เช้ามืดดิฉันได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังข้างหู มือคว้าโทรศัพท์ขณะหลับตา แล้วค่อยๆลืมตาขึ้นมองดูเวลาในมือถือ ขณะนี้เวลา 04.40 น. ของวันที่ 4 พ.ค.50 ได้แล้วยินเสียงผ่านสายโทรศัพท์แว่วถามว่า ตื่นหรือยัง จากพี่เจี๊ยบ (แดนไท) ตื่นได้แล้วนะ ดิฉันก็บอกไปว่า ทำไมไปแต่เช้าจัง พี่เจี๊ยบก็ตอบกลับมาว่า "ไม่ได้หรอกต้องไปรับยะด้วยกว่าจะซื้อของเดี๋ยวไม่ทันนะ พี่จะกินกาแฟรอที่คอนโดนะ" ดิฉันได้แต่เพียงตอบไปเบาๆ ว่า "จ้า"
สิ้นเสียงจากพี่เจี๊ยบดิฉันก็หลับต่อประมาณ 5 นาที จิตใต้สำนึกบอกเราเองว่า อ๊ะ ตื่นก็ตื่น เดี๋ยวไม่ทัน ดิฉันลุกมาอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และขับรถไปหาที่เจี๊ยบที่คอนโด และไปรับพี่สุริยะที่หน้าเซเว่น
ทั้งสามคนก็ร่วมเดินทางโดนรถยนต์ส่วนบุคคลของพี่เจี๊ยบไปยังตลาดในเมืองมหาสารคาม ผู้คนพลุกพล่านต่างซื้อข้าวของที่ต้องการ เราสามคนซื้ออาหารใส่บาตร สำหรับนิสิตเรียนล่วงหน้า ซึ่งเราจะแบ่งออกเป็น 2 วัดด้วยกันคือ 1.วัดป่ากู่แก้ว 2.วัดป่าศุภมิตรฯ เมื่อได้ของครบ เราก็แยกย้ายกันไปตามจุดที่นัดหมายของแต่ละคน
ดิฉันต้องแยกทางจากทั้ง 2 ท่านนี้เพื่อกลับมายังวัดป่ากู่แก้ว ซึ่งอยู่หลังมอใหม่ โดยรถยนต์ของเพื่อนอีกคนหนึ่ง และทั้งสองท่านเดินทางไปยังวัดป่าศุภมิตรฯ ซึ่งอยู่ในเมือง ณ ตรงนั้น
เมื่อดิฉันและเพื่อนถึงวัดป่ากู่แก้ว นิสิตเรียนล่วงหน้าก็เดินทางมาถึงวัดพอดี โดยมีพี่พนัสเป็นคนรวบรวมพร้อมทั้งจัดนิสิตขึ้นรถไปยังวัดในแต่ละจุด ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 07.00 น. ขณะเดียวกันพระสงฆ์บิณฑบาตกลับมาถึงวัดพอดี ทุกคนต่างคนต่างใส่บาตร รับศีล รับพร กรวดน้ำ พร้อมทั้งทานข้าวร่วมกันและล้างถ้วนล้างชาม เกิดชาติหน้าจะได้หน้าตาดี อิอิ งานนี้ได้อิ่มบุญกันถ้วนหน้าจริงๆค่ะ









ถึงพี่บอน
ถึงพี่บอน เสียดายภาพไปทำบุญของนิสิตเรียนล่วงหน้า คือวัดป่าศุภมิตรฯ ไม่ได้ภาพมาให้ชมเลย เพราะมีปัญหาทางเทคนิค อาชีวะนิดหน่อย อิอิ บางคนง่วงนอน หลับบ้าง คงเพราะการตื่นแต่เช้า หรือว่าการฟังธรรมก็ไม่แน่ใจ อิอิอิ