การพัฒนานักเรียน

การฝึกเด็กให้มีทักษะทางสังคม 1. ให้เด็กได้รับความรักเพียงพอ 2. ฝึกเด็กให้รู้จักที่จะแสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสม 3. ฝึกมารยาททางสังคมที่ดีงามให้เด็กหาโอกาสฝึกการปรับตัวหรือแก้ไขสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์กับผู้อื่น 4. ฝึกให้เด็กมีมิตรแท้และให้มีความจริงใจกับคน 5. ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่นและฝึกการอดทนและรอคอย 6. ฝึกการมองโลกในแง่ดีและฝึกฝนทีละขั้นเด็กจะสร้างทักษะทางสังคมที่ดี ต้องฝึกจากสังคมที่เล็ก ๆ ก่อนแล้วเพิ่มจากเพื่อน 1-2 คน แล้วค่อย ๆ ขยายวงกว้างขึ้น การฝึกเด็กให้มี EQ สูง มีตัวอย่างที่ดีให้เด็กเห็น, หาทางชมเชยเด็ก เวลาเด็กทะเลาะกันอย่างมีอารมณ์ร่วม ไม่ปกป้องมากเกินไปเพราะจะทำให้เด็กขาดทักษะ ไม่ตามใจเด็กมากเกินไป, ให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ถูกชม เด็กอารมณ์ร้อนต้องทำไม่รู้ไม่ชี้ใจเย็น ฝึกหัดระเบียบวินัย ควรสร้างตั้งแต่เล็ก ๆ ฝึกทุกอย่างด้วยความรัก ไม่ใช่การบังคับแต่ด้วยเหตุผล การดุ, การลงโทษ, ประณาม ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องเสมอไป สอนให้มีความมุมานะไปสู่เป้าหมาย และรู้ศักยภาพตนเอง ผู้สอนต้องทำให้ให้เบิกบาน เปิดหูเปิดตา วิธีลดความเครียดในห้องเรียน เล่นดนตรีที่ไม่ใช่จังหวะเร็ว ๆ ,ให้เด็กนั่งสมาธิก่อนเรียนหรือเมื่อรู้สึกเครียด จัดกิจกรรมกลุ่มเพื่อลดความเครียด ไม่ถือโกรธเมื่อเวลาเด็กทำผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ และฟังเหตุผลเด็กก่อนจุดุด่าว่ากล่าวครูใจดี , การเรียนการสอน การทำการบ้านที่สนุกสนานมีความสุข ไร้แรงกดดันให้เด็กรู้ว่าครู/พ่อแม่ เข้าใจความรู้สึกเด็ก, ให้เด็กแสดงออก, เขียนเรื่องและย่อความ มีการเคลื่อนไหว, ยืดเส้นยืดสาย, แสดงละครที่เกี่ยวกับเรื่องที่เรียน ให้เด็กแสดงออกถึงความต้องการ และความรู้สึก, ไม่ควรเรียนวิชาที่ซ้ำ ๆ ซาก ๆ ที่เด็กเบื่อหน่ายหรือยากเกินไปและไม่ได้ประโยชน์ ดูแลตนเองไม่ให้มีอารมณ์เครียด เพื่อไม่ให้มีผลต่อเด็ก แสง, สี, เสียงดนตรี และการเคลื่อนไหวทำให้ความจำเกิดขึ้นได้ดี มีเวลาให้นำความรู้ที่ได้เรียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ทดลองจริง ปฏิบัติจริง
คำตอบ
not yet answered
เหล่าพิเดช

โรงเรียนน่าอยู่ เรียนรู้ตลอดชีวิต

หลักการและเหตุผล

โครงการโรงเรียนน่าอยู่ เรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นกระบวนการหนึ่งของการจัดการศึกษา เป็นรูปแบบของการช่วแนะ ติดตามและอื่นๆ ซึ่งให้ได้มาของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความเข้าใจอันดี รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ที่มีคนคอยช่วยเหลือการแก้ปัญหา การนิเทศการศึกษานั้นมีหลากหลายวิธี ที่จะนำมาเพื่อให้การจัดการศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ของหลักสูตรโรงเรียน โดยเฉพาะคณะกรรมการกลุ่ม มีหน้าที่และภาระกิจอย่างหนึ่งในการช่วยเหลือครูภายในกลุ่ม เพื่อให้ครูจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนต่างๆ ภายในกลุ่มให้มีประสิทธิภาพ ตามนโยบายของชาติ จังหวัด และอำเภอ ตามลำดับได้ตั้งไว้ รวมทั้งงานในหน้าที่คือ งานทั้ง 6 งานของโรงเรียนซึ่งทางกลุ่มจะต้องให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา

เพื่อให้สนองนโยบายดังกล่าวทางโรงเรียนจึงได้จัดทำโครงการนิเทศของโรงเรียนประจำปีการศึกษา 2545 ขึ้นรองรับปัญหาดังกล่าว

2. ลำดับความสำคัญของโครงการ

3. การวางแผน

3.1 วัตถุประสงค์

3.1.1 เพื่อพัฒนางาน 6 งานของโรงเรียนเป็นไปด้วยความถูกต้องเป็นปัจจุบันและเป็นแนวเดียวกัน

3.1.2 เพื่อทราบปัญหาและให้ความช่วยเหลืองานต่างๆ ของครู

3.1.3 เพื่อติดตามช่วยเหลือการเรียนการสอนของครู

3.1.4 เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจครู

3.2 เป้าหมาย ภายในปีการศึกษา 2545 ครูในโรงเรียนได้รับนิเทศจากคณะกรรมการ อย่างน้อย เดือนละ ครั้ง เพื่อ

3.2.1 ช่วยเหลือแก้ไขการเรียนการสอนให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และเป็นแนวเดียวกัน

3.2.2 ครูได้รับการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาด้านอื่นๆ ของโรงเรียน

3.2.3 โรงเรียนดำเนินการเรียนการสอนตามแผนบูรณาการของจังหวัด และเน้นตัวนักเรียนเป็นศูนย์กลาง

3.2.4 ครูภายในโรงเรียนมีขวัญและกำลังใจที่ดีและปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

4. ทรัพยากรที่ต้องการ

4.1 บุคลากร ผู้บริหารโรงเรียน ครูวิชาการโรงเรียน

4.2 งบประมาณ งบประมาณประจำปี

4.3 วัสดุ * วัสดุโรงเรียนประจำปี * วัสดุในท้องถิ่น

5. วิธีและขั้นตอนในการดำเนินงาน

5.1 สาระสำคัญของกิจกรรม

5.1.1 ประชุมคณะกรรมการเพื่อชี้แจงหรือหารือ

5.1.2 วางแผนและจัดทำโครงการ

5.1.3 ขออนุมัติโครงการ

5.1.4 แบ่งงานให้คณะกรรมการแต่ละฝ่ายรับผิดชอบ

5.1.5 ดำเนินงานตามโครงการ

5.1.6 ติดตามและประเมินผล

5.2 กิจกรรม / ระยะเวลา

กิจกรรม / ระยะเวลา ปีการศึกษา 2545

พ.ค. ม.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. ผู้รับผิดชอบ

โครงการ

1. ประชุมคณะกรรมการ

2. วางแผนจัดทำโครงการ

3. ขออนุมัติโครงการ

4. แบ่งงานให้รับผิดชอบ

5. จัดหาวัสดุอุปกรณ์

6. ออกดำเนินงานตามโครงการ

• ออกนิเทศครั้งที่1

• ออกนิเทศครั้งที่ 2

7. ติดตามและประเมินผล

-------------------- 1 – 3 พ.ค. 2546 ---------------------------------------------- 5 – 6 พ.ค. 2546 ---------------------------------------------------- 7 พ.ค. 2546-------------------------

--------------------------- 7 พ.ค. 254 -------------------------

--------------------- 16 – 31 พ.ค. 2654 ---------------------

--------------------- 12 – 16 มิ.ย.2546------------------------

--------------------- 15 – 19 พ.ย. 2546----------------------

สิ้นสุดการประเมินและสิ้นสุดโครงการ ผู้บริหารโรงเรียน

หัวหน้าครูวิชาการ

หัวหน้าครูวิชาการ

ผู้บริหารโรงเรียน

ผู้บริหารโรงเรียน

ผู้บริหารโรงเรียน

ผู้บริหารโรงเรียนคณะผู้บริหารโรงเรียน

6. การประเมินผล

* การสังเกต * การติดตาม * การายงาน * การตรวจผลงาน

7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ภายในปีการศึกษา 2546 ครูทุกคน จะได้รับการนิเทศจากคณะกรรมการโรงเรียนอย่างน้อย เดือนละ

1 ครั้ง เพื่อให้ความช่วยเหลือ ชี้แนะในการทำงานทั้ง 6 งาน และงานอื่นๆ ให้ดีเป็นปัจจุบัน ถูกต้องเป็นไปในแนวเดียวกัน และคณะครูมีขวัญกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติงาน ทั้งได้รับการติดตามช่วยเหลือในการเรียนการสอนตามแผนบูรณาการของจังหวัดและได้สร้างระบบการเรียนรู้ที่ดี ถูกต้องแก่นักเรียนสุดท้ายนักเรียนย่อมเป็นคนตามหลักสูตรที่ต้องการ ของ พ.ร.บ. การศึกษาและนโยบายต่างๆ ได้

เหล่าพิเดช

คำถามเกี่ยวกับการสอนอนุบาล

สงสัยที่ 1 ได้มีนักวิชาการ จัดให้เด็กนั่งเป็นแถวตอนแทนการนั่งเป็นวงกลม จะ

มีผลต่างกันอย่างไร

ตอบ นั่งเป็นวงกลมครูมองเห็นหน้าเด็กได้ทุกคน

แต่ถ้านั่งเป็นแถวตอนเด็กจะหยอกล้อกัน แย่กันแล้วคนที่ถูกแย่ก็จะ

ฟ้อง ครูทำให้เพื่อนๆเสียสมาธิ เพราะครูมองเห็นเด็กไม่ทั่วถึง

สงสัยที่ 2 การให้สัญลักษณ์ประจำตัวเด็กเป็นตัวพยัญชนะ แทนที่จะเป็นภาพดังที่

ปฏิบัติกันทั่วไป) จะมีผลดีผลเสียอย่างไร

ตอบ

ผลดี คือ เด็กรู้จักพยัญชนะไทย ภาษาอังกฤษ เพราะต้องจำเพื่อแทน

ตัวเอง

ผลเสีย คือ เด็กจะจำได้เพราะพยัญชนะที่แทนตัวเด็กเท่านั้น จะไม่

รู้จัก พยัญชนะที่แทนตัวคนอื่น และเด็กไม่รู้จักคิด เพราะมี

ความจำอย่างเดียว

สงสัยที่ 3 การเล่นตามมุมเล่นในห้องเรียนจำเป็นต้องเล่นให้ครบภายในเวลาที่กำหนด

หรือไม่

ตอบ

ไม่จำเป็น เพราะถ้ากำหนดเด็กกำลังมีความสุขในการเล่นเราไปกำหนด

เวลาก็จะทำให้สมองของเด็ก ชะงักในการคิดวิเคราะห์สิ่งที่กำลังเล่น

สงสัยที่ 4 การให้เด็กทำงานศิลปะเหมือนกันทั้งชั้น เทียบกับ ให้ทำหลายอย่างผลที่

จะเกิดกับเด็กจะต่างกันหรือไม่

ตอบ

ต่างกัน ผลดี การที่เด็กทำงานเหมือนกันทำให้เด็กรู้จักคิดปรึกษากันว่า

ใส่อะไรตรงไหนจึงจะทำให้สวยงาม

ผลเสีย เด็ก ที่ทำงานต่างกันจะไม่ได้ปรึกษางาน กัน คน

ต่าง คนต่างทำ เด็กไม่ได้ปรึกษากันวางแผนงานร่วมกัน

ทำให้เด็กรู้สึกว่าอยู่คนเดียวไม่มีเพื่อน

สงสัยที่ 5 เหตุใดครูบางห้องเรียนให้ดาวบนภาพของเด็ก บางห้องเรียนให้เป็นคะแนน

เช่น ในขณะที่แผนการจัดประสบการณ์ไม่ได้ให้ทำเช่นนั้น

หมายเหตุการณ์ให้ดาวในที่นี่หมายถึง

งานอยู่ในขั้นดีมาก

งานอยู่ในขั้นดีมาก

งานอยู่ในขั้นพอใช้

ตอบ เด็กอนุบาลยังไม่รู้จักค่าของจำนวนตัวเลข แต่รู้จักค่าของจำนวนนับ ครูเลย

ให้เป็นรูปดาวแทน

สงสัยที่ 6 มีเด็กร้องไห้ไม่อยากมาโรงเรียนจนผ่านมาหลายสัปดาห์แล้วแต่เด็กร้องไห้แต่แรก

กลับอยากมาโรงเรียนและเลิกร้องไห้ จะแก้ปัญหาอย่างไรกับเด็กที่ร้องไห้ไม่

ยอมมาโรงเรียน

ตอบ 1. ผู้สอนเตรียมตัวให้พร้อมที่จะรับเด็กในระยะแรก อาจจะให้ผู้ปกครอง

อยู่เป็น เพื่อนก่อน ชักชวนให้เด็กทำกิจกรรมกลุ่มคอยให้กำลังใจและ

เสริมแรง ค่อย ๆ ให้เด็กเข้าใจตาราง กิจกรรมของสถานศึกษาอย่างค่อย

เป็นค่อยไป

2. ผู้สอนควรดูและ พาเด็กและช่วยเหลือเวลาเด็กไปเขาห้องน้ำ

3. ผู้สอนสนทนาซักถามพฤติกรรมของเด็กและร่วมกันแก้ปัญหา

สงสัยที่ 7 การสร้างวินัยในการเดินเข้าห้องเรียน ( ตัวอาคารอยู่ ใกล้ กับสถานที่เข้าแถว)จะมี

วิธีการ อย่างไรเด็กจึงจะไม่ได้คุยกัน

ตอบ ครูนำเด็กเดินแถวทำกิจกรรมอื่นๆที่อยู่ห่างจากอาคารเรียนก่อน เช่น เดิน

แถวไปห้องน้ำ หรือเดินแถว รอบอาคารเพื่อสำรวจสิ่งแวดล้อมภายใน

โรงเรียนก่อนจึงนำเด็กกลับมาที่ห้องเรียนเด็กจึงจะไม่ได้คุยกันและจะ

เป็นระเบียนอีกด้วย

สงสัยที่ 8 เด็กกินอาหารไม่หมดกินน้อยครูจะแก้ไขอย่างไร ถ้าเป็นอาหารที่เด็กไม่ชอบ

ยิ่งไม่ยอมกินและร้องไห้อย่างเดียวเกือบทุกวัน ครูจะต้องต่อรองให้เด็กกินเกือบ

ทุกวัน

ตอบ ครูต้องหาวิธีการหลอกล่ออาหารที่นำมาเลี้ยงเด็กในแต่ละวันให้เป็น

ทางบวกทุกครั้ง เช่น ฟักทองสีเหลืองกินแล้ว ผิวสวย ตาสวย

ได้รับวิตามิน และให้พลังงาน

สงสัยที่ 9 ครูจะต้องบังคับให้เด็กเล่นเกมการศึกษาทุคนหรือไม่เพราะบางคนไม่ค่อยชอบ

ตอบ ไม่บังคับแล้วแต่เด็กจะชอบเล่นอะไร เพราะถ้าบังคับเด็กอาจเบื่อล้ว

ไม่อยากเรียนอีกเลย

สงสัยที่ 10 ทางโรงเรียนจัดให้ครูตามเด็กขึ้นในชั้นอนุบาล ปีที่ 2 ด้วย จะมีผลดีผลเสีย

ต่างกันจากไม่ ตามขึ้นสอน อย่างไร

ตอบ ผลดีคือ ครูรู้จักเด็กเป็นอย่างดี และรู้จักนิสัยของเด็กด้วย

ผลเสีย เด็กบางคนอยากเปลี่ยนครูบ้างไม่อยากเรียนกับคนเดิม

เหล่าพิเดช

โรงเรียนน่าอยู่ เรียนรู้ตลอดชีวิต

หลักการและเหตุผล

โครงการโรงเรียนน่าอยู่ เรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นกระบวนการหนึ่งของการจัดการศึกษา เป็นรูปแบบของการช่วแนะ ติดตามและอื่นๆ ซึ่งให้ได้มาของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความเข้าใจอันดี รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ที่มีคนคอยช่วยเหลือการแก้ปัญหา การนิเทศการศึกษานั้นมีหลากหลายวิธี ที่จะนำมาเพื่อให้การจัดการศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ของหลักสูตรโรงเรียน โดยเฉพาะคณะกรรมการกลุ่ม มีหน้าที่และภาระกิจอย่างหนึ่งในการช่วยเหลือครูภายในกลุ่ม เพื่อให้ครูจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนต่างๆ ภายในกลุ่มให้มีประสิทธิภาพ ตามนโยบายของชาติ จังหวัด และอำเภอ ตามลำดับได้ตั้งไว้ รวมทั้งงานในหน้าที่คือ งานทั้ง 6 งานของโรงเรียนซึ่งทางกลุ่มจะต้องให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา

เพื่อให้สนองนโยบายดังกล่าวทางโรงเรียนจึงได้จัดทำโครงการนิเทศของโรงเรียนประจำปีการศึกษา 2545 ขึ้นรองรับปัญหาดังกล่าว

2. ลำดับความสำคัญของโครงการ

3. การวางแผน

3.1 วัตถุประสงค์

3.1.1 เพื่อพัฒนางาน 6 งานของโรงเรียนเป็นไปด้วยความถูกต้องเป็นปัจจุบันและเป็นแนวเดียวกัน

3.1.2 เพื่อทราบปัญหาและให้ความช่วยเหลืองานต่างๆ ของครู

3.1.3 เพื่อติดตามช่วยเหลือการเรียนการสอนของครู

3.1.4 เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจครู

3.2 เป้าหมาย ภายในปีการศึกษา 2545 ครูในโรงเรียนได้รับนิเทศจากคณะกรรมการ อย่างน้อย เดือนละ ครั้ง เพื่อ

3.2.1 ช่วยเหลือแก้ไขการเรียนการสอนให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และเป็นแนวเดียวกัน

3.2.2 ครูได้รับการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาด้านอื่นๆ ของโรงเรียน

3.2.3 โรงเรียนดำเนินการเรียนการสอนตามแผนบูรณาการของจังหวัด และเน้นตัวนักเรียนเป็นศูนย์กลาง

3.2.4 ครูภายในโรงเรียนมีขวัญและกำลังใจที่ดีและปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

4. ทรัพยากรที่ต้องการ

4.1 บุคลากร ผู้บริหารโรงเรียน ครูวิชาการโรงเรียน

4.2 งบประมาณ งบประมาณประจำปี

4.3 วัสดุ * วัสดุโรงเรียนประจำปี * วัสดุในท้องถิ่น

5. วิธีและขั้นตอนในการดำเนินงาน

5.1 สาระสำคัญของกิจกรรม

5.1.1 ประชุมคณะกรรมการเพื่อชี้แจงหรือหารือ

5.1.2 วางแผนและจัดทำโครงการ

5.1.3 ขออนุมัติโครงการ

5.1.4 แบ่งงานให้คณะกรรมการแต่ละฝ่ายรับผิดชอบ

5.1.5 ดำเนินงานตามโครงการ

5.1.6 ติดตามและประเมินผล

5.2 กิจกรรม / ระยะเวลา

กิจกรรม / ระยะเวลา ปีการศึกษา 2545

พ.ค. ม.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. ผู้รับผิดชอบ

โครงการ

1. ประชุมคณะกรรมการ

2. วางแผนจัดทำโครงการ

3. ขออนุมัติโครงการ

4. แบ่งงานให้รับผิดชอบ

5. จัดหาวัสดุอุปกรณ์

6. ออกดำเนินงานตามโครงการ

• ออกนิเทศครั้งที่1

• ออกนิเทศครั้งที่ 2

7. ติดตามและประเมินผล

-------------------- 1 – 3 พ.ค. 2546 ---------------------------------------------- 5 – 6 พ.ค. 2546 ---------------------------------------------------- 7 พ.ค. 2546-------------------------

--------------------------- 7 พ.ค. 254 -------------------------

--------------------- 16 – 31 พ.ค. 2654 ---------------------

--------------------- 12 – 16 มิ.ย.2546------------------------

--------------------- 15 – 19 พ.ย. 2546----------------------

สิ้นสุดการประเมินและสิ้นสุดโครงการ ผู้บริหารโรงเรียน

หัวหน้าครูวิชาการ

หัวหน้าครูวิชาการ

ผู้บริหารโรงเรียน

ผู้บริหารโรงเรียน

ผู้บริหารโรงเรียน

ผู้บริหารโรงเรียนคณะผู้บริหารโรงเรียน

6. การประเมินผล

* การสังเกต * การติดตาม * การายงาน * การตรวจผลงาน

7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ภายในปีการศึกษา 2546 ครูทุกคน จะได้รับการนิเทศจากคณะกรรมการโรงเรียนอย่างน้อย เดือนละ

1 ครั้ง เพื่อให้ความช่วยเหลือ ชี้แนะในการทำงานทั้ง 6 งาน และงานอื่นๆ ให้ดีเป็นปัจจุบัน ถูกต้องเป็นไปในแนวเดียวกัน และคณะครูมีขวัญกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติงาน ทั้งได้รับการติดตามช่วยเหลือในการเรียนการสอนตามแผนบูรณาการของจังหวัดและได้สร้างระบบการเรียนรู้ที่ดี ถูกต้องแก่นักเรียนสุดท้ายนักเรียนย่อมเป็นคนตามหลักสูตรที่ต้องการ ของ พ.ร.บ. การศึกษาและนโยบายต่างๆ ได้

คนจังหวัดอะไรคับผมปิยะพงษ์เหล่าพิเดชหลานปู่เเสวง