พระอภิธรรม

พระอาจารย์ครับ... หมู่นี้ผมไปทดลองฝึกสติดูจิต(ตัวรู้)อยู่ครับ... ดร.วรภัทร(ดูในVCD...ไม่ได้คุยกับท่านโดยตรง)เขาแนะนำว่า ฝึกแล้วให้ลองไปอ่านพระอภิธรรมดู...ผมอ่านดูแล้วพยายามรวบรวมเป็นระบบความคิดของตัวเอง... 9 ปริจเฉท ยังเข้าใจยาก โดยเฉพาะภาษาบาลี...สนทนาธรรมกับหลายคน เขาให้ความเห็นว่า บาลีคือพุทธพจน์โดยตรง ถ้าเข้าใจได้ลึกซึ้งและกระจ่างแจ้งก็บรรลุธรรมแล้ว...พระอาจารย์ก็คงใกล้แล้วกระมัง...555 ผมพยายามทำความเข้าใจกับคำว่า จิต-เจตสิก-รูป-นิพพาน เขาบอกว่าเนื้อหาไม่เปลี่ยนแปลง มีคำอธิบายอยู่มากมาย แต่ยังไม่โดนใจผมอยู่ดี สันดานผมเป็นคนชอบสอนคน...เลยมาติดที่จะรวบรวมเป็นระบบความคิดที่จะไปสอนคนอื่นได้อย่างไร... ตอนนี้ผมฝึกอาณาปนสติ ได้แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ เลยอาจยังไม่กระจ่างแจ้งในตนครับ... อยากไปจำวัด...เอ้ย...พักค้างแรมกับพระอาจารย์ที่สงขลาบ้างจริง ๆ ส่วนขันธ์ 5 พอเล็งเห็นบ้างแล้ว
คำตอบ

จะศึกษาอภิธรรมให้เข้าใจ ต้องมีความจำพื้นฐานเกี่ยวกับหมวดธรรมมาก เช่น อริยสัจ ๔ ขันธ์ ๕ ธาตุ ๑๘ ... ถ้าไม่มีความจำพื้นฐานเหล่านี้แล้ว ความเข้าใจก็ตัดทิ้งไปแล้ว...

ส่วนจะเข้าใจมากน้อยแค่ไหน เพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับวาสนาบารมีของแต่ละคน...

ใน อินเทอร์บรรณ (หนังสือที่ค้นหาได้ทางอินเทอร์เน็ต) มีวิชาการวิชาเกินด้านอภิธรรมเยอะแยะ ว่างๆ ท่านเลขาฯ ก็เปิดอ่านเล่นๆ เพิ่มพูนปัญญาไปเรื่อยๆ...

ถ้าจำไม่ได้ ไม่เข้าใจ รู้สึกเครียด ก็ให้คิดว่า อภิธรรมจัดเป็นเดรัจฉานวิชา (โบราณาจารย์กล่าวไว้) ได้เหมือนกัน เพราะกีดกั้นการบรรลุ แล้วก็ไม่ต้องอ่าน (5 5 5...)

โยมผู้หญิงผิดหวังด้านความรักจึงมาบวชชี แล้วก็เรียนอภิธรรม เจอกับพระอาจารย์บุคคลิกดี พูดอะไรก็เข้าใจ ค่อยๆ เห็นอกเห็นใจกันขึ้นมา จึงชวนกันสึกจากความเป็นพระเป็นชีไปใช้ชีวิตชาวบ้านอีกครั้ง เพื่อจะได้เรียนได้สอนอภิธรรมกันตามสะดวก... เรื่องราวทำนองนี้ มีเยอะในโลกความเป็นจริง

อาตมาบวชมาเกินยี่สิบพรรษา ไม่เคยเรียนอภิธรรมในระบบ แต่เคยสอนอภิธรรมปิฏก พอจะอธิบายเรื่องวิถีจิตได้เล็กน้อยเท่านั้น  ก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องและเข้าใจนัก...

ถ้าท่านเลขาฯ ศึกษาอธิธรรมคราใด ระลึกถึงอาตมาก็แล้วกันว่า มีภูมิปัญญาวาสนาพอๆ กัน (5 5 5...)

เจริญพร

 

นายขำ

ครับ...พระอาจารย์...ลองอ่านดูแล้วหลายอย่างก็เป็นจริงเช่นพระอาจารย์ว่า...

 

บังเอิญได้มาพบน้องที่ทำงาน...เขาเล่าให้ฟังหมดเลยว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง...แม้แต่คัมภีร์วชิระญาณ ก็ฝึกจนแทบหมดสิ้นอารมณ์เพศจนต้องรีบดึงเส้นฟางสุดท้ายกลับมา...เพราะยังมีภรรยารออยู่...555

 

เขาบอกว่าความรู้(ธรรม)ทั้งหลายแหล่นั้น...หามีความจำเป็นไม่... เขาแค่กำหนดรู้ว่ามีสติเป็นตัวสกัดกั้นความอยากทั้งปวง...แล้วใช้ปัญญากำกับ...ฝึกเท่านี้พอ(ไอ้ที่อ่าน/เรียนมามากทิ้งให้หมด...555)

 

พอดีจริตผม(วาสนา)เป็นพวกชอบสอน...ก็เลยต้องพยายามทำความเข้าใจให้กระจ่างแล้วจัดหมวดหมู่(Concept)ตามความเข้าใจตน...เพื่อสอนคนอื่นต่อไป(จริตไม่น่าต่างจากพระอาจารย์มากนัก...555)...

 

ผมคิดอย่างนี้ครับ...พระอาจารย์

ที่ผมเรียนรู้จนเชื่อว่าตนเองเก่งพอ(ในทางโลก)เพราะสามารถสอนลูกชายคนโตจนเรียนได้เก่งเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ พอมาฝึกสติ(ไม่อยากเรียกว่าสมาธิ...สมถกัมมฐาน)ตามแนวทางของ อาจารย์วรภัทรเขา ก็พบว่าส่งผลให้ความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ(ในก้นบึ้งของใจ...อิอิ)สลายไปสิ้น และเกิดความปิติ(ยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก...555) เริ่มเข้าใจนิวรณ์ 5 ขันธ์ 5 ... จึงหันกลับมาทำความเข้าใจ 2 อย่างนี้อย่างละเอียด...แล้วลามเลยไปดูปฏิจจสมุทปบาท(ที่เคยเทศน์สอนโยมแม่ขณะบวชได้ 21 วัน...นานกว่า 20 ปีแล้ว...555...พบว่าตนเองเทศน์ไปได้ยังไงวุ้ย...อิอิ) โห...มันยาก(เพราะคนเขียน)เลยวางมันดีกว่า...555

ขั้นแรกสุดที่ผมจะอธิบายให้คนอื่นฟังเรื่องขันธ์ 5

รูป            =    สิ่งที่มองเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รสชาด ได้สัมผัส

เวทนา      =     มีการรับรู้เกิดขึ้น

สัญญา     =     มีการจำได้หมายรู้

สังขาร      =     เกิดการประมวลผล(ปรุงแต่ง)

วิญญาณ  =     จิตเหนี่ยวรั้งยึดถือไว้

ผมเพิ่ม

อุปปทาน=       ทึกทักเอาว่าเป็นตัวเราของเรา

อย่างนี้พอไหวมั้ยครับ...

กราบ 3 หน

BM.chaiwut

Pนายขำ

 

  • ชื่อสอน ชอบสอน ถือว่าสมชื่อ (......)

ตอนที่บวชได้ ๒-๓ พรรษา เริ่มเรียนนักธรรมนั้น อาตมาอ่านหนังสือธรรมะ ทุกเล่มที่ใกล้มือ ธรรมวิภาคคือหมวดธรรมนั้นก็จำหมดทั้งเล่ม สามารถอธิบายได้ ก็คิดว่ามีความเข้าใจ...

แต่พอมาเรียนบาลี และแปลอรรถกถาที่อธิบายธรรมะ รู้สึกว่ายาก และไม่ค่อยเข้าใจ เคยได้ยินอาจารย์ผู้สอนบ่นครั้งหนึ่งว่า ธรรมะยากจริงๆ ... จึงเริ่มสำเนียกตนเองว่า เป็นเพียงความจำตามที่เค้าอธิบายไว้เท่านั้น มิได้เข้าใจอะไรนัก...

ธรรมะหรือพุทธพจน์ นั้น ว่าง่ายก็ง่าย ว่ายากก็ยาก โบราณาจารย์เปรียบเทียบไว้หลายนัย อาทิเช่น...

  • ท้องฟ้า นกใคร่จะบินให้ถึงขอบฟ้าก็บินไม่ถึง ทั้งๆ ที่เห็นว่าอยู่ไม่ไกลนัก ฉันใด พุทธพจน์ก็ฉันนั้น ประดุจดังท้องฟ้า...
  • แผ่นดิน สรรพสัตว์อาศัยแผ่นดินเป็นที่อยู่และดำรงชีพ แผ่นดินก็ยังคงไม่หมดสิ้นไปฉันใด พุทธพจน์ก็ฉันนั้น ประดุจแผ่นดิน...
  • ทะเล บ้างตื้นเขินมีหาดทรายและเกาะแก่งโผล่ออกมา บ้างก็ลึกยากที่จะหยั่งถึง ทั้งอุดมไปด้วยสรรพสัตว์และอัญมณีนานาฉันใด พุทธพจน์ก็ฉันนั้น ประดุจดังทะเล...

อนุโมทนาอย่างยิ่งในการใคร่ต่อการศึกษาธรรมของท่านเลขาฯ

เจริญพร

นายขำ

ขณะนี้ผมกำลังตามอ่าน เจ็ดเดือนบรรลุธรรม ของ ดังตฤณhttp://dungtrin.com/7months/00beforego.html

ตามคำแนะนำของน้องเขา...ว่าอาจตรงจริตผมก็ได้...

จริงดั่งคาดครับพระอาจารย์...แค่จั่วหัวเรื่องมาก็โดนเข้าเต็ม ๆ

สงสัยว่าจริตเราชอบนิยาย...555

คงต้องไปหาซื้อไว้อ่านติดตัวซักเล่ม...อ่านในเนตคงไม่พอใจแน่...555

กราบ 3 หน

BM.chaiwut

หนังสือของ ดังตฤณ ก็เคยหยิบดู แต่ไม่เคยอ่าน...

แนะนำให้ท่านเลขาฯ ลองอ่าน คัมภีร์วิสุทธิมรรค ในอินเทอร์บรรณ ตอนนี้ฉบับแปลภาษาไทยค้นได้ ๓ สำนวน...

เจริญพร

นายขำ

คัมภีร์วิสุทธิมรรค...ต้องใช้เวลาศึกษา

ผมลองอ่านดูคร่าว ๆ ทั้ง 3 ฉบับ...ยังไม่โดนใจครับ

 

แต่อ่าน 7 เดือน ของดังตฤณ จบเดือนแรกของเขา...เริ่มมองเห็นภาพ โพชฌงค์ 7 ชัดเจนขึ้น...

 

กราบ 3 หน

BM.chaiwut

Pนายขำ

 

  • ...... (งดความเห็น) .......

เจริญพร

นายขำ

วันก่อนพบอาจารย์หมอบุญชัย...เขาถามหาว่าผมไม่เขียนอะไรนานแล้ว...ผมบอกว่ากำลังทดสอบสติปัฏฐาน4อยู๋...เลยใช้เวลาส่วนใหญ่คุยส่วนตัวกับพระอาจารย์...เขาชวนคุยเรื่องราวบ้านเมือง...ผมบอกว่าแก้ไขได้ด้วยวิชชาอย่างเดียว...เขาบอกว่าความคิดอย่างนี้แหละเป็นอวิชชา...55555555

 

อานิสงส์จากการตามสำรวจรู้ลมหายใจ...ตามสำรวจรู้จากอริยาบถต่าง ๆ ของกาย...แม้บางครั้งจะตามไม่ทัน...บางคราก็กระเจิดกระเจิงฟุ้งซ่าน...

ตอนนี้ผมประเมินว่าผมรู้ตัวจากการใช้ตัวรู้(สติ)...สัก 10 % ของแต่ละวัน...และเข้าใจเรื่องราวตามกระบวนธรรมมากขึ้น...ความสงบระงับเกิดขึ้นมากกว่าแต่ก่อนจริง ๆ ครับ...

เข้าใจว่าพระอาจารย์คงผ่านเส้นทางนี้มานาน...แต่ไม่สามารถบอกใครได้...(เฉพาะโพชฌงค์ 7 ที่ผมอ่านของพระอาจารย์แต่แรก...ความหมายช่างลึกซึ้งที่ต้องใช้จิตลึกซึ้งกว่าและลึกซึ้งจนถึงที่สุด...จึงจะตีแตกจนหมดเปลือกได้...อิอิ)

กราบ 3 หน

BM.chaiwut

Pนายขำ

 

ก็เข้าไปดูอยู่เหมือนกัน รับทราบว่าท่านเลขาฯ ไม่เขียนอะไรนานแล้ว...

ท่านเลขาฯ หันมาสนใจธรรมะ ก็ระลึกได้ที่เคยเล่าว่า บ้านอยู่ใกล้วัด พ่อเป็นมรรคทายก ส่วนท่านเลขาฯ ค่อนข้างจะต่อต้านมาตั้งแต่เล็กๆ...

แนวคิดหนึ่งบอกว่า คนเรานั้นมักจะมีความคิดโต้แย้งความเชื่อความเห็นพื้นฐานตอนเด็กๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเริ่มเป็นวัยรุ่น แต่พออายุสูงขึ้นเข้าสู่วัยกลางคน สิ่งที่เป็นความเห็นความเชื่อพื้นฐานมักจะเริ่มเข้ามามีอิทธิพลต่อเรา...

เป็นไปได้หรือไม่ ? ว่าท่านเลขาฯ กำลังเดินทางมาถึงจุดนี้ (..............)

เจริญพร

นายขำ

หลังจากอ่าน 7 เดือนบรรลุธรรมของดังตฤณจบ... เริ่มจับใจความกระบวนธรรมได้ชัดเจนขึ้น...แม้จะมีบางอย่างที่ไม่เห็นด้วย(เช่นการวิ่งจงกรม) เนื้อหาส่วนใหญ่ก็โน้มนำให้ผมเริ่มปฏิบัติตามอย่างเป็นระบบมากขึ้น...

 

ผนวกกับการที่มีสติเพิ่มขึ้น...จนเห็นผลว่าคราใดที่กำหนดรู้ลมหายใจที่แตกซ่านไปนานก็ระลึกได้โดยอัตโนมัติ...กายานุสติขั้นต้นก็ฝึกได้ถึงขั้นที่รู้การเคลื่อนไหวเดินเท้าซ้ายขวา...บางครั้งคล้ายชำนาญจนรู้เองโดยไม่ต้องเพ่ง...

 

อานิสงฆ์ที่เกิดขึ้นจากการฝึกก็เห็นชัดเจนขึ้น...เช่น แต่ก่อนเคยถูกภรรยาใช้ไปล้างจานถูบ้าน ก็ไม่พอใจนักและขี้เกียจอีกด้วย...แต่ตอนนี้เห็นการทำงานบ้านเป็นการฝึกสติไปด้วย...จนบางครั้งอยากทำงานบ้านตลอดเวลาเพราะได้ตามรู้ได้หลากหลายกว่าการตามรู้การเดินและลมหายใจอย่างเดียว...

 

อีกเรื่องหนึ่งก็คืออาการง่วงหงาวหาวนอน...ซึ่งเมื่อก่อนเข้าใจว่าเป็นอาการปกติของทุกคน...หลังจากพิจารณาร่างกายและอาการทางกายพบว่า..การกินของเราเกิดจากความอยากของจิตปรุงแต่งมากกว่าความต้องการของร่างกาย(ด้วยติดนิสัยเก็บของเหลือในวงอาหารกินจนหมดเหมือนแม่ทำให้ดูจนชิน...ก็ท่านให้พวกเรากินก่อนเมื่อเหลือแล้วท่านจึงกิน...บางครั้งเหลือมากท่านก็กินจนหมด)

 

ผมเฝ้าสังเกตุดูว่าพลังงานที่ใช้ไปในร่างกายเหมือนกับสูญเสียไปกับจิตที่วุ่นวายมากเหลือเกิน...หากจิตนิ่งจริง ๆ คงสูญเสียพลังงานน้อยมาก...

 

กราบ 3 หน

BM.chaiwut
  • ปฐมํ ปราชเย สิปฺปํ    ทุติยํ ปราชเย ธนํ
  • ตติยํ ปราชเย ธมฺมํ     จตุตฺถํ กึ กริสฺสติ
  • วัยแรกเริ่มพ่ายแพ้การศึกษา  วัยที่สองพ่ายแพ้ทรัพย์สมบัติ
  • วัยที่สามพ่ายแพ้ธรรม          วัยที่สี่จักกระทำอะไรได้

ขยายความว่า ยามเป็นเด็กไม่ศึกษาหาความรู้ เมื่อโตเป็นหนุ่มสาวก็ไม่ขยันทำมาหากินสร้างฐานะ ครั้นเริ่มรู้สึกตัวว่าแก่ก็ยังไม่สนใจธรรมะ ถ้าใกล้ตายแล้วจะไปทำอะไรได้...

สำหรับท่านเลขาฯ วัยแรกและวัยที่สองนั้นถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร (แม้ว่าจะไม่ชนะเลิศ แต่ก็ไม่ถึงกับพ่ายแพ้) และขณะนี้ก็ยังพยายามเพื่อเอาชนะอยู่ตามวัยที่สาม...

อนุโมทนาอย่างยิ่ง...

เจริญพร

นายขำ

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมใช้เวลาในการขับรถมากกว่า 5,000 กม.

เดินทางไปภาคตะวันตก ข้ามไปภาคตะวันออก เลยไปอีสาน และขึ้นไปเหนือสุดที่แม่สายเชียงราย...เสียดายไม่ได้ลงใต้ไปกราบพระอาจารย์...

ผมได้อ่าน ไอน์สไตน์พบพระพุทธเจ้าเห็น ที่ลูกชายยืมของเพื่อนมาอ่าน... ปรากฏว่าผมอ่านรวดเดียวเข้าใจโดยไม่ต้องอ่านซ้ำเหมือน 7 เดือนบรรลุธรรม ... ก็พอประมาณได้ว่าผมมีสัญญาเดิมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มากกว่านิยาย...555

ผมมีโอกาสทดลองใช้ความรู้(วิชชา)สติปัฏฐาน4กับการอบรมพัฒนาองค์กรให้กับศูนย์อนามัย...ดูเหมือนกับช่วยทบทวนให้มีความชัดเจนมากขึ้นในภูมิธรรม...

บางครั้งเวลาอยู่กับตัวเองก็เกิดความเข้าใจบางเรื่องแวบเข้ามาเฉย ๆ ...ต้องเตรียมสมุดบันทึกมาเขียนเป็นบทเรียนของความเข้าใจไว้ทบทวน...

รู้สึกอยากพูดให้น้อยลง...เพราะพูดมากไปก็เปล่าประโยชน์...ยกเว้นสนทนากับคนรู้ใจเช่นพระอาจารย์...555

กราบ 3 หน

BM.chaiwut
  • ไอน์สไตน์พบพระพุทธเจ้าเห็น ?

หนังสือเล่มนี้อาจารย์บัญชาได้ตั้งประเด็นไว้ (คลิกที่นี้) แต่อาตมาไม่เคยอ่าน จึงไม่วิจารณ์...

ท่านเลขาฯ น่าจะเขียนบันทึกวิจารณ์หนังสือเล่มนี้ เผื่อจะมีประเด็นใหม่ๆ คุยกันบ้าง (5 5 5...)

เจริญพร

นายขำ

ไปตามดูมาแล้วครับ... อ่านจบแล้วคิดว่าจะแสดงความเห็นในบล็อกของอาจารย์บัญชา...แต่เล็งเห็นว่า เป็นสนามแห่งการตอบโต้ที่หาข้อสรุปอันเกิดประโยชน์ได้ยาก...เพราะต่างฝ่ายก็ยึดมั่นถือมั่นในปัญญาของตน...

เช่น อาจารย์บัญชาเขียนว่า ทพ.สม เจตนาจะยก"พระพุทธเจ้า เหนือกว่าไอนสไตน์" อันมีความหมายโดยเจตนาของอาจารย์บัญชาในทางกลับกันได้...ซึ่งหากผู้ใดมีเจตนาเช่นนั้น ก็ย่อมมีผู้ตกร่องกระแสธรรมคัดค้านหัวชนฝาเช่นกัน...อย่าว่าแม้แต่มายกให้เทียบเท่ากันเลย...สุดท้ายย่อมเกิดมิจฉาทิฐิด้วยกันทั้งสองฝ่าย...

 

จึงขออนุญาตพระอาจารย์ผ่านข้ามเลยไป...เพราะไม่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการเจริญสติสัมปชัญญะครับ...

 

กราบ 3 หน

 

นายขำ

ช่วงนี้ผมติดตามอ่านเรื่องราวที่ท่าน ปอ.ปยุตโตเขียนไว้หลายเรื่อง...รวมทั้งไปเยี่ยมบ้านเกดท่านที่ศรีประจันต์มาแล้วครับ...

 

รู้สึกเหมือนว่า...อ่านงานเขียนของท่านแล้วเข้าใจง่าย(นัยว่าตรงจริตประมาณนั้น) นึกถึงพระอาจารย์...คงเป็นศิษย์ท่านด้วย(เนื่องเพราะอยู่ในข่าย มจร.)

 

คุยกับพรรคพวกกัลยาณมิตรก็บอกว่า...เมื่อรู้ว่าตรงจริตก็ขอให้รู้ว่าตรงจริต...เมื่อกระจ่างแจ้งก็ขอให้รู้ว่ากระจ่างแจ้ง...แล้วสังเกตุว่ามันดับหรือปล่าว...ปรากฎว่าไม่ดับครับ...อยากไปกราบท่านที่วัดญาณเวศสกวันสักครั้ง(จะได้รู้ว่าดับหรือไม่...555)

 

กราบ 3 หน

BM.chaiwut

อาตมาวาสนาน้อย มิได้เรียนกับท่านอาจารย์เจ้าคุณฯ เพราะตอนแรกเข้าเรียนนั้น ท่านเลิกสอนหนังสือไปทำงานอื่นแล้ว เพียงแต่ได้ฟังเวลาท่านมาบรรยายหรือปาฐกถาในคราวมีงานสำคัญเท่านั้น...

ส่วนหนังสือของท่านนั้น เมื่อก่อนก็อ่านทุกเล่มที่เห็น โดยเฉพาะหนังสือ "พุทธธรรม" อ่านหลายจบทั้งเล่มเล็กเล่มใหม่ แต่ก็เลิกอ่านหนังสือท่านมาหลายปีแล้ว จะหยิบจับบ้างเฉพาะในส่วนที่ต้องการค้นคว้าหรืออ้างอิงเท่านั้น...

คุณโยมไปเที่ยวที่วัดก็ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องไปกราบท่านต่อหน้า ให้ท่านได้พักผ่อนน่าจะเป็นบุญกว่า (...........)

เจริญพร