GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

โอย..โย่โหย

มนุษย์จะไม่ยอมนิ่งอยู่กับที่ เพราะถ้ามนุษย์นิ่งอยู่กับที่ มนุษย์นี้จะแตกต่างอะไรกับปลาตายที่ลอยไปตามสายน้ำไหลเอื่อย คำถามที่ตามมาคือ ทำไมมนุษย์ไม่ยอมนิ่งอยู่กับที่ ทั้งที่รู้สิ่งที่ทำไปนั้นไม่นานก็สูญหาย ถ้าไม่สูญหายก็อาจพินาศไปตามกาลเวลา คำตอบคือ "ไม่รู้" ที่รู้คือ "นิ่งอยู่ไม่ได้" ต้องเดิน เดิน และเดิน จนกว่าจะหมดลม

เช้าวันนี้ ผมไม่สามารถจะเดินทางไปร่วมประชุมกับกลุ่มการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาองค์กรการเงินชุมชนได้ เพราะผมมีภารกิจหลักที่ต้องทำ หากไม่ทำอาจกระทบต่อความรู้ของผมเองและบุคคลรอบข้าง มีนักศึกษาอย่างน้อยเกือบร้อยชีวิตที่รอผมอยู่ใน ๒ ช่วงเวลาคือ ๐๘.๓๐-๑๑.๑๐ น. และ ๑๓.๐๐-๑๕.๓๐ น. ยอมรับว่า มีความรู้สึกผิดอยู่กับการไม่ไปกับคณะวิจัยตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ งานนี้ผู้ที่รับภาระหนักคือ เบียร์คุง

เมื่อวาน ผมได้ไปร่วมฟังการรายงานผลการวิจัยรอบที่ เบื้องหลังการถ่ายทำพบว่า บางกลุ่มวิจัย เพิ่งส่งเอกสารก่อนการรายงานเพียงไม่กี่นาที เบียร์ได้ให้ผมวางมือลงบนเอกสาร โอย..โย่โหย ยังอุ่นอยู่เลย อย่างนี้แหละถึงจะกินอร่อย เพิ่งยกออกจากกะทะตะกี้นี้เอง การทำงานกับชุมชนจะบอกว่าเป็นเรื่องง่ายก็ง่าย จะบอกว่าเป็นเรื่องยากก็ยาก แต่หัวหน้าทีมวิจัยของผม ดูเหมือนชอบเหลือเกินกับการทำงานกับชุมชน ต่อไปก็คงจะเป็นพระแม่เบียร์ แต่กว่าจะถึงวันนั้น คงต้องใช้เวลา และความพยายามอีกจนตลอดชีวิต เบียร์เล่าให้ฟังว่า รู้สึกตื่นเต้นกับการต้องออกไปรายงานต่อหน้าคนมากๆ ครั้งแรกคิดว่า ๓๐ นาที มันเป็นเวลาที่มากเกินไป แต่ทำไปทำมา ล่วงเลยไปกว่า ๓๐ นาที นี่ขนาดไม่ได้เตรียมข้อมูลมาเท่าไรเลยนะ หากเตรียมความพร้อมมา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ล่ะ เป็นเรื่องแน่ แต่ละกลุ่มเริ่มทยอยกันรายงานโดย อ.ภีมเป็นผู้เชิญ และถูกตั้งข้อสังเกตโดยผู้ทรงความรู้หรือผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านงานนี้มาแล้วจำนวนหนึ่ง อ.ภีม จะให้เกียรติกับทุกคนที่เข้ามาร่วมฟังรายงานการวิจัย โดยให้บุคคลเหล่านั้นได้มีโอกาสพูด แสดงความคิดเห็นได้ตามอัธยาศัย เรื่องราวผ่านไปด้วยความเข้มข้น ประมาณ บ่ายสามโมงกว่า ผมรู้สึกว่า ในสมองผมมีเส้นกระตุกตุ๊บๆๆๆ ตอนนี้เป็นเวลาที่ผมรู้สึกเสียดายชีวิตจัง ข้อมูลดิบต่างๆ ที่แต่ละกลุ่มรายงานให้ฟัง ห้องหัวใจของผมปิดเสียแล้ว มันทรมานมาก มันมืด ตื้อ ตึ๊บ แต่ก็พยายามหาวิธีผ่อนคลาย คงไม่ใช่ผมคนเดียวกระมัง เพราะสิ่งที่ผมเห็นคือ แต่ละคน หลายคน เริ่มเดินออกจากห้องน้ำ และคงคิดในใจว่า จะอ้างที่ประชุมว่าไปห้องน้ำ (ผมกล่าวหาเขา เพราะผมก็คิดจะใช้เหตุผลนี้เป็นข้ออ้างให้กับตัวเองเหมือนกัน.. แต่ผมก็ไม่ออกจากห้องประชุมจนกว่าจะเลิกประชุม) และวันนี้เองที่ทำให้ผมคิดถึงห้องเรียนที่ผมตั้งใจสูงสุดจะมอบสิ่งดีๆ ให้กับเขา เนื่องจากวิชาที่ผมรับผิดชอบเป็นวิชาบรรยาย แต่ก็ไม่ได้หมายว่าผมจะไม่ใช้กิจกรรมเข้ามาเสริมการเรียนรู้ สัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง เป็นสัปดาห์ที่ผมรับผิดชอบบรรยาย เหลืออีก ๕ นาที จะสิ้นสุดเวลาตามตาราง (เลิกเรียนวิชานี้เวลา ๑๑.๑๐ น.) ผมก็ยังทำหน้าที่ของผมต่อไป นักศึกษาคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า "จะสอนเอาเหรียญทองหรือ" ผมได้แต่อึ้งในใจและพูดแก้เขินไปตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด นักศึกษาคนนี้อาจจะเป็นเสียงหนึ่งในบรรดาเสียงทั้งหลาย แต่ก็ไม่ได้หมายว่านักศึกษาทุกคนจะเป็นเหมือนเขา เป็นเรื่องที่ดีที่เขาบอกออกมาตรงๆ เพราะอย่างน้อยนัยที่เราจะรู้คือ เขาเหนื่อยกับการฟังแล้ว แม้ฟังต่อไปก็ไม่ได้อะไร วิธีการที่ดีน่าจะเป็นการเปลี่ยนอิริยาบถ แต่ผมก็ตัดสินใจเลิกเรียนก่อนเวลา ๕ นาที ดังนั้น ในห้องประชุมนั้นเอง ผมจึงคิดได้ว่า แม้เราจะทุ่มเทเพียงใด เมื่อน้ำเต็มล้นโอ่ง ต่อให้ใส่ลงไป ก็ทะลักออกมานอกโอ่งอยู่ดี เสียดายจัง วันนี้เป็นวันที่ผมเก็บสาระได้น้อยจริงๆ อย่างไรก็ตาม จากการประชุมเพื่อรายงานการวิจัยนั้นทำให้ผมเห็นว่า

   ๑.  แต่ละกลุ่มแต่ละคนพยายามทำสิ่งที่รับปากไว้ให้สำเร็จลุล่วงเท่าที่ความสามารถจะมีและจะพยายามทำให้เหนือกว่าความสามารถที่ตนเองคิดว่ามีอยู่

   ๒. เป้าหมายหลักของงานวิจัยคือการพัฒนาให้คนเข้าใจกันและกัน เปิดรับความเห็นและนำความเห็นที่ประสบความสำเร็จแล้วมาพัฒนากลุ่มหมู่บ้านของตน ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือ หมู่บ้าน

   ๓. ทำงานให้สนุกเป็นสุขเมื่อทำงาน ทุกคนมีความเสียสละเป็นอย่างยิ่ง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 8522
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

ขอบคุณคะ