ติดต่อ

  ติดต่อ

วิถี <23> : Ka-Poom ไม่ชอบทานผัก

  พยายามหาจุดที่เป็น “ความพอดี” สำหรบตนเอง ซึ่งความพอดีนี้ต้องไม่เบียดเบียนตนเอง...ให้ต้องเดือดร้อน และไม่เบียดเบียนผู้อื่น   

 

  Text & Photo : Ka-Poom

……………………………………………………………………………………………. <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">———-> ชื่อเรื่อง…อาจจะฟังดูแปลก หรืออาจจะไม่แปลกก็ได้…แต่นี่คือความจริง..ของชีวิต</p>

อ้าว !!.. ไหนว่า..เป็นคนรักสุขภาพ ทานอาหารเพื่อสุขภาพล่ะ...

นั่นน่ะสิ ...ไฉนเป็นเช่นนี้ไปได้

  ทุกวันนี้ก็ยังทานผักไม่ค่อยได้...โดยเฉพาะผักสด...

งั้น...กะปุ๋มก็สร้างภาพน่ะสิ ...  

.........................................................

ตั้งแต่เด็กเท่าที่จำความได้ ไม่ทานผักค่ะ ปฏิเสธ ผัก ทุกอย่าง...โตขึ้นมาได้ด้วย ข้าวกับหมูยอ หรือ ไม่ก็...   ไก่ย่าง

  วนเวียนอยู่ไม่กี่อย่าง...จนแม่กับพ่อต้องพาไปหาหมอ...เพราะตอนเล็กๆ จะผอมมากและค่อนข้างเลือกทานอาหาร ผลไม้ก็ไม่ทาน ผักก็เขี่ยทิ้ง...เป็นอยู่อย่างนี้จนโต และโตมาก็ทานได้ไม่กี่อย่าง...ทานได้ก็ ข้าวผัดกะเพรา ข้าวคลุกกะปิ ... ข้าวหมูทอด ... และที่ชอบ มาอย่างสม่ำเสมอ คือ ปลานึ่งแจ่ว ที่ย่าบุญชูทำเป็นประจำให้ทานเวลาที่พ่อกับแม่ไปฝากท่านเลี้ยงเรา  

ทุกวันนี้..ผักสดก็ยังทานไม่เก่ง แต่ทานได้มากขึ้น

  ................................................................................................

เพราะอะไร...จึงเกิดจุดหักเหของ ชีวิตและวิถี

................................................................................................

  ----------> ก็เพราะอ่านมากขึ้น... ศึกษามากขึ้น ศึกษาในที่นี้ไม่ได้หมายถึง เรียนหลายปริญญานะคะ แต่หมายถึง พยายามหาคำตอบให้แก่ ชีวิต ...  

มีความสงสัยให้กับตนเองว่า...  

เรามีชีวิตอยู่ไปทำไม

  เราเกิดมาทำไม

ตายแล้วเราไปไหน ... วนเวียนอยู่อย่างนี้มาหลายปี... อาจนับได้ว่าตั้งแต่เด็ก มักครุ่นคิดอยู่กับเรื่องนี้ และพยายามหาคำตอบด้วยตนเอง...เพราะแม้จะถามหรือมีใครบอก ก็ได้แต่เป็นเพียงการรับรู้เท่านั้น แต่นั่นสำหรับตนเองก็ยังเกิดความรู้สึกที่ ไม่เข้าใจ    

ทุกวันนี้...อย่างน้อยสิ่งหนึ่งพอเข้าใจอะไรเพิ่มมากขึ้นอีกนิด   

นั่นคือ เรา...ต้องมีหน้าที่ต่อ ชีวิต ชีวิตในที่นี้หมายถึง ชีวิตเรา เราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดและเป็นไปในทุกอย่างในชีวิตเราทั้งดีและไมดี เราไม่สามารถที่จะให้ใครมารับผิดชอบแทนเราได้ นอกจากตัวเราเอง ถึงแม้ว่า ณ วันหนึ่งเราไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ทางกายภาพ เช่น เราเป็นอัมพาต แต่เราก็ยังคงต้องรับผิดชอบต่อชีวิตเรา ดูแลร่างกายและจิตใจตามสภาพที่เหลืออยู่   

แล้วมาเกี่ยวอะไรกับการทานผัก และปรับวิถีชีวิตให้เข้าใกล้ความ สมดุล มากขึ้น...  

----------> ก็เพราะสืบเนื่องมาจากแนวคิด เรื่อง ความรับผิดชอบต่อชีวิต...นี่แหละที่ทำให้ได้คิดว่า เราน่าจะให้อะไรดีดี ต่อตนเอง และ พอดี สำหรับตัวเรา... ในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ ซึ่งเราไม่ทราบได้ว่าเราจะตายไปเมื่อไหร่ อีกหนึ่งวินาทีข้างหน้า หรืออีกหนึ่งชั่วโมง หรืออีกหนึ่งวัน... ไม่มีใครทราบได้ ดังนั้น จึงไม่อยากที่จะผลัดวันประกันพรุ่ง อยากจะลองทำบางสิ่งบางอย่าง ที่มีใครอีกหลายคนบอกไว้ ว่ามันดี จึงอยากรู้ว่ามันดีจริงหรือไม่.. จากการปรับชีวิตเข้าสู่วิถีธรรมชาตินี้...   ลองทำไปทำมา

ลองผิดลองถูก... ตามสูตรบ้าง ไม่ตามสูตรบ้าง  

----------> พยายามหาจุดที่เป็น ความพอดี สำหรบตนเอง ซึ่งความพอดีนี้ต้องไม่เบียดเบียนตนเอง...ให้ต้องเดือดร้อน และไม่เบียดเบียนผู้อื่น ผู้อื่นในที่นี้หมายรวมทุกสรรพสิ่ง...ไม่ได้เฉพาะเจาะจงเฉพาะ คน เท่านั้น คือ พยายามให้เกิดความเบียดเบียนน้อยที่สุด จะว่าไม่เบียดเบียนเลยก็ไม่ได้... แต่เลือก เบียดเบียน ให้น้อยลง...  

จึงเป็นที่มาที่ไป...ของ ชีวิต ที่เข้าสู่วิถีธรรมชาติมากขึ้น

ทดลองทำ...แล้ว ผล..ดีต่อตัวเองจริง... แต่อาจไม่ดีสำหรับคนอื่นก็ได้... ท่านต้องพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง...  เท่านั้นถึงจะรู้ได้ว่า ดี หรือ ไม่ดี   

</span><p></p>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 79425, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 12, อ่าน: คลิก

ความเห็น (12)

NongNew
เขียนเมื่อ 

พี่ชายของนิว  เค้าก็ไม่ยอมทานผักคะ  นี่อายุตั้ง 30 แล้วนะ  แต่งงานแล้วด้วย เหอ ๆ  พ่อก็ยัง (บ่น ๆ) อยู่เลย  ว่าโตขนาดนี้แล้วทำไมยังไม่ทานผัก

ดีใจที่คุณ Kapoom ทานผักได้แล้ว...ทานเยอะ ๆ นะคะ...จะได้แข็งแรง ๆๆ จ้า...

แต่อย่างของนิวเนี่ยยย  ทานผักได้  แต่ไม่คอ่ยเน้นผัก  แต่จะเน้นพวกหมู เนื้อ  ซะมากกว่า อิอิ..

จนตอนนี้พระเจ้าลงโทษให้อ้วนเหมือน "หมู" แย้วววว...แง ๆๆๆ

 

เมื่อก่อนผมก็ไม่ชอบทานผักครับ

แต่เดี๋ยวนี้ ทั้งผักสด และน้ำผัก เต็มที่เลยครับ

ทานเยอะๆนะครับ แข็งแรง และลดการเบียดเบียนครับ 

 ก็เพราะสืบเนื่องมาจากแนวคิด เรื่อง ความรับผิดชอบต่อชีวิต...นี่แหละที่ทำให้ได้คิดว่า เราน่าจะให้อะไรดีดี ต่อตนเอง และ พอดี สำหรับตัวเรา... ในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ ซึ่งเราไม่ทราบได้ว่าเราจะตายไปเมื่อไหร่ อีกหนึ่งวินาทีข้างหน้า หรืออีกหนึ่งชั่วโมง หรืออีกหนึ่งวัน... ไม่มีใครทราบได้

กะปุ๋มเขียน เหมือนกระจกให้มองย้อนไปในอดีต

เราไม่ต้องร้องขอให้ใครมาเป็นเหมือนเรา  แต่เรารู้ตัวเองว่าเราคิด เราทำเพื่ออะไร  ไม่ได้เพื่อใคร แต่เพื่อตัวเอง  การปรับทัศนคติต่อการใช้ชีวิต (ด้วยความสมดุล)เป็นหนทางเกิดสุข  เมื่อมีสุขจึงอยากให้ทุกคนได้รับทราบความสุข  แต่สุขจะเกิดขึ้นกับใครก็แล้วแต่จริตของแต่ละคน

เรา ได้เป็น เกินกว่าที่เราเคยเป็นได้

 

 

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณนะคะคุณน้องนิว...

ความสามารถอาจโตขึ้นตามวัยน่ะค่ะ..และทุกวันนี้ได้รู้คิดมากขึ้น...วิถี"ชีวิต" จึงเริ่มเปลี่ยนไป...

(^_____^)

ตอนนี้กะปุ๋มก็น้ำหนักขึ้นค่ะ...ไม่ผอมเหมือนตอนเด็กๆ แล้วค่ะ...

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะคุณตาหยู..

ตอนนี้กะปุ๋มทานผักแปลกๆ เพิ่มได้มากขึ้น...และสามารถทานสดๆ ได้ด้วย...ก็ทานไปเคี้ยวไป พิจารณาไป...การฝึกจิตสามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวันมากเลยค่ะ...

มื้อเช้า...ทานข้าวกล้องและไม่เบียดเบียนสัตว์ใหญ่

มื้อเที่ยง...ผัก-ผลไม้...ส้มตำก็ได้ค่ะ

มื้อเย็น...ดื่มน้ำผักปั่น ผลไม้ปั่นค่ะ...

(^____^)

วันหลังคุณตาหยู...เล่าวิถีชีวิตให้ฟังบ้างนะคะ

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

พี่อึ่งอ๊อบคะ...

เราป็นได้เกินกว่าที่เราเคยเป็น และอย่าเป็นน้อยกว่าที่เคยเป็นนะคะ...และสิ่งหนึ่งกะปุ๋มเชื่อว่า..."ไม่มีขีดจำกัดใดที่ขวางกั้นกำลังใจของมนุษย์"...

ขอบคุณนะคะที่แวะมาเติมเต็มให้เสมอค่ะ

(^_____^)

IS
เขียนเมื่อ 

สวัสดีจ้ากะปุ๋ม

กว่าจะทานผักนี่คิดได้ลึกซึ้งมาก

ตอนแนนเด็กๆ ก็ไม่ชอบทานเหมือนกัน ทานแต่แตงกวา มีความสามารถในการเขี่ยต้นหอม และผักต่างๆ ออกจากจากได้ จึงทำให้ทานอาหารช้า

พอโตมา มีแต่อาหารที่มีผัก พอลองทานก็ดูจะไม่เลวร้ายกับรสชาติ ก็เลยทานเรื่อยมา สงสัยเพราะตอนเด็ก ปุ่มรับรสขมที่ลิ้นจะมีอิทธิพลกับการทานผักจริงๆ นะ

^________________^

IS
เขียนเมื่อ 

อ่ะ ลืม....

ลืมบอกไปว่ารูปใหม่ ผมยาว และรอยยิ้ม...สดใสมาก ชอบกว่ารูปเก็กอ่านหนังสืออีก ฮิฮิ

 

^___<

seangja
เขียนเมื่อ 

ว่าความลับไม่ชอบอาบน้ำของกะปุ๋มนั้นเด็ดสุดแล้ว...แต่ปรากฏว่าเรื่องไม่ค่อยกินผักนี่กลับเซอร์ไพรซ์มากกว่า..เพราะเห็นเป็นคนที่ดูแลสุขภาพดีจริงๆ(ไม่อยากชมว่าหน้าอ่อน..ให้ลอยตัวจัง)..พี่เองก็กินผักบางอย่างไม่ลงเลยจริงๆก็มีแต่วิธีการกินแบบนับคำเคี้ยวก่อนกลืนลงคอก็มีข้อดีอยู่เหมือนกันคือทำให้ตัดความติดเรื่องรสชาดลงไปอยู่พอประมาณ..

สุดท้ายสุขสันต์วันตรุษจีนย้อนหลังนะคะ..

  • ผมชอบทานขนมจีน เพราะมีผักให้ทานได้หลายอย่างพร้อม ๆ กัน..โดยเฉพาะช่วงนี้กำลังถึงบุญผเวส  ก็ตั้งหน้าตั้งตารอที่จะทานขนมจีน
  • แต่ไม่ชอบน้ำยากะทิ...
  • ราตรีสวัสดิ์ครับ
sparrow
IP: xxx.19.201.6
เขียนเมื่อ 

      เคยเข้ามาอ่านบล๊อกของพี่หลายครั้ง อ่านเกือบทุกเรื่อง (มีคนแนะนำมา) วันนี้มีความกล้าเลยแวะมาทักทาย ขอแสดงความยินดีที่พี่เริ่มดูแลตนเอง เพราะคนที่รักเรามากที่สุดไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น  เราเองไงคะ จริงมั๊ย 

      แล้วจะแวะมาทักทายบ่อย ๆ นะคะ

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ...แนน พี่ขวัญ คุณพนัสและคุณ sparrow

เรื่องนี้ทดลองปฏิบัติไม่ได้หลายปีแล้วค่ะ...และที่สำคัญเก่งขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ..เพราะสามารถทนผักแปลก และทานสดๆ กับข้าวกล้องด้วยค่ะ...อร่อยดีค่ะ..เพราะเป็นการทานแบบพิจารณาค่ะ...

น้อง sparrow มาทักทายกันบ่อยๆ นะคะ...แบบธรรมดา...ไม่ต้องใช้ความกล้า...เราก็สามารถคุยกันได้นะคะ...ยินดีมากๆ...

(^_____^)