ก่อนอื่นขอแบ่งปันแนวคิดการจัดการความรู้แบบ Community of Practice - CoP หรือชุมชนนักปฎิบัติ เป็นชุมชนที่มีการรวมตัวกัน หรือเชื่อมโยงกันอย่างไม่เป็นทางการ โดยมีลักษณะดังนี้ o ประสบปัญหาลักษณะเดียวกัน o มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากกันและกัน o มีเป้าหมายร่วมกัน มีความมุ่งมั่นร่วมกัน ที่จะพัฒนาวิธีการทำงานได้ดีขึ้น o วิธีปฏิบัติคล้ายกัน ใช้เครื่องมือ และภาษาเดียวกัน o มีความเชื่อ และยึดถือคุณค่าเดียวกัน o มีบทบาทในการสร้าง และใช้ความรู้ o มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกัน อาจจะพบกันด้วยตัวจริง หรือผ่านเทคโนโลยี o มีช่องทางเพื่อการไหลเวียนของความรู้ ทำให้ความรู้เข้าไปถึงผู้ที่ต้องการใช้ได้ง่าย o มีความร่วมมือช่วยเหลือ เพื่อพีฒนาและเรียนรู้จากสมาชิกด้วยกันเอง o มีปฏิสัมพันธ์ต่อเนื่อง มีวิธีการเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่สายในทางสังคม o ทำให้เพิ่มพูนความรู้ที่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ วิธีการนี้ทำให้ฉันนึกถึงการรวมตัวกันในกลุ่มคนที่สนใจการถ่ายรูป ในกลุ่มอาจจะมีผู้ที่มีความชำนาญหลายด้าน บางคนเป็นหมอ บางคนทำงานบริษัท บางคนทำราชการ นักศึกษา หรือ อื่นๆ แต่ทุกคนมีความสนใจในกิจกรรมถ่ายรูปเหมือนกัน บางคนมีความชำนาญด้านการถ่ายรูปมาหลายปี แต่บางคนอาจจะเข้ามาสนใจเป็นครั้งแรก ในชุมชนนักปฏิบัติกลุ่มนี้จะมีการแลกเปลี่ยนกันตั้งแต่ ความรู้ที่เกี่ยวกับกล้องถ่ายรูป สามารถแนะนำได้ว่าควรพิจารณาด้านใดบ้างในการซื้อกล้อง ควรซื้อรุ่นไหนแบบใด ให้เหมาะกับความต้องการของผู้ใช้ ซึ่งเราจะพบว่าเป็นการถ่ายทอดเทคนิค หรือ ความรู้จากประสบการณ์ ซึ่งเข้าถึงความต้องการได้อย่างแท้จริง ชัดเจน ด้วยเวลาอันสั้น ซึ่งแตกต่างจากการอ่านหนังสือ หรือ การฟังบรรยายที่มีการสื่อสารเพียงด้านเดียว ในขั้นตอนถัดมา สมาชิกในกลุ่มก็อาจมีการแลกเปลี่ยนทักษะในด้านการปฏิบัติ เทคนิคการถ่ายภาพ ฉันเป็นหนึ่งที่ชอบการเรียนรู้โดยการปฏิบัติ ซึ่งเทคนิคบางอย่างอาจเป็นเทคนิคเฉพาะบุคคล ซึ่งเป็นการดึงเอาความรู้แบบ Tacit มาใช้อย่างแท้จริง ในกลุ่มอาจมีการดำเนินกิจกรรมอื่นๆ เช่น การจัดทำเว็บไซด์ เป็นที่รวมผลงาน แลกเปลี่ยนภาพสวยๆกันหรือ การรวมตัวกันเพื่อจัด Trip ไปถ่ายรูปยังสถานที่ต่างๆ สัปดาห์ละครั้ง เดือนละครั้ง ทำไมฉันถึงประทับใจหรือชอบวิธีตามแบบ COP เพราะนอกจากเราจะได้แบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์จากการทำงานกันจริงๆแล้ว วิธีการนี้ยังช่วยให้เกิดความใกล้ชิด ความสัมพันธ์ จากบุคคลที่มีความพอใจ และพื้นฐานที่ใกล้เคียงกัน ลักษณะที่ไม่เป็นทางการจะเอื้อต่อการเรียนรู้ และการสร้างความรู้ใหม่ๆ มากกว่าโครงสร้างที่เป็นทางการการเรียนรู้ ทำให้ทราบถึงวิธีการทำงานทั้งที่ได้ผล และไม่ได้ผล สร้างความรู้ และความเข้าใจได้มากกว่าการเรียนรู้ จากหนังสือ หรือการฝึกอบรมตามปกติ มีความรู้อย่างหนึ่งที่เราหาไม่ได้จะการอ่านหนังสือ นั้นก็คือการทำความเข้าใจ ในตรรกะ หรือวิธีคิดของคนอื่น ซึ่งฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งวิเศษที่ได้ค้นพบ ได้เข้าใจวิธีคิด นั่นแสดงว่าเราชื่นชอบและเกิดการดึงเอาประสบการณ์ขอใครคนหนึ่ง มาประยุกต์ใช้กับชีวิตที่มีค่าของเรา ภายหลังที่ได้ตกตะกอนความคิดนั้นแล้ว ปัญหาเกี่ยวกับ COP ??? ในมุมมองของฉัน การรวมกลุ่มส่วนใหญ่จะมีผู้ก่อตั้ง หรือที่เราเรียกแบบกันเองว่า ตัวตั้งตัวตี หากกลุ่มไม่มีโครงสร้างที่ชัดเจน เมื่อผู้นำกลุ่มต้องออกจากกลุ่มไป อาจทำให้กลุ่มหรือชุมนุมล่มสลาย หรือ ขาดการแลกเปลี่ยนความรู้ได้