อกหักได้ ก็หายได้

มาโนช
  อย่าแอบหวังเล็กๆ ว่าเขาจะกลับมา อย่าไปวาดภาพว่าถ้ากลับมาเราจะ ...   

       ถึงจะมีคำพูดที่ฮิตกันว่า อกหักดีกว่ารักไม่เป็น”  แต่นี่เป็นคำที่คนอกหักรับไม่ได้ เพราะมันเจ็บปวดทรมานเหลือแสน  โดยเฉพาะความรักครั้งแรกที่โลกทั้งโลกเหมือนกับจะมีแต่เขาคนเดียว เขาคือทุกอย่างของเรา ยิ่งรักมากเท่าไร ก็ยิ่งอยากให้เขาอยู่กับเรา เป็นส่วนหนึ่งของเรามากเท่านั้น  จู่ๆ เขามาเปลี่ยนไป ไม่ใช่ของเราอีกแล้ว ไม่แคร์เราอีกแล้ว ลองคิดดูว่าถ้าเป็นเราจะรู้สึกยังไง เจ็บไหม 

        อาการอกหักมีหลายแบบ  บางคนอกหักดังเปาะ  ประเภทว่าเขาไม่มีเยื่อใย ไม่พูดด้วย  ไม่ให้โอกาสอธิบายหรือแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น เรียกว่าเป่านกหวีดยาวหมดเวลา จบกันไป 
         ส่วนอีกประเภทเป็นแบบพยายามจะบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป ไม่ทำอะไรด้วยกัน ค่อยๆ เงียบหายไป
จนถึงที่สุดก็มีคำอธิบายที่ฟังยังไงก็ยังทำใจไม่ได้

     “ผมไม่ดีพอ ผมไม่อยากขัดขวางอนาคตคุณ”
     ".... งั้นขอฉันเป็นคนเลวก็แล้วกัน แกจะกลับมามั๊ยเนี่ย ?!!?"  

     “เราไม่มีอะไรที่เข้ากันได้เลย”
    " ... อ้าว! ไหงเมื่อก่อนเห็นบอกว่าคุณคือส่วนเติมเต็มของชีวิตที่ฉันขาดไป ?!!?" 

      สรุปแล้ว ยังไงๆ ก็จะเลิก ว่างั้นเถอะ    ถึงเรื่องอกหักจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนาทีละ 12 คน (เดาเอานะ ให้ฟังน่าเชื่อถือหน่อย)  แต่ทุกคนจะรู้สึกว่าที่ตัวเองเจอหนักที่สุด โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ที่ยังเป็นแผลสดอยู่  เวลาที่รู้สึกว่าถูกปฏิเสธความรู้สึกดีๆ ที่เราทุ่มเทให้กับคนที่เราคิดว่าเป็นคนพิเศษ ทุกคนอดคาดหวังไม่ได้ว่าจะได้รับความรัก ความทุ่มเทกลับมาหาตนเองด้วย  นี่ก็ไม่ผิดที่คิดอย่างนั้น เป็นธรรมชาติของคนเราที่คิดว่าโลกจะต้องยุติธรรมต่อตนเอง คือเราจ่ายไปเท่าไรก็น่าจะได้กลับมาเท่านั้น   

        แต่ ... โลกนี้ไม่ยุติธรรมเสมอไปครับ  โดยเฉพาะกับคุณๆ ที่อกหัก    ที่แน่ๆ คือ เรามั่นใจได้เฉพาะความรู้สึกของเรา แต่ไม่สามารถไปกะเกณฑ์ให้อีกฝ่ายรู้สึกอย่างที่เราต้องการได้  คิดอย่างแฟร์ๆ  ถ้ามีคนหนึ่งมารักเรา แต่เผอิญเป็นคนที่พอเราคบไปสักพักแล้วรู้สึกเซ็งเป็นที่สุด เราก็คงอยากจะปฏิเสธเขาเหมือนกัน
        ที่นี้ เรากลับเป็นฝ่ายที่ถูกเซ็งซะเนี่ย มันก็เลยเกิดคำถามว่า ทำไมถึงต้องเป็นเรา
ตอบอย่างกำปั้นทุบดินต้องบอกว่า ก็เพราะเราเลือกอย่างนี้เอง  ถ้าไม่ไปรักเขาก็ไม่ต้องมานั่งอกหักให้เสียน้ำตา  เรื่องความรักเป็นเรื่องเลือกไม่ได้ เรายังเลือกรักเขา ไม่รักคนอื่น เขาก็เลือกที่จะไม่รักเราได้เหมือนกัน

           ที่เจ็บปวดคือ ความรู้สึกไม่สมหวังในรัก ทำให้รู้สึกว่าเราเองไม่มีคุณค่าพอที่จะมีใครมารัก ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่ปฏิเสธเรา เป็นข้อสรุปที่ทำให้ปวดใจ ไม่มีใครอยากเผชิญกับความรู้สึกว่าเราไม่เป็นที่รัก ทำให้ความรู้สึกดีๆ กับตัวเองสั่นคลอน ความมีคุณค่าในตัวเองดูจะมัวหมองไป  ทำให้เกิดอาการอึดอัดบวกกับความเสียใจ เป็นความเสียใจที่หนักอึ้งอยู่ในใจ หลายคนโศกเศร้าเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร  ไม่กินข้าวปลา  ไม่ทำอะไรที่ต้องทำ ไม่คุยกับใคร อยากอยู่คนเดียวกับความเศร้า บางทีความเศร้าก็ดำดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ จนไม่รู้สึกว่าตัวเองมีความหมายอะไรอีกต่อไป 

          ถ้าปล่อยให้ความรู้สึกเสียใจรุนแรงมาก จะเริ่มมีความคิดแว๊บเข้ามาที่จะทำให้ตัวเองหลุดจากความหนักอึ้งในใจอันนี้  ความคิดแบบรุนแรงจะเริ่มเกิดขึ้น อยากทำอะไรให้ได้รู้สึกว่าสะใจ ให้เขาต้องเสียใจที่ทำกับเราแบบนี้  หลายคนเริ่มมีความคิดทำร้ายตนเองวนเวียน หรืออยากทำร้ายอีกฝ่าย อยากให้เขาได้รู้สึกเสียใจอย่างที่เราเจ็บปวดบ้าง  คิดว่าเขาเสียใจบ้างเราคงจะดีขึ้น 

           เอาเข้าจริงเป็นเพียงความคิดที่ความรู้สึกเสียใจนำเราไป  ถ้าเราทำร้ายตัวเองเพื่อให้เขาเสียใจ  เขาอาจแค่ตกใจ แต่ไม่เสียใจ  คนที่เสียใจจะเป็นคนที่รักเราจริงๆ แทน  หากเราคิดทำร้ายเขา ก็ยิ่งไม่ช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้น  และเราต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เราได้ทำลงไป  บางทีจะเสียใจมากกว่าที่กำลังเป็นอยู่ด้วยซ้ำไป

        เรื่องอกหักจึงเป็นเรื่องที่ต้องกลับมาที่ตัวเอง  เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา เวลาที่ผ่านไปจะค่อยๆ ชะล้างความรู้สึกในทางลบค่อยๆ ให้เบาบางลง ไม่มีทางลัด !! 

        ถ้าคุณทำใจได้ภายใน 2 วัน นี่ไม่ใช่อกหักแน่
 
       ถ้าคุณทำใจได้ภายใน 2 สัปดาห์ คุณกำลังหลอกตัวเอง
        ถ้าคุณทำใจได้ใน 2 เดือน นายแน่มากไปหรือเปล่า

        ประเด็นสำคัญ คือ คนเรามักจะคอยเติมเชื้อให้กับความรู้สึกในทางลบอยู่เรื่อยๆ ไม่ยอมให้มันมอดไป ความเจ็บปวดเลยมากและนานเกินที่ควรจะเป็นก่อนที่จะปรับตัว แรกสุดต้องย้ำตัวเองให้ยอมรับความจริงให้ได้ว่า เขาไม่อยู่กับเราแล้ว !! 

        อย่าแอบหวังเล็กๆ ว่าเขาจะกลับมา อย่าไปวาดภาพว่าถ้ากลับมาเราจะ ...   ความจริงก็คือความจริง ตราบใดที่เรามองสิ่งต่างๆ ไม่ตรงตามความเป็นจริง  ตราบนั้นเราก็จะยังตกอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์อย่างไม่มีทางออก อย่าพยายามทำความเข้าใจ หาเหตุผลว่าทำไมเขาถึงพูดอย่างนั้น ทำไมเขาทำอย่างนี้ หรือเป็นเพราะวันนั้นเขาเข้าใจเราผิด ขอโทรไปถามหน่อย อยากจะขอเคลียร์หน่อย (เป็นคำที่ผมได้ยินผู้หญิงพูดบ่อยที่สุด)  ไม่ต้องครับ เพราะมันเป็นเรื่องของอารมณ์ ไม่ใช่เหตุผล ยิ่งคิดยิ่งทำให้เรื่องไม่จบ เอาเป็นว่า “ตอนนี้เขาไม่อยู่กับเราอีกแล้ว” เท่านี้พอ

        สองสามวันแรก กระหน่ำร้องให้หนำใจ จะลดน้ำหนักได้ก็ตอนนี้แหละ (ระยะแผลสด) แต่พอเข้าสัปดาห์ที่สองที่แผลใจเริ่มแห้งลงบ้าง เราต้องกลับเข้าสู่ชีวิตประจำวันตามปกติให้ได้ ใจยังเศร้า ไม่เป็นไร ใครๆ ก็เป็นแบบนี้ ไม่ต้องรีบหายเศร้า แต่ต้องทำสิ่งต่างๆ ที่ต้องทำในแต่ละวัน เพื่อดึงชีวิตกลับเข้าสู่ระบบระหว่างที่ใช้เวลาเป็นตัวช่วย  เราไม่ได้อยู่เฉยๆ  แต่ควรทำตัวให้ความคิดความรู้สึกไม่ดำดิ่งจนเกิดความคิดที่รุนแรงขึ้น 

      วิธีปรับความรู้สึกตัวเอง เช่น

     1.เปลี่ยนแปลงตนเอง  อย่าปล่อยให้วนเวียนอยู่กับสิ่งที่เคยทำร่วมกัน สิ่งของ ภาพ สถานที่ที่ชวนให้หวนกลับไปคิดถึงเวลาอยู่ด้วยกันควรจะเก็บ หรือจะทิ้งไปก็ได้  พยายามฝืนตนเองที่จะทำกิจกรรมใหม่ๆ จะได้ไม่มีเวลาว่างมาก

      2. ระวังใจตัวเอง อย่าให้ความเศร้าจู่โจมตลอดเวลา  หากิจกรรมที่ผ่อนคลายจิตใจ  อยากร้องไห้ก็ร้องได้ แต่ต้องรู้จักพอ ร้องไห้แล้วตั้งใจที่จะหยุดร้อง ทำใจให้เข้มแข็งขึ้น  การพร่ำรำพันก็เหมือนกัน สงสารตัวเองได้ แต่อย่านาน ไม่มีใครที่จะน่าสงสารตลอดเวลา   อย่าปล่อยตัวเองให้ตกอยู่กับหลุมความคิดเก่าๆ เช่น ถ้าเราไม่ ....   ถ้าเพียงแต่เขาเขา ...   บอกตัวเองดังๆ ว่า เขาเลิกกับเราแล้ว เราต้องมองไปข้างหน้า

      3. ปรับความคิดต่อสิ่งที่เกิดขึ้น  เรื่องความรักไม่มีใครดีกว่าใคร เป็นเรื่องลงตัวระหว่างคนสองคน ถ้าเขารู้สึกว่าไม่ใช่ก็ต้องยอมรับ แต่ไม่ได้แปลว่าเราแย่กว่า ถึงแม้เขาจะทิ้งไปมีคนอื่นก็ตาม  ความคิดว่าถูกทิ้งเป็นความคิดทางลบที่ทำให้เกิดความรู้สึกแย่  ลองหัดมองทางบวก เช่น ยังดีนะเนี่ยที่ไม่คบกันนานจนถลำลึกไปกว่านี้

        4. หาเพื่อนที่คุยปรึกษากันได้  ระบายความรู้สึกบ้าง เมื่อเพื่อนแนะนำก็ลองพยายามทำตาม ช่วงแรกอาจยากที่จะปรับใจตัวเอง แต่ถ้าเริ่มฝืนใจตัวเองให้ทำอะไรบ้างเราจะเริ่มรู้สึกว่าไม่หมกมุ่นอยู่แต่กับความเศร้าอย่างเดียว

          ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพ อกหัก ก็เหมือนเป็น “อุบัติเหตุรัก” อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิด แต่เราคาดไม่ได้ บางครั้งเราขับรถระวังเต็มที่ แต่ก็ยังมีคนขับมาชนเราได้ ความรักก็เหมือนกัน ไม่ว่าเราจะรักกันมากแค่ไหน เราจะเอาใจใส่เขามากแค่ไหน ก็อาจเกิดเรื่องที่เราไม่คาดคิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นอย่าจมอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้มองไปข้างหน้า บอกกับตัวเองว่าชีวิตเรายังมีอะไรอีกเยอะ นี่เป็นเพียงแค่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตหนึ่งของเราเท่านั้น

 
 

ทำ

อย่า

·      ยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง
·      ยอมรับว่ามันต้องเจ็บปวด เพราะเราเป็นคน
·      อ่อนโยนต่อตัวเอง ยิ้มกับตัวเองบ่อยๆ
·      ใจเย็น บอกตัวเองว่ามันต้องใช้เวลา
·      ทำสิ่งต่างๆ ที่ต้องทำแต่ละวัน ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไรภายใน
·  บอกตัวเองว่าแล้วเราก็จะผ่านความเจ็บปวดตรงนี้ไปในที่สุด

·      อ้อนวอน โทรตาม โทษคนนั้นคนนี้ แก้แค้น หาคนช่วยคืนดีกับเขา
·      เที่ยวดึก ดื่มเหล้า กินยาให้ลืมๆ มันไป
·      โทษตัวเอง ทำอะไรเพื่อประชดเขาหรือตัวเอง
·      เกรงใจ ไม่กล้าพูดคุยปรึกษาคนอื่น
·      แยกตัว ไม่ยุ่งกับใคร

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โรคทางจิตเวช-สุขภาพจิต

คำสำคัญ (Tags)#ความรัก#อกหัก#ซึมเศร้า

หมายเลขบันทึก: 73178, เขียน: 18 Jan 2007 @ 01:17, แก้ไข, 22 Jun 2012 @ 14:10, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ดอกไม้: 1, ความเห็น: 10, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (10)

โอ๊ว...ว๊าว...อะไรดลใจให้อ.หมอมาโนชเขียนเรื่องนี้คะ   คนไข้วัยรุ่นหรือเปล่าคะ

IS
IP: xxx.130.113.229
เขียนเมื่อ 18 Jan 2007 @ 06:30

ขอบคุณค่ะ

555

ยังเคยคิดเหมือนกันว่าเรื่องอกหัก หรือเรื่องรักมีลักษณะที่น่าวิจัยมาก อาจารย์เก็บรายละเอียดมาได้สุดยอดเลยค่ะ เพราะเคยคิดแปลกใจอยู่ว่าทำไมคนอกหัก อาการ ความคิด การแสดงออกเหมือนกันไปหมด ทั้งอาการทางกาย และใจ ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ เป็นเหมือนกันเลย

อกหักครั้งแรกใช้เวลา 3 ปีจนคิดว่าอะไรจะเว่อร์ปานนั้น แต่พอครั้งหลังๆ เริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น เราแค่ไม่ใช่คู่ของกันและกัน ลดลงมาเป็น 1.5 ปีค่ะ 555

วิธีทำให้หายสนิทกับอาการอกหัก เศร้าซึมจากรักร้าง คือรักตัวเองและครอบครัว...เราจะสนุกสนานกับชีวิตอิสระอย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน และอีกวิธีที่หายขาดเลยค่ะคือ มีแฟนใหม่...คิกคิก โลกเป็นสีชมพูอีกครั้ง

อยู่กับโลกสีเขียวใบกลมๆ ต่อดีกว่า แว็บบบ

^___<

ขออนุญาตคุณหมอ นำไปฝากสมาชิกของโรงเรียนอู่ทองครับผม
  • ขอบคุณค่ะคุณหมอมาโนช  ได้เจอมาหมดแล้วแบบอาการที่คุณหมอกล่าวมา  แล้วก็โชคดีที่ผ่านมันมาได้  จนถึงบัดนี้ก็ตาสว่าง  ... ยิ่งมาอ่านบันทึกที่คุณหมอเขียนแล้วยิ่งชอบใจ  ใช่เลย ใช่เลย ใช่เลย ...แบบนี้ ๆๆๆ

ขอบคุณมากๆ ค่ะ ^___^

ผู้หญิงคนหนึ่ง
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 29 Aug 2007 @ 14:43
คุณหมอคะ  คุณหมอบอกว่าอกหักรักษาได้   แต่สำหรับคนบางคนมันเกิดขึ้นมาแล้ว  26 ปี  ความร้สึกที่ดี ๆต่อเขายังคงมีเหมือนเดิม  อย่างนี้เรียกโรคจิตหรือเปล่าคะ
อู๊ด
IP: xxx.9.189.51
เขียนเมื่อ 24 Jun 2010 @ 21:06

ขอบคุณมากน่ะครับผมเพิ่งอกหักมา สดๆเลยครับ พยายามไปตามง้อ แต่ก้อไม่สำเร็จ ก้อเลยเลิกติดต่อดีกว่า แต่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงทำใจให้ได้มันต้องใช้เวลาครับ

curator
IP: xxx.9.134.230
เขียนเมื่อ 08 Mar 2011 @ 01:20

รักษาได้จริงเหรอคะ อาการอกหัก กับความรู้สึกผิดที่เคยแก้แค้นเค้า   เศร้ามากค่ะ กินไม่ได้นอนไม่หลับ  ไม่ได้ไปทำงาน ไม่ออกจากบ้าน  ไม่คุยกับเพื่อนทุกคนเลยค่ะ  มา 3 ปีแล้ว   ทุกวันนี้ยังร้องไห้อยู่เลยค่ะ ยังฝันร้าย แล้วในฝันก็พยายามฆ่าตัวตายด้วย

รักตัวเอง
IP: xxx.8.128.128
เขียนเมื่อ 13 Jun 2011 @ 15:47

กำลังอยู่ในช่วงอกหัก รู้ว่าต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก และคิดว่าสักวันจะทำแบบที่คุณหมอแนะนำได้ ตอนนี้เจ็บและสับสนเป็นอย่างมาก พยายามอยู่กับเพื่อนตลอดเวลา เพื่อให้ความสนุกเข้ามาเป็นตัวบรรเทาความทุกข์ที่เกิดขึ้น

นิติภูมิ ทุมขุนทด
IP: xxx.158.165.136
เขียนเมื่อ 11 May 2016 @ 20:46

มันเป็นธรรมชาติบำบัด ถ้าเข้าใจมัน มันจะมีระยะ 3 ขั้นตอน คือ 1. ไม่ยอมรับความจริง (อ้อนวอนขอคืนดี) 2.ยอมรับความจริงได้ (เริ่มทำใจได้เพราะเหนื่อยมามาก) และ 3.อภัยให้กับสิ่งที่ผ่านมาโกรธหรือโทษใครหรือสิ่งใดก็ไม่มีประโยชน์ ... ทั้งนี้ทั้งนั้นจะใช้เวลานานแค่ไหนจะผ่านห้วงความทุกข์นี้ไปได้ขึ้นอยู่กับระดับความผูกพันและความเข้มแข็งของจิตใจของแต่ละคนซึ่งมีไม่เท่ากัน....สุดท้าย"เวลา" คือตัวแปรที่สำคัญมาก ๆ ของเรื่องนี้.......

พัฒนรัตน์ ผลสวัสดิ์
IP: xxx.158.165.152
เขียนเมื่อ 11 Dec 2016 @ 14:11


ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆคะแต่ติดอยู่ที่ว่าเลิกกันแล้วยังอยู่บ้านเดียวกันอันนี้คงใช้เวลานานคือเราเจอกับอะไรเดิม