ติดต่อ

เรียนต่อเฉพาะทาง....

         เอ ถ้าเรียนจบหกปีแล้ว จะไปไหนดี

              ตอนที่อยู่ปีห้า ส่วนใหญ่พวกเราก็จะเริ่มเมียงมองแผนกต่างๆที่เราสนใจจะเป็นแพทย์เฉพาะทาง ทำไมต้องเรียนแพทย์เฉพาะทางนะ ตอนนั้นความคิดของฉันคือก็เค้าเรียนกันนี่หว่า ก็เรียนๆไปเหอะ เห็นไหมเป็นคนมีความคิดเป็นของตัวเองดีมาก เพื่อนบางคนบอกจะเป็นหมอศัลย์ บางคนจะเป็นหมอเด็ก ฉันยังไม่รู้จะเรียนต่ออะไรดีเลย เกรดก็ไม่ได้เรื่อง 555อายจัง ฉันเรียนจบแพทย์ได้เกรด2 นิดๆเอง 2.3 หรือ 2.4 อะไรนี่แหละ  งั้นช่างมันเหอะเรียนไปก่อนละกันจบแล้วก็ไปใช้ทุนก่อนก็ได้แล้วค่อยเรียนต่อ

             ที่จริงแล้ว  ตอนฉันเรียนอยู่ปีสาม ฉันก็รู้ว่าฉันไม่ได้อยากเรียนแพทย์ เรียนๆไปมันไม่สนุกเลยหมายถึงเนื้อหาการเรียนนะคะ ฉันอยากเรียนสถาปัตย์มากกว่า เพราะตอนเรียนมัธยมต้นมีวิชาเลือกให้เรียนฉันเลือกเรียนเขียนแบบตั้งแต่ ม.1-ม.3เลย คะแนนก็ใช้ได้ แม้ว่าความคิดสร้างสรรจะไม่ค่อยมีก็เหอะนะ แต่พอขึ้นม.4 ไม่มีวิชานี้ให้เลือกเรียนต่อ คือรุ่นฉันนี่คือรุ่นมอหนึ่งรุ่นแรกหนะค่ะ ดังนั้นหลักสูตรจะพิศวงงงงวยมาก เข้าเรียนมอหนึ่งโดยหนังสือยังไม่มาเลย มาโน่นแหละเรียนไปได้สักสามอาทิตย์หนังสือเพิ่งจะคลอด เรียนวอลเล่ย์บอลตั้งสามปีซ้อนเพราะหลักสูตรเปลี่ยน แฮะแฮะนอกเรื่องไปหน่อยนะคะ ต่อๆๆค่ะ ทำไงดีหละ เขียนแบบไม่มีให้เรียน ฉันก็ไม่ง้อ ไปเลือกเรียนดนตรีแทนก็ได้ เพราะตอนนั้นมีวิชาเลือกให้เรียนสามอย่างคือ ดนตรี ศิลปะ และเกษตร  ฉันสนใจศิลปะอยู่เหมือนกันแต่เพื่อนมากลากไปมันบอกว่าแกจะไปวาดหน้าพระเรอะ คือห้องศิลปะจะอยู่ในห้องที่มีรูปปั้นหน้าพระใหญ่ๆสมัยต่างๆให้นักเรียนฝึกวาด วาดเป็นรูปๆนี่ฉันไม่เอาไหนเลย แต่ลากตามไม้เขียนแบบละพอไหว พอฉันบอกจะเรียนเกษตร ไปเลี้ยงไก่กะปลูกผัก เพื่อนมันก็บอกว่าต้องหาบน้ำไปรดผักเหนื่อยนะโว้ย  แต่สรุปก็คือเพื่อนก๊กที่ฉันสนิทด้วยมันเลือกดนตรีกันเป็นส่วนใหญ่ฉันก็เลยเออออตามพวกมันไปค่ะ

             ฉันรู้ตัวจริงๆตอนปีสามว่าไม่อยากเรียนหมอ แต่พอคิดๆดูจะไปสอบเอนทร้านซ์ใหม่เรอะก็ขี้เกียจอ่านหนังสือใหม่ อาจจะสู้เด็กไม่ได้ แถมไปเริ่มเรียนปีหนึ่งใหม่ฉันก็จะอายุมากกว่าเค้า  ไม่เอาละ อายเด็ก แถมถ้าบอกพ่อกับแม่ ก็สงสารท่าน เพราะพี่ชายฉันเปลี่ยนคณะมาสองครั้งแล้ว  พ่อฉันเสียใจมากๆ ถ้าฉันไปบอกท่านว่าฉันไม่เรียนหมอละ คงเหมือนฟ้าถล่มใส่พ่อแน่นอน คิดไปคิดมา คำตอบมีคำตอบเดียวคือต้องเรียนหมอให้จบให้พ่อกับแม่ชื่นใจ  The show must go on....

             ฉันก็ทู่ซี้เรียนมาจนจบ ตลอดหกปี เรียนได้เอแค่ตัวเดียวค่ะ แถมไม่ใช่วิชาแพทย์ด้วย แอ่นแอ้น วิชานั้นคือ เศรษฐศาสตร์ค่ะ ส่วนวิชาแพทย์เรียนได้สม่ำเสมอดีมากเกรดC เป็นส่วนใหญ่ ตอนใกล้จะจบ  ต้องคิดแล้วว่าจะเรียนต่อหรือจะออกไปทำงานก่อน  ฉันเลือกเรียนต่อเพราะรู้จักตัวเองดีว่าถ้าฉันไม่เรียนรวดเดียวเลย  หยุดไปใช้ทุนสามปีแล้วฉันคงไม่กลับมาเรียนต่อแหงๆ  พูดอย่างจริงใจก็คือฉันเป็นคนขี้เกียจนะคะ เลยต้องบังคับตัวเองให้เรียน

              เรียนอะไรดีหละ เกรดก็ไม่ดี  ผ่าตัดฉันก็ไม่ชอบ  แต่ชอบเย็บแผลนะคะ อายุรกรรมนี่ไม่อยู่ในสมองเลย สูตินรีเวชโฮ๊ยไม่เอาๆภาพเด็กถูกทำแท้งยังติดตาอยู่  เด็กเหรอฉันไม่ชอบเด็ก ตัวเล็กกระจิ๋วบอกหมอก็ไม่ได้ว่ามีอาการยังไงมั่ง ดมยาเรอะฉันขี้เกียจเฝ้าคนไข้ตอนดมยา คิดใคร่ครวญอยู่นาน พบว่าฉันไม่ชอบการผูกพันกับคนไข้ต่อเนื่องนานๆ  ฉันเป็นคนกลัวการผูกพัน ถ้าคนไข้เป็นอะไรไปฉันจะคิดมาก ที่ฉันชอบที่สุดคือตอนอยู่ห้องฉุกเฉิน ตรวจแล้วรักษาแล้วจบ ส่งคนไข้ต่อไปวอร์ดต่างๆหรือคนไข้หายกลับบ้าน  แต่...มันไม่มีแผนกนี้ให้เรียน  แล้วแผนกเอ๊กซเรย์ก็แวบขึ้นมาในใจ อืมใช้ได้ๆ ตรวจให้เค้ารู้ว่าเป็นอะไรแล้วจบ แผนกต่างๆเอาไปรักษาต่อได้  อืมๆๆไฮเทคดีด้วย มีเครื่องมือเยอะแยะเลย  โชคดีคะแนนแผนกนี้ของฉันใช้ได้ คือได้เกรด B ค่ะ  อาจารย์ท่านก็เมตตารับไว้เรียนต่อ....เฮ ฉันมีทางไปแล้ว

                            

              แต่........ฉันเกือบเรียนไม่จบในปีนั้น

              อีกสองเดือนสุดท้ายจะจบปีหกแล้ว  ฉันต้องไปฝึกแผนกเวชศาสตร์ครอบครัวที่จ.เชียงราย อ.แม่สาย  นึกดีใจอยากไปเที่ยวแม่สายมานานแล้ว  เช้าวันนั้น กลุ่มฉันนัดกันไปรอรถคณะที่จะไปส่งพวกเราตามอำเภอต่างๆของจ.เชียงราย เกิดการผิดพลาดทางการสื่อสาร พวกเราเลยต้องเดินทางไปกันเอง เราเลยแยกเดินทางกันไปตามสะดวก ฉันเลือกไปกับเพื่อนที่มีรถยนต์ส่วนตัว  เพื่อนขับคนเดียวค่ะ ส่วนฉันขับรถไม่เป็น ขับไปเรื่อยๆจำได้ว่าถนนไปเชียงรายคดเคี้ยว มีโค้งเยอะมีทางขึ้นเขาลงเขาตลอด  ขับไปเพลินถึงแถวอ.แม่สรวย  คุยกันไปฟังเพลงกันไป ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยทั้งคู่

             ตรงนั้นเป็นทางราบ กำลังฟังเพลงแจ๊สเพราะๆของนรีกระจ่าง จู่ๆเพื่อนก็บอกว่า  เฮ้ย นิดๆ พวงมาลัยบังคับไม่ได้ ฉันได้แต่ งง แล้วรถก็ส่ายไปมาประมาณสามวินาทีก่อนที่ลงข้างทางทางซ้าย ภาพสุดท้ายที่ฉันเห็นก่อนอุบัติเหตุจะเกิดคือต้นไม้ต้นนึงอยู่ข้างหน้าฉัน เสียงดังโครม แล้วฝุ่นก็ตลบแดงไปหมด...ตอนนั้นฉันนึกถึงพระพุทธเจ้าอันดับแรก พระพุทธเจ้าช่วยลูกด้วย ใจฉันได้แต่บอกตัวเองดังๆว่า  ยังตายไม่ได้นะยังไม่ได้ทดแทนบุญคุณพ่อกับแม่เลย ยังเรียนไม่จบเลย  พอฝุ่นหายตลบ  ความรู้สึกแรกคือ ฉันเจ็บไปหมดทั้งตัว แล้วก็เริ่มตรวจร่างกายตัวเอง ฉันยังไม่ตาย อ้อสติฉันยังดีไม่สลบ แสดงว่าสมองฉันไม่กระทบกระเทือน แขนขายังอยู่ครบไม่ขาดหาย แต่เจ็บหน้าอกมากเอ..หรือจะมีซี่โครงหักมีเลือดออกในช่องอก ขาข้างซ้ายเจ็บมากๆทั้งขาสงสัยจะมีตรงไหนหักไหมนะ  ไม่ปวดท้องแสดงว่าช่องท้องฉันคงไม่บาดเจ็บ  ส่วนเพื่อนฉันเจ็บแค่นิ้วหัวแม่มือข้างไหนซักข้างนี่แหละค่ะ นอกนั้นไม่บุบสลายเลยโชคดีจริงๆ 

           มีคนแถวนั้นน้ำใจงามมากรีบมาช่วยเหลือพวกเรากันจ้าละหวั่น (ฉันขอขอบพระคุณมากๆโดยการแผ่เมตตา เพราะไม่รู้จะตามไปขอบคุณที่ไหน จำสถานที่เกิดอุบัติเหตุยังไม่ได้เลย) รีบหามฉันขึ้นรถกระบะด้านหลัง  ร้อนมากเพราะเป็นตอนบ่ายอ่อนๆเค้ายังช่วยหาอะไรบังแดดให้และช่วยปลอบใจฉันไปตลอดทาง พาไปส่งที่รพ.แม่สรวย  พี่หมอสองคนที่อยู่ที่นั่นตกใจมาก เพราะฉันบอกว่าเจ็บหน้าอกมากและปวดขาซ้ายมากๆด้วย  วัดความดันฉันได้ 100/60 พี่เค้ายิ่งคิดว่าฉันอาจจะช๊อคเพราะเสียเลือดในช่องอก  ฉันต้องบอกว่าปกติความดันฉันเท่านั้นแหละค่ะพี่ มันค่อนข้างจะต่ำ(อย่าลืมจำความดันปกติของคุณไว้นะคะ) เครื่องเอ๊กซเรย์เสียด้วยมั๊งฉันไม่แน่ใจ พี่หมอสองคนรีบขับรถพาฉันส่งรพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ด้วยตัวเอง คอยชวนคุยถามตลอดไม่ให้หลับ พี่เค้าบอกทีหลังว่าต้องคอยเช็คความรู้ตัวฉันตลอดเพราะกลัวว่าอาจจะมีการกระทบกระเทือนทางสมอง(ต้องขออภัยที่จำชื่อพี่ๆไม่ได้แล้วค่ะ แต่จำหน้าได้แม่น ขอขอบพระคุณพี่สองท่านมากๆมานะที่นี้ด้วยค่ะ)สรุปแล้ว  ฉันกระดูกหักที่ไหปลาร้าขวาและ กระดูกเท้าข้างซ้ายแถวสุดท้าย กล้ามเนื้อขาซ้ายฟกช้ำส่วนเอ๊กซเรย์ปอดพบว่าไม่มีเลือดออกในช่องอก ปอดอยู่ดี ซี่โครงอยู่ครบ ใจอยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว จัดว่าบาดเจ็บไม่มากพักรักษาประมาณ1 เดือนฉันก็เดินได้ แม้จะเป๋ๆนิดหน่อย  ไม่ต้องไปเรียนกับรุ่นน้อง จบแพทย์จนได้ค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 73175, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 7, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (keywords) #อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ#อย่าประมาท...คาดเข็มขัดกะใส่หมวกกันน๊อคนะคะ

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (7)

เอ ตัวเล็กอยู่อย่างเดิมไหมคะ ช่วยคอมเม้นต์หน่อยค่ะ
kmsabai
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

ตัวไม่เล็กพออ่านได้ครับ

ขอโทษนะครับที่เข้าใจผิดว่าเป็น  นศพ.

        Kmsabai**

คุณหมออนิศราครับ ตอนนี้อ่านได้ดีครับ ผมชอบอ่านครับ .. เขียนต่อนะครับ เชื่อไหมครับว่าผมรู้สึกว่าไม่ค่อยชอบเป็นหมอก็ตอนจบแพทย์ไปซะแล้ว และกว่าจะมารู้ว่าจริงๆ แล้วตัวเองชอบ field ทาง anthropology ก็เมื่อจบ specialist ไป 3 ปีไปแล้ว ... กรรม :(

หยั่งว่านะครับ I'm confused, but life must go on

nash
เขียนเมื่อ 

เฮ..อ่านได้สบายตาแล้วค่ะคุณหมออนิศราที่รัก

 

อ่านด้วยความสนอกสนใจเป็นอย่างยิ่ง  เพราะไม่เคยมีญาติหรือคนสนิทชิดเชื้อเป็นหมอ

 

ขอบคุณมากค่ะที่เล่าให้ฟัง

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราเป็นศิษย์วัดห้วยส้มด้วยกันนี่

 

เข้าใจในเรื่องการเปลี่ยนแปลง  และเห็นการพัฒนาของคุณหมอชัดเจนขึ้นเยอเลยนิ  

 

เห็นกันมาตั้งแต่ศูนย์ ๑ ยัน ศูนย์ ๒

 

คุณหมอมีบุญเนอะ  ได้เห็นโลกทางนั้น ได้เห็นการเกิดแก่เจ็บตาย  แล้วมาหมุนให้เป็นป้ัญญาทางธรรมได้ด้วย  เพราะเข้าใจว่ามันคือทุกข์

 

ไม่ทุกคนที่จะ ทำได้

 

ดีใจที่ได้มีโอกาสปฏิบัติธรรมร่วมกันหลายรอบค่ะ  (คงจะหลายชาติมาแล้วด้วยแหละ ฮิ ๆ)

 

สวัสดีค่ะ,

 

ณัชร 

อนิศรา
IP: xxx.114.124.48
เขียนเมื่อ 

     ขอขอบคุณทุกท่านค่ะ การเป็นคนเขียนแล้วมีคนมาอ่าน มาคอมเม้นต์นี่ช่วยให้กำลังใจผู้เขียนมากเลยค่ะ จะพยายามเขียนและปรับปรุงไปเรื่อยๆนะคะ

     ดีใจจัง มีเพื่อนร่วมอาชีพมาอ่านด้วย

     คุณหมอสุพัฒน์ คะไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ เราก็ผ่านการเป็น นศพ.ทั้งนั้น

     อาจารย์หมอมาโนชคะ ขอบอกว่าหมอได้อ่านblog ของอาจารย์เป็นอันแรกเลยค่ะ เพราะคลิกเข้ามาใน gotoknow จับพลัดจับผลูยังไงไม่ทราบ ไปเข้าบลอกของอาจารย์ อ่านเพลินดีค่ะ  แต่หมอยังหาคำตอบไม่ได้เลยว่าเป็นคนหมายเลขอะไรหนะค่ะ

     คุณณัชร เจ้าเก่ามาเอง คงได้เจอกันอีกหลายบัลลังก์ค่ะ หมอก็เก็บแต้มไปเรื่อยๆค่ะ วิชานี้ยังสอบไม่ผ่านค่ะ บางวันสอบตกไปครึ่งวันเลย

 

 

ขอแสดงความยินดีด้วยครับ

หมอสอบผ่านมาตามลำดับ บล็อกไม่เป็นการ์ตูนวอลล์ดิสนีย์แล้ว

เรื่องประสบการณ์อุบัติเหตุเฉียดตายนั้น เป็นธรรมะสอนใจได้อย่างดีครับ

อาจารย์ดูรูปแล้ว เห็นด้วยว่าใจหมอยังอยู่กับตัว เพียงแต่ฉีกไปนิดหน่อยเท่านั้น

EXTERN
IP: xxx.12.97.117
เขียนเมื่อ 

หนูเป็น Extern ค่ะ ตอนนี้รู้สึกว่าจะชอบเอกเรย์ค่ะ

แต่เกรดไม่ค่อยดีค่ะ ถ้าสมัครก้อคงไม่ได้ต่อ

เลยอยากหาที่ไปใช้ทุนค่ะ อยากทราบว่ามีที่ไหนขาดแคลนด้านนี้ที่มีทุนให้เรียนต่อบ้างค่ะ

เคยได้ยินประมาณว่าเป็น Intern 1 ปี แล้วขอทุนมาเรียนต่อได้มั้ยค่

บ้านหนูอยู่ภาคกลางค่ะ อยากได้ภาคกลางค่ะ เพราะคงต้องทำงานที่นั่นเมื่อเรียนจบ

รบกวนหน่อยนะค่ะ ถ้ามีข้อมูล รบกวนส่งมาที่ [email protected]

[email protected]