GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

แนวความคิดพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องการคิด

       กลุ่มของครูวิทยาศาสตร์เขาแนบแนวความคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการคิดมาแนบท้ายสมรรถนะเฉพาะและตัวบ่งชี้ด้วย คือ
 
1.การคิดไตร่ตรอง (Reflective Thinking)
        
การคิดไตร่ตรองว่าเป็นการพิจารณาความเชื่อหรือข้อสมมติฐานของความรู้ใด ๆ อย่างรอบคอบ แข็งขัน และมุ่งหน้าไม่ลดละที่จะหาหลักฐานมาสนับสนุนหรือคัดค้านความเชื่อหรือสมมติฐานนั้น ๆ และข้อสรุปที่จะได้ต่อไปตามแนวโน้มของมัน กิจกรรมที่เกิดขึ้นในระหว่างดำเนินการคิดไตร่ตรองประกอบด้วยขั้นต่าง ๆ 5 ขั้น ดังต่อไปนี้
            
1.1 ขั้นเกิดข้อเสนอ (Suggestions) เป็นขั้นที่มีความคิดผุดขึ้นมา โดยที่จิตจะโลดแล่นไปยังคำตอบที่อาจเป็นไปได้ ซึ่งมีลักษณะปลายเปิด ข้อเสนอเหล่านี้จะกระตุ้นให้เกิดการค้นหาคำตอบที่ดีที่สุดต่อไป
           
1.2 ขั้นกำหนดรู้ปัญหา (An intellectualization of the Perplexity into a Problem to be Solved) เป็นการสำรวจเงื่อนไขของสถานการณ์ที่เผชิยอยู่ว่าเงื่อนไขใดที่ก่อความยุ่งยากและ
เป็นสาเหตุของความยุ่งยากนั้น การรู้จุดที่เป็นปัญหาจริง ๆ จะทำให้การแก้ปัญหาง่ายขึ้น ในความเป็นจริงแล้ว การรู้ปัญหาที่แท้จริง จะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันกับการพบทางแก้ปัญหา
        
1.3 ขั้นกำหนดความคิดนำทางหรือตั้งสมมติฐาน (Leading ldea or Hypothesis)
หลังจากได้พิจารณาเงื่อนไขของสถานการณ์ปัญหาในขั้นที่ 2 แล้ว ข้อมูลในปัญหาและความเข้าใจ
ในปัญหาจะปรับเปลี่ยนความคิดที่เกิดขึ้นในขั้นที่ 1 ให้เป็นสมมติฐานที่เป็นไปได้มากขึ้นเพื่อใช้เป็นความคิดนำทาง (Guiding ldea) หรือสมมติฐานดำเนินการ (Working – Hypothesis) ในการสังเกตและการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมภายใต้การควบคุม
       
1.4 ขั้นใช้เหตุผล (Reasoning) เป็นการขยายความคิด หรือสมมติฐานด้วยเหตุผล
การปรับปรุงสมมติฐานโดยการใช้เหตุผล จะช่วยเชื่อมโยงองค์ประกอบทั้งหมดซึ่งดูเหมือนขัดแย้งกันเข้าด้วยกันได้อย่างสอดคล้องตรงกัน
      
1.5 ขั้นกระทำเพื่อทดสอบสมมติฐาน (Testing Hypothesis by Action) เป็นขั้นทดสอบสมมติฐานด้วยการกระทำให้ปรากฏออกมาเป็นหลักฐานในเชิงประจักษ์ (Over Action) หรือกระทำด้วยการพิสูจน์โดยใช้จินตนาการในเชิงเหตุผล (Imaginative Action) บางครั้งการสังเกตโดยตรงจะเป็นหลักฐานยืนยัน จึงต้องมีการทดลอง โดยการจัดเงื่อนไขตามสมมติฐานนั้นอย่างรอบคอบ เพื่อดูว่าผลตามความคิดในเชิงทฤษฎีจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ถ้าพบว่าผลการทดลองเป็นไปตามการนิรนัยในเชิงทฤษฎี และมีเหตุผลที่จะเชื่อว่า ผลดังกล่าวเกิดจากเงื่อนไขนั้นเท่านั้น ก็เป็นการยืนยันที่แข็งพบที่จะก่อให้เกิดข้อสรุปที่ยอมรับได้ จนกว่าจะพบข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งซึ่งจะเป็นตัวชี้นำการแก้ไขต่อไป

2.การคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking)
       ความคิดสร้างสรรค์ เป็นความคิดที่มีจุดเน้นลักษณะของการคิดสร้างสรรค์ 3 ลักษณะ คือ  

       2.1 การคิดสร้างสรรค์ เป็นความสามารถในการคิดได้หลายแง่หลายมุม มีลักษณะ
แปลกใหม่แตกต่างกันไปจากความคิดพื้น ๆ โดยทั่วไป ซึ่งอาจเกิดจากการดัดแปลงสิ่งที่มีอยู่แล้ว หรือใช้จินตนาการคิดสิ่งประดิษฐ์สิ่งใหม่ขึ้นมา
      
2.2 การคิดสร้างสรรค์เป็นกระบวนการของการแก้ปัญหา โดยผู้คิดมีความรู้สึกไวต่อการรับรู้ถึงปัญหาซึ่งไม่สามารถแก้ได้ด้วยความคิดเดิม จึงพยายามคิดค้นในแง่มุมใหม่และทดสอบ สมมติฐานจนพบทางแก้ที่เป็นความรู้ใหม่ซึ่งสามารถพิสูจน์ให้ผู้อื่นยอมรับได้ด้วย
      
2.3 การคิดสร้างสรรค์เป็นการสร้างหรือคิดค้นสิ่งที่สร้างประโยชน์สุขให้แก่ทั้งตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงผลกระทบที่ไม่ก่อให้เกิดการทำลายดุลยภาพ

3.การคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking)
       การคิดอย่างมีวิจารณญาณ เป็นการคิดเพื่อการแก้ปัญหา การคิดอย่างใคร่ครวญ ไตร่ตรองโดยการใช้เหตุผล ทำให้มีความสามารถในการตัดสินใจหรือปัญหาว่าสิ่งใดเป็นจริงสิ่งใด
เป็นเหตุเป็นผลกัน และมีเจตคติในการค้นคว้าหาหลักฐานเพื่อวิเคราะห์และประเมินข้อโต้แย้งต่าง ๆ การมีทักษะในการใช้ความรู้จำแนกข้อมูล และการตรวจสอบข้อสมมติฐานเพื่อหาข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผล

4. การพัฒนาความคิดขั้นสูง ( Higher – Orderd Thinking )
      
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ( 2546 : 226 – 227 ) ได้กล่าวว่าความคิดขั้นสูง เป็นความสามารถทางสติปัญญาประการหนึ่งที่ต้องพัฒนาให้เกิดในขณะที่นักเรียนเข้ามาอยู่ในโรงเรียน เพื่อเรียนรู้เนื้อหาและหลักการ รวมทั้งแนวคิดในวิชาต่าง ๆ ความคิดขั้นสูงประกอบด้วยความคิดด้านต่าง ๆ ดังนี้
    
4.1 ความคิดวิเคราะห์ ( analytical thinking ) เป็นความคิดที่เกี่ยวกับการจำแนก รวบรวมเป็นหมวดหมู่ รวมทั้งการจัดประเด็นต่าง ๆ เช่น การจำแนกชนิดของหิน โดยพิจารณาจากลักษณะภายนอกเป็นเกณฑ์ การจำแนกใบไม้ โดยพิจารณาจากรูปร่างของใบ ขอบใบ และเส้นใบ เป็นต้น
    
4.2 ความคิดวิพากษ์วิจารณ์ ( Critical thinking ) เป็นความคิดเห็นต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งทั้งในด้านบวกหรือด้านลบอย่างมีเหตุผล โดยใช้ข้อมูลที่มีอยู่อย่างเพียงพอ เช่น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งเป็นประเด็นที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ คือ GMOs นำมาเป็นประเด็นของการวิพากษ์วิจารณ์ เชิงสนับสนุนหรือโต้แย้ง เป็นต้น
    
4.3 ความคิดสร้างสรรค์ ( creative thinking ) เป็นความคิดที่แปลกใหม่ ยืดหยุ่นหรือแตกต่างจากผู้อื่น เช่น ให้นักเรียนทำกิจกรรมคิดออกแบบประดิษฐ์อุปกรณ์กำเนิดเสียง แทนการใช้กระดิ่งไฟฟ้าหรือออดไฟฟ้า หรือมีแนวคิดที่จะศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการฟักไข่นก จึงคิดออกแบบการประดิษฐ์ หรือวิธีการทดลอง ที่มีความต่างต่างจากคนอื่นที่ดำเนินการจัดทำแล้ว โดยให้มีความแปลกใหม่
     
4.4 ความคิดอย่างเป็นเหตุผล ( logical thinking ) เป็นความสามารถที่จะคิดในเชิงเหตุผลของเรื่องราวต่าง ๆ เช่น กิจกรรมการเรียนเรื่องการสร้างเขื่อน หรือการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นประเด็นโต้แย้งทางสังคมที่ไม่อยู่บนข้อมูลหรือประจักษ์พยานที่เป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ จึงควรให้นักเรียนได้ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาเป็นเหตุผลในการโต้แย้งหรือสนับสนุน ไม่ใช่ใช้ความรู้สึกหรือใช้อารมณ์ในการตัดสินว่าควรจะดำเนินการพัฒนาหรือไม่อย่างไร
    
4.5 ความคิดเชิงวิทยาศาสตร์ ( scientific thinking ) เป็นความคิดที่ใช้ในการพิสูจน์หรือสำรวจตรวจสอบหาข้อเท็จจริง เช่น ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเทคโนโลยีชาวบ้าน การดองผักด้วยน้ำซาวข้าวหรือน้ำมะพร้าว เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้รับสืบทอดกันมาโดยไม่ทราบหลักการทางวิทยาศาสตร์ ครูควรให้นักเรียนใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เรียนมาวางแผนในการตรวจสอบ พิสูจน์ เพื่ออธิบายหลักการทางวิทยาศาสตร์

ถ้าสนใจร่างสมรรถนะเฉพาะของครูวิชาอะไร ก็บอกมาได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 74844
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)