GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การเริ่มต้น เพื่อสถานีอนามัยในฝัน

เป็นการเริ่มต้นทำอะไรอีกอย่างหนึ่งในชีวิตนี้ ที่รู้สึกว่าทำแล้วได้เรียนรู้ ทำแล้วถ้าสำเร็จเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ บรรลุผลได้สิ่งที่ดีๆหลายอย่างก็คงจะเกิดขึ้นตามมาครับ

           วันนี้หลังจากที่ได้ดำเนินกิจกรรมของชีวิตประจำวันมาทั้งวัน  คือการมาตรวจคนไข้  เสร็จแล้วก็ไปออกหน่วยเคลื่อที่  ที่อนามัยเมืองแปงซึ่งไกลออกไปประมาณ 45 นาที ของการเดินทาง    ได้ตรวจรักษาและเยี่ยมคนไข้ตั้งแต่เวลา14.30 น   

          หลังจากนั้นก็ได้ร่วมประชุมกับพี่ๆจนท.สถานีอนามัยทุกคน   เป็นการประชุมร่วมกันครั้งแรกของเรา  ตั้งแต่การทำงานร่วมกัน 6 เดือน  ซึ่งรู้สึกว่าเป็นกันเองและกึ่งทางการ  ในฐานะที่ผมเป็นแพทย์ที่มาช่วยให้บริการตรวจผู้ป่วยเดือนละ2 ครั้ง  และรู้จักและเข้าใจงานของสถานีอนามัยมากขึ้น  เราทำงานร่วมกันได้ด้วยดีระหว่างแพทย์และเจ้าหน้าที่  

             การประชุมในวันนี้เป็นการร่วมปรึกษาหารือและ  ลปรร  กัน เพื่อที่จะพัฒนาการให้บริการของสถานีอนามัยดีขึ้นเรื่อยๆ  โดยเฉพาะการผ่านเกณฑ์มาตรฐาน PCU    ซึ่งผมเองก็เพิ่งจะเริ่มต้นครั้งแรก  อาจจะเคยอ่านและเรียนรู้และมีประสบการณ์ทางด้านงานพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลบ้าง  เริ่มต้นด้วยการเตรียมอุปกรณ์  ซึ่งมี Flip chart เก่าๆ 3  แผนและปากกา   ผมก็เขียนหัวข้อและประเด็นที่พอจะคิดได้เพื่อที่จะได้แลกเปลี่ยนกับพี่ๆดังนี้

         -บริบทของสถานีอนามัย     ซึ่งเราได้ ลปรร.กันถึงปัจจัยและสภาวะแวดล้อมต่างๆที่มีผลต่อการทำงานของ สอ. เช่น นโยบายจากกระทรวง   ภาระงานประจำ  ความคาดหวังของประชาชน  ปัญหาสาธารณสุขต่างๆในพื้นที่   องค์ความรู้และศักภาพของบุคลากร  อื่นๆ

       -  ภาพอนาคตของสถานีอนามัยที่ทุกคนอยากให้เป็น ภาพฝัน(Vision)  และภาระกิจที่สำคัญ(Mission)ของสถานีอนามัย  ซึ่งเราก็มีความเห็นร่วมกันว่าภาระกิจร่วมสำคัญคือ  การส่งเสริม  ป้องกัน  รักษาและฟื้นฟู   ภาพฝันที่ทุกคนอยากให้เกิดขึ้นคือ  ประชาชนในเขตรับผิดชอบมีสุขภาวะที่ดี  องค์กรได้มาตรฐาน และบุคลากรทำงานแล้วมีความสุข 

        - กระบวนการทำงานหลักๆของหน่วยงาน   ก้ได้ระบุงานหลักๆที่ทุกคนต้องทำ ทุกวัน ทุกเดือน  ซึ่งเมื่อระบุออกมาแล้วก็มีมากมาย  ดูแล้วสับสน เราจึงจัดหมวดหมู่กันว่าเป็นงานที่เข้ากับอะไร  เช่น หมวดรักษา  หมวดส่งเสริม  หมวดป้องกัน  เป็นต้น

        - ยุทธศาสตร์องค์กร  แผนการทำงาน  และตัวชี้วัด    เมื่อได้แลกเปลี่ยนกันในเรื่องนี้  พี่ๆก็สรุปให้ฟังชัดเจนเลยว่าตัวชี้วัดของสถานีอนามัยนั้นมี 113 ตัว ซึ่งมีผู้รับผิดชอบที่แบ่งกันออกไป มี4 คน  ถ้าสามรถพัฒนาให้ผ่านเกณท์ได้ก็ถือว่าดีมากๆแล้ว  เพราะว่าที่ผ่านมา  ไม่มีการประเมินหรือติดตามตัวชี้วัด  ไม่ได้ทำจริงจังมากนัก  จึงมีการเสนอให้มีการติดตัวชี้วัดทุกก 3 เดือนเพื่อแลกเปลี่ยนกันและเป็นการกระตุ้นการทำงาน

      -สุดท้ายก้ได้ AAR  กันว่าหลังจากที่เราคุยกันมา 1 ชม  เกิดอะไรขึ้นบ้างและเราได้เรียนรู้อะไรและเราจะทำอะไรต่อไป  ซึ่งแต่ละคนมีข้อสรุปต่างๆกันไป  ซึ่งได้รับการบันทึกไว้โดยคุณลิขิต

     สรุปสิ่งที่ข้าพเจ้าได้จากกิจกรรมครั้งนี้คือ

      1.ได้เริ่มการทำงานที่เป็นความรับผิดชอบ  ความฝันที่เคยคิดเอาไว้

      2.เข้าใจว่านี่น่าจะเป็นการจัดการความรู้แบบหนึ่ง เพราะตอนเริ่มต้นผมออกตัวว่าผมจะเป็นคุณอำนวย(FA ?) มีท่านหัวหน้าสอ เป็นคุณเอื้อ  และมีคุณลิขิตคอยจดบันทึกเนื้อหาการลปรร(KS?)  และมีคุณกิจด้วยครับ

      3. มีความรู้สึกว่าการแลกเปลี่ยนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม  ไม่ค่อยเครียดกันเหมือนใน รพ.  ทุกคนมีท่าทีกระตือรือร้นและสนใจ  แสดงความคิดเห็นกันอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมามากๆ

    ครับนั่นเป็นการเริ่มต้นทำอะไรอีกอย่างหนึ่งในชีวิต   ที่รู้สึกว่าทำแล้วได้เรียนรู้  ทำแล้วถ้าสำเร็จเกิดการเปลี่ยนแปลงได้  บรรลุผลได้   สิ่งที่ดีๆหลายอย่างก็คงจะเกิดขึ้นตามมาครับ

                                                          Kmsabai****

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 73176
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 5
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (5)

        เข้ามาให้กำลังใจค่ะ พี่คิดว่าการลดคนไข้คือเราต้องส่งเสริมสุขภาพเค้าให้ดีนี่แหละค่ะ สถานีอนามัยนี่แหละสำคัญมากๆถ้าสร้างเสริมสุขภาพสำเร็จงานพวกเราเบาขึ้นเยอะ

ขอบคุณพี่หมอมากครับ

ขอบคุณที่มาให้กำลังใจครับ

ผมจะพยามทำให้ดีที่สุดครับ

ถ้ามีอะไรดีๆที่เกิดขึ้นจะเล่าให้ฟังอีกนะครับ

  สวัสดีครับ

ขอให้กำลังใจกับคุณหมอที่ดีๆ  ที่หาไม่ได้ง่ายในยุคนี้

รู้สึกเราจะชอบ และมีความฝันร่วมกันนะครับ ขอให้ทำงานที่รักต่อไปนาน ๆ แล้ว เมื่อเวลาผ่านไป เราจะเห็นคุณค่าของเราเองมากขึ้นเรื่อย ๆ  

  • ขอบคุณพี่หมอจิ้นมากๆครับ  รู้สึกดีใจครับที่ได้ ลปรรกับพี่ครับ
  • เมื่อสงกรานที่แล้วผมได้มีโอกาศไปทำบุญปู่ที่อ.บุญฑริกและก็เลยไปเที่ยวที่อุบลครับ(ผ่านวาริน?)
  • ที่นั่นสภาพคล้ายๆที่ผมอยู่เลยครับ  แอบคิดว่า อีสานยังมีที่กันดารอยู่แบบนั้นด้วยครับ  
  • หมู่บ้านที่ผมไปติชายแดนมากๆเลยครับ เป็นเขตป่าสงวน

อ. บุณฑริก พี่เคยอยู่ 4 ปีกว่า ก่อนไป พี่ผู้อำนวยการมารับบอกว่า ไม่เลวร้ายอย่างที่คิด ช่วงนั้นสนุกมาก ไม่ได้คิดอะไร เลยอยู่ได้ตั้ง 4 ปี