แมวเก้าชีวิต


คนโบราณเขาถือว่าแมวเปรียบได้กับสามเณรหนึ่งองค์จึงห้ามไม่ให้ไปทำอะไรแมวเพราะจะเป็นบาปติดตัวเราได้

       วันนี้อยากเล่าเรื่องน้องแมวเหมียวเรื่องมีอยู่ว่าเช้าวันหนึ่งผู้เขียนออกไปใส่บาตรพระนอกบ้านก็ต้องเดินลัดเลาะหลังบ้านซึ่งเป็นเขื่อนออกไปสู่อีกถนนหนึ่งเพื่อใส่บาตรเพราะมีพระมาบิณฑบาตร ฟังดูลำบากแต่ไม่เท่าไหร่สิ่งที่น่ากลัว คือ ซอยนี้ถูกจี้กันบ่อยมากเพราะบ้านแต่ละหลังอยู่ห่างกันและไม่ค่อยมีคนออกมาเดินช่วงเช้ามากสักเท่าไหร่จึงดูน่ากลัว

       เช้าวันที่ 19 พฤศจิกายน 2548 ผู้เขียนกำลังเดินออกไปใส่บาตรโดยมีสมุน คือ สุนัขวิ่งนำหน้าไปประมาณ 8 ตัว ปรากฏว่า ช่วงที่เดินผ่านใต้ต้นขนุนได้ยินเสียงลูกแมวร้องและมีลูกแมวก้าวเดินออกมาจากใต้ต้นไม้แถวนั้น ผู้เขียนรีบมองสุนัขของตัวเองก่อนเพราะขึ้นชื่อว่าแมว สุนัขที่บ้านกัดตายหมดจึงรีบอุ้มขึ้นมาก่อนสุนัขจะเห็นปรากฏว่า สมุนทั้งแปดเห็นเจ้านายไม่เดินตามมาสักที จึงวิ่งย้อนกลับมาดูแบบหวุดหวิดมากเพราะพอเห็นผู้เขียนอุ้มแมวก็กระโดดขึ้นมาที่ตัวผู้เขียนเพื่อจะจัดการอีกตามเคย ผู้เขียนก็ไล่แล้ววิ่งกลับเข้าบ้านเอาแมวใส่กรงและเรียกให้แม่ดูแลไว่ก่อน จากนั้นก็วิ่งกลับไปใส่บาตรต่อ เหนื่อยมากวิ่งไปวิ่งมาเพื่อน้องเหมียวตัวนี้

       พอใส่บาตรเสร็จก็มาอุ้มน้องแมวเหมียวเดินถามเพื่อนบ้านว่าของใครหลงทางมา ก็ไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงต้องรับเลี้ยงไว้โดยขังให้อยู่แต่ในบ้านเพราะออกไปก็ตายสถานเดียวจึงจะมีเชือกล่ามแมวไว้ตลอดบางทีน้องเหมียวก็แอบหนีมานอกบ้านโดยมีน้องหมาไล่ตาม แต่การมีแมวเลี้ยงไว้ในบ้านตลอดก็ลำบากกับน้องเหมียว จึงต้องเอาออกมาให้น้องหมาทำความรู้จักบ้างโดยมีเราคอยคุ้มเชิงว่า อย่ากัดนะ ทำอย่างนี้มาตลอด จนกระทั่งน้องหมายอมรับแบบไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่ คือ ถ้าเราเพลอก็เอาเหมือนกัน วิ่งไล่กวดจนน้องเหมียววิ่งหนีขึ้นต้นไม้บ้าง ประตูรั้วบ้าง แต่สุดท้ายก็ชินกันไปเอง อ้อ! น้องเหมียวตัวนี้เป็นเพศเมียชื่อว่า "ขนุน" เพราะเจอที่ใต้ต้นขนุน

      เลี้ยงน้องหนุนมาได้ประมาณ 7 เดือนน้องเหมี่ยวก็เริ่มร้องหงาวๆๆ แสดงอาการติดสัด จึงพยายามคุมเข้มเพราะยังไม่ได้พาไปฉีดยาคุมกำเนิดเลยปรากฏว่า น้องเหมียวหายออกไปจากบ้าน 3 วัน พวกเราก็พยายามออกตามหา อีกทั้ง ฝนก็ตกจึงเป็นห่วงกันมากว่าน้องหนุนจะกินอยู่อย่างไร แถมหมาในซอยบ้านก็เยอะถ้าเจอน้องหนุนๆ ตายแน่ แม่ก็คิดถึงน้องหนุนไล่ให้ผู้เขียนและน้องสาวออกตามหาทุกวันที่ว่างขนาดคอนโดน้องสาวไม่เคยขึ้นไปก็ต้องเดินขึ้นไปตามหาเพราะมีคนบอกว่าเห็นแมวแปลกหน้าเดินไปเดินมาบนคอนโด น้องสาวจึงจำเป็นต้องเดินขึ้นไปดู แต่ก็ไม่ใช่ น้องสาวเล่าว่า คนตามหาแมวสิจะตายเพราะจะโดนฉุดเข้าห้องไม่รู้ตัว เนื่องจากคนบนคอนโดเราก็ไม่รู้จักไปเดินสุ่มสี่สุ่มห้าอันตรายเหมือนกัน ปรากฏว่า เช้าวันที่ 4 ผู้เขียนลางานมาเพื่อเตรียม present รายงานหน้าห้องในช่วงเย็นของวันนั้น ก็ได้ยินเสียงน้องหนุนร้องจึงเดินตามหาตามที่มาของเสียง ก็เห็นว่าน้องหนุนติดอยู่บนระเบียงห้องนอนของห้องเช่าหน้าบ้านบนชั้น 3 จึงต้องรอให้คนเช่าห้องชั้น 3 เปิดประตูให้เพื่อไปรับน้องหนุน ไอ้เราก็คนนอกเขาห้ามเข้าไปจึงไม่กล้าเข้าไปยุ่งบริเวณภายในห้องเช่ามากนักจึงรอด้านนอกและให้คนที่ห้องเช่าช่วยเรียกแมวและให้ช่วยเอื้อมมือไปรับน้องหนุนแทน แต่น้องหนุนก็ไม่เอาใครจนผู้เขียนต้องขอเข้าไปรับด้วยตัวเอง จริงๆ ระเบียงระดับนั้นน้องหนุนกระโดดได้สบายนะแต่คงเป็นเพราะอดข้าวมา 3 วันจึงไม่มีแรงกระโดด อ้อ! ลืมบอกไปว่าหนุนไม่ชอบกินข้าวแต่กินอาหารแมวไม่รู้โตมาได้ยังไง พอเข้าบ้านก็ให้กินอาหาร ปรากฏว่า กินแบบตายอดตายอยากพอกินน้ำเสร็จ ก็นอนหลับในห้องนอนแม่ไปเลย แม่เห็นแล้วได้แต่สงสารนั่งลูบเนื้อลูบตัวน้องหนุมและบอกว่าแค่สามวันน้องหนุนผอมไปมาก 

       หลังจากที่น้องหนุนกลับมาอยู่บ้านแล้วก็หายร้องหงาวไปโดยปริยายพวกเราก็ดีใจมากว่าสบายหูเสียที ไม่อย่างนั้นนอนไม่หลับเพราะน้องหนุนร้องไม่หยุดจนนอนกันไม่เป็นสุข แต่ก่อนน้องหนุนจะไม่กินข้าวกินแต่อาหารเม็ดแต่หลังจากที่น้องหนุนกลับมาบ้าน น้องหนุนเริ่มกินข้าวได้ ผู้เขียนดีใจนึกว่าช่วงที่หายไปคนบนห้องเช่าคงให้น้องหนุนกินข้าว น้องหนุนหิวจึงกินเป็น ปลาทูน้องหนุนก็เริ่มชอบจึงดูเจริญอาหารเป็นพิเศษ ในที่สุดพวกเราก็ลงมติว่าน่าจะพาไปทำหมันนะเพราะจะได้เลี้ยงแมวแค่ตัวเดียวและน้องหนุนจะได้ไม่ออกเที่ยวอีก อีกทั้ง การเลี้ยงแมวในบ้านต้องซื้อทรายวิทยาศาสตร์มาให้น้องหนุนไว้อึ ไว้ฉี่ จะได้ไม่เหม็นบ้าน ถ้ามีลูกแมวเพิ่มมาอีกคงไม่ไหว แต่พวกเราก็เกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมาเพราะชักไม่แน่ใจว่าหายไปสามวันจะมีอะไรเกิดขึ้นกับน้องขนุนหรือไม่ ในที่สุดความจริงก็ปรากฏว่า น้องหนุนท้องเพราะท้องน้องหนุนโตเอา โตเอา ผ่านไปไม่กี่เดือนน้องหนุนก็ออกลูกมาในห้องนอนแม่นั่นล่ะเพราะไล่ให้ไปนอนที่อื่นก็ไม่ยอมไป จึงต้องให้น้องหนุนนอนในห้องเหมือนเดิมและวันที่น้องหนุนออกลูกน้องสาวและแม่ก็ไม่รุ้หรอกว่าน้องหนุนจะออกลูกวันไหนอาการทุรนทุรายก็ไม่มีจึงนอนหลับกันสบาย ปรากฏว่าประมาณตีหนึ่งของวันที่น้องหนุนออกลูฏจำได้ว่าวันที่ 25 พฤศจิกายน 2549  น้องสาวสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงลูกแมวร้องในห้องจึงเปิดไฟมองหาที่มาของเสียงเห็นน้องหนุนออกมาได้สองตัว ตัวที่สามกำลังจะออกคาก้นอยู่จึงไล่ลงจากเตียงให้ออกลูกที่พื้นหนุนก็ไม่ยอมจะออกลูกบนเตียงแม่เลยต้องยกเตียงนอนให้ แล้วหาผ้ามาปู โดนมีน้องสาวเป็นหมอตำแย ส่วนตัวผู้เขียนนอนบนบ้าน น้องสาวทำคลอดเสร็จก็ขึ้นมาปลุกว่า น้องหนุนออกลูกมาแล้วนะ ตัวผู้สองตัว ตัวเมียสามตัว น้องสาวตั้งชื่อว่า สมโชค เด่นชัย กำไร ขวักเงิน และขวักทอง       

        เวลาผ่านไปลูกของน้องหนุนโตขึ้นก็วิ่งไล่กวดกันไปมาในบ้านทำให้น้องสาวตามเก็บของในบ้านไม่ไหวเหมือนเลี้ยงเด็กสักห้าคนในบ้านของหล่นมาบ้าง เลอะเทอะบ้าง ในที่สุดความอดทนของน้องสาวก็สิ้นสุด จึงให้ลูกๆ และน้องหนุนนอนนอกบ้านได้แล้วเพราะโตๆ กันแล้ว น่าจะช่วยเหลือตัวเองได้ ถ้านอนในบ้านต้องใช้ทรายวิทยาศาสตร์จำนวนมากเพราะมีแมวตั้งหกตัวและช่วงหลังทรายวิทยาศาสตร์ก็เริ่มเอาไม่อยู่ มีกลิ่นอึ กลิ่นฉี่ของแมวในบ้านจึงต้องให้นอนนอกบ้านดีกว่า เป็นการประหยัดค่าทรายวิทยาศาสตร์ที่หมดเป็นพันบาทในแต่ละเดือน สิ่งสำคัญที่ผู้เขียนและคนในบ้านกลัว คือ กลัวทำหิ้งพระบนบ้านหล่นลงมาเพราะน้องหนุนก็สร้างวีรกรรมให้เห็นอยู่บ่อยๆ แต่พวกเราก็คอยดูนะว่าน้องหนุนและลูกๆ จะอยู่กันได้ไหมแต่เท่าที่เห็นก็อยู่ได้ คือ แม่อยู่ทาง ลูกอยู่ทาง แต่แปลกพอลูกแมวโต น้องหนุนจะไม่ให้ลูกเข้าใกล้เจอหน้าจะทะเลาะกันตลอด นี่อาจเป็นวิธีการให้ลูกหย่านมของน้องหนุนก็ได้ ทั้งที่ ตอนลูกแมวตัวเล็กๆ ใครเข้าใกล้ไม่ได้เลยแม้แต่น้องชายซึ่งนานๆ มาเที่ยวบ้าน น้องหนุนจะวิ่งตามไล่กัดขา โดยเฉพาะน้องหมาจะโดนตบตลอด คือ ในช่วงที่เลี้ยงลูกแมว น้องสาวไปเก็บลูกหมาในศาลยุติธรรมมาเลี้ยงเพิ่มอีกหนึ่งตัว พอเพลอลูกหมาจะโดนน้องหนุนตบจนเป็นไข้ขึ้นสูงทั้งที่ลูกหมาอยู่ในกรงรถเข็น น้องหนุนจะกระโดดลงไปในกรง แล้วก็ตบ ตบ จนน้องหมาป่วยไปเลย

       เมื่อลูกเหมียวทั้งห้าโตก็เริ่มเดินออกไปนอกรั้วบ้าน คงอยากไปดูโลกภายนอก จึงได้เรื่องเลย เมื่อมีคนอุ้มลูกแมวมาส่งและบอกว่า แมวตกน้ำ แต่แปลกที่ช่วงขาหลังลากเดินไม่ได้ ผู้เขียนต้องเช็ดตัวให้แล้วนวดขาเพราะพ่อสงสัยว่าคงเดินตกรั้วแล้วขัดยอก จึงพาไปหาหมอและได้ยามากินและหมอสันนิษฐานว่า เส้นประสาทที่สมองคงอักเสบกระทันหัน พวกเราก็ประคบประหงมกันไปได้สองสามวันก็มีเลือดออกมาจากจู๋น้องเหมียวจึงทำความสะอาดแล้วจะพาไปหาหมออีกครั้งปรากฏว่าไม่ทันพาน้องเหมียว(ชื่อสมโชค) ไปหาหมอก็จากเราไปเสียก่อน เสียดายมากตัวนี้สวยพอสมควรและจับจิ้งจกและแมลงสาบเก่งมาก ได้แต่เสียดายทุกครั้งเวลาที่เห็นลูกแมวที่เหลืออยู่ หลังจากวันนั้นไม่กี่วันเอาอีกแล้วมีคนอุ้มน้องเหมียวมาส่งอีกแล้วและบอกว่าตกน้ำเช่นกัน แต่คราวนี้มีคนเห็นว่าโดนน้องหมาหน้าบ้านไล่กัดแต่มีคนช่วยไว้ทัน จึงทำให้รู้สาเหตุว่าตัวแรกคงโดนแบบนี้แต่ไม่มีคนเห็นจึงคงโดนกัดแบบฟาดไปฟาดมาจนช้ำในตาย

       หลังจากวันนั้นก็ไม่มีลูกแมวตัวไหนเดินออกไปนอกบ้านอีกเลย คงเข็ด เนื่องจากน้องหมาในบ้านไม่กัด แต่หมานอกบ้านกัด แมวคงสับสนเพราะยังเป็นลูกแมวจึงยังแยกแยะไม่ถูก แต่สิ่งที่ผู้เขียนบอกว่าไม่น่าเชื่อก็คือ ไม่น่าเชื่อว่า บ้านของผู้เขียนจะเลี้ยงแมวได้เพราะที่บ้านเกลียดแมวกันหมดเป็นเพราะน้องหนุนตัวเดียวที่หลงทางมาจึงต้องเลี้ยงกันไปแบบค่อยๆ ศึกษาลักษณะนิสัยทั้งของทั้งแมวและน้องหมาว่าจะทำอย่างไรให้อยู่ร่วมกันได้

       เมื่อสองวันก่อนน้องสาวจับลูกแมวทั้งสี่อาบน้ำโดยใส่ยาฆ่าเห็บหมัด และยังไม่ล้างออกโดยน้องสาวใช้วิธีของการเลี้ยงสุนัขคือหมักยาไว้ก่อนให้เห็บ และหมัดตายก่อนแล้วค่อยล้างออก ปรากฏว่า น้ำยาเข้าสู่กระแสเลือดต้องพาไปหาหมออีกหมดไปเกือบพันบาท แต่ก่อนพาไปหาหมอน้องสาวกรอกน้ำมันพืชให้เด่นชัยกินก่อนเพื่อจะได้อ้วกสิ่งแปลกปลอมออกมาแต่กรณีนี้ใช้ไม่ได้กับน้องเหมียวเพราะพิษของยาเข้าสู่กระแสเลือดแล้วต้องให้น้ำเกลือเพื่อเจือจางพิษในร่างกาย พอให้น้ำเกลือเสร็จเจ้าเด่นชัยก็อ้วกสารพิษออกจากร่างกายแถมตัวพยาธิออกมาอีกจึงต้องเสียค่ายาฆ่าพยาธิอีกเพราะพวกเรายังไม่ได้ให้กินยาถ่ายพยาธิเลย นี่จึงเป็นประสบการณ์ของการเลี้ยงแมวซึ่งจะแตกต่างจากการเลี้ยงสุนัขพอสมควรเพราะแมวจะบอบบางกว่า อ่อนแอกว่า ดังนั้น การที่ให้กินน้ำมันพืชเพื่อให้อ้วกสิ่งแปลกปลอมออกมานั่นก็จะใช้ไม่ได้กับแมวแต่จะทำให้ลูกแมวตายเข้าไปอีกเพราะแมวไม่เหมือนหมายิ่งกินก็ยิ่งหายใจไม่ออกต้องพาไปหาหมอด่วน แล้วตัวนี้ก็เป็นตัวผู้ตัวสุดท้ายแล้วและมีลักษณะเป็นแมววิเชียรมาศถูกต้องตามตำราจึงน่าเสียดายมากหากเป็นอะไรไป และช่วงที่เด่นชัยไม่ป่วยเวลาที่เดินบนรั้วบ้านจะมีแต่คนเรียกเพื่อจะอุ้มเอาไปเลี้ยงกันทั้งนั้นต้องคอยดูกันตลอดกลัวหายแต่ก็ต้องให้นอนนอกบ้านเพราะถ้าเอามาเลี้ยงในบ้านตัวเดียวก็ลำเอียงไม่ยุติธรรมกับแมวตัวอื่นและเจ้าเด่นชัยลูกรักของผู้เขียนก็ชอบยื่นหน้ายื่นตาไปหาคนที่เรียก(เชื่องมาก) จนต้องคอยเรียกเด่นชัยเอาไว้เพื่อให้คนที่เรียกนอกรั้วบ้านรู้ว่าเจ้าของอยู่นะ อย่าขโมย

       นั่นล่ะ! ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า แต่ก่อนผู้เขียนและคนในบ้านเกลียดแมวกันมาก เคยได้ยินเพื่อนบอกว่าวันนี้อาหารแมวหมดต้องแวะซื้อก่อนกลับบ้าน ฟังแล้วได้แต่ส่ายหน้าว่าเลี้ยงทำไมกันแมว พอมาตอนนี้ผู้เขียนเป็นคนไปอุ้มมาเลี้ยงไม่รักก็ต้องรักเพราะเราเป็นคนไปหาภาระมาให้คนที่บ้านช่วยเลี้ยง ตอนนี้โดนน้องสาวต่อว่า ว่าตามใจแมวพอลูกแมวทั้งสี่เห็นผู้เขียนจะร้องเพื่อขออาหารตลอด คือ ผู้เขียนจะให้ไม่เป็นเวลาพอเจอก็ให้ แถมชอบอุ้มไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด น่ารักดีนะ ตัวเล็กๆ น่ารักดี โดยเฉพาะเจ้าเด่นชัย ตาออกจะส่อนๆ หน่อยๆ กระโดดเก้าอี้แต่ละทีตกเก้าอี้ตลอด แถมเสียงก็ยังกับแมวตัวเมียเสียงเพราะมาก ขณะที่สาวๆ สามตัวจะเสียงใหญ่ๆ ไม่น่ารัก จริงๆ นะไม่ได้ลำเอียงแต่เป็นแบบนี้จริงๆ อาจเป็นเพราะว่าเจ้าเด่นชัยเป็นแมวลักษณะดีจึงดูดีไปหมด ขนาดรถที่จอดอยู่ในบ้านโดนเจ้าเด่นชัยข่วนแทบทุกคันเพราะชอบป่ายปีนขึ้นไปนั่งกินลมชมวิวแต่บางทีปีนพลาดก็ข่วนรถเป็นแนวยาวตลอด ก็พูดไม่ออกไม่รู้จะทำยังไง ตีก็ไม่รู้เรื่องจึงได้แต่ทำใจและหาผ้ามาคลุมแทน จะลำบากเวลาจะใช้รถแต่ละทีต้องดึงผ้าคลุมรถออกเพื่อเอารถไปใช้ แถมบ่นมากก็โดนที่บ้านบอกว่าหรือจะเอาไปปล่อยวัดดีล่ะ จึงได้แต่เงียบแล้วภาวนาให้น้องเหมียวทั้งหลายเลิกกระโดดขึ้นรถเสียทีก่อนที่ผู้เขียนจะหมดความอดทนไปอีกคน

http://gotoknow.org/file/saisaard/view/76876

http://gotoknow.org/file/saisaard/view/76877

หมายเลขบันทึก: 94741เขียนเมื่อ 6 พฤษภาคม 2007 23:51 น. ()แก้ไขเมื่อ 31 พฤษภาคม 2012 12:38 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี