เพราะไม่เคยเห็นฝรั่ง(โรงเรียนที่ไปสอนอยู่ในกรุงเทพมหานครก็จริง แต่เป็นโรงเรียนที่อยู่ลึกเข้าไป เมื่อ ๒๕ ปีก่อน รถเมล์ยังเข้าไปไม่ถึง พวกเราต้องอาศัยรถมหาชัย บางวันหลับเพลินก็ได้กำไร เพราะเลยป้าย เด็ก ๆ ที่นั่นน้อยคนนักจะได้นั่งรถเมล์ มันเป็นอะไรที่แปลกและประทับใจมากจริง ๆ

เคยพบเหตุการณแบบนี้ไหม

ณ ร้านขายอาหาร (ไม่ได้) ตามสั่ง

"ป้าขอข้าวผัดกระเพรา ไม่ใส่พริกนะ" คนซื้อ

"ไม่ใส่พริกทำให้ไม่ได้หรอก" คนขาย

ณ ร้านขายขนมข้าวเกรียบปากหม้อ

"น้าขอข้าวเกรียบปากหม้อไม่ใส่ไส้" คนซื้อ

"ขายไม่ถูก ไม่ขายหรอก" คนขาย

ณ ร้านขายขนมเบื้องญวน

"พี่ขนมเบื้องใส่แต่ขาว ๆ (ไข่ตีกับน้ำตาล) อย่างอื่นไม่ใส่" คนซื้อ

"ไม่ใส่อะไรก็ขายเท่าเดิมนะ ไม่มีแถม" คนขาย

ณ ร้านขายของชำ

"อาแป๊ะกระดาษทิชชู ๑ ม้วน" คนซื้อ

"กระหลากทิชูหมด เอากระหลากทรายไปแทนได้ไหม" คนขาย

คุณครูศนิชาคร๊า หนูอยากจะรู้เรื่องเกี่ยวกับต้นน้ำที่ครูพิมพ์มากเลยค่ะ

หนูชอบที่ครูพิมพ์มากเลยค่ะ เพราะมันทำให้หนูได้รู้เรื่องต้นน้ำมากขึ้น

และหนูก็ชอบที่ครูพิมพ์ด้วย หนูรักคุณครูมากเลยค่ะ

จาก....จารุวรรณ

คุณครูศนิชาค่ะ หนูรักคุณครูมากนะค่ะ ครูค่ะและหนูก็อยากรู้ว่าเรื่องที่เกี่ยวกับต้นน้ำที่ครูพิมพ์

หนูขอบคุณคุณครูที่สอนหนูและเอาใจใส่หนูเป็นอย่างดี คุณครูเป็นคนดีใจเย็น และตั้งใจสอนเด็ก คุณครูเป๋นคุณครูที่ดีหนูรักคุณครูค่ะ

น้ำใจคนไทย

ได้มีโอกาสหลบร้อนไปพักตากอากาศที่บ้าน จ. ประจวบ ตอนเที่ยงเกิดอยากกินต้มยำ ถ้าเป็นที่บ้านกรุงเทพ ฯ ก็ไปซื้อแถวบ้านหรือที่หรูหน่อยก็ซื้อที่ห้างสรรพสินค้า แต่นี่ที่ห้วยยาง ดังนั้นจึงค่อนข้างลำบากเพราะตลาดเขาไม่ได้ขายทั้งวันมีขายเฉพาะเช้ากับเย็น จึงไปที่ร้านค้า (ขายกระถางต้นไม้) ขอซื้อตะไคร้ที่ปลูกอยู่ข้างบ้าน คุณป้าใจดียกให้ฟรีแถมขุดและล้างให้อีกต่างหาก น่ารักเหลือเกิน

น้ำใจคนไทยตอนที่ ๒

ได้มีโอกาสมาที่บ้านประจวบฯ เห็นบ้านอื่นเขาปลูกต้นไม้กันร่มครึ้ม เราจึงเริ่มถางหญ้าและดูแลต้นไม้ (ต้นน้อย) ทำไปได้สักครึ่งชั่วโมง พี่ตาล (เพื่อนบ้าน) นำน้ำมะพร้ามาให้เป็นมะพร้าวที่มีน้ำหวานและนำความสุขที่สุดที่สุดในโลกมาให้เราในขณะนั้นเลยก็ว่าได้ ชื่นใจหายเหนื่อย แต่แอบดื่มไปนิดเดียว (เก็บไว้ให้คุณพ่อ) สักพักพอพี่เขาไป เราก็รีบนำมะพร้าวลูกนั้นไปให้คุณพ่อด้ลิ้มรส คุณพ่อยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อได้ดื่มน้ำและนั่งขูดเนื้อกินอย่างเพลิดเพลิน สีหน้าของท่านทำให้เรารู้สึกเอิบอิ่มและมีความสุขเช่นกัน

น้ำใจคนไทย (ตอนที่ ๓)

วันก่อนมีธุระต้องไปที่โรงเรียนวัดสีสุก แต่ไม่รู้ว่าซอยไหนจึงเข้าผิดซอย และเป็นซอยแคบที่กลับรถไม่ได้ จึงต้องถอยออกมา และบริเวณนั้นก็มีรถวิ่งค่อนข้างมากและเร็ว เจ้าขายน้ำคงเห็นเราคอยอยู่นานจึงมาช่วยโบกรถให้ เมื่อเขามีน้ำใจให้เราจึงช่วยซื้อน้ำ ๒ ขวดและให้ธนบัตรใบละร้อยแล้วเดินจากมา แต่ไม่วายเหลือบตามองคนมีน้ำใจงามคนนั้น คนขายมัวแต่หาสตางค์ทอนและมองมาที่รถ เราก็ขอบคุณเขาอีกครั้งและชมว่า "เป็นคนมีน้ำใจดีมาก" และขับรถออกมาจากตรงนั้นด้วยหัวใจที่เบิกบาน ทิ้งความงุงงงให้พ่อหนุ่มใจดีคนนั้น

น้ำใจคนไทย (ตอนที่ ๔)

วันนี้ลูกสาวอยากกินขนมปังจิ้มสังขยาจึงไปแวะที่คาร์ฟูร์ ขากลับก็แวะไปดูวีซีดี แต่เขายังไม่มาขายพบเพียงเด็กสาวอวบ ๆ ขายพวงมาลัยคนหนึ่ง เธอสวัสดีพร้อมกับทักทาย เด็กผู้หญิงคนนี้บังเอิญที่โชคไม่ดีเหมือนกับเพ่ื่อน ๆ ที่ได้เรียนต่อเมื่อจบป. ๖ เธอต้องออกมาช่วยแม่และยายขายพวงมาลัย สมัยที่เธอเรียนอยู่ที่ห้องแม้เธอจะอ่านหนังสือไม่แตกสักตัว และอาศัยการจดจำคำและอ่านถูกบ้างผิดบ้างแต่เธอก็ยังพยายาม และฝ่าฟันต่อสู้กับเพื่อนร่วมชั้นที่คอยล้อและรังแก เพียงเพราะเธอลิ้นไก่และไม่สามารถจดจำสิ่งที่เธอเรียนได้นานพอ แต่ถ้าหากเป็นการฝีมือแล้วล่ะก็เธอทำได้สวยงามทีเดียว อย่างน้อยธรรมชาติก็ยังได้สร้างยุวนักร้อยพวงมาลัยที่สวยที่สุดที่ครูอย่างฉันเคยเห็น เธอจึงได้คะแนนสูงกว่าเพื่อนๆ ทุกคนในชั้นในการทำงานฝีมือ และยังช่วยสอนเพื่อน ๆ ด้วย ตั้งแต่นั้นมาเธอจึงเป็นที่ยอมรับของเพื่อน ๆ ด้วยความมีน้ำใจของเธอ

ฉันจึงช่วยซื้อพวงมาลัย และขอดูมือของเธอ นิ้งโป้งและนิ้วชี้ของเธอเปื่อยและช้ำเลือดช้ำหนอง เป็นที่น่ารันทดสำหรับฉันมาก เธอบอกว่าเจ็บมากแต่ก็ต้องร้อยเพราะแม่กับยายมองไม่เห็นแล้ว เธอยังหยิบพวงมาลัยแถมให้ฉันอีก ฉันจึงให้ธนบัตรใบละ ๑๐๐ กับเธอ เธอทอนให้ฉันแต่ฉันไม่รับ เธอก็ไม่รับเหมือนกัน ฉันจึงบอกกับเธอว่า "ก็เธออยากแถมให้ครูก่อน ครูก็แถมเงินทอนให้เธอบ้าง" และแนะนำเธอให้ดูแลนิ้วมือของเธอให้ดี เพราะมือนั้นจะได้สร้างงานที่ประนีตและสวยงามได้อีกนานแสนนาน

คุณครูค่ะ ครูเป็นยังไงบ้างค่ะ ปิดเทอมนี้หนูก็ยังอยุ่บ้านอ่ะค่ะ แล้วครูล่ะค่ะ ครูกลับบ้านครูหรือเปล่า

หนูก็ใกล้จะกลับแล้วละค่ะ

หนูคิดถึงครูมากนะค่ะ หนูขอให้ครูมีความสุขนะค่ะ เดี๋ยวหนูจะมาพิมพ์หาครูอีก

บ๊าย...บาย คร๊าคุนครุ

จากด.ญ.จารุวรรณ วรรณโพธิ์

สบายดีค่ะ วันนี้นำรถมาถ่ายน้ำมันเครื่อง เค้ามีเครื่องเลยมาเล่น ตามประสาคน(แก่)ซน คิดถึงเหมือนกันค่ะ และทุก ๆ คน ตอนนี้เพื่อน ๆเรากำลังเตรียมตัวย้ายโรงเรียนหลายคนเลย คิดแล้วใจหายนะ แล้วทีนี้จะมีใครเสียงดังมากลบสุวัจนี่ ขอบใจค่ะสำหรับความคิดถึง

รัก ครูกุ้ง

พบกันวันที่ 30 มี.ค. นะค่ะเด็ก ๆ

คุณครูค่ะ พอป.5 หนูจะมาหาครูบ่อย ๆ ๆ เลยค่ะ คึงถึงคุณครูจังเลย

เดี๋ยวหนูจะไปเยี่ยมน้องและครูบ่อย ๆ ๆ นะคะ

บาย... จาก จารุวรรณ

ยินดีต้อนรับเสมอค่ะ

รัก

ครูกุ้ง

เรื่องเล่าของครูกุ้ง

เรื่องราวเกิดที่ชี้นประถมศึกษาปีที่ 2 ทับอะไรก็ไม่รู้ล่ะ

เด็กหญิงเอ "แม่เราเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแหละ"

เด็กหญิงบี "แม่เราเป็นผู้กอง"

เด็กหญิงซี "แม่เราเป็นผู้จัดการแบงค์"

เด็กหญิงดี "แม่เราเป็นผู้อำนวยการกองฯ"

เด็กหญิงเอ บี ซี และดี หันมาทางเด็กหญิงอี พร้อมกับถามด้วยควงามอยากรู้ว่า แล้วแม่เธอเป็นอะไรล่ะ

เด็กหญิงอี พูดเสียงดังฟังชัด"แม่เราเป็นริดสีดวง"

เด็กหญิงเอ บี ซี และดี อุทานขึ้นพร้อม ๆ ว่า "ว้าว วิเศษที่สุด"

สงกรานต์ เทศกาลมหาสนุกของไทยเราก็เริ่มต้นแล้วนะค่ะ ขอให้รักษาวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามของไทยเราไว้ ถึงอากาศจะร้อนอบอ้าวเพียงใด ก็ขอให้ใช้น้ำประปาของเราก็พอค่ะ อย่าให้ถึงกับต้องใช้น้ำแข็งเลย เพราะปีที่แล้วคนข้างบ้านใช้น้ำแข็งสาดชาวบ้าน เขาเอาลูกตัวเองกับลูกเพื่อนขึ้นรถปิคอัพไปด้วยกันหลายคน ด้วยความที่อากาศร้อน เด็ก ๆ จึงตักน้ำที่แช่น้ำแข็งด้วยเพราะนึกว่ากินได้ (แต่น้ำที่ว่านั้นได้ผ่านการปนเปื้อนมาจากการสาดของคนที่อยู่บนรถบ้าง คนที่อยู่ข้างทางบ้าง) ตกค่ำของอีกวันต้องไปนอนเล่นปืนฉีดน้ำกับหมอและพยาบาล กันทั้งคณะด้วยอาการติดเชื้อ เด็ก ๆ ทั้งคณะเล่นวิ่งเข้าห้องน้ำเป็นว่าเล่น

เรื่องเล่าในคลินิคเมื่อเด็กชายต๋องไปหาจักษุแพทย์

"ตาเป็นอย่างไรเป็นไงจ๊ะหนู" จักษุแพทย์ตั้งคำถามเมื่อพบหน้าคนไข้เด็ก

ตาสบายดีครับ ป่านนี้คงชวนยายไปเล่นไพ่บ้านป้าผิวแล้วล่ะครับ" ต๋องตอบ

ณ ข้างถนนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร

วันนี้นมีโอกาสไปซื้อกับข้าวให้คุณแม่ พบหญิงชราคนหนึ่งนำแตงกวามาขาย จึงถามราคา คุณยายคิด ๒๐ บาท ต่อ ๑ กอง (มีแตงกวาประมาณ ๕ ลูก) ด้วยความสงสารจึงตั้งใจว่าจะเหมาทั้งหมด (ที่เห็นวางอยู่ในแผ่นโฟม ๔ อัน) คุณยายคนนั้นบอกว่า ๒ อันก็พอแล้ว ดิฉันจึงหยิบธนบัตรให้ไป ๕๐ บาท รออยู่สักพักเห็นแกไม่ทอนจึงคิดว่าไม่เป็นไรไหน ๆ ก็ช่วยอยู่แล้ว และดิฉันจึงเดินไปซื้อผลไม้อีกเจ้าหนึ่งแต่ก็อดนึกชมคุณยานคนนั้นไม่ได้ว่า เราตั้งใจเหมาแต่แกขายเพียงเท่านั้น คนขายผลไม้บอกว่า ถึงเหมาแกก็ไม่กลับบ้าน แกจะไปซื้อมาขายต่อทั้งวัน และส่วนใหญ่ก็จะมี (เหยื่อ) คนอย่างดิฉันวันหนึ่ง ๆ จำนวนมาก บางคนให้ ๑๐๐ บาท และมากสุดก็จอดรถลงมาให้ ๕๐๐ บาทก็มี ดิฉันจึงถึงบางอ้อ ว่าแล้วก็ปลงอนิจจาแล้วพึมพำและขอยืมเพลงของคุณดาวใจ ไพจิตร ว่า คุณยายจ๋า ทำไมถึงทำกับฉันได้...

เนื่องจากเกิดสถานการณ์ที่ไม่สุภาพขึ้น (ใครจะเรียกอย่างไรไม่รู้ แตเราเห็นพฤติกรรมเหล่านั้นก็สรุปว่า "ไม่สุภาพ" เด็ก ๆ จ๋า วันนี้รับโทรศัพท์มากมาย จากเด็กที่ขึ้นชั้นไปแล้ว เด็กที่กำลังจะเรียนกับครู และเด็กห้องอื่น ๆ นับไปนับมาเกือบ ๑๐๐ สาย นี้ยังไม่รวมกับพวกที่โทรมาชวนไปถ่ายแบบและให้ค่าตัวเป็นเลข ๗ หลัก (ให้ไปถ่ายแถวราชประสงค์ กับซอยรางน้ำ) พอดีติดถ่ายหนังเรื่อง ปอบหยิบ ๒๐๑๐ กับบุปผาราตรี ๓.๓ ไม่อย่างนั้นไปแล้ว (อุตส่าห์ขุนตัวเองให้อ้วนพี)

นี่เป็นประวัติการณ์นะที่ต้องชาร์จโทรศัพท์ทั้งวัน เพรพาะแบตเตอรี่หมด...หากจะมีบางชาวงที่ติดต่อไม่ได้ก็ต้องขออภัยนะคะ แต่จะประกาศให้ทราบทั่วกันว่า โรงเรียนหยุดต่ออีก ๑ สัปดาห์ เปิดเรียนวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ แล้วพบกันวันเปิดเทอมนะคะเด็ก ๆ

เมื่อวานได้ยินเสียงลูกคนข้างบ้านที่กำลังอาบน้ำกับแม่ พูดกับแม่ว่า "แม่ ๆ ทำไมแม่นมหยดคะ" ไม่ได้ยินเสียงผู้เป็นแม่ตอบว่าอะไร แต่ดิฉันรีบเก็บเต้าของดิฉันมัดรวมพร้อมกับขมวดปมทันที ก็กลัว "นมหยด" งะ

วันนี้ไปทำธุระที่ธนาคาร ระหว่างนั่งรอเรียกหมายเลข พลันมีเด็กชายคนหนึ่งถือร่มคันเล็ก ๆ มาเดินวนไปมาแถบที่ดิฉันนั่งดิฉันจึงยิ้มให้ เด็กคนนั้นเห็นท่าทีเป็นมิตรของดิฉันก็เริ่มวาดลวดลายมวยจีนพร้อมกับตวัดร่มไปมา เป็นที่น่ารักแก่ผู้พบเห็นรวมทั้งดิฉันด้วย เมื่อเห็นผู้คนเริ่มพอใจเด็กคนนั้นก็เพิ่มลวดลายทั้งหมุนทั้งเหวี่ยงร่ม เมื่อหมุนมาก ๆ เด็กคงจะเวียนหัวและเหวี่ยงตัวไปล้มอีกทาง คนในธนาคารก็หัวเราะกันใหญ่รวมทั้งลูกสาวดิฉัน ยกเว้นดิฉันคนเดียว ไม่ใช่ว่าจะเป็นคนดีอะไรหรอกนะ แต่ตอนที่เด็กล้มหนะ ร่มบินมาเฉี่ยวหน้าเกือบเกี่ยวแก้มเต่ง ๆ ให้เสียโฉม ดิฉันนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาทันทีที่ทำให้รอดจากลวดร่ม เฮ้อ

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ที่ลูกเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 วันนั้นเป็นวันจันทร์ทุกครั้งก็จะเลี่ยงที่จะแต่งชุดข้าราชการ แต่วันนั้นต้องมีธุระไปสำนักงานเขตจึงต้องแต่ง เมื่อไปถึงโรงเรียนได้ยินเสียงแจ้ว ๆ ของน้องขวัญ (เพื่อนลูกสาว) ส่งเสียงตะโกนลั่นมาแต่ไกล "สวัสดีค่ะแม่ใบฝ้าย" พร้อมกับมองมาทีชุดข้าราชการและตะโกนถามอีกว่า "อุ๊ย ! คุณแม่ใบฝ้ายทำงานเป็นคุณปลัดหรือคะ"

ดิฉันได้แต่ยิ้ม (อายก็อาย ขำก็ขำ)

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๓ เวลา ๓ นาฬิกา ขณะที่หลาย ๆ ชีวิตกำลังหลับไหลด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่มีบ้านหนึ่งกำลังวุ่นวายกับอาการของสมาชิกในบ้านที่ตื่นขึ้นมากลางดึก พร้อมกับเสียงร้องโอดโอยแสดงถึงความเจ็บปวด

"แม่จ๋า แม่จ๋า เจี๊ยบไม่ไหวแล้ว"

เราไม่รู้ว่าเสียงเรียกที่อ่อนละโหยโรยแรงนั้นเรียกแม่ของเธอมานามเท่าใดแล้ว เพราะด้วยความเหนื่อยอ่อนที่ดูภาพยนตร์ดึก และด้วยความสูงวัย มารดาของเธอจึงไม่ตื่นจากการหลับไหล นี่ถ้าพ่อของเธอไม่ตื่นกลางดึกในทุกคืน เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรจะเกิดขึ้น

ผู้เป็นพ่อรีบปลุกแม่ที่นอนข้างตัว เพื่อรุดมาดูลูกสาวคนโตที่นอนอยู่อีกเตียงถัดไป อาการของเธอหนักขึ้นทุกที หลังจากอาเจียน เธอก็สิ้นสติ

รถพยาบาลถูกเรียกมากลางดึก เจ้าหน้าที่ช่วยกันแบกหามอย่างคล่องแคล่ว

การตัดสินใจผ่าตัดกระทันหันเพื่อช่วยชีวิตของคนในครอบครัว แม้หมอจะบอกว่าอาจรอดหรือไม่รอด เกิดขึ้นโดยไม่ต้องรั้งรอ

ฉันถูกปลุกขึ้นมากลางดึกของวันนั้น สิ่งที่ทำได้คือคำปลอบใจให้กับลูกสาวคนที่ ๔ "ใจเย็น ๆ พี่จุ๊ คนไข้มาถึงโรงพยาบาลแล้วต้องปลอดภัย" ฉันไม่รู้ว่าพี่จุ๊เค้าฟังอยู่หรือไม่เพราะสิ่งที่ฉันได้ยินขณะฟังคือเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของพี่สาวคนนี้ ทุกคนรีบอาบน้ำแต่งตัวแม้ยังไม่ถึงเวลาตื่น สักพักพี่จุ๊โทรมาบอกว่าพี่เจี๊ยบต้องผ่าตัดด่วนเพราะเส้นโลหิตในสมองแตก และเลือดไหลเต็มสมองแล้ว ม่านตาก็ไม่ตอบสนอง และบอกให้ฉันมาตอนเย็น

วันนั้นทั้งวันฉันไม่มีกะจิตกะใจที่จะสอนเด็ก ๆ เลยและเหมือนกับพวกเขารู้ วันนั้นแม้จะไม่มีเกมสนุก ๆ ให้เล่นเหมือนดังเคย แต่พวกเขาก็ร่วมมือกับอยู่กันอย่างสงบและทำงานที่มอบหมายให้อย่างว่าง่าย น้ำตาฉันไหลทุกครั้งเมื่อนึกถึงพี่เจี๊ยบ และรู้สึกทรมารมากเม่ือนึกถึงว่าจะต้องคอยไปถึงตอนเย็น

ฉันรีบขับรถไปรับลูกทั้ง ๆ ที่ยังปล่อยเด็กไม่หมด

เมื่อฉันไปถึงหน้าห้องคนไข้ ฉันรู้สึกถึงความอบอุ่นคุ้นเคยได้กลับมาสู่ครอบครัวของเราอีกครั้ง เพื่อน ๆ พี่เจี๊ยบที่คุ้นเคยกับครอบครัวของฉันเป็อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นพี่อ้อย พี่ด๊ะ พี่ซุ้น พี่รุณ และพี่อีกคนที่ฉันไม่เคยเห็นหน้า รู้แต่ว่าเป็นก๊วนเดี๋ยวที่กินเที่ยว บุกน้ำ ลุยโคลนกับพี่เจี๊ยบ นั่งรอเยี่ยมอยู่หน้าห้องด้วยความอดทน บางคนมารอตั้งแต่เช้า (ทางรพ. เปิดให้เยี่ยม ๒ รอบ คือรอบเที่ยงถึงบ่ายสามโมง และรอบหนึ่งทุ่มถึง ๓ ทุ่ม) ฉันทักทายพอเป็นพิธี จากนั้นจึงเดินเข้าไปในห้อง ไอ ซี ยู กับพี่ซุ้น สิ่งที่ฉันพบคือ พี่เจี๊ยบนอนหลับตา มีร่องรอยของน้ำตาที่ไม่แห้งดีไหลเป็นทาง ศีรษะถูกโกนไปทั้งหมด มีสายระโยงระยางทั้งซ้ายขวา รวมทั้งท่ออ๊อกซิเจน ในวินาทีนั้น ฉันไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ "พี่สาวคนดีของฉัน ทำไมโคร้ายนัก" ฉันจับเท้าที่เย็บเฉียบของเธอและพยายามนวดและถูเพื่อให้อบอุ่น ในขณะที่ใจของฉันแทบจะสลาย ฉันได้แต่พูดปลอบใจพี่สาวที่นอนไม่ได้สติ แต่ไม่รู้ว่าเสียงของฉันหายไปไหนหมด

ฉันรู้ว่าพี่ซุ้นพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้เหมือนอย่างที่ฉันกำลังพยายาม ขอให้ปลอดภัยนะพี่จ๋า

วันที่ ๑๕ ๒๕๕๓ ฉันเพิ่งมารุู้ว่าเมื่อวานเป็นวันเกิดของพี่เจี๊ยบ ฉันไม่เาไหนเลย ฉันตำหนิตนเอง ทั้ง ๆ ที่วันเดิกของฉัน วันเกิดของลูกสาว พี่คนนี้ไม่เคยลืมมีของขวัญให้เราทั้งสองเสมอ แต่ฉันนอกจากไม่เคยนึกถึง และไม่เคยรู้เลยว่าเมื่อวานเป็นวันเกิดของพี่ ฉันกับลูกจึงมายืนร้องเพลงข้าง ๆ เตียง และนำเพลงของคุณนันทิดา แก้วบัวสาย มาร้องให้พี่ฟัง แม้จะกระท่อนกระแท่นและจำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็เป็นเพลงที่ฉันนึกออกในตอนนนั้น...หาดทราบยังสวย รายล้อมทะเลด้วยรัก คงไว้ด้วยใจแน่นหนัก ไม่หวั่นยามพายุผ่าน หากมรสุมจะทำเธอเหน็บหนาวใจ พายุจะแรงแค่ไหน ก็ยังอยู่คู่เคียงเธอ...

วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๓

วันนี้ฉันไปเยี่ยมพี่สาว อาการก็ยังเหมือนเดิม คือไม่มีปฏิกริยาตอบสนอง กลางคืนจึงโทรไปเล่าอาการให้พี่ชายที่อยู่เชียงรายฟัง ลูกสาวได้ยินเสียงเขย่าประตู ในขณะที่ฉันกำลังเล่าอาการอยู่ก็ได้ยินเสียงเคาะดังมาก พี่ชายบอกว่ามีใครไม่รู้มาเคาะประตู ฉันจึงให้พี่ชายไปดูก่อน ปรากฎว่าไม่มีใคร การสนทนาของเราจึงจบลงอย่างรวดเร็ว เพราะพี่ชายเริ่มกลัว (คือกลัวพวกมิจฉาชีพ)

วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๓

ฉันตื่นนอนเวลาตีห้า และจะต้องไปเสียบปั๊มน้ำที่อยู่หน้าประตูบ้านในเวลานั้นทุกครั้ง เมื่อฉันเสียบปลั๊กเสร็จเรียบร้อยและหันหลังกลับเปิดประตูกระจกเพื่อจะเดินเข้าในบ้าน ทันทีที่ประตูปิดก็มีเสียงกริ่งประตูดังขึ้น ฉันยืนดูอยู่หน้าประตูก็ไม่มีใคร ตอนนั้นรู้สึกกลัวอะไรก็ไม่รู้ แต่ก็นึกในใจว่าถ้าเป็นพี่สาวก็เข้ามาได้นะ

พี่สาวอันเป็นที่รักได้จากเราไปแล้ว เศร้าเหลือเกิน

หลังจากที่พี่สาวเสีย ที่บ้านได้ยินเสียงออด ๓ ครั้ง ครั้งแรกตีห้าห้านาที ครั้งที่สองของอีกวันเสียงออดที่เคยดังติ๊งหน่อง กลับดังวี้หว่อ วี้หว่อ ครั้งที่สามดังตอนสี่ทุ่มกว่า ๆ ใครบอกได้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้น

หลังจากที่ผ่านเรื่องเศร้า ๆ จนทำให้ตนเองเหมือนกับเป็นโรคซึมเศร้า วันนี้เผอิญเป็นวันเกิดของนักเรียนในชั้น ตามธรรมเนียมที่ทำกันมาทุกปีคือ ให้เพื่อน ๆ ร่วมกันร้องเพลงวันเกิดและครูแจกเงินยี่สิบบาท นักเรียนคนนั้นยังใจดีคิดจะตอบแทนครูของเขา หลังจากครูให้เงินแล้ว เขาบอกว่าครูครับเดี๋ยววันเกิดครูผมจะซื้อนมแอนลีนให้ ย้ำว่านมแอนลีน ไอ้เราก็ขอบใจที่คิดจะตอบแทน แต่ก็ไม่วายสงสัยว่าทำไมต้องเป็นแอนลีนด้วย ทำไมไม่เป็นยี่ห้ออื่น เขาตอบด้วยเสียงดังฟังชัดว่า ก็นมแอนลีนสำหรับให้ผู้สูงอายุดื่มนี่ครับ เรียกเสียงฮาได้มากพอ นี่ถ้าจะต้องส่งไปเกิดใหม่ดีกว่าพูดอย่างนี้

การให้ ทำให้เรามีความสุข

ตั้งแต่มีกฎหมายให้นักขับรถทั้งหลายพึงปฏิบัติ "ให้จอดรถตรงทางข้าม" แต่ยังไม่เห็นมีใครเอาจริงเอาจัง

สังเกตจากที่ครูกุ้งจอดให้คนข้าม แต่รถอีกทางก็รีบโดยไม่หยุด บางครั้งต้องตะโกนให้คนข้ามระวังรถอีกทางด้วย แต่หลายครั้งที่ถนนว่างก็จะจอดให้คนข้ามทางฝั่งซ้าย และเปิดประจกรถและโบกมือให้รถทางขวาช่วยชะลอด้วยก็ได้ผล แต่บางคันก็รีบไปเผาญาติ เอามือหดกลับมาแทบไม่ทัน แต่ถึงอย่างไรครูกุ้งก็ยังปฏิบัติเช่นนี้ทุกเมื่อ ผลที่ได้รับคือความอิ่มเอิบ และดีใจที่คนข้ามกล่าวคำขอบคุณบ้าง โค้งให้บ้าง ยิ้มให้บ้าง อันที่จริงครูกุ้งไม่ได้ต้องการอะไรนอกเหนือจากการให้ทางเท่านั้น นับว่าผลพลอยที่ได้รับมันดีจริง ๆ เรามาหัดเป๋นผู้ให้กันเถอะค่ะ

มาฮากันเถอะ

เคยไหมเวลารถติดเราก็จะมองรถด้านหน้าและหาข้อความอ่านแก้เบื่อ

"ไม่ต้องไล่ กูก็รีบ"

"รถคันนี้ใช้สำหรับหนีราชการเท่านั้น"

หมู่บ้านเปิดกับหมู่บ้านปิดกับข้อดี ข้อเสีย

หมู่บ้านเเปิด(ไม่มียามเฝ้า) ๑.จะมีรถสินค้าทุกชนิดเข้ามาขายไม่เว้นแม้แต่รถดูดส้วม ใครชอบความสับสนวุ่นวาย (ชอบสมาคม) ก็จะดี ๒.ไม่เสียเวลารูดการ์ด ผ่านตลอด กว่าจะถึงบ้าน (ก็เกือบขี้แตก)

หมู่บ้านปิด (มียาม) ๑.หรูเลิศเชิดหยิ่งตั้งแต่เข้าไป ต้องพยักหน้าให้ยาม ต้องยื่นบัตรให้ตรงกับสัญญาณเปิดประตู กว่าจะถึงบ้าน (ขี้แตกแล้วตั้งแต่ยามแรก) ตั้งนาน ๒.ไม่มีใครมารบกวน โดยเฉพาะเจ้าหนี้ ๓.ผอม (เชียว) เพราะไม่มีรถกับข้าว รถอาหาร รถผลไม้ ไอ้ครั้นจะออกไปซื้อก็ขี้เกียจให้ยามตะเบ๊ะ ยอมลวกม่าม่ากิน

เรื่องของภาษีสังคม ที่อ่านพบในนิตยสารคู่สร้างคู่สมน่าคิด เราไม่ให้ไม่ผิดกฏหมายแก่ผู้ให้และผู้รับ แต่อาจผิดใจกับผู้ต้องได้รับ

เรื่องเป็นไปกับเขาด้วย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เมื่อครูเรียกนักเรียนคนหนึ่งตอบคำถามง่าย ๆ ว่าข้อนี้ทำวิธีใด (ลบหรือบวก) ครูก็เรียกถามนักเรียนชายนายหนึ่งนามกรว่า สมโชค (นามสมมุติ) แทนที่สมโชคจะตอบคำถาม แต่เขากลับร้องไห้โฮ ทั้งครูทั้งนักเรียนข้างเคียงต่างตกใจในอากัปกิริยา ครูจึงถาม (ตามประสาอยากรู้เรื่องชาวบ้าน) ว่าร้องไห้ทำไมครูยังไม่ได้ทำอะไรสักนิด ถามก็ถามแบบธรรมดา ไม่ได้ใช้วิชามารอะไรเลย เหตุไฉนลูก(ศิษย์)ยา จึงโศกาอาดูรขนาดนั้น ถามไปถามมาได้ใจความว่า เพื่อล้อชื่อพ่อโดยเรียกเจ้าสมโชคว่า "เม้ง" (แทนที่จะเรียกชื่อที่แสนไพเราะที่บิดาอุตส่าห์ดั้นด้นไปพบพระมุนีที่เขาคิชกูฏ กว่าจะได้ชื่อนี้มาพระอาจารย์ต้องจับยามสามตา รวมทั้งจับยามที่หลับคาหน้าที่ ดูโชคชะตาราศี วันตกฟาก ขีดขีดเขียน ๆ เปลืองชอร์กไปสิบสามมิลลิเมตรกว่า ๆ)

นักเรียนที่ล้อชื่อเพื่อนถูกเรียกออกมาเพื่อลงโทษ โดยให้กระโดดกัดหูตนเองหนึ่งร้อยครั้ง แต่จำเลยขอเปลี่ยนเป็นปั่นจิ้งหรีดแทนเพราะไม่ถนัดกัดกัน ผู้พิพากษาประจำศาลเตี้ย จึงซักถามคณะลูกขุน (พลอยพยัก) เห็นว่าโทษที่ได้รับเป็นโทษสถานหนักเพราะอาจนำมาซึ่งการโกรธแค้นจนกระทั่งถึงรบราฆ่าฟันกันได้ แต่เห็นว่าจำเลยไปเคยกระทำความผิด อีกทั้งยังเป็นเยาวชน จึงให้รอลงอาญาก่อน

หลังจากที่เพื่อน ๆ ถูกคาดโทษแล้ว เจ้าสมโชคค่อยคลายอาดูร มีกำลังเดินลอยหน้าลอยตาเยาะเย้ยผู้ที่ถูกลงโทษในขณะที่เพื่อน ๆ ต่างขะมักเขม้นทำงาน แต่สมโชคก็เดินไปโต๊ะนู้นที โต็ะนี้ที ทั้งยังถือเศษยางลบไปดีดใส่หน้าเพื่อน ๆ เหตุการณ์ทั้งหมดที่สมโชคกระทำอยู่ในสายตาของครูตลอด จนกระทั่งครูชักรำคาญจึงเอ่ยปากเตือนสมโชค แต่สมโชคก็ยังกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ทำพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ ที่ทางโรงเรียนได้กำหนดไว้

ด้วยความลืมตัวและขันแตกกับพฤติกรรมดังกล่าว ครูจึงส่งเสียงดังในระบบสตอริโอควายกระเผลก จนได้ยินไปถึงบ้านกำนันที่ตั้งอยู่หน้าโรงเรียนว่า...เจ้า...เม้ง...ง...ง

สมโชคลูกตาเม้งตกใจมาก พร้อม ๆ กับเสียงหัวเราะของเพื่อน สมโชคพูดด้วยอาการน้อยใจว่า "ผมจะไปฟ้องพ่อ" แล้วค้อนครูยี่สิบตลบ

หลังจากเหตุการณ์นี้ ผู้พิพากษาเห็นว่าทั้งโจทย์และจำเลยไม่มีความผิด จึงยกฟ้อง จำเลยทั้งหมดจึงยินดีปรีเปรมพร้อมชวนกันไปเลี้ยงฉลองที่ร้านส้มตำข้างส้วมโรงเรียนจนท้องเสียกันถ้วนทั่ว

นายสุทัศน์

เรียนถามท่าน ดร.ชัดเจน ไทยแท้

ผมเป็นหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนหัวโทนวิทยา อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นโรงเรียนในฝันรุ่นที่ 3 ที่กำลังเตรียมงานเพื่อพัฒนาบริบทต่าง ๆ ของโรงเรียนไปได้ในระดับหนึ่ง ผมเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชมบุคลิกของท่านในการทำงานว่าเป็น My Idol อีกคนหนึ่งครับเพราะท่านเป็น Working Woman ที่ทำได้แบบตรงประเด็นพร้อมให้คำเสนอแนะด้วย ดังนั้นผมใคร่ขอคำแนะนำในการทำงานในรูปแบบต่าง ๆ ของกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศพร้อมกับการเรียนรู้ของลูก ๆ นักเรียนด้วยครับ

ด้วยความเคารพ

นายสุทัศน์ สังคะพันธ์

[email protected]

วันเกิดครูเอง

วันนี้แปลกใจตะหงิด ๆ เด็ก มารุมล้อมและมารับที่รถ (ผิดปกติ) เมื่อเข้าไปสอนชั่วโมงที่สองจึงได้รู้ว่าเด็ก ๆ มีเซอร์ไพรส์ ด้วยการร้องเพลงวันเกิดและนำของขวัญมาให้ มีอยู่คนหนึ่งถือไอศกรีมโคนมาให้ (ของชอบ) แต่ด้วยความที่เคยห้ามเด็กว่าไม่ควรทานขนมในเวลาเรียน ถ้าใครแอบทานต้องแบ่งเพื่อน ๆ ทั้งห้อง ก็เลยให้นักเรียนนำไปแช่ตู้เย็นไว้ก่อนทั้ง ๆ ที่อยากรับประทานอยู่เหมือนกัน แต่กฎต้องเป็นกฎ (ไม่อยากแบ่งทั้งห้องง่ะ)

หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้ว (ผู้ปกครองทำอาหารที่ชอบมาให้สองอย่างถุงเบ่อเริ่ม) ก็ทานไอศกรีม ตามด้วยเค้ก ที่ผู้ปกครองนำมาให้ ยังมีของกินอีก แต่ของที่ทานไปล้นมาถึงคอหอยแล้ว จึงบอกให้เด็ก ๆ ใจเย็นกับของขวัญที่นำมาให้ (ส่วนใหญ่เป็นของกินทั้งนั้น ซึ่งรู้สึกโกรธเหมือนกัน ครูยิ่งกำลังลดหุ่นอยู่) ครูจะทยอยกินให้เสร็จสิ้นภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ (เพราะปี ๒๕๕๓ ปิดงบไปแล้ว)

ขอบใจนะจ๊ะเด็ก ๆ เอิ้ก ก ก ก !!! (อิ่ม)

ครูกินเองสิครับ

ช่วงพักกลางวันเมื่อเด็ก ๆ ตักอาหารมารับประทาน กับข้าววันนี้มีแกงเขียวหวานหมูใส่มะเขือเปราะบผัดกัก สักพักเด็กชายเกียรติสักดิ์ก็หน้าตื่นมาบอกว่า "ครูครับผัดผักมีหนอนด้วย" ครูจึงทำสีหน้าปกติและบอกว่า ไม่เป็นไรถึงจะเป็นหนอน ก็หนอนผักกินได้ มีประโยชน์และบอกอีกว่าแสดงว่าผักปลอดสารพิษ หนอนก็คือเนื้อสัตว์มีโปรตีน ช่วยให้ร่างกายเติบโตแข็งแรง เมื่อครูพูดจบเกียรติศักดิ์สวนทันควันรวดเร็วราวกามนิตเด็ก "ครูกินเองสิครับ" ครู "เซ่อรับประทาน"

เมืองหลวง...บาย...บาย

ตอนเช้าขณะที่ฝนโปรยปรายในฤดูหนาว (๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๓) ท้องฟ้ายังมืดครึ้มทั้ง ๆ ที่เป็นเวลา ๐๗.๐๐ น. รู้สึกได้ถึงความแช่มชื่นใจ อากาศแบบนี้เมื่อมองดูสวนหย่อมที่มีเม็ดฝนเกาะดูคล้ายต้นไม้ที่อยู่บนภู แม้ไร้แสงแดดส่อง เรายังพอมองเห็นความระยิบระยับบ้างยามใบไม้ไหวเพราะแรงลม อากาศหนาวเย็นกำลังดี จึงตั้งใจว่าวันนี้จะไม่เปิดแอร์ในรถ แม้ว่าระหว่างทางจะผจญกับควันแต่เป็นควันจากพ่อค้าแม่ค้าที่ขายไก่ย่าง หมูย่าง

ควันไฟที่พวยพุ่งทำให้นึกถึงช่วงชีวิตที่เคยอยู่ต่างจังหวัด พอหัวรุ่ง (เช้าประมาณตีสี่ตีห้า) ชาวบ้านจะตื่นมาติดไฟหุงข้าว ทำกับข้าวเพื่อให้ทันใส่บาตรและให้ลูกหลานได้กินทั้งยังใส่ห่อใส่พกนำไปเป็นอาหารกลางวัน ควันไฟลอยเอื่อย ๆ ลอดหลังคาจากบ้านแต่ละหลังราวกับหมอกสวรรค์ กลิ่นควันฟืน เสียงไก่ขัน ปลุกและกระตุ้นทุกชีวิต เริ่มเช้าวันใหม่แล้ว

ทั้ง ๆ ที่แทบทุกคนต้องตื่นเช้า ความเหนื่อยล้าของวันวานถูกลบเลือนไปโดยอัตโนมัติพร้อมกับ เสียงหัวเราะ เสียงทักทาย หัวบ้านท้ายบ้านรู้จักกันหมด ความสดใส ไมตรีจิต ความเอื้ออาทร แบ่งปัน ช่วยเหลือ ชีวิตทุกชีวิตเป็นไปอย่างธรรมชาติ ไม่รีบเร่ง ไม่แก่งแย่ง ไร้โทสะ มีเวลาฟังเหตุผลซึ่งกันและกันมีให้เห็นอยู่ทั่วไป

กลิ่นควันไฟจากฟืนยังไม่ทันจางจากภวังค์ พลันต้องรีบปิดกระจกรถทั้งสองฝั่งอย่างรวดเร็ว เพราะควันดำจากรถปิกอัฟที่เพิ่งผ่านด่านจราจรไปยังคงลอยวนบดบังทัศนวิสัยยามเช้าที่สดใสหมดสิ้น ควันดำที่หลงเหลือในรถทำให้ฉันแสบตา สำลักและไอจนแสบคอ

กรุงเทพฯ เมืองหลวงที่มีคนเกือบครึ่งของประเทศใฝ่ฝันอยากจะมายล มาเล่าเรียน ตั้งรกราก ใช้เป็นแหล่งทำกิน ฯลฯ

ฉันตั้งใจว่าสักวันฉันจะกลับไปใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัด แต่ไม่ใช่เพราะฉันอยากทิ้งกรุงเทพฯ และหนีปัญหาต่าง ๆ

ความคิดของฉัน...ถ้าทุกคนมารวมที่กรุงเทพฯ กันหมด แล้วต่างจังหวัดที่สวยงามจะมีให้ฉันและลูกหลานได้เยี่ยมยลไหม

เล่าถึงคาเมลอนไฮล์แลนด์

วันนี้เห็นภาพข่าวหน้าหนึ่งแล้วรู้สึกเห็นใจ และขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิตจากการไปท่องเที่ยวคาเมลอนไฮล์แลนด์ด้วยค่ะ

ครูกุ้งเองเคยไปกับลูกสาววัย ๕ ขวบ ในช่วงวันสงกรานต์ พร้อมกับคณะทัวร์ที่น่ารัก ยังประทับใจในสถานที่แห่งนี้และถ้ามีโอกาสก็จะไปกันอีกแม้จะเคยพบกับเหตุการณ์ที่แย่ ๆ เหมือนกัน คือยางรถแตกช่วงที่กำลังอยู่บนเขา แต่เผอิญช่วงนั้นยังมีที่ให้เราได้ลงไปหลบได้บ้าง (คณะทัวร์ก็ลงมาช่วยให้สัญญาณโบกรถให้ระวังคณะทัวร์ โดยเฉพาะเจ้าตัวน้อยของครูกุ้งที่ซ่ากับเขาด้วย) ซึ่งเสียเวลา (เที่ยว) ไปหลายชั่วโมง บริษัททัวร์ก็ไม่ได้รับผิดชอบในส่วนที่เราต้องเสียเวลา แต่พวกเราก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร เพียงแต่เราปลอดภัยก็พอใจแล้ว (พวกเราเฝ้ารอเวลาระหว่างคนขับรถนำยางไปปะในเมือง ซึ่งไกลมาก ด้วยการพูดคุยทำความรู้จัก แซวกันบ้าง เล่นกันบ้าง บรรยากาศจึงไม่ตึงเครียดเกินไป) แต่พอวันสุดท้ายก็มีถุงมาขอค่าทิปไกด์ และคนขับ ผลก็คือได้ขนมกับทอฟฟี่ไปเกือบเต็มถุงมีเงินบ้างไม่กี่ริงกิต

การเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศมาเลเซียครั้งนั้น ครูกุ้งกับลูกเดินทางโดยรถไฟซึ่งเป็นการร้องขอจากลูกสาวที่ยังไม่เคยนั่งรถไฟ เราขึ้นรถนอนจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ไปต่อรถทัวร์ที่ หาดใหญ่ จ. สงขลา จากนั้นก็นั่งรถบัสของมาเลเซีย (ซึ่งสู้รถทัวร์ฉิ่งฉับของไทยยังไม่ได้เลย แต่เขาก็ไม่อนุญาติให้รถบัสหรือรถทัวร์ของไทยเข้าไป ต้องเป็นรถของเขาเท่านั้น) ขึ้นไปบนยอดดอย คาเมร่อนไฮแลนด์ (Cameron Highlands) เมืองตากอากาศอันดับต้นๆ ของชาวอังกฤษ

คาเมร่อน ไฮแลนด์เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของมาเลเซีย ซึ่งมีความสูงถึง 4,500 ฟุต จึงทำให้อากาศที่นี่หนาวตลอดทั้งปี โรงแรม ที่พัก ที่นี่จะไม่มีแอร์ เค้าให้เราเปิดหน้าต่างเพื่อรับลมหนาวจากด้านนอกของตัวโรงแรม อากาศดีกว่าตอนที่เราเปิดแอร์เลย เพราะว่าอุณหภูมิช่วงที่ร้อนสุดของที่นี่อยู่ที่ 25 องศา และ อากาศโดยปกติทั่วไปก็จะอยู่ที่ประมาณ 12 องศา ครูกุ้งต้องปิดหน้าต่างนอนเพราะอากาศหนาวสำหรับกะเหรี่ยงเมืองหลวงอย่างเรา

จากระดับความสูงของยอดดอยแห่งนี้ ได้มีการแบ่งความสูงและชุมชนเมืองออกเป็น 3 ระดับชั้นหลักๆ ดังนี้

ชั้นที่ 1 คือ ริงเล็ต

ชั้นที่ 2 คือ ทานาราตะ

ชั้นที่ 3 คือ บริงชาง

เนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้อาหารหลักของคนที่นี่จะต้องเป็นอาหารประเภทหม้อไฟร้อนๆ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย คนที่นี่ชอบทานสุกี้หม้อไฟกันมากๆ คณะเราก็มีโอกาสได้กินกันในมื้อเที่ยง มีแต่ผักล้วน ๆ ไม่มีเนื้อสัตว์เลย ยีงดีที่มีไข่ไก่ ครูกุ้งจึงเสนอว่าเราน่าจะต้มไข่ไปกินระหว่างทางเพราะมีแต่ผักเรารู้สึกว่ายังไม่อิ่มดีนัก แต่เราไม่มีหม้อต้มไข่ ด้วยความพิเรนของคณะเรา จึงใช้หม้อสุกี้ที่ยังมีน้ำสุกี้อีกมากเป็นหม้อต้มแล้วจัดแจงหย่อนไข่ไก่ที่เหลือทั้งหมดลงไป เป็นที่ครื้นเครงกัน โบราณว่าเราจะได้เพื่อนตอนที่เราลำบากนี่แหละเห็นจะจริง เพราะช่วงที่รถรอใส่ยางนั้นทุกคนก็ได้เปิดใจเล่าเรื่องราวสารทุกข์สุขดิบจนรู้สึกเหมือนคุ้นเคยกันมาเป็นเวลานาน

ยอดดอย คาเมร่อนไฮแลนด์ มีไร่ชาที่ใหญ่มากๆ มองไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา นอกจากนั้นการชิมชาก็ถือเป็นสิ่งที่คนที่นี่นิยมทำกันเป็นอย่างมาก สำหรับใครที่ชอบสตรอเบอร์รี่ ที่นี่เค้ามีไร่สตรอเบอร์รี่ ที่มีลูกสตรอเบอร์รี่ลูกโตๆ แดงแป๊ดๆ ให้เราได้ลิ้มลองรสชาติกันด้วย

หลายๆ คนคงเคยได้ยินข่าว ของจิม ทอมป์สัน ที่หายไปขณะมาเที่ยวที่เมือง บริงชางบนยอดเขา คาเมร่อน ไฮแลนด์ คงจะเพราะหลงเสน่ห์ที่นี่หรือไม่ไม่มีใครยืนยันแต่ถ้าเป็นครูกุ้ง ร่ำรวยขนานนั้นก็คงอยากจะปักหลักที่นี่เหมือนกัน

ช่วงค่ำหลังจากรับประทานอาหารเย็นที่โรงแรมแล้ว เราก็ออกมาเดินดูของกัน เนื่องจากโรงแรมตั้งอยู่บนเนินสูง เราจึงต้องเดินจากเนินไปเรื่อย ๆ ก็จะพบกับตลาดขายของสารพัดที่เมืองท่องเที่ยวเขาขายกันโดยเฉพาะชาที่นีมามากมายหลายชนิด เลือกซื้อไม่ถูกเลยไม่ซื้อมันเสียเลย ปรากฎว่าชาที่นี่ราคาถูกกว่าที่ขายข้างทางเสียอีก โชคดีที่ไม่ชอบกินชาจึงไม่ได้ซื้อ และไม่ได้ซื้ออะไรที่เป็นของกินไม่ได้สักอย่าง ทุกอย่างที่ซื้อจึงต้องกินได้หมด (เพราะไปกับลูกสาวซึ่งเป็นนักบริโภคตัวยง) โดยเฉพาะโรตีที่นี่อร่อยมาก แผ่นเบ่อเริ่ม คนขายก็พูดจาทักทายด้วยเสียงไทยสำเนียงแขกได้อย่างน่ารัก อยากไปเที่ยวอีก แต่มาเลเซียต้องมีรถทัวร์ดี ๆ มาบริการนะเพราะไม่อยากเสี่ยงอีก

นานมาแล้วมีโอกาสพาลูกสาวไปทานอาหารที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง สังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งหอบหิ้วถุงพะรุงพะรังนำมาวางใกล้ ๆ โต๊ะที่นั่ง ครูกุ้งก็นั่งกินไปด้วย (แอบ) มองไปด้วย เห็นผู้เป็นแม่เดินถือชามก๋วยเตี๋ยวที่ยังพอมีเส้นและน้ำอยู่บ้าง (เหลือจากคนอื่น)

สักพักลูก ๆ 3 คนก็มานั่งพร้อมหน้า แม่นำข้าวออกมาจากถุงและเทแบ่งให้ลูก ๆ กะพอให้เท่า ๆ กัน แล้วทุกคนก็กินกันอย่างช้า ๆ ไม่มูมมาม แม้จะมีเพียงก๋วยเตี๊ยวชามเดียวเป็นกับข้าว พวกเขาค่อย ๆ ตักน้ำก๋วยเตี๊ยวอย่างระมัดระวังเหมือนกลัวหก น้องคนเล็กถึงกับเอามือมารองใต้ช้อน พวกเขาเคี้ยวอาหารและกลืนอย่างช้า ๆ ไม่มีเสียงพูดคุย แต่ดูแล้วพวกเขาช่างมีความสุขเหลือเกิน

นานมาแล้วมีโอกาสพาลูกสาวไปทานอาหารที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง สังเกตเห็นครอบครัวหนึ่งหอบหิ้วถุงพะรุงพะรังนำมาวางใกล้ ๆ โต๊ะที่นั่ง ครูกุ้งก็นั่งกินไปด้วย (แอบ) มองไปด้วย เห็นผู้เป็นแม่เดินถือชามก๋วยเตี๋ยวที่ยังพอมีเส้นและน้ำอยู่บ้าง (เหลือจากคนอื่น)

สักพักลูก ๆ 3 คนก็มานั่งพร้อมหน้า แม่นำข้าวออกมาจากถุงและเทแบ่งให้ลูก ๆ กะพอให้เท่า ๆ กัน แล้วทุกคนก็กินกันอย่างช้า ๆ ไม่มูมมาม แม้จะมีเพียงก๋วยเตี๊ยวชามเดียวเป็นกับข้าว พวกเขาค่อย ๆ ตักน้ำก๋วยเตี๊ยวอย่างระมัดระวังเหมือนกลัวหก น้องคนเล็กถึงกับเอามือมารองใต้ช้อน พวกเขาเคี้ยวอาหารและกลืนอย่างช้า ๆ ไม่มีเสียงพูดคุย แต่ดูแล้วพวกเขาช่างมีความสุขเหลือเกิน

สวัสดีปีใหม่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔/๑ ค่ะ

ใครลืมกันแน่ ตอน "เกทับ"

เรื่องราวนี้ถูกเล่าในรถเมื่อคุณพ่อพูดถึงคุณแม่ว่าขี้หลงขี้ลืม

คุณพ่อ นี่กุ้งแม่เราแย่แล้วนะปอกสับปะรดให้พ่อแต่พอพ่อถ่มว่าทำอะไร แม่นึกไม่ออกว่าผลไม้ที่ปอกชื่อว่าอะไร

คุณแม่ พ่อเราหนะตัวดีเมื่อกี้ (ตอนอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลท์ ท่าพระ) เดินไปซื้อก๋วยเตี๋ยวหยิบคูปองไปไม่พอจึงต้อง

เดินกลับมาที่โต๊ะอีกครั้งหนึ่งทั้ง ๆ ที่โต๊ะอยู่ด้านหน้าร้านก๋วยเตี๋ยว แต่แกเดินอ้อมไปทางซุปเปอร์

คุณพ่อ เธอขี้ลืมกว่าฉัน

คุณแม่ เธอหนะแหละเป็นหนักกว่า

ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์สงครามผัวเมีย (ครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้) จึงชิงเล่าเรื่อง ๆ หนึ่งให้ท่านทั้งสองฟังว่า

มีสามีภรรยาคู่หนึ่งอายุอานามก็ใกล้ ๆ ๗๐ ฝ่ายสามีอยากกินข้าวผัด ก็บอกให้ภรรยาที่อายุใกล้เคียงกันไปทำให้ โดยไม่ลืมกำชับว่าให้จดไปด้วยเดี๋ยวลืม ฝ่ายภรรยายืนยันว่าไม่จด ไม่ลืมเดี๋ยวได้กินแน่

ระหว่างที่เดินเข้าครัวภรรยาก็ท่องไปด้วย "ข้าวผัด ข้าวผัด ..."

ภรรยาหายเข้าไปในครัวพักใหญ่ก็ถือจานมาด้วย และส่งให้สามี

ฝ่ายสามีเมื่อเห็นอาหารในจานก็เอ็ดตะโลเอากับภรรยา ว่า " เห็นไหมฉันบอกให้จดไป จดไป ก็ไม่เชื่อ ดูซิสั่งโจ๊กไป ดันทำข้าวไข่เจียวมาให้

ท่านทั้งสองจึงหัวเราะและลืมไปแล้วว่ากำลังเถียงกันก่อนหน้านี้

เมื่อครั้งที่บรรจุใหม่ ๆ

มีนักเรียนในชั้น ป. ๒ พี่ชายให้มาถามว่า "ครูมีผัวหรือยัง" และเด็กก็ (กล้า) มาถาม ซึ่งครูก็ (กล้า) ตอบไปว่า "ยังหาผัว ไม่ได้" วันรุ่งขึ้นจึงได้รับจดหมายจากพี่ชายของเด็ก ลายมือขยุกขยิกที่เขียนในกระดาษที่ฉีกมาจากสมุดของน้อง มีใจความชวนเชิญให้มาเป็นแฟน และบอกด้วยว่าเกิดความรักตั้งแต่แรกพบ (นี่สวยเข้าตากรรมการเลยนะ) ตอนจบไม่วายเขียน ปล. และเขียนว่าช่วยตบจดหมายด้วย (เห็นข้อความแล้วก็นึกไปว่าแกคงเขียน อ อ่าง ตกไป ๑ ตัว)

เมื่ออ่านจดหมายจบ (ในเวลาอันรวดเร็วปานแอบบผายลมในรถเมล์) จึงเงยหน้าขึ้นและกวักมือเรียกแม่สื่อตัวน้อยที่กำลังใช้แขนเสื้อปาดขี้มูกสีเขียวเข้มออกจากปลายรูจมูก และถามว่า

ครู พี่ชายเธอทำงานอะไร

เด็ก โรงงานปลากระป๋องค่ะ

ครู คิดในใจ (เข้าท่าแฮะ ชอบกินเสียด้วย)

ครู พี่ชายเธอตัวสูงเท่าไหน

เด็ก สูงกว่าคุณครูอีกค่ะ (ที่ต้องถามเพราะเราตัวเตี้ย เป็นห่วงลูกที่จะเกิดมากลัวเหมือนเรา ที่เวลาขึ้นรถเมล์ถูกคนตัวสูง

แย่งที่จับ แย่งอากาศ แย่งวิวสงย ๆ ไปหมด) เหมาะเหม็ง

ครู แล้วพี่ชายเธออายุเท่าไร

เด็ก ๑๕ ปีเต็มเมื่อวานนี้ค่ะ ปีหน้าก็ทำบัตรประชาชนแล้วค่ะ

ครู ฝากไปบอกพี่ชายเธอด้วยนะว่า ถ้าอายุมากกว่าครูเมื่อไหรก็มาขอได้เลย ตอนนี้ครูอายุ ๒๑ ปี เท่านั้นเอง (อุ้ย ! เกือบติดคุก ข้อหาพราผู้เยาว์เสียแล้วเรา)

เอ๋ คือชื่อเพื่อนที่บรรจุพร้อมกัน ทุกวันเราจะนั่งรถเมล์สาย ๑๐๕ กลับบ้านด้วยกัน ระหว่างทางก็จะคุยถึงเรื่องราวน่ารักของเด็ก ๆ

วันนี้เธอเล่าว่า ก่อนการเรียนวิชาสังคม (พระพุทธศาสนา) เธอกล่าวนำก่อนการเรียนเนื้อหาของพระพุทธเจ้า ว่า " พระองค์เป็นศาสดาของศาสนาพุทธ บวชเมื่อพระชนมายุได้ ๒๙ พรรษา ...ใครทราบบ้างว่าพระนามของพระองค์คือ..." เงียบไปพักใหญ่ ก็มีนักเรียนกล้าตายคนหนึ่งยกมือและตอบอย่างมั่นใจว่า "พระพยอม"... ครูเอ๋.....

เอ๋ คือชื่อเพื่อนที่บรรจุพร้อมกัน ทุกวันเราจะนั่งรถเมล์สาย ๑๐๕ กลับบ้านด้วยกัน ระหว่างทางก็จะคุยถึงเรื่องราวน่ารักของเด็ก ๆ

วันนี้เธอเล่าว่า ก่อนการเรียนวิชาสังคม (พระพุทธศาสนา) เธอกล่าวนำก่อนการเรียนเนื้อหาของพระพุทธเจ้า ว่า " พระองค์เป็นศาสดาของศาสนาพุทธ บวชเมื่อพระชนมายุได้ ๒๙ พรรษา ...ใครทราบบ้างว่าพระนามของพระองค์คือ..." เงียบไปพักใหญ่ ก็มีนักเรียนกล้าตายคนหนึ่งยกมือและตอบอย่างมั่นใจว่า "พระพยอม"... ครูเอ๋.....

ขอให้ครูแข็งแรงครับ

ขอบใจนะจ๊ะ และขอให้สหภัทร์เรียนเก่ง ๆ และตั้งใจเรียนด้วยนะคะ

ครู

คูรคร๊าฟผมวศินเอJ

โหคูลให้แต่!!!_สหภัทร์ ที่ผมน๊าไม่เคยชมเลย

โหคูลให้แต่!!!_สหภัทร์ ที่ผมน๊าไม่เคยชมเลย

โหคูลมีแต่ชมสหภัทร์ที่ผมม๊ายเคยชมเล๋โหเอ๋ยเรานี่เกิดม๊าให้เสียชาติไทย

โหคูลมีแต่ชมสหภัทร์ที่ผมม๊ายเคยชมเล๋โทเอ๋ยเรานี่เกิดม๊าให้เสียชาติไทย

โหคูลมีแต่ชมสหภัทร์ที่ผมม๊ายเคยชมเล๋โทเอ๋ยเรานี่เกิดม๊าให้เสียชาติไทย

คูลร้ายไม่ครูจิรสินร้ายมากขายห่วงที่ใส่ตงแข็นอีคุณครู

คูลร้ายไม่ครูจิรสินร้ายมากขายห่วงที่ใส่ตงแข็น50บาทแนะคุณครู••••○♠♣◘♦☻♥♠☺

เค้าซื่อมาตั้ง50บ่ทแนะ

ผมเขียนแต่ไม่ได้เขียนชื่อ

ขอบใจนะจ๊ะ และขอให้สหภัทร์เรียนเก่ง ๆ และตั้งใจเรียนด้วยนะคะ คูรไม่เคยชมผมแบบนี่แล๊ะ

ผมมีกรคำคม I LOVE YOU ภาษานอกใช้บอกรัก♥ ภาษาจีนใช้ยากนัก หวอ อ่าย นี ภาษาลาว ข้อย ฮัก เจ้า ก้อเท๊ดี แต่วันนี่ใช้คำไทยฉันรักเธอ

ถึงวศิน

หัวก็ไม่ล้าน ตัวก็ใหญ่ทำไมใจน้อนจัง ชมทุกคนน่ะแหละ ขอให้เรียนหนังสือเก่ง ๆ ตั้งใจเรียนเพื่อนำความภาคภูมิใจมาสู่ครอบครัว

ส่วนเรื่องสายรัดข้อมือ ถ้ามันแพงจะไปซื้อทำไม่ล่ะ ไอ้หนูเอ๋ย

ถึงวศิน

หัวก็ไม่ล้าน ตัวก็ใหญ่ทำไมใจน้อนจัง ชมทุกคนน่ะแหละ ขอให้เรียนหนังสือเก่ง ๆ ตั้งใจเรียนเพื่อนำความภาคภูมิใจมาสู่ครอบครัว

ส่วนเรื่องสายรัดข้อมือ ถ้ามันแพงจะไปซื้อทำไม่ล่ะ ไอ้หนูเอ๋ย

ถึงวศิน

หัวก็ไม่ล้าน ตัวก็ใหญ่ทำไมใจน้อนจัง ชมทุกคนน่ะแหละ ขอให้เรียนหนังสือเก่ง ๆ ตั้งใจเรียนเพื่อนำความภาคภูมิใจมาสู่ครอบครัว

ส่วนเรื่องสายรัดข้อมือ ถ้ามันแพงจะไปซื้อทำไม่ล่ะ ไอ้หนูเอ๋ย

โหครูผมยากได้นี่น๊าแต่ก้อขอบคุณมากน๊ะคร๊าฟ

ถึงครูที่รัก        ขอให้ครูอายุยืนนาน   เป็นที่รักใคร่ของนักเรียน ทุกคนครับขอให้ครูมีแต่ความสุขไม่มีทุกข์     นะคัฟ

ขอให้ครูมีแต่สุขไม่มีทุกข์ขอให้เรื่องร้ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆในอดีตมันผ่านพ้นไป  ซินเจีย  ยูอี  ติดนี้ต้องใช้

ถึงจิรสิน

        ซินเจียยู่อี่  นี่ดีนะ  แต่เป็นหนี้ต้องใช้นี่สิทันสมัยมาก  ขอบใจนะจ๊ะที่เตือนสติ  มิเช่นนั้นจะหนีหนี้ให้ดู  ว่าแต่มีให้ครูยืมสัก  ๕๐๐  ไหม  จะไปซื้อยาสลบให้นักเรียนกินตอนวันอังคารง่ะ

        แล้วที่ขอให้ครูอายุยืนนานหนะ  เปลี่ยนเป็นอายุนั่งกับนอนบ้างก็ได้นะเพราะยืนนานมันเมื่อย

        ขอให้นักเรียนตั้งใจเรียนและเรียนหนังสือเก่ง ๆ  พอจบก็มีงานทำมีเงินเยอะ ๆ  แล้วอย่าลืมเอามาแบ่งให้ใช้ด้วยนะ  ว่าแต่เป็ดกับขนมเข่งตรุษจีนยังไม่ได้กินเลย

ถึงวศิน

        คำคมเพราะมากน่ารักดี  แต่อย่าไปอยากได้อะไรบ่อย ๆ  เพราะเราจะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์

        นัฐธิดาซื้อมืออถือ  แอลจี  เครื่องละ  ๓๐  บาท  รุ่นนี้ไม่ต้องชาร์ด  โทรฟรีตลอดชีพ

เถิงครูทิ่รัก     เรื่ยงเงินค่อยว่ากันที่หลัง เพราะตอนนี้1บาทยังไม่มีเลย งัฟ ส่วนเรื่องเป็ดกับขนมเข่ง อะเดี๋ยวให้วันตรุษจีนหน้าละกันงัฟ        บายยยยยยย  งัฟ


โหคุณครูณัฐฑิดามีโทรศัพท์เน่าเน่ายั่งงันผมม๊ายชอบเลยคุณครูต้องของผมของจริงBBต้องยังงีแค่2000กว่าเองจิรสินสงสัยชอบคุยมากเลยก้อเลยเขียนยาวจากกรุงเทพมหานคร ถึง     กาญจนบุรีและก้อเพรชบุรีเลย

คุณครูผมม๊ายได้ว่าณัฐฑิดาเลย คุณครูผมขอช่วยให้คุณครูบอกอายผมข๊อโทษน๊คร๊าฟแง่แง่แต่!!!!!!.....แต่เมื่อกี๊ตลกมากเลย♦_♦55555555555555555555+

ถึงพี่โอ๊ หรือ จิรสิน   (โหพี่โอ๊ดจนค๊ะนาดม๊ายมีเงิน1บาทเลยหรอคร๊าฟสงสัย25ส.ต.ม๊ายมีเลย......อิอิ........บ้านอยากจนผมขอโทษทีน๊ คร๊าฟ)

ถึงบักบุ๊ค  โถบักหำน้อยทำอย่างกะบ้านเองรวยตายเลยbbก็ของปลอมของจริงเขาหมื่น-สองหมื่นของแกอันละ2พัน ข้าว่าbbอันละหมื่นสองหมื่น ไม่มีปัญญาซื้อหลอก                  หุหุๆๆ  55555+ บายบักบุ๊คนอนหลับฝันร้ายนะเมิง55555+

ส่วนเรื่องที่ข้าคุยมากอะถึงข้าคุยข้าก็ไม่ได้คุยหรือปากมากแบบเองเองคุยจนเองปากบวมจนต้องทายานะไอ้หนูเอ๋ย   5555555+    หุหุ บาย

ถึงจิรสิน

สงสารจังหนึ่งบาทก็ไม่มี  เดี๋ยวจะให้สงสารสัก  ๑.๕๐  น่าจะพอใช้นะตัวเล็ก  ๆใช้ไม่มากหรอกถ้าเหลือก็เอามาทอนนะ

โอ๊ต

วันนี้ครูเอาผัดเครื่องในไก่มาเผื่อด้วย  อย่าเพิ่งลงไปกินข้างล่างนะ  อ้อของหวานก็มีถั่วเขียวต้มน้ำตาล

ถึงบักหำน้อยบุ๊คแอนด์โอ๊ต

        อย่าทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง  ต่อกันไปต่อกันมาเดี๋ยวก็ท้าตีท้าต่อยกันไม่ได้ประโยชน์  สู้แข่งกันเรียนเก่งดีกว่าไหม  ใครสอบชนะใครมารับรางวัลได้เป็นบ้านหนึ่งหลังมีห้องนอน  ห้องครัว  ห้องอาหาร  ห้องน้ำอยู่ในห้องเดียวกันพร้อมคนรับใช้พิการทางสมองหนึ่งคน  ลูกคนรับใช้พิการทางสายตาสิบคน  คนขับรถขาด้วนสองข้าง

แขนด้วนสองข้างหนึ่งคนสำหรับพาไปเที่ยว (ส่วนเขาจะเอาอะไรขับหนะอย่าไปรู้เลย)

ไม่รอแล้วเป็ดกับขนมเข่ง  เดี๋ยวจะไปซื้อกินเองก็ได้  ว่าแต่เค้าขายกันที่ไหนนะ

ผมเห็นแม่เค้าซื้อที่คาร์ฟูถ้าไม่มีก็รอชาติหน้าเอ๊ยไม่ใช้ตรุษจีนหน้านะคับ  อิอิ

ครูถ้าเรื่องรางวัลอะไอ้คนรับใช้พิการเนี่ยผมว่าถ้าครูให้บ้านพร้อมนี้สินดว่านะ ก่า  ก๊ะ   5555+

บายคับครูหลับฝันดีนะค๊าาาาาาาาาาาาาาาฟ หุหุ

ครูอะให้แค่1.50ผมว่าครูเอาไปให้ขอทานเถอะคับ  เกรงจายยยย  อะค๊าาาาาาาาาาฟ 555555+55555

 

สอบวันที่เท่าไรครับ

ถึงครูกุ้งสดสดแก่ๆ (คุณครูโม้ๆๆมากเลยค๊าฟมีแต่จิรสินด่าผมก่อนเองเค้าด่าผมวาองค์บาค  แล้วเค้าด่าพ่อแม่ผมด้วยแต่ขอแปปหนึ่งน๊ ค๊าฟผมขอคุยกับสหภัทร์ก่อนนายวุธข้ารู้แล้ววา   สอบวันใหย ....อิอิ...♠♣‼‼...เดือนมีน๊าคมแต่ม๊ายรู๋วันน๊ เจ้าเด็ก...

เย๊เย๊เราได้ไปแล้วไปปปปปปปปปปปปสวดมนต์ ว๊าวว๊าว

หุผมชน๊ะอยู่แล้วเรื่องเรียนอ๊ พี่โอ๊ดเค้ามัวแต่คุยกับนนอยู่นั้นแล๊ะ

นี่เจ้าวศิน  บังอาจว่าครูแก่  แก่ก็แก่วิชาความรู้นะจ๊ะ  (ว่าแล้วก็หักคะแนน  ๑๐๐  คะแนน  ไม่ชมแล้วมาว่าอีก  เดี๋ยววันจันทร์คอยดูหน้าตึงกว่าเดิม)  เออไปสวดมนต์เสียบ้างก็ดีจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน

 

สหภัทร์มาแว้ว  ฮิ้ว.....

นู๋โอ๊ตวันนี้ครูเอาหมูนึ่งปลาเค็มมากินแหละ  สนไหม  ส่วนของหวานก็จะเป็นหัวใจวศินเชื่อม...

 

 

โหคุณครูวันจันทร์นี่ผมม๊ายโดนตีหรอกแต่ผมบอกว่าเกียรติศักดิ์ต๊ก๊ม๊ากวันจันทร์นี่ผมม๊ายได้ท๊านหมูสับเลยโหเค้าท๊านกับจิรสิอย่าง ส.บ.ม มากเลย(ผมขอโทษทีน๊ค๊าฟคุณครูกุ้ง)

คุณครูคุณครูสวยสวยสวยสวยมากเลยผมชมจ๊น้ำลายหมดแล้วแต่คุณต้องเพิ้มให้ค๊ะแนน100ค๊ะแนนน๊คุณครูผมชมครูแล้วว่าสวยสวยสวยไม่เหมื่อนยากตุ๊กกี่เลยแก่ก้อแก่แล้วมาดูถูกอีกว่าห้องเราม๊ายดี๊ดี๊แต่ห้องอื้นอีกผมม๊ายชอบเลย พ.อ แบบนี่อ๊

ผมม๊ายได้ว่าคุณครูน๊คร๊าฟผมว่า ผ.อ. ว่าแก่ก้อแก่ คุณครูศนิชาสวยกว่าเยอะเลยงค๊าฟ

คุณครูว่าผมหล๊อม๊ะค๊าฟ→←ผมหล่อกว่าจิรสินอยู่แววววววววววววววว

ครูไม่เห็นหน้าตึงลุยเหนแต่หน้าเหี่ยวขึ้น    หุหุ      555555555+

พี่โอ๊ตบรุ๊คหมายถึงครูบอกว่าวันจันทร์บรุ๊คโดนตี่แบบหน้างตึ๊งโหว่าครูแก่ที่พี่อ๊อ้วนก้ออ้วน

พี่โอ๊ตพี่ว่าบรุ๊คหล๊อไหม........←○→.........หล๊อโครตโครตเลอ๊ะ

เท๋เท๋อ๊บรุ๊คว๊ายว๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

IOVEKUNG←○→TEACERค๊าฟ

ครูออกจะสวย

 

วศินว่าครูแก่ครูออกจะสวย

สหภัทร์นี่น่ารักมาก ๆ  เดี๋ยวจะเอาคะแนนจากวศินกับจิรสินคนละ  800  มาให้สหภัทร์

รักจริง ๆ  เลย  ไม่รักจิรสินแล้ว  ไม่ต้องมาขอกับข้าวแล้วนะ  จะให้อย่างอื่นแทน  ส่วนจะเป็นอะไรให้ถามเกียรติศักดิ์ 

สอบทางฝ่ายบริหารยังไม่แจ้งเป็นทางการแต่เป็นเดือนมีนาคมค่ะอาจจะกลางเดือน

 

ใครจะหล่อใครจะสวยก็ยังคงเถียงกันไปแต่มัมไม่จีรังยั่งยืน  รู้แต่ว่าทำความดีนี่แหละที่จะทำให้คนเป็นคนสวยได้  อย่างบทกลอนที่กล่าวว่า

คนจะสวยสวยน้ำใจใช่ใบหน้า  คนจะกินปลาร้าก็อย่าห้าม

คนจะตกคนจะแต่งให้พองาม   เอามะขามทาแก้มแอร่มดี

สอบวันที่  21 - 22  เป็นวันจันทร์กับวันอังคารนะ  โอ๊ตบอกแม่ด้วยเห็นว่าจะพาไปเที่ยว  อย่าลืมของฝาก  7  กาละมังด้วย

เป็นอย่างไรบ้างไปสวดมนต์  น่าจะสงบเรียนบร้อยขึ้นมาบ้างนะวศิน  ส่วนเพื่อน ๆ  ที่อยู่โรงเรียนเขานั่งทำงานกันทั้งวัน  (ได้ขนมไปคนละ  2 - 3  ชิ้น  กินกันพุงกางเป็นร่มชายหากเลยหริ  คคิ  คริ  อาหย่อย

ถึงคุณบรุ๊ค

  TEACHER  ตัว  H  หายไป  1  ตัวนะคะ 

ชิชิๆๆ   กลอนอาไรหว่าครูมั่วป่ะสงกะสัยครูคงจิบ้ายอ มากๆๆๆ   หุหุ 5555555+

ผมม๊ายได้ว่าครูกุ้งน๊ค๊าฟโอ๊สิเค้าว่าครูว่าแก่ผมว่าครูออกจ๊ะสวยสวยกว่าแม่ไอโอ๊ดอีก

ผมชมครูต่างห๊าก   หุหุ 555555555555555555555555+

งั้นหักคะแนนโอ๊ตคนเดียว

ไอบุ๊คเองไม่ต้องประจบครูเค้าหลอกส่วนเรื่องหักคะแนนนะแค่ไอเจ้าบุ๊คมันชมแค่ครูว่าครูสวยในใจมันอาจจะว่าครูแก่กะได้เพราะครูอะแก่กว่าแม่ผมอีกครูอายุตั้ง 48 แม่ผมอายุแค่อายุ 39เองนะ ก่า ก๋ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  5555555555+

ตัวอะไรหัวเราะก่ะ ก่ะ

เฉลย มะนาวต่างนุช

มนุษย์ต่างดาว

ครูผมเปลื่ยนชื่อเป็นกอล์ฟแล้วน๊า

♪เราฟังเพลงนี่เพราะจริ๊งๆเน้อเพลงก้อชื่อว่าเพลง ของ....ไม่บอกและ♪

(ครูค๊าฟผมมีเบอร์โทรมาเลย TO.0825548131อิอิ)

ต๊าโอ๊ดวันนี่ก๊oฟไปโรงเรียนด้วย5555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555+

เปลี่ยนชื่อแล้วตีจริง  จะได้เตรียมไม้ไปตี  กอลฟ์

เดี๋ยวขอแก้ชื่อหน่อย  กอล์ฟ

ไอบุค๊ชอบโม้ อย่างหนักถึงจะเปลี่ยนชื่อก็ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นลุย  ^o^  -  -*

ไรเราม๊ายมี๊อ๋ไร๊ดีขึ้uเลยก้อชั้งแต่วันนี่โอ๋ตก้อมัวแต่คุยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆยุน๊านและ อิอิ   หุหุ 5+5+5+5+5+5+5+5+5+5+5

หนอยแน่หาว่าเรามั่ว  กลอนหนะไม่มมั่ว  แต่กินถั่วเยอะไปหน่อยเลยเมา (ตด) ง่ะ

วศิน  ไม่ต้องเคลือบสีหรอก  แต่ละสีนี่สวยน่าดู  แต่อ่านลำบากมาก  เอาสีขาวดำธรรมดาดีกว่า

 

ข่าวด้วนจ้า....ข่าวด้วน  เอ่ยไม่ใช่  ข่าวด่วน  เกิดการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยเกี่ยวกับการสอบ  วันนี้ครูวันชัยรูปหล่อ (มีผู้ชายอยู่คนเดียวในสาย  ป. 4)  มาแจ้งว่าเปลี่ยนกำหนดการสอบเป็น  วันที่  17 - 18  มีนาคม  2554  ทราบแล้วเปลี่ยน

ใกล้สอบแล้วเด็ก ๆ  เตรียมพร้อมหรือยังคะ  ถ้ายังล่ะก็เตรียมตัวอ่านหนังสือเสียนะ

ผมไม่ได้ด่าครูว่ามัวแต่เด็กมันรูบหล่ออ๊♦_♠ก้อเลยพูดความจริงอิอิS_pเด็กเทพ

ไม่ยอตัวเองเลยนะจ๊ะ  รู้แล้วว่าหล่อ  (ไปหมด)  ฮิ้ว.........

5555555+หุหุ หล่อ และ รวย อิอิ ขอบคุณค๊าฟ

ทำไมวันนี้ครูมายตoบกับมาเลยอะ งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

ติดอบรม  ๒  วัน  เพิ่งเปิดอ่าน  นี่ไงตอบแล้ว  ปิดเทอมอย่าลืมอ่านหนังสือเยอะ ๆ  หนังสืออะไรก็ได้จะได้ฝึกอ่านคำศัพท์ใหม่ ๆ  แปลก ๆ  อย่ามัวเที่ยวเพลินล่ะ  ตอนนี้ฝนตกหนักมาก  จะรีบไปต่อเรือ  เผื่อไว้พายไปโรงเรียน

พรุ่งนี้เด็ก ๆ อย่าลืมมารับผลการเรียนด้วยนะจ๊ะ ถ้าไม่มา  หรือติดธุระไม่เป็นไร  หากไม่ย้ายไปโรงเรียนอื่น  ก็มารับตอนเปิดเทอมได้  ไม่มีตกห้องนี้เก่งทุกคน  ย้ำ  เก่งทุกคน

คูรผมม๊ายได้คุยกับคุรคูรเลยอ่าน๊านด้วยนร๊

สวัสดีนู๋กอฟล์ นึกว่ากลับเมืองกาญไปแล้ว เป็นอย่างไรบ้างครอบครัวสุขสันต์ดีไหม ขอให้กลับมาเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์อีกครั้งนะค่ะครูเป็นกำลังใจให้

วันที่ ๑ พ.ค. ๕๔ เด็ก ๆ อย่าลืมบอกผู้ปกครองไปประชุมที่โรงเรียนด้วยนะคะ เพราะตอนกลับจะได้รับค่าอุปกรณ์ และค่าชุดนักเรียนคนละ ๕๕๕

สวัสดีจ้าทุกคนไม่ได้มาซะนานเลยนะคับแม้ๆๆประจานเค้าซะเละเลยนะคับท่านผู้ชมที่รัก ^o^

เคยได้ยินสุภาษิตโบราณหรือปล่าวล่ะ "ได้ทีขี่แพะไล่" "น้ำขึ้นให้รีบตัก" 55555

ไม่เคยได้คับเพราะอะไรรู้ไหมเพราะไม่ได้โบราณเหมือนคนพูดคับ ^o^

ทุกคนคับสัตว์อะไรห้ามเล่นกีฬา คิดดีๆๆ

ไครตอบได้ไห้1ล้าน^o^

เดะมาเฉลยนะคับ^o^

สัตว์ที่ไม่มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ถูกต้อง

แรงและงง นี่ถ้าอยู่ป.เดิมจะหักคะแนนวิชาภาษาไทยให้หมดเลย รู้งี้ไม่ให้ขึ้นชั้นดีกว่า

หักไม่ได้หรอกเพราะไม่ได้ป.4/1นิถ้าจะหักก็หักเด็กครูสิแฮ่ๆๆเรื่องคำถามเปนคำตอบที่..........ผิดนะคับผมเกือบเเต่มิไช่ TT^TT

คิดดีๆๆมีลางวัล1ล้าน

ทำมายต้องถามด้วย แค่นี้ก้ไม่รู้ ครูรู้แต่ไม่บอก แหมยังมาขอตังค์เราอยู่เลยเมื่อวานจะตั้งรางวัลตั้ง ๑ ล้าน สิบบาทมีหรือปล่าวตอนนี้ อีหนูได้ข่าวแม่ยึดหมดไม่ใช่หรือ (เจ้ากรุงมัมบอก)

เรื่องไม่ต้องดู....จำได้

วันนี้ไปโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเพื่อไปตรวจสายตา (ไม่ใช่เพื่อตัดแว่น แต่ขอบตาอักเสบ) ระหว่างที่รอพยาบาลเรียกเพื่อวัดสายตา มีคุณลุงคนหนึ่งแกทำปากขมุบขมิบเหมือนท่องอะไรสักอย่าง ด้วยความที่ไม่อยากรู้ไม่อยากเห็นเราก็นั่งอ่านหนังสืออ่านเล่น

มาถึงบางอ้อก็ตอนที่พยาบาลให้คุณลุงอ่านตัวเลข แกอ่านตัวเลขได้ทั้งหมดอย่างคล่องแคล่ว โดยที่แกไม่ต้องมองแผ่นตัวเลขด้วยซ้ำ พยาบาลต้องบอกให้มองไปที่ตัวเลข แกบอกว่าไม่ต้องดูหรอก ลุงจำได้............

โอ๊ตเตรียมรางวัลแล้วเอามาให้ดูก่อนจึงจะตอบ เด๊ยวตอบได้แล้วไม่ให้ขาดทุน

คำถามรัยหรองงเลยเพ๊โอ๊ตๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ—€——งง

เรื่อง หนูอยากทำงานแบบนี้

วันหนึ่งในฤดูหนาวถึงหนาวมาก ด้วยความขี้เกียจเลยพาลูกไปแวะทานข้าว (ตอนนั้นเรียนอยู่ ป.๒ โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์) แล้วเลยไปซื้อกับข้าวในห้างคาร์ฟูบางบอน (ตอนนี้เปลี่ยนเป็นบิ๊กซี) ระหว่างที่เดินเลือกสินค้าลูกก็ถามตลอดเวลาแม่เป็นหมอต้องเรียนอะไร...เป็นครูต้องต้องเรียนอะไร....จนกระทั่งมายืนรอจ่ายสตางค์เผอิญลืมชั่งผลไม้ แคชเชียร์เลยเรียกเพื่อนที่สวมรองเท้าสเกตมารับสินค้าไปชั่ง...ลูกสาวสะกิดแล้วถามว่า คุณแม่ถ้าเป็นแบบพี่ต้องเรียนอะไร...แม่......

บ๊ายบ๊ายครูแหละเพ๊โอ๊ต

โม้โม้โม้โม้โม้โม้โม้โม้และโม้มากเพ๊โอ๊ตเอาเงินรางวัล1000000เอามาให้ดูก่อนสิ

บ๊ายบ๊ายครูแหละเพ๊โอ๊ต

ไครๆๆๆๆเดะตื้มๆๆๆๆเดะพ่อตบดิ้นไปนอนกับพื้น อะไรคือเรื่องขอตังงงงงงงงงงง และ งง แถมๆ

บักบุคเดะก่อนแกได้ตายศพไม่สวยแน่บักบุค

บายๆๆ

โอ๊ตขู่ฆ่าในนี้เลยหรือ เผื่อก๊อฟเป็นรายไปตอนนี้แย่เลยนะ

แล้วพบกันในวันทัศนศึกษา ครูอยู่รถคันที่ ๖

อ๊รัยเพ๊โอ๊ดจร๊มาข้าบรุ๊คงันหรอ

น๊ๅๆๆๆกลัวจัง แง่แง่

ก๊อฟวันนี้โอ๊ตมาหาครูที่ห้อง สงสัยจะมาทวงชีวิตแน่ ๆ โชคดีที่ก๊อฟไม่มา

ช่วยด้วยค๊ๅฟ

บรุ๊คเป๊ณลมพิษค๊ๅฟสงสัยกรรมแน่ๆๆเลย‘€♂

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยย.............................................++++++++++++++++++++++++++++++++++++++แง่่่่่แง่

เมื่อวานนี้มีโอกาสขึ้นรถเมล์ฟรี ไหนใครบอกว่าของฟรีไม่มีในโลกไง นี่เมื่อวานจึงพิสูจน์

ขอชมเชยพนักงานรถไฟฟ้าทุกท่าน รวมทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งถึงแม้ว่าคนจะมากมายแต่รอยยิ้มไม่เคยจางไปจากใบหน้าที่ดูเหมือนว่าอ่อนล้าเลย (มิน่าคนเยอะมาก)

ผิดกับรถไฟใต้ดิน ทีพอก้าวลงจากสถานีศาลาแดง กลิ่นตู ๆ โชยเข้าจมูก ทั้งร้อนทั้งอับจนรู้สึกสงสารพนักงานที่อยู่ใต้ดินเหล่านั้น ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีคำแนะนำ หาเจ้าหน้าที่ซักถามทางยากมาก สนานีข้างล่างเปลี่ยวมาก ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำจุด หากเกิดเหตูร้ายคงลำบากหน่อย ขนาดฟรียังไม่มีผู้โดยสารใช้กัน

ส่วนรถไฟฟ้าคนทั้งแน่น ทั้งแออัด แต่ทุกคนก็เต็มใจใช้บริการ เพราะอะไร

โอโห! ลูกศิษย์ อีกหน่อยเมื่อครูไปนอนฟังพระร้องเพลงที่วัดและโอ๊ตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็จะกลายเป็นคนโบราณสำหรับเด็กรุ่นต่อไปเอง

ทีนี้แหละ จะเข้าใจคำว่า "กฎแห่งกรรม" 66666

เทศกาลกินเจ

เมื่อวานนี้เป็นวันแรกที่บรรดาหมู ไก่ เป็ด ไม่ต้องหนีตายอีกแล้ว เพราะชาวประชาส่วนใหญ่ ไม่เว้นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างร่วมใจกันกิจเจ ครูกุ้งมีโอกาสทดลองกินเป็นวันแรก (ของปีนี้) รู้สึกอิ่มเอมอย่างไรก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ คือมื้อนี้ไม่มีเนื้อสัตว์ เฮ้ แล้วไม่ลืมซื่อกลับบ้านไปฝากพ่อบ้าน (ที่เคร่งครัดมาก ๆ ในเทศกาลกินเจของทุกปี) จนลูกต้องแซวว่า "ไม่เป็นไรคุณพ่อก็กินแต่เนื้อสัตว์สิ ส่วนหนูจะเลือกกินเนื้อเอง คุณแม่จะได้ไม่ต้องลำบากทำกับข้าว" "ไอ้เราก็มานั่งนึก (เอง) เออจริงสิ ถ้าเราเลือกกินสัตว์ที่ไม่กินสัตว์ล่ะ เช่น เลี้ยงเป็ดกับผักบุ้ง เลี้ยงไก่กับรำ เลี้ยงหมูกับหยวกกล้วย สัตว์พวกนั้นก็จะกลายเป็นสัตว์เจสินะ