ผมปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายครับ

สวัสดีครับ     บันทึกฉบับนี้เป็นเรื่องราวเหตุการณ์จริงที่เกิดกับตัวผมเองครับ       ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาผมกังวลกับการย้ายโรงเรียนของลูกสาวคนโตมากเลยครับ  เดิมเขาศึกษาอยู่โรงเรียนภายในอำเภอหนึ่ง ของจังหวัดพัทลุง  ซึ่งเป็นโรงเรียนวัดมาแต่อดีต  ระบบการศึกษาเป็นไปตามรูปแบบของกระทรวงศึกษาธิการ การเรียนการสอนไม่ได้แตกต่างอะไรมากนักกับโรงเรียนอื่นๆ เพียงแต่การแข่งขันระหว่างนักเรียนภายในโรงเรียนยังมีน้อย ใครที่พอจะเรียนได้ดีก็ไม่กระตือรือล้น ขวนขวายให้มากขึ้น  เอาเพียงว่าอยู่อันดับต้นๆก็เพียงพอแล้ว อันน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กที่มีความสนใจในการเรียนเริ่มลดความสนใจลง  แต่ที่สำคัญผมก็ยังยอมรับครับว่าอยู่ที่ตัวเด็กเอง     ผมลองประเมินการเรียนของลูกสาวตั้งแต่อนุบาล 1 ถึง อนุบาล 3 ซึ่งเรียนที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง  ผลการเรียนอยู่ในระดับดีมากตลอด 3 ปี  ทั้งทักษะการเรียนและทักษะความถนัด ความกระตือรือล้นในการเรียน  เป็นไปได้ครับว่าอาจเป็นเพราะเด็กที่เรียนที่นั่นมาจากหลายๆพื้นที่และผู้ปกครองทุกคนหวังให้เด็กได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ ทำให้เกิดการแข่งขันกันสูง แต่ก็คงเป็นเพียงปัจจัยเล็กๆปัจจัยหนึ่งเท่านั้น     ประถมต้น (ป.1 – 3)  ผมลองให้ลูกเข้าโรงเรียนใกล้ๆบ้านที่กล่าวข้างต้น ระดับการเรียนเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ จนทำให้ผมกังวลใจมากเลยครับ (ส่วนหนึ่งอาจเพราะผมเคยเรียนในโรงเรียนเอกชนซึ่งมีการแข่งขันสูงตั้งแต่อนุบาล  จนถึง ป.6)  พยายามคุยกับแฟนบ่อยๆครับว่าจะเอาอย่างไรดี อย่างนี้ต้องย้ายโรงเรียนแล้วนะ ไม่งั้นแย่แน่  สุดท้ายเลยตัดสินใจย้ายครับเพื่อเข้าเรียนต่อในระดับชั้น ป.4  ด้วยความตั้งใจจริงนั้นอยากให้ลูกได้เข้าโรงเรียนรัฐบาล แต่ด้วยความไม่ลงตัวของผมเองจึงจำเป็นต้องให้เข้าโรงเรียนเอกชนครับ ก็ได้แต่หวังว่าเขาคงจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นครับ     วันนี้ 3 พฤษภาคม 2550  เวลาประมาณ 07.20 น. ผม ลูก (น้องกะทิ ป.4) และหลานชาย อีก 1 คน (น้องซัน ป.1) มาถึงโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นวันแรกสำหรับการเปิดเทอมใหม่ของนักเรียนใหม่ที่กล่าวได้ว่ามาจากบ้านนอกคอกนาครับ  มาถึงเจอทั้งเด็กและผู้ปกครองเต็มไปหมด เด็กบางคนมาคนเดียว บางคนตัวเล็กลากกระเป๋าแบบมีล้อมาน่าเอ็นดูครับ  บางคนร้องไห้ บางคนหน้าตาไม่ค่อยสบายใจ บางคนจับมือผู้ปกครองไม่ยอมปล่อย  คณะครูทางโรงเรียนให้การต้อนรับและบริการดีครับ       ทางโรงเรียนกำลังอธิบายรายละเอียดที่สำคัญให้กับ นร.และผู้ปกครองฟังผ่านทางเสียงตามสายข้อความหนึ่งบอกให้ นร.ไปแลกชิฟ เพื่อใช้ในการรับประทานอาหารกลางวัน ผมยังงงเลยครับ นี่มันอะไรกันนี่ ไม่เข้าใจครับรู้เพียงแต่ว่าใช้แทนเงิน เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องจึงไปถามทางโรงเรียนครับ จึงได้รู้ว่าทางโรงเรียนมีนโยบายไม่ให้นักเรียนมีการใช้จ่ายเงินสดภายในโรงเรียนแต่ให้ใช้วิธีแลกชิฟมาใช้แทนครับ       วันนี้ นร.ใหม่ ต้องไปรอเข้าห้องเรียนที่โรงอาหารซึ่งทางโรงเรียนได้จัดไว้ให้ เพื่อสะดวกต่อการประสานงานและจัดระเบียบของนักเรียนใหม่  ผมส่งน้องซันที่ห้องเรียนแล้วพาน้องกะทิมาส่งที่โรงอาหาร ตอนนั้นผมสังเกตเห็นว่าน้องกะทิดูหน้าตาไม่ค่อยดี ขาดความมั่นใจ ไม่แจ่มใสเหมือนปกติ ผมให้นั่งรอในที่ๆทางโรงเรียนจัดไว้ให้แล้วผมบอกเขาว่าจะไปดูน้องซันหน่อย เขาก็พยักหน้ายิ้มแห้งๆ  ก่อนเดินออกมาครูแจ้งว่าให้ผู้ปกครองรอพบกับผู้ประสานก่อนหลังจากนักเรียนเข้าห้องเรียนแล้ว เพื่อชี้แจงรายละเอียดที่สำคัญ     ผมเดินออกมาด้วยความกังวลใจ ไม่ค่อยสบายใจกับอาการที่เกิดขึ้นกับน้องกะทิ  สักพักผมจึงเดินกลับเข้าไปบริเวณที่ใกล้กับนักเรียนใหม่นั่งอยู่ น้องกะทิพยายามหันหน้ามาและส่งสายตาพร้อมกับยิ้มแห้งๆเหมือนเดิม หลังนักเรียนทำกิจกรรมหน้าเสาธงเสร็จ ต่างแยกย้ายกันเข้าห้องเรียน น้องกะทิต้องเดินขึ้นบันไดไปเรียนชั้น 4  ผมเหลือบเห็นเขากำลังคุยกับนักเรียนใหม่ด้วยกัน ทำเอาผมใจชื้นขึ้นมาเยอะเลยครับ     บ่ายของวันนั้นแม่ของผมโทรมาถามถึงน้องกะทิว่าเป็นงัยบ้างกับการเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งใหม่  ช่างเป็นความรู้สึกที่ผมไม่สามารถบอกกับใครได้ครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น หลังคำพูดของแม่จบลง  ผมปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายครับ พูดไม่ออก ภาพที่ผมเห็นน้องกะทิเมื่อเช้านี้มันทำให้ผมเป็นห่วง สร้างความกังวลใจให้ผมมากกว่าความกังวลใจกับระดับการเรียนที่แย่ลงของน้องกะทิเป็นหลายเท่า ทำเอาแม่ของผมเองต้องพลอยร้องไห้ไปกับผมด้วย แต่แม่พยายามปลอบใจผมว่า ลูกไปเรียนหนังสืออย่าคิดมากเดี๋ยวเขาก็คงปรับตัวได้       คำถามที่แม่ถามนั้นหากเป็นคนอื่นถามผมคงไม่ได้คิดอะไรหรือกระทบจิตใจผมหรอกครับ เหมือนรู้ว่าตอนที่แม่ไปส่งผมไปโรงเรียนแม่คงต้องมีความรู้สึกเหมือนผม กังวลและทรมานใจเหมือนกัน  ความผูกพันที่เกิดจากความรักของพ่อแม่กับลูกนี้ มันช่างเป็นสิ่งมหัศจรรย์เสียเหลือเกิน  ไม่ทราบเหมือนกันว่าใครมีความรู้สึกเหมือนกับผมบ้างหากเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับคุณ