Text & Photo : Ka-Poom

……………………………………………………………………………………………. <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">———-> ชื่อเรื่อง…อาจจะฟังดูแปลก หรืออาจจะไม่แปลกก็ได้…แต่นี่คือความจริง..ของชีวิต</p>

อ้าว !!.. ไหนว่า..เป็นคนรักสุขภาพ ทานอาหารเพื่อสุขภาพล่ะ...

นั่นน่ะสิ ...ไฉนเป็นเช่นนี้ไปได้

  ทุกวันนี้ก็ยังทานผักไม่ค่อยได้...โดยเฉพาะผักสด...

งั้น...กะปุ๋มก็สร้างภาพน่ะสิ ...  

.........................................................

ตั้งแต่เด็กเท่าที่จำความได้ ไม่ทานผักค่ะ ปฏิเสธ ผัก ทุกอย่าง...โตขึ้นมาได้ด้วย ข้าวกับหมูยอ หรือ ไม่ก็...   ไก่ย่าง

  วนเวียนอยู่ไม่กี่อย่าง...จนแม่กับพ่อต้องพาไปหาหมอ...เพราะตอนเล็กๆ จะผอมมากและค่อนข้างเลือกทานอาหาร ผลไม้ก็ไม่ทาน ผักก็เขี่ยทิ้ง...เป็นอยู่อย่างนี้จนโต และโตมาก็ทานได้ไม่กี่อย่าง...ทานได้ก็ ข้าวผัดกะเพรา ข้าวคลุกกะปิ ... ข้าวหมูทอด ... และที่ชอบ มาอย่างสม่ำเสมอ คือ ปลานึ่งแจ่ว ที่ย่าบุญชูทำเป็นประจำให้ทานเวลาที่พ่อกับแม่ไปฝากท่านเลี้ยงเรา  

ทุกวันนี้..ผักสดก็ยังทานไม่เก่ง แต่ทานได้มากขึ้น

  ................................................................................................

เพราะอะไร...จึงเกิดจุดหักเหของ ชีวิตและวิถี

................................................................................................

  ----------> ก็เพราะอ่านมากขึ้น... ศึกษามากขึ้น ศึกษาในที่นี้ไม่ได้หมายถึง เรียนหลายปริญญานะคะ แต่หมายถึง พยายามหาคำตอบให้แก่ ชีวิต ...  

มีความสงสัยให้กับตนเองว่า...  

เรามีชีวิตอยู่ไปทำไม

  เราเกิดมาทำไม

ตายแล้วเราไปไหน ... วนเวียนอยู่อย่างนี้มาหลายปี... อาจนับได้ว่าตั้งแต่เด็ก มักครุ่นคิดอยู่กับเรื่องนี้ และพยายามหาคำตอบด้วยตนเอง...เพราะแม้จะถามหรือมีใครบอก ก็ได้แต่เป็นเพียงการรับรู้เท่านั้น แต่นั่นสำหรับตนเองก็ยังเกิดความรู้สึกที่ ไม่เข้าใจ    

ทุกวันนี้...อย่างน้อยสิ่งหนึ่งพอเข้าใจอะไรเพิ่มมากขึ้นอีกนิด   

นั่นคือ เรา...ต้องมีหน้าที่ต่อ ชีวิต ชีวิตในที่นี้หมายถึง ชีวิตเรา เราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดและเป็นไปในทุกอย่างในชีวิตเราทั้งดีและไมดี เราไม่สามารถที่จะให้ใครมารับผิดชอบแทนเราได้ นอกจากตัวเราเอง ถึงแม้ว่า ณ วันหนึ่งเราไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ทางกายภาพ เช่น เราเป็นอัมพาต แต่เราก็ยังคงต้องรับผิดชอบต่อชีวิตเรา ดูแลร่างกายและจิตใจตามสภาพที่เหลืออยู่   

แล้วมาเกี่ยวอะไรกับการทานผัก และปรับวิถีชีวิตให้เข้าใกล้ความ สมดุล มากขึ้น...  

----------> ก็เพราะสืบเนื่องมาจากแนวคิด เรื่อง ความรับผิดชอบต่อชีวิต...นี่แหละที่ทำให้ได้คิดว่า เราน่าจะให้อะไรดีดี ต่อตนเอง และ พอดี สำหรับตัวเรา... ในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ ซึ่งเราไม่ทราบได้ว่าเราจะตายไปเมื่อไหร่ อีกหนึ่งวินาทีข้างหน้า หรืออีกหนึ่งชั่วโมง หรืออีกหนึ่งวัน... ไม่มีใครทราบได้ ดังนั้น จึงไม่อยากที่จะผลัดวันประกันพรุ่ง อยากจะลองทำบางสิ่งบางอย่าง ที่มีใครอีกหลายคนบอกไว้ ว่ามันดี จึงอยากรู้ว่ามันดีจริงหรือไม่.. จากการปรับชีวิตเข้าสู่วิถีธรรมชาตินี้...   ลองทำไปทำมา

ลองผิดลองถูก... ตามสูตรบ้าง ไม่ตามสูตรบ้าง  

----------> พยายามหาจุดที่เป็น ความพอดี สำหรบตนเอง ซึ่งความพอดีนี้ต้องไม่เบียดเบียนตนเอง...ให้ต้องเดือดร้อน และไม่เบียดเบียนผู้อื่น ผู้อื่นในที่นี้หมายรวมทุกสรรพสิ่ง...ไม่ได้เฉพาะเจาะจงเฉพาะ คน เท่านั้น คือ พยายามให้เกิดความเบียดเบียนน้อยที่สุด จะว่าไม่เบียดเบียนเลยก็ไม่ได้... แต่เลือก เบียดเบียน ให้น้อยลง...  

จึงเป็นที่มาที่ไป...ของ ชีวิต ที่เข้าสู่วิถีธรรมชาติมากขึ้น

ทดลองทำ...แล้ว ผล..ดีต่อตัวเองจริง... แต่อาจไม่ดีสำหรับคนอื่นก็ได้... ท่านต้องพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง...  เท่านั้นถึงจะรู้ได้ว่า ดี หรือ ไม่ดี   

</span><p></p>