ดิฉันเห็นบันทึกข้อความเรื่อง การรายงานผลการปฏิบัติงานเพื่อประเมินความดีความชอบครั้งที่ 1 แล้วนึกยิ้มชื่นใจว่ามหาวิทยาลัยได้พยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้เกิดความยุติธรรมที่สุด ในการพิจารณาความดีความชอบ


ดิฉันอ่านโจทย์ที่เหมือนการเติมคำในช่องว่างทีละช่องด้วยความมั่นใจ งานผลิตบัณฑิต งานสอน ดิฉันจะเขียนตามความเป็นจริงตามที่ได้ทำ งานนิเทศ ดิฉันก็มีรออยู่ล้นมือ ที่ว่างเท่านี้เห็นจะไม่พอเขียน


งานกิจการนักศึกษา ทำให้ความมั่นใจของดิฉันสั่นคลอนเล็กน้อย เพราะดิฉันเคยไปประกาศก้องกับนักศึกษาทุกรุ่นว่า ถ้าไม่ตั้งใจทำงานให้เต็มที่ อย่าใส่ชื่อครูเป็นที่ปรึกษาเชียว ครูจะช่วยเต็มที่ แต่อย่าใส่ชื่อครู! ดิฉันมั่นใจว่ากฏเหล็กนี้ นักศึกษาจะไม่กล้าฝ่าฝืน แล้วก็สมใจ เพราะเด็กไม่เคยใส่ชื่อดิฉันเป็นที่ปรึกษาเลยแม้แต่งานเดียว


งานอื่นๆมีอีกหลายช่อง หลายงาน งานศึกษาดูงาน งานโครงการพิเศษ งานอื่นๆ โปรดระบุ...

เอ..... ดิฉันไม่ได้ทำอะไรสักอย่างที่ตรงกับชื่องานเหล่านี้เลยหรือ?

ดิฉันให้หวั่นใจด้วยความรู้สึกว่า ถ้านับเป็นคะแนนหรือนับเป็นช่องแล้วต้องมีทุกช่อง เหมือนต้องตอบทุกช่องในข้อสอบ ถ้าไม่ตอบครูไม่ให้คะแนน ดิฉันจึงต้องพยายามคิดหาเรื่องมาตอบให้เข้ากับโจทย์ให้จงได้ แต่ตอบไปแล้วก็ให้หวั่นใจอยู่ดี


งานวิจัย ดิฉันไม่ลงมือทำ งานแปล แต่งและเรียบเรียงหนังสือ ดิฉันก็ทำแบบกระท่อนกระแท่น งานปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยี ดิฉันทำเป็นแค่เขียนป้ายติดหน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ เตือนใจให้คนที่ใช้เครื่อง มีมารยาทรู้จักคิดถึงคนอื่น ส่วนคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีอื่นๆนั้น ดิฉันไม่ค่อยสนิทด้วย

สั่งอย่างมันกลับทำอีกอย่าง ดิฉันเลยเลิกคบ งานบริหาร ดิฉันทำไม่เป็น งานบริการก็จับฉ่าย มีมากมายแต่ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน.... เพราะดิฉันไม่ใช่คนเก่ง


หากแต่งานที่ดิฉันตั้งใจทำ ทุ่มใจทำ มันกำหนดเป็น ชั่วโมงต่อวัน ไม่ได้ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไม่ได้ สัปดาห์ต่อภาค ก็ไม่ได้


การเพียรฝึก เพียรสร้าง เพียรสั่งสม อบรม สั่งสอนให้เป็นคนดี มีความเป็น มนุษย์ ที่ดีของสังคมในภายหน้านั้น มันเป็น Uncountable Thing เป็นจำนวนนับไม่ได้

......แล้วก็เสียเวลาชะมัดเลยด้วย.....


ดิฉันบอกเด็กๆเสมอว่า ครูไม่ได้แต่งงานจนทุกวันนี้ก็เพราะพวกหนู พวกเธอฮาครืน... บอกดิฉันว่า ถึงไม่มีพวกหนู..ครูก็ไม่ได้แต่ง ...น่าน...!


ดิฉันไม่โกรธนักศึกษา แต่โมโหตัวเองว่าไร้ความสามารถ ทำมาทั้งปี ทำได้แค่งานเดียว ไม่มีหลักฐาน ไม่มีพยาน ไม่มีอะไรทั้งสิ้น เมื่อต้องแสดงหลักฐานด้วยการบ่งชี้เป็นเบื้องต้นดังนี้ จึงไม่รู้จะเอาอะไรมาเขียน เพราะโจทย์ที่ให้ ไม่ตรงกับ..งาน.. ตามความเป็นจริงที่ดิฉันทำ


และที่สำคัญก็คือ ครูจำนวนมากในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ทำ..งาน..ที่นับไม่ได้นี้มาก่อนดิฉัน ท่านเหล่านั้นตอบโจทย์ได้ทุกข้อ แล้วก็ยังทำ..งาน..เช่นที่ดิฉันว่านี้ได้ดีอย่างไม่มีที่ติ


ดิฉันกลัวภาระงานไม่ครบ อายที่จะบอกว่าดิฉันทำอยู่งานเดียวที่มุ่งมั่น ตั้งใจ ..ทำด้วยหัวใจทั้งดวง.. แล้วก็มีความสุขเหลือหลาย แม้ว่างานนี้จะเอาเวลาของดิฉันไปเกือบทั้งชีวิต เพราะมันนับเป็น หนึ่ง สอง สาม ไม่ได้ เอาหลักฐานมาให้ดูไม่ได้ ถึงให้ดูแล้วก็นับไม่ค่อยได้ เพราะไม่รู้จะเอาหน่วยอะไรมานับ


เมื่ออนุวัฒน์(นามสมมุติ) ไม่มีค่าเทอม ดิฉันให้แกไปห้าร้อย รู้ว่าไม่ได้คืนแน่แต่ก็เต็มใจให้ จะนับเป็น 500 คะแนนหรือ


เมื่อน้องออยล์ (นามสมมุติ) อกหัก พร้อมกับที่พ่อแม่หย่ากัน ร้องไห้มาหาดิฉัน ดิฉันเหน็ดเหนื่อยกับการปลอบโยนและชี้ให้เห็นว่าชีวิตครอบครัวนั้นเป็นเช่นนี้ ส่วนเรื่องอกหักนั้นก็ขอยืนยันว่าป้ายหน้ายังมี (ดูครูเป็นตัวอย่างซี) แล้วก็ไล่แกกลับไปเรียน ..น้องออยล์แฮปปี้เรียนดีสนุกสนาน จะนับเป็นกี่คะแนนดี


เมื่อนักศึกษากลุ่ม 2 กับกลุ่ม 7 ในภาควิชาของดิฉัน แทบจะตีกันสิ้นชีวิต เพียงเพราะแบ่งงานกันไม่ลงตัว ดิฉันคิดออกแบบการสื่อสารอย่างละเอียดรอบคอบ แล้วขึ้นแท่นวางแผนเทศนาติดต่อกันทั้งเทอมจนน้ำตาร่วงไปทั้งสองกลุ่ม หันมาสามัคคีร่วมกันจนกิจกรรมดีเด่นทั้งห้อง กลายเป็นโรคกิจกรรมดีเด่นติดต่อไปถึงรุ่นน้อง ต่อเนื่องมาจนบัดนี้ จะนับเป็นกี่คะแนนดี


เมื่อเห็นขยะ ดิฉันเก็บโชว์ สอนให้เก็บ สาธิตการเก็บขยะฟรีตัวตัวทั่วมหาลัย ไม่เลือกวัน เวลา และสถานที่ (เก็บทันทีเมื่อนึกออก) จะนับเป็นกี่คะแนนดี


ฯลฯ ของงานที่ดิฉันทำ เป็นงานเล็กๆของครูธรรมดา 1 คน ที่ทำ Port Folio ไม่ได้ เพราะไม่เข้ามาตรฐานภาระงาน ISO ใดๆในโลกนี้


ดิฉันจึงอ่านข้อความในแบบรายงานผลความดีความชอบด้วยความมั่นใจที่หดสั้น ถ้าการรายงานผลนี้เป็นการนับคะแนน ก็แสนจะไม่ตรงจุด ไม่ตรงโจทย์ ..ข้อมูลที่ดิฉันจะเขียนก็หดจนสั้นกุดจุ๊ดจู๋ ถ้าเป็นกางเกงคงไม่มีใครกล้าใส่เดินโชว์


ดิฉันรักมหาวิทยาลัยและไม่เดือดร้อนกับ 0 หรือ 2 ขั้น แต่งานเล็กๆที่ดิฉันตั้งใจทำทุกวัน นับเป็นภาระงานไม่ได้ ไม่ตรงตามนโยบาย ไร้ซึ่งความเป็นนักวิชาการ ...ดิฉันหวั่นใจ เพราะดูเสมือนตนเองเป็นบุคคลไร้ความสามารถ หมดความหมาย และไม่ได้แต่งงาน !


ช่างเป็นชีวิตที่รันทดอะไรเช่นนั้น !

ดิฉันเดินหงอยๆไปที่เซ็นชื่อประจำวัน หยิบเอกสารในช่องจดหมายที่วันนี้ดูหนากว่าปกติ ดิฉันสะบัดดู มีไปรษณียบัตรร่วงลงมาฉบับหนึ่ง พลิกอ่านเห็นลายมือโย้เย้เขียนว่า

อาจารณ์........ที่เคารพ
ผมได้งานแล้ว ถึงเป็นอนุปริญญาแต่ก็มีงานทำ ผมมุ่งมั่นตั้งใจจริงตามที่อาจารณ์สอน    ตอนนี้ขับรถให้สำนักงาน (โย้เย้อ่านไม่ออก) และพิมพ์งานที่เขาใช้ ผมปลูกผักขายด้วย         ไม่เป็น..ลูกจ้างตลอดชีวิตไม่คิดทำเอง… เหมือนที่อาจาร์สอน ผมคิดถึงอาจารย์ ถึงได้เขียนไปรษณีมา ขอบคุณที่สอนให้ผมเป็นคนดี ขอให้อาจาร์ได้แต่งงานเร็วๆ
เคารพ
(โย้เย้อ่านไม่ออก)

ปล.ทุกสิ่งที่อาจารย์สอนมีค่าต่อชีวิตผม


ดิฉันอ่านไปรษณียบัตรจบแล้วก็เดินยิ้มกริ่ม ยิ้มกริ่ม ตลอดทางไปคณะ เพื่อนทักถามว่าถูกหวยมาหรือ

ดิฉันได้แต่ยิ้มกริ่มตอบไป หัวใจมันยิ้มกริ่ม ยิ้มกริ่ม ตลอดวัน


โจทย์ของท่าน ดิฉันตอบไม่ได้ แต่คำถามของดิฉัน มีคนตอบแล้ว...


......มีคนตอบดิฉันแล้ว ! ……

ที่มา  เว็บไซต์วิชาการด็อตคอม กระทู้  การรู้เท่าทันการสื่อสาร   ความเห็นเพิ่มเติมที่ 120  (10 ก.ย. 2549)